[BB.fic] Erosphobia #11

posted on 19 Nov 2009 17:10 by sussurro  in fiction

.

Title: Erosphobia#11

Subtitle: Feeling you, feeling me

Author: ENIGMA

Genre: Yaoi, AU, Angst

Rate: NC-17 [Overall story]

Status: incomplete

Fandom: bigbang

Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน   ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง  คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้  อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง  จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.

ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr

+++

 

 

 

 

 

‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'

Robert Frost


 
.
.

"อืม..ฉันขอเบอร์นายไว้ได้ไหม...รับรองว่าฉัน..ฉันไม่โทรไปรบกวนนายเด็ดขาด"ซึงฮยอนเอื้อมมือจับลูกบิดและดึงมันอย่างอ่อนโยน   ราวกับว่าเขากำลังประคองฝ่ามือของสาวน้อย   อ่อนหวานและนิ่มนวล   จนกระทั่งมันแนบสนิทกับกรอบ

 

"....................."

 

คำตอบจากปลายสายทำให้เขายิ้ม

 

.
.

 

 

 

 

#11

.

.

"ฉันแปลกใจนะ..ที่เธอโทรไปหาฉันก่อน"ชายหนุ่มร่างสันทัดขยับปีกหมวกเบสบอลไปด้านข้างขณะจ้องมองอีกฝ่าย  

 

คนที่โทรเรียกเขาออกมานั่งบนเก้าอี้เหมือนวันนั้นไม่มีผิด   ริมสวนผิดแต่ว่าเป็นเวลาตอนเช้าตรู่    เด็กหนุ่มไหล่ลู่ลงและมีสีหน้ายุ่งยากใจ  ยองเบนั่งลงที่ว่างด้านข้างและไม่พูดอะไรอีก   เด็กหนุ่มจ้องมองที่พื้นดินด้านหน้า..ทว่าสายตานั่นมันช่างว่างเปล่า   ทงยองเบรอให้ซึงรีเอ่ยปากขึ้นมาก่อน   แค่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันไม่ได้เหนื่อยหนักอะไรนักนี่นา ?

 

"ถ้าผมพูดอะไร คุณก็จะฟังผมใช่ไหม ? "ซึงรีผ่อนคลายและเอนหลังกับพนักพิง   เขาพูดด้วยแผ่วเบา..ถึงแม้ว่ารอบกายจะมีแค่แมกไม้ นกกาและท้องฟ้าสีสด

 

"ฟังสิ.."

 

"ถ้าผมอยากได้อะไร คุณก็จะตามใจใช่ไหม ? "

 

"อืม..ตามใจสิ"

 

"เวลาผมไม่พอใจ..คุณดูออกใช่ไหม ? "

 

"ใช่..ฉันดูออก"

 

"ถ้าผมผิดหวัง ? "

 

"อืม..ก็เหมือนกัน"

 

"...ถ้าผมทำตัวไม่ดี คุณจะโกรธใช่ไหม ? "

 

"ใช่แน่นอน"

 

"แล้วถ้า..."

 

"เธอกำลังจะเอาฉันไปแทนใครอย่างนั้นเหรอ ? "ยองเบพูดขึ้นมาทะลุกลางปล้อง  

 

"ผมเปล่า.."เสียงแผ่วเบาของเด็กหนุ่มกระท่อนกระแท่นออกมาจากริมฝีปาก  สีหน้าว่างเปล่าของซึงรีก็ยังเป็นสีหน้าว่างเปล่าแต่แววตาหม่นลง...

 

"เชื่อไหมว่าฉันไม่โกรธ ? "

 

"........................"เด็กหนุ่มร่างโปร่งหันมองผู้พูดอย่างเต็มตา  สีหน้ายิ้มแย้มอย่างสบาย ๆ ของยองเบทำให้เขาสับสน   แหย่เล่นหรือว่าพูดจริง  ประชดหรือว่าอะไร ?

 

"ซึงรีที่ฉันรู้จักน่ะ..ไม่ได้หงอยแบบนี้สักหน่อย"ร่างสันทัดดึงหมวกออกจากศีรษะตนเองก่อนจะสวมมันให้เด็กซึงรี   อีกฝ่ายไม่ได้โวยวายอะไร...เพียงแค่นั่งนิ่งให้มือใหญ่โยกศีรษะเขาไปมา "แต่เหรียญก็มีสองด้านทั้งนั้นใช่ไหมล่ะ ? "

 

เด็กหนุ่มก้มหน้าลง..

 

หยดน้ำไหลพรากจากหน่วยตา   ทำไมเขาต้องร้องไห้..ทำไมเขาต้องร้องไห้ให้คนที่ไม่อยากให้เห็นที่สุดดู   แต่เขาก็รู้สึกดีที่มือนั่นลูบผ่านหมวก   เขาก้มหน้าลงเพื่อซ่อนน้ำตา   หลังเกร็งแน่นเพื่อกลั้นสะอื้น   ความพ่ายแพ้เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องนั่น..มันเกิดและตายอย่างเงียบ ๆ ในเวลาอันสั้น   ไม่มีใครรู้นอกจากเขา..

 

น้ำตาทะลักล้นอย่างไม่อาจสะกดไว้ได้อีกต่อไป

 

ไหลไปเถอะ...มันก็แค่น้ำตา..

 

+++

.

ซึงฮยอนรู้สึกว่าโลกรอบตัวของเขาหมุนเร็วขึ้น   บางครั้งรู้สึกว่ากำลังก้าวไม่ทัน..   บางครั้งรู้สึกว่าวิ่งตามเท่าไรก็ไปไม่ถึงแต่เขายังมีแรง..เขาจะวิ่งไล่ต่อไป   ตราบที่ยังวิ่งไหวและใจอยาก   คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างเหงาหงอย..มันมีจุดสิ้นสุดไหม..เขาจะต้องวิ่งไล่อย่างนี้ไปชั่วชีวิตหรือเปล่า... ?    

 

กิจวัตรประจำวันของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม   เช้าแต่งตัวเลือกเสื้อผ้าเตรียมตัวไปเรียน มองหาคนบางคน เรียนและกลับห้อง   รอให้คน ๆ นั้นมาหาหรือบางครั้งก็โทรไปหา   ตกเย็นก็เตรียมตัวออกไปข้างนอก   หัวค่ำก็เข้าผับ..ดื่มเบียร์ คุย กลับห้องนอน..และเริ่มวันใหม่    สำหรับคนอื่นอาจจะไม่มากมายอะไรแต่สำหรับเชวซึงฮยอน มันเสมือนทาสีใหม่ให้กับโลกทั้งใบ..

 

เสียงเคาะประตูห้องหนึ่งครั้ง..หยุด ตามด้วยเสียงเคาะอีกสองครั้ง..หยุด และอีกหนึ่งครั้ง...เป็นครั้งสุดท้าย   เขากุลีกุจอไปยังหน้าประตู   มีเพียงคน ๆ เดียวที่เคาะแบบนี้   ไม่นานมานี้เขาเพิ่งสังเกตว่าอีกฝ่ายมักจะเคาะประตูด้วยจังหวะนี้   ..ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวหรือเปล่าแต่มันก็ทำให้เขาแยกออกในทันที   ..ความจริงเขาคิดว่าแยกออกตั้งแต่น้ำหนักการเคาะในครั้งแรกด้วยซ้ำ   ร่างเพรียวในชุดแจ็กเก็ตกันลมสีสดยืนนิ่งที่หน้าประตู   เขาไม่ได้เชื้อเชิญให้อีกฝ่ายเข้าห้อง   เพียงแต่หลีกทางให้ร่างเพรียวเดินเข้ามา  

 

"ฝนตกเป็นบ้าเป็นหลัง.."ร่างเพรียวสบถพลางถอดเสื้อกันลมตัวโคร่งออก   หยดน้ำใสแต้มลงพื้นห้องสองสามดวง   เขาถอดมันและแขวนไว้ที่ตะขอผนังห้อง   ซึงฮยอนหยิบเสื้อเชิ้ตลินินขาวให้ผู้มาเยือน   ควอนจียงมีเพียงแค่เสื้อกล้ามตัวบางเฉียบ..สีขาวและเปียกชื้น

 

"แล้วนายจุดบุหรี่ด้วยหรือเปล่าล่ะ ? "ซึงฮยอนพึมพำเสียงเบาแต่ก็ต้องชะงักไว้เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย   จียงหลับตาก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมที่เปียกลู่  น้ำที่ไหลจากเส้นผมลากลงดวงตาเหมือนเจ้าตัวกำลังร้องไห้

 

"เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ ? "จียงถาม   เขารู้สึกว่าน้ำฝนให้หนาวเย็นไปถึงชั้นใน

 

"ปะ..เปล่า"

 

"วันนี้เราออกเร็วหน่อยแล้วกัน   ไม่อยากเจอรถติดที่แยกนั้น"เขาหยิบเสื้อเชิ้ตมาสวมใส่   กลิ่นโคโลญจ์อ่อน ๆ ที่ซึงฮยอนชอบใช้แทรกซึมในทุกอณูผ้า   เขากลั้นหายใจชั่วครู่ก่อนจะหายใจเข้าไปเต็มปอด

 

"แต่ฝนยังตกอยู่เลย"ร่างสูงมองออกไปนอกหน้าต่าง   สายฝนจากระยะไกลตกลงมาเป็นเส้นตรง   ลูกศรที่ทิ่มแทงลงพื้นดินอย่างไม่ปราณี  เขาแทบจะได้ยินเสียงดุดันจากเม็ดฝนเหล่านั้น..

 

"นายจะไม่ไปก็ได้นะ.."เขาพูดขึ้นเสียงเบาก่อนจะทิ้งตัวลงเตียง   บอกตนเองในใจว่าถ้าเสื้อแห้งเมื่อไรก็จะออกไปเมื่อนั้น

 

"ถึงฉันไม่ไป..นายก็จะไปอย่างนั้นเหรอ.."

 

ควอนจียงยักไหล่

 

ซึงฮยอนยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่..

 

 

 

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะไป"ซึงฮยอนเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบแจ็กเก็ตยีนส์ออกมา   เขาไม่ได้ใส่เสื้อโปโลสีขาวตัวนั้นอีกเลย   รอยลิปสติกมันหายไปแล้วแต่ไม่ว่าเมื่อไรที่เขามองแถวคอปกของมัน   ภาพเรียวปากเรียวบางยังตรึงติด..ไม่ไปไหน   ร่างสูงผลักไม้แขวนเสื้อเข้าไปด้านในและหยิบเชิ้ตเทาเข้มออกมา

 

"ฉันไม่ได้ซื้อให้นายแค่แจ็กเก็ตตัวนี้นี่ ?    มันหายไปไหนหมด ? "จียงหยุดยืนข้าง ๆ ซึงฮยอนหน้าตู้เสื้อผ้า   เขากวาดสายตาไปทั่วตู้แต่ไม่พบเสื้อผ้าที่เขาซื้อให้แต่เขาสังเกตเห็นโปโลขาวตัวนั้น..

 

ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองร่างสูง

 

"ฉันกลัวว่ามันจะเก่าเร็ว...เลยเอาเก็บไว้ที่นี่"ชายหนุ่มเจ้าของห้องเลื่อนลิ้นชักด้านล่าง   เขาค่อย ๆ ยกกระเป๋าสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

 

"เสื้อผ้ามีไว้ใส่..ก็ต้องเอามาใส่สิ  มันถึงจะมีคุณค่า" แต่ตอนนี้ความสนใจของเขาอยู่ที่กระเป๋าใบสีครามตรงหน้า   หมอนี่ดูระมัดระวังมากทีเดียวเวลาแตะต้อง "นั่นอะไรน่ะ ? "

 

"กล้อง..นิคอนเอฟเอ็มทู   ซิงเกิ้ลเลนส์สามสิบห้ามิลลิเมตรพร้อมแฟลช..   มีระบบวัดแสงในตัว   ฉันเพิ่งซื้อตัวเลื่อนฟิล์มอัตโนมัติและ..อ่า...นายคงไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้ใช่ไหม..  โทษทีนะ"เขาหยุดพูดเมื่อเห็นสีหน้าว่างเปล่าของควอนจียง

 

"ไม่หรอก..ว่าไงดีล่ะ ?    มันก็ดูน่าสนใจนะ   ยังถ่ายได้อยู่หรือเปล่า ? "

 

"ได้สิ.."ซึงฮยอนคลี่ยิ้ม "คิดว่าเหลืออยู่สักสิบกว่ารูปได้.."

 

"ใช้ยากไหม ? "

 

"อยากลองถ่ายดูไหมล่ะ ?    ฉันจะสอนให้" เขาเสนอตัวแม้รู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะปฏิเสธ "แต่ถ้านายไม่อยากก็ไม่เป็นไร"

 

"ยังไงฝนตกก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่ ? "

 

ร่างสูงยื่นกล้องให้ควอนจียง   เขาสอนตั้งแต่วิธีจับกล้อง..เลื่อนชัตเตอร์ วัดแสง..  เล็งศูนย์   เขารู้สึกว่าควอนจียงเหมือนเด็กเล็ก ๆ เมื่อได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจ   ดวงตาเรียวเล็กหลังเลนส์มีประกายประหลาดใจ   เรียวนิ้วประคองฐานกล้องและเลนส์ไว้อย่างรัดกุม   จียงเลื่อนชัตเตอร์จนสุดและทำตามที่ซึงฮยอนสอนก่อนจะกดถ่ายภาพ

 

"ห้องนายมืดชะมัด.. มันขึ้นลบตลอดเลย"ร่างเพรียวบ่นพึมพำอยู่หลังเลนส์พลางหันกล้องไปรอบ ๆ

 

"ถ่ายที่หน้าต่างสิ.."ซึงฮยอนชี้ไปที่นอกหน้าต่าง   สายฝนเย็นฉ่ำด้านนอกไม่ทำให้ท้องฟ้าจัดจ้านไปนักจนย้อนแสง   เขายืนพิงขอบหน้าต่างและมองออกไปข้างนอก   รู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะหันมองร่างเพรียวซึ่งกำลังลั่นชัตเตอร์อย่างสนุกมือ

 

 

"นายจะถ่ายหรือเปล่า ? "จียงมองหน้าเจ้าของกล้อง

 

"ถ้าอย่างนั้น..ฉันขอถ่ายรูปนายได้ไหม ? "ซึงฮยอนพลั้งปากถามออกไป   สีหน้าของควอนจียงไม่ได้เปลี่ยนเพียงแต่พยักหน้าและยื่นกล้องมาให้เขา   ชายหนุ่มคิดว่ามันคือการอนุญาต..

 

ร่างสูงแนบสายตากับช่องเล็ก ๆ    ควอนจียงนั่งพิงพนักเตียงมองตรงมาที่กล้อง   ร่างเพรียวเอนหลังสบาย ๆ บนเตียงและยกเข่าขึ้นชิดอก   ซึงฮยอนกลั้นหายใจก่อนจะละสายตาออกจากมัน   เขาเดินเข้าไปหาร่างนั้นและปัดปอยผมออกจากหน้าผาก  

 

"มันบัง...  แสงไม่สวย"

 

จียงเพียงแค่เงยขึ้นสบตากับอีกฝ่าย   ร่างสูงตั้งใจจัดผมของเขาให้เข้าที่เข้าทาง   ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดที่ลำคอ   ใบหน้าชิดใกล้อีกเพียงไม่กี่เซนติเมตร   เป็นความจงใจของใครที่เอียงหน้าในองศานี้   ต่างฝ่ายต่างมองริมฝีปากของกันและกัน  อากาศระหว่างสองเรียวปากถูกเบียดอัดจนคับแน่น   อีกครั้งที่ยืนอยู่ริมเส้นแบ่งบาง ๆ ..เพียงแค่โน้มเข้าหากันเท่านั้น  

 

 

 

อยู่ใกล้กันเพียงแค่ลมหายใจกั้นแต่มันกลับไกลราวกับคนละมิติ

 

 

 

ทั้งสองเลื่อนสายตามาประสานนิ่ง   แสงสีในดวงตาบ่งความหมายแต่พลันก็มลายหายไปในชั่ววินาที   ความจริงบางอย่างเตือนให้หยุด   ทั้งสติและเหตุผล   ต้องทำเหมือนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น...ไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น..   ร่างเพรียวเบือนสายตาออกไปแทบจะทันที   จียงโยนห้วงคิดออกไปนอกหน้าต่าง

 

"นั่งตามสบายนะ...ไม่ต้องมองกล้องก็ได้"ซึงฮยอนข่มเสียงนิ่งก่อนเดินกลับไปยังที่มุมเดิมและยกกล้องขึ้นส่อง   เขาเลื่อนชัตเตอร์จนสุด   หมุนเลนส์อยู่สองสามครั้ง..ทีละนิดทีละหน่อย     ใบหน้าด้านข้างของควอนจียงรับแสงสลัวจากหน้าต่าง   แสงจับไล้สันจมูกจรดริมฝีปากจนคมคาย   เงาของขนตาทาบทับลงบนแก้มซีด  

 

 

ลั่นกล้องครั้งที่หนึ่ง..

 

เขาขยับเข้าไปสองสามก้าวและเปลี่ยนโฟกัส   เลื่อนฟิล์ม..ดันชัตเตอร์..วัดแสงอยู่ครู่   ควอนจียงเปลี่ยนอิริยาบถเล็กน้อย   ร่างเพรียวก้มหน้าลงมองพื้นเตียง   สายตาเบนเบือนจากหน้าต่าง   ซึงฮยอนขยับเลนส์จนเห็นครึ่งตัว..แสงที่กระทบเส้นผมน้ำตาลอ่อนดูนุ่มนวลจนเขาพอใจ

 

 

ลั่นกล้องครั้งที่สอง..

 

จียงเงยหน้าขึ้นมองเต็มตา   หัวคิ้ว..รูปคาง   ริมฝีปากอิ่มราวกับจะพูดอะไรสักอย่าง..แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงเล็ดลอดใด ๆ       แววตาของอีกฝ่ายดูนิ่งทว่าวูบไหว   ซึงฮยอนกลั้นลมหายใจเพื่อไม่ให้กล้องสั่น   เขาเก็บบรรยากาศนี้ลงแผ่นฟิล์มอย่างไม่ลังเล   ใบหน้าตรงระยะประชิดเพียงรูปเดียว   หลังจากเขาลั่นชัตเตอร์ไปแล้ว..ไม่มีรูปไหนที่จียงหันมามองกล้องอีก

 

 

 

 

ไม่มี...

 

+++

.

โต๊ะมุมห้องกลายเป็นที่นั่งประจำของพวกเขา  บางครั้งก็มีแขกสาวสวยมานั่งด้วยบ้าง...บางครั้งก็ไม่มี   เครื่องดื่มประจำของเขาก็คือเบียร์   ตอนนี้เขารู้สึกชินชากับรสชาติของมันและเริ่มเข้าใจนิด ๆ ว่ามันอร่อยที่ตรงไหน   ทุกวันเขาจะนั่งมองจียงละเลียดฟองเบียร์  ยกนิ้วมือไล้ขอบแก้วอย่างเลื่อนลอยพลางพยักหน้าไปกับบทสนทนาระหว่างเขากับผู้หญิงมากหน้าหลายตา   ทั้งที่เจ้าตัวได้ชื่อว่าเพลย์บอย..เสือผู้หญิงแต่ซึงฮยอนกลับเห็นว่าควอนจียงแค่นั่งไขว่ห้าง ยิ้มมุมปากและจิบเบียร์โดยที่ไม่ได้ข้องแวะกับผู้หญิงคนไหนเลย      ผู้หญิงพวกนั้นแวะเวียนมานั่งที่โต๊ะเขา..แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่คุ้นเคยกับพวกหล่อน   แต่ในความเงียบระหว่างเขาและจียงท่ามกลางเสียงดนตรีอึกทึกในผับ..พวกหล่อนช่วยให้เขาไม่รู้สึกแย่เกินไปนัก  

 

มันเป็นอย่างนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร..  พอเข้ามาในผับ..เหมือนจียงอารมณ์ไม่ดี..  

 

เหตุผล ? ...........เขาไม่รู้

 

เขาคุยกับคนอื่น..จียงเงียบ  

 

กลับออกจากผับด้วยความมึนตึง...บนแท็กซี่.....และสุดท้ายก็อดใจไม่ได้ที่จะขโมยผิวแก้มของอีกฝ่าย......วันต่อมาก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น   งี่เง่า ? .....ใช่   ...และวันนี้ก็เป็นเหมือนเดิม.. ฉากเดิมซ้ำ ๆ ที่คุ้นตา..แต่ไม่เหมือนเดิม 

 

"นายดื่มขนาดนั้น.."ร่างเพรียวเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเบียร์ไพน์ที่สามเริ่มพร่องและทั้งหมดคือปริมาณที่ซึงฮยอนดื่มเพียงคนเดียว   เขาจิบเครื่องดื่มจากขวดแก้วในมือมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว

 

"ที่นายดื่มน่ะเรียกว่าอะไร ? "

 

"วอดก้า.."

 

"ผมขอวอดก้าแบบนี้ที่หนึ่ง"ซึงฮยอนบอกบริกรที่เดินผ่านพลางชี้ไปที่ขวดในมือของร่างเพรียว   จียงยกมือขึ้นห้ามแต่บริกรโค้งและเดินตรงไปที่บาร์โดยไม่สนใจเขา

 

"นายดื่มเบียร์ไปขนาดนี้แล้ว..ดื่มวอดก้าไม่ไหวหรอกน่า"

 

"ฉันไหว..."เขาพูดสั้นห้วน..รู้สึกร้อนระรัวขณะกระดกเบียร์อึกสุดท้าย   ทั้งที่เบียร์เย็นและนุ่มแต่มันกลับแผดเผาเขาอยู่ลึก ๆ    วันนี้ก็ต้องเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม..เป็นอย่างเดิมเรื่อยไป

 

"ว้าวบังเอิญจังเลย  นั่งที่เดิมเลยนะเนี่ย   พวกฉันนั่งด้วยได้หรือเปล่าเอ่ย ? "เสียงใสของเด็กสาวสามคนดังขึ้นตรงหน้า...   ซึงฮยอนรู้สึกว่าเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน..   พวกหล่อนจัดแจงนั่งลงระหว่างสองชายหนุ่มโดยไม่รอคำตอบ  ควอนจียงเพียงแต่หัวเราะเบา ๆ และคุยทักทายเล็กน้อย   เด็กสาวท่าทางใสซื่อที่สุดในกลุ่มรินเบียร์ให้ตนเองและหันมามองซึงฮยอน

 

"จำฉันได้ไหม ?  ยูนอาไง และนั่นก็แทยอนกับซึลกี"เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นข้าง ๆ เขา   หล่อนพยักพเยิดให้สาวอีกสองคนที่กำลังคุยกับจียง   ใบหน้าที่ได้รับการแต่งแต้มมาอย่างสวยงามขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นแต่น่าแปลกที่เขากลับมองเห็นเพียงเส้นเบลอ ๆ บนหน้าขาว ๆ    รอยยิ้มหวานฉ่ำนั่น..มีไว้ให้เขาอย่างนั้นเหรอ ?

 

"ให้ฉันดื่มเป็นเพื่อนนะ"มือของหล่อนยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มเพื่อเอาใจ   ซึงฮยอนเบือนสายตาไปยังบริกรซึ่งกำลังยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ

 

 น้ำสีใสคล้ายน้ำเปล่าแต่ได้กลิ่นผลไม้อ่อน ๆ   เขายกขึ้นดื่มพรวดเดียวแต่ก็ต้องสำลักกับรสชาติบาดคอ   มันไม่มีอะไรเหมือนเบียร์เลย   เบียร์นั้น...แรกรสออกขมก็จริงอยู่แต่หลังจากนั้นมันจะทิ้งความนุ่มไว้ในปาก   แต่เจ้าวอดก้าในขวดนี้..หอมใส..รสหวานเมื่อลิ้นแตะทว่าเมื่อกลืนมันผ่านลำคอ...ซึงฮยอนรู้สึกร้อนลากเป็นทางยาว   ไฟลุกโชนจนเขาต้องสำลัก..บาดคอ

 

"อุ้ย..เหล้าแรงไป ? "ยูนอาส่งเสียงทักพลางหัวเราะออกมาเล็ก ๆ    ซึงฮยอนนั่งเงียบขณะดื่มอึกใหม่...คราวนี้เขาดื่มช้า ๆ และประนีประนอมกับฤทธิ์ร้อนมากขึ้น   รสชาติของมันกำซาบมวลในช่องปาก..ดีขึ้น   เขายกขึ้นดื่มอีกครั้ง   เสียงพูดคุยแหลมสูงของเด็กสาวดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แข่งกับเสียงดนตรี   ยูนอากระแซะเข้ามาใกล้อีกก่อนจะสอดแขนกับร่างสูง   หล่อนยิ้มและหัวเราะขณะสั่งวอดก้ามาอีกสองที่

 

ตลอดเวลาซึงฮยอนนั่งดื่มเงียบ ๆ    ร้อนรุ่มที่กลางอก..แต่เขาก็หยุดดื่มไม่ได้  

 

"ฉันบอกแล้วให้นายเลิก"จียงพูดขึ้นพลางสบตา   เขาสังเกตมานานแล้วว่าซึงฮยอนกำลังหัวหมุน   ใบหน้าแดงก่ำและดวงตารื้นฉ่ำ..

 

...เมามาย  

 

ซึงฮยอนมองดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นตอบ   แม้ว่าแสงไฟจะฉาบเลนส์แว่นของเขาแต่เขามองเห็นชัดเจนว่าจียงกำลังขมวดคิ้ว   น้ำใสในขวดของจียงพร่องไปถึงคอขวดเท่านั้น   ต่างกับของเขาที่ตอนนี้หมดไปแล้วสองขวด  

 

"ฉันกลับไปดูวงนั้นมาใหม่..  คุณเหมือนทาบิจริง ๆ นะ"

 

"คราวที่แล้วกลับไปก่อนยังไม่ได้ทันได้ถอดแว่นเลย"     

 

"ต้องไปที่ห้องใช่ไหมล่ะ ? "ยูนอาหันมาจ้องหน้าเขา   ซึงฮยอนดื่มอึกสุดท้ายจากขวด..มือใหญ่เอื้อมวางลงบนโต๊ะ   เขามองควอนจียงที่กำลังเซ็นชื่อลงบนบิล..   เตรียมจะกลับอีกแล้วใช่ไหม ?    แล้วนายก็จะหนีฉันไป..เหมือนเดิม ๆ    พยายามสลัดฉันให้พ้น..แย่แค่ไหนที่ไล่ตามเท่าไรก็ไม่เป็นที่ต้องการ

 

"คุณต้องเลือกแล้วล่ะ..ว่าจะไปถอดแว่นที่ห้องฉัน ห้องซึลกีหรือว่าของแทยอน ? "ยูนอาพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มเจือความมั่นใจ  เด็กสาวสองคนที่เหลือต่างก็จ้องมองเขาเป็นตาเดียว  รอคอยกับคำตอบ..  

 

ซึงฮยอนจ้องควอนจียงซึ่งกำลังเก็บบัตรลงกระเป๋าเงิน   ชายหนุ่มร่างสูงลุกขึ้นยืนในฉับพลันและจับต้นแขนของอีกฝ่ายพลางออกแรงฉุดให้ลุกขึ้น   เด็กสาวทั้งสามมองการกระทำของซึงฮยอนอย่างไม่เข้าใจ   ร่างสูงบีบมือแน่นพลางกระชากจียงให้ออกเดิน   ร่างเพรียวหันมองสามสาวเป็นเชิงลา   สามสาวอ้าปากค้างและแสดงความงุนงงออกมาชัดเจน   พวกเขาฝ่าคลื่นนักท่องราตรีออกมาอย่างทุลักทุเลแต่ซึงฮยอนไม่มีการปล่อยมือ

 

 

หมอนี่เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ?

 

"นายทำอะไร ? "

 

"ถ้าฉันไม่ดึงนายไว้..นายก็จะเดินหนีฉันอีก   ปัดฉันไปอีก..   ฉันเป็นอะไรของนายกันแน่...กลางวันมาหาแล้วกลางคืนก็ทิ้งไปไม่ไยดี ?  ? "

 

เสียงพึมพำของซึงฮยอนแทบฟังไม่ได้ศัพท์   ร่างสูงโงนเงนพลางถ่ายน้ำหนักลงพิงควอนจียง  

 

"นายเมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว   กลับห้องไปเถอะไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน"จียงผลักร่างหนาเข้าไปในรถแท็กซี่ที่จอดรอผู้โดยสารหน้าผับ   ร่างของชายหนุ่มพิงเบาะอย่างเหนื่อยอ่อน..จียงปิดประตูหลังจากขึ้นไปนั่งที่เบาะข้าง ๆ    ซึงฮยอนเอนกายมาพิงที่ไหล่ของเขาหลังจากรถกระชากตัว

 

"ไปหอพักเอสบีเค"จียงบอกกับโชเฟอร์

 

เขาได้กลิ่นหอมหวานของวอดก้าจากลมหายใจของอีกฝ่าย   เขาพลิกใบหน้านั่นขึ้นพิศดู  ริมฝีปากขยับงึมงำ   ดวงตาคมคายหลับใหลอยู่หลังแว่นตาโบราณ  จียงสังเกตเห็นว่ามีรอยถลอกที่กรอบแว่น   คงใช้มานาน..มันถึงดูสมบุกสมบันและเก่าได้ขนาดนี้  

 

"ไปที่ห้องนาย.."

 

นัยน์ตาคมโค้งจ้องเขากลับมาผ่านเลนส์  

 

"...ฉัน... จะถอดแว่นที่ห้องของนาย"ร่างสูงหรุบสายตาลงมองความมืดในตัวรถ "........เข้าใจไหม.."

 

"ให้ตายสิ..นายเมาเป็นบ้าซึงฮยอน"เขาปัดมือใหญ่ที่กำลังโอบไหล่ของเขาให้เข้าใกล้   เสื้อกันลมตัวโคร่งมีพื้นที่ว่างมากพอให้สอดมือเข้ามา  ลูบผ่าน...ฟ้อนเฟ้น 

 

จียงรู้สึก...จียงกำลังรู้สึก

 

"เชวซึงฮยอน !  ! "จียงกัดฟันกระซิบเสียงหนัก..พลางเหลือบมองกระจกมองหลังอย่างตระหนก

 

ซึงฮยอนสอดสองมือขึ้นไปที่สะบักไหล่ทั้งสองข้างของควอนจียง   เกาะกุมแน่น...เขาเห็นสายตาของคนขับรถที่เพ่งมองผ่านกระจกมองหลัง   ร่างเพรียวพยายามผลักชายหนุ่มให้ออกห่างแต่...ความร้อนจากฝ่ามือซึ่งทาบบนสองไหล่กำลังทำให้เขาหลงลืม   กองเพลิงดวงเล็ก ๆ กำลังระวิระวี  

 

"อย่า..."

 

"คุณครับถึงเอสบีเคแล้วครับ.."เขาหันมองผู้โดยสารที่เบาะหลัง   คนที่ตัวโตกว่าโถมคร่อมอีกฝ่ายไว้อย่างแนบแน่น...ไม่เดาก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร...หนุ่มสาวสมัยนี้ใช้ไม่ได้  

 

"ซึงฮยอนถึงหอนายแล้ว   ปล่อยฉัน...แล้วลงไป.."ควอนจียงสังเกตเห็นสายตารังเกียจของคนขับผ่านกระจก   มันปรากฏขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปกับความมืด   ชายคนขับรถเบือนหน้าไปยังพวงมาลัยและแสร้งทำเป็นไม่เห็นภาพด้านหลังเบาะ   

 

 

 

จียงหน้าชา....เขาไม่เคยได้อับอายขนาดนี้มาก่อน   ซึงฮยอนยังไม่ปล่อยเขา   หมอนี่เอาแต่กอดและพร่ำพูดอยู่กับลำคอของเขา   รู้สึกได้ถึงริมฝีปากนุ่มหยุ่นที่ซุกเบียดอยู่ริมหู..ความเปียกชื้นเล็ก ๆ

 

 

 

"จะเอาไงดีครับคุณ   จะลงไปพร้อมกันเลยดีไหมครับ"

 

ควอนจียงไม่สามารถสบตาของคนขับรถได้อีกต่อไป   รู้ดีว่าแท็กซี่กำลังไล่พวกเขาทางอ้อม..    ขอบคุณที่ตอนนี้เป็นกลางคืน...    ถ้าเป็นกลางวันเขาแบกรับไม่ไหว..สายตาแบบนั้นมันรุนแรงเกินไป    อย่างน้อยความมืดและแอลกอฮอล์ก็ช่วยอำพราง

 

เขาหลับตาลง...   เขาต้องบ้าไปแล้ว   ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ...   คนขับกำลังมองอยู่แท้ ๆ    สองมือโอบร่างหนาของอีกฝ่ายตอบ   เขากำลังจะคลายเชือกที่ผูกรัดสติกับเหตุผลเข้าไว้ด้วยกัน  

 

"เลี้ยวแยกหน้า...ตึกริมท่าเรือ   จอดที่นั่น..."

 

+++

.

"ถอดรองเท้าก่อน"เขาแบกน้ำหนักส่วนหนึ่งของซึงฮยอนไว้บนบ่า   ควอนจียงทิ้งร่างสูงลงบนเตียงก่อนจะก้มลงดึงรองเท้าผ้าใบออกทั้งสองข้าง   เขาชะงักมือลง..ควอนจียงกำลังถอดรองเท้าให้คนอื่นอย่างนั้นเหรอ

 

 

คนอย่างเขาเนี่ยนะ ?

 

 

มือเรียวโยนรองเท้าไปด้านหน้าก่อนจะปล่อยให้ซึงฮยอนนอนแผ่บนเตียง   เขาดึงเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ออกและพาดไว้กับโต๊ะเขียนหนังสือ  ....หยุดมองชายหนุ่มซึ่งกำลังส่ายหน้าเชื่องช้าราวกับว่ากำลังทรมาน   ขมวดคิ้วแน่นและหลับตา   จียงลุกขึ้นเดินเข้าไปหลังบาร์ก่อนจะกลับมาพร้อมอ่างน้ำและผ้าขนหนู

 

ผมสีดำสยายบนหมอนสีขาว..แว่นตานั่นดูเกะกะชะมัด   เพียงไม่นานแว่นกรอบดำก็พับเรียบร้อยบนโต๊ะหัวเตียง   เผยโค้งตาละมุนกับขนตายาวเรียงสวย..   จียงไล้ปลายนิ้วไปบนโครงหน้าคมสันจนมาหยุดอ้อยอิ่งที่เรียวปาก

 

 

 

ซึงฮยอน...ถ้านายเป็นผู้หญิงจะดีแค่ไหนนะ ?

 

 

 

 

"...อือ...จียง"เสียงห้าวหนักครางแหบ   เปลือกตาขยับขึ้นมอง   ร่างเพรียวทรุดลงนั่งที่ขอบเตียง ในมือถือผ้าขนหนูชุบน้ำหมาด ๆ    เขาใช้มือเดียวปลดกระดุมเชิ้ตเทา   สาบเสื้อแยกออกกว้าง...เขาออกแรงเช็ดทั่วแผ่นอก   ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย   ผ้าเย็นยังลากไล้ผ่านผิว..

 

"จียง..ฉันต้องวิ่งอีกใช่ไหม ?    ฉันต้องวิ่งต่อไปใช่ไหม ? "

 

"นายพูดเรื่องอะไรน่ะ ?    ซึงฮยอน..เฮ้ ? "ควอนจียงวางผ้าขนนุ่มก่อนจะยื่นมือไปแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย   ดวงตาคมคายจ้องมองกลับมา   มือข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสที่ต่างหูข้างซ้ายของร่างเพรียว   ปลายนิ้วของซึงฮยอนเลื่อนแตะอย่างแผ่วเบา..   จียงไม่เชื่อว่าคนเมาจะยั้งแรงมือได้นุ่มนวลแบบนี้...มันราวกับว่าซึงฮยอนคุมสติไว้ได้ครบถ้วน

 

เขาก้มหน้ามองร่างเบื้องใต้   ชายหนุ่มกับนัยน์ตาคมบาด..แต่ตอนนี้เชื่อมแสงลงปรอยหวาน   จียงรู้สึกเหมือนกำลังมองภาพวาด   ลายเส้นที่ตวัดลากคิ้วหนา..สันคาง...จมูก...รูปคางดูวิจิตรและบรรจง   เขาเคยนึกชมหมอนี่ว่าไงนะ...

 

สวย ?

 

ใช่..สวย...

 

ปลายนิ้วของอีกฝ่ายเลื่อนลงรั้งให้จียงทาบทับ   ร่างกายเบาหวิวยามเมื่อปล่อยตนให้ตกอยู่ในอ้อมกอด   เสียงทุ้มใหญ่กระซิบระลอกแล้วระลอกเล่าริมหู  

 

..อ่อนหวานอย่างท่วมท้น  

 

 

"จียง...ฉันรู้ว่า...ก็ผู้ชาย..สอง....แต่...รั...ไม่....ได้เหรอ"ชายหนุ่มกระซิบเสียงต่ำ..มันต่ำจนจียงฟังออกแค่คำบางคำ "ฉะ..ฉันขอแค่..ดะ....นา..ย"มือสองข้างของซึงฮยอนประคองใบหน้าอีกฝ่ายไว้   กึ่งบังคับให้โน้มริมฝีปากลงประทับแต่จียงรู้ดีว่ามือของซึงฮยอนเพียงแตะลงหลวม ๆ    

 

การที่ปากแนบปากคือความตั้งใจของเขาเอง..  

 

เรียวลิ้นแทรกผ่านนุ่มนวล..เขาเพียงแค่อยากจะให้ความรู้สึกนำพาไปเท่านั้น   ลมหายใจคละเคล้ากลิ่นวอดก้าผลไม้อวลตลบกับโคโลญจ์ของซึงฮยอน   ผสานกันอย่างแยกไม่ออก..  เขารูดซิปด้านหน้าของเสื้อกันลมเปิดจนสุด   เสื้อกล้ามตัวบางแนบเนื้อเป็นตัวกั้นระหว่างแผ่นอกและมือร้อน   เขาหลับตาลงปล่อยให้เปลวไฟจากฝ่ามือของซึงฮยอนลามลุกไปทั่ว   เขาเพียงแต่ขบเน้นริมฝีปากไปตามแนวคางของร่างสูง   เขาได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟ..มันไม่ใช่กลิ่นเดิมกับตอนนั้น...   เขาไม่รับรู้ตอนนี้ว่ามันชื่อว่าอะไร...

 

 

 

 

รู้แค่ว่ามันปลุกเร้า...เหลือเกิน

 

 

 

 

ภาพขาวโพลนกำลังหลากเชี่ยว   เพียงแค่หลับตาสีสันพลุ่งพล่านแทรกมโนนึก..  ปฏิเสธไม่รับรู้สะโพกซึ่งแนบชิด..    ปฏิเสธท่าทางที่น่าอับอายของตนเอง..   อัดอั้นแต่หาทางออกไม่ได้..เขาจูบกันอีกครั้ง..   จียงเกยคางบนอกกว้างพลางทอดถอนหายใจ   นิ้วกร้านของซึงฮยอนเชยใบหน้าเขาขึ้นให้รับจูบอีกครั้ง   เขาควรจะดีใจหรือเสียใจดี..นักเรียนที่เขาเคยสอนจูบได้ดีขนาดนี้..

 

ร่างกายขยับเสียดสีแม้กางเกงยีนส์จะเป็นอุปสรรค..ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ข้างล่างนั่น   เขาเองก็เป็นผู้ชาย...เขารู้ว่าอะไร..คือ...อะไรและทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้..ทราบดีแก่ใจว่าต้องทำอย่างไรจึงจะไขว่คว้าถึงจุดยอดปรารถนา

 

"อย่า..ขยับ  อือ...."ร่างเพรียวออกปากห้ามเพราะแรงเบียดที่ยัดเยียดเข้ามาให้สัมผัสถึงส่วนสัดได้ชัดเจน   หวามไหวเข้าผลักดัน..กลับกลายเป็นความรู้สึกต้องห้าม   ซึ่งกันและกัน...บดเวียนผ่านเนื้อผ้า   ความรู้สึกแบบนี้จากโคนสุดปลาย..จียงคิดว่าเขาพร้อมที่จะไปได้ทุกเมื่อ

 

 

 

รื้น..ปริ่ม..เจียนหลั่ง..  

 

 

 

 

บินโบยในปุยเมฆ...  

 

 

คืนนี้เขาไม่จะไม่นึกถึงอะไรทั้งนั้น..เพราะมันเป็นแค่ความฝัน   แม้จะรู้ว่าหลังจากตื่นขึ้นแล้วอาจจะต้องเสียใจหรือเจ็บปวดแต่ขอแค่เวลานี้ที่หลีกเร้นเข้าไปในม่านฝัน   ความฝันที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง..

 

 "...มาทำให้เหมือนกับเป็นความฝันกันเถอะนะ.."จียงกระซิบก่อนเลื่อนมือลงปลดกระดุมแล้วตามด้วยซิป....  

 

+++

 

 

 

 stay tuned.

 


 

 

 

 

 

...ถึงคุณ monkey (ความเห็นที่17 ของเอนทรีนี้)

ที่สอบถามเรื่องนวนิยายเข้ามานั้น ถ้าคุณยังติดตามอ่าน คงจะเห็นข้อความนี้

ดิฉันไม่เข้าใจข้อความที่ว่าต้องการ "ศึกษา" และไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์เพื่ออะไร

ดังนั้นจะให้ดิฉันส่งอีเมล์กลับไปหาคุณ คงไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจและไม่รู้ด้วยว่าจะเขียนสิ่งใดลงไป

ถ้าหากคุณต้องการ "ศึกษา" จริง ๆ กรุณาระบุจุดประสงค์หรือรายละเอียดมากกว่านี้

เรียนมาเพื่อทราบ

ENIGMA