[BB.fic] Erosphobia #5
posted on 04 Jul 2009 16:39 by sussurro in fictionกรุณากด F5
.
Title: Erosphobia #5
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr
+++
‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'
Robert Frost
#5
.
.
เขานั่งอยู่ในห้องยามเย็นกับเชวซึงฮยอน..
บรรยากาศในห้องอวลไอด้วยความเงียบงัน ร่างเพรียวไม่ได้ขยับตัวอีกเลยหลังจากทิ้งตัวลงข้างเตียง สายตามองเครื่องนอนชั่วครู่ก่อนเบือนหนี.. เขาคลายมือจากห่อกระดาษที่นำมาด้วย เจ้าของห้องกำลังวุ่นวายกับกองหนังสือและแผ่นกระดาษบนโต๊ะเขียนหนังสือ ควอนจียงสังเกตเห็นสมุดปกดำสันห่วงซ้อนเร้นอยู่ในกองกระดาษบนโต๊ะ มือใหญ่รีบปิดมันลงอย่างงกเงิ่นและนำซุกลงลิ้นชัก
จียงรู้สึกว่ามันช่วงชิงความสนใจของเขาไปหมดสิ้น ...สมุดนั่น..
"ดื่มอะไรดี?"
"นายมีอะไรบ้างล่ะ?"เขานึกอยากกาแฟร้อนๆสักแก้ว เขาอยากดื่ม..เหลือเกิน อยากดื่ม..กาแฟที่คนอื่นเป็นคนชงให้ ..อยากรู้ว่าเขาจะคิดว่าเรารสชาติเป็นอย่างไร
รสชาติของซึงฮยอนล่ะ?
"ฉันมีน้ำเปล่า กาแฟและก็...เบียร์ที่นายลืมไว้"
ควอนจียงอดขำไม่ได้..เบียร์เมื่อวันนั้น...ยังอยู่อีกหรือ?
"นายไม่ได้ดื่มมันอีกเลยหรือไง?"
ร่างสูงก้มลงค้นตู้ใต้อ่างล้างจานก่อนจะดึงถุงมินิมาร์ทออกมา เบียร์กระป๋องใหญ่สามสี่กระป๋องกระทบกันภายในถุง
"ฉัน...เก็บมันไว้"
"ไม่ล่ะ..ฉันชอบดื่มเย็นๆ ห้องนายไม่มีตู้เย็นนี่?"ร่างเพรียวกวาสายตาไปรอบห้อง.. ชั้นหนังสือ โต๊ะเขียนหนังสือ โคมไฟ เตียงนอน อ่างล้างจาน เคาน์เตอร์ ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ.. ไม่มีเงาของอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรอีก เจ้าของห้องพยักหน้ารับท่ามกลางความเงียบ มือใหญ่ดันถุงกลับเข้าไปในตู้..
ทำไมในใจ..เขารู้สึก...ตื้นเขินขึ้นมา ซึงฮยอนปิดประตูตู้ลงอย่างเชื่องช้า
"หน้าร้อนนายอยู่ได้ยังไงนะ...แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันอยากได้กาแฟ..นายชงนะ"
ชายหนุ่มพยักหน้ารับอีกครั้ง.. ลงมือชงเครื่องดื่มขณะเม้มริมฝีปากนิ่ง น้ำร้อนจากกระติกและกาแฟผง ถ้วยสำหรับกาแฟมีเพียงไม่กี่ใบ เขาเลือกสีดำให้อีกฝ่าย..
"นายชอบแบบไหน.."
"..นายคิดว่าฉันชอบแบบไหนล่ะ?"ควอนจียงกอดเข่าและจดจ้องอยู่ที่ปลายนิ้วของร่างสูง อีกฝ่ายแค่เงียบไปและลงมือชงต่ออย่างเงียบๆ ..มือของซึงฮยอนเรียวยาวและเรียงสวย ชงไม่ค่อยพิถีพิถันนัก.. มันผิดคาดจากลักษณะภายนอกของหมอนั่นนิดหน่อย.. เขาคิด
ซึงฮยอนยกถ้วยสองใบมานั่งใกล้ๆ
"ฉันไม่รู้ว่ามันจะถูกปากนายไหม"
จียงไม่ตอบ.. เขาหยิบถ้วยสีดำตรงหน้าขึ้นมาไว้ในมือ ควันกรุ่นเบาบางลอยตัวขึ้นอย่างละเมียดละไม มันทำให้เขานึกถึงวันนั้น..วันแรกที่เขามายังห้องนี้ ราวกับว่าเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว..ทั้งๆที่...เขาเองมาที่นี่ไม่กี่ครั้ง เจ้าของห้องวางถ้วยก่อนจะถอยไปอีกหลายช่วงตัว ผมเรียบลงน้ำมันจนเยิ้ม..ไม่ว่ากี่ครั้งก็ขัดใจจียงได้ทุกครั้ง
แล้วแว่นนั่นอีก...
"ฉันซื้อต่างหูมาคู่หนึ่ง.."เขาพูดขึ้นก่อนจะจิบน้ำสีเข้มในถ้วยอึกใหญ่ ร้อนวาบที่ปลายร้อนก่อนจะกระจายไปทั่วโพรงปาก.. จียงนึกถึงสัมผัสร้อนบางอย่าง..สัมผัสร้อน...ซึ่งกำจรจายทั่วปากและปลายลิ้น เขาแกะถุงกระดาษออกและหยิบวัตถุสีเงินจิ๋วสองชิ้นออกมา
"นายว่าไง?"
"เห?"ซึงฮยอนไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินเรื่องราวแบบนี้จากปากของควอนจียง เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้เห็นต่างหูคู่นั้น...แต่เขาก็เห็นมัน โลหะสีเงินเรียบเกลี้ยงในมือของอีกฝ่าย เขาจ้องมองพลางไร้คำพูด ต่างหูแบบนี้เรียกว่าสวยได้หรือเปล่า..ถ้าในความคิดของเขามันสวยแต่คนอื่นอาจจะไม่ได้คิด..อย่างที่เขาคิด
เขาลังเล...
"ไม่ชอบเหรอ?"
"ฉันไม่รู้ว่าแบบนี้สวยหรือไม่สวย"
"เอาตามใจนายสิ ...ความรู้สึกของนายน่ะ"
ซึงฮยอนยิ้มออกมาเบาบาง..นั่นสินะจะคิดมากทำไม สีเงินแวววาวเกลี้ยงมนและดูเรืองรองในแสงไฟ ซึงฮยอนขยับเข้ามาใกล้อีกช่วงแขนเพื่อลองแตะมัน เนื้อเย็นซึมซับอยู่ใต้ปลายนิ้วของร่างสูง แต่ยิ่งกว่านั้นคืออุณหภูมิของจียง ซึงฮยอนรีบชักมือกลับ.. เขาเงยหน้ามองอีกฝ่าย ดวงตาเรียวเล็กสบประสานอย่างบังเอิญ
"มันสวยมาก"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแต่กลายเป็นควอนจียงที่หลบสายตาของเขาไป
"..อืม....ฉันให้นายข้างหนึ่ง"
"แต่ฉันไม่เคยเจาะ..."ซึงฮยอนชะลอเสียงลงจนเหือดหายเมื่ออีกฝ่ายดึงเครื่องมือชิ้นเล็กๆออกมา หน้าตาของมันไม่ต่างที่เย็บกระดาษเพียงแต่ว่ามีแท่นเหลี่ยมด้านใน..ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันมีไว้ใส่เข็ม... เขาไม่ชอบเข็ม... เขาไม่ชอบการเจ็บปวด ไม่ชอบการเจาะหรือสักหรือแม้แต่เพ้นต์ชั่วครั้งชั่วคราว
"นายคงไม่ได้หมายความว่า..."
"ใช่...เจาะหูไง?"
.
.
ร่างเพรียวขยับเข้าใกล้ซึงฮยอนมากพอที่จะได้กลิ่นน้ำมันแต่งผมฉุนๆ ...แม้ว่ากลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโชยจางเจือ มือเล็กเช็ดให้อย่างเชื่องช้า.. จียงเปลี่ยนเข็มและสำรวจความเรียบร้อย ร่างเพรียวคร่อมหน้าตักของซึงฮยอนไว้ด้านซ้าย ..พยายามประชิดตัวของอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุดขณะเลือกตำแหน่งเจาะ
ชายหนุ่มร่างสูงหลับตาลง ลมหายใจแผ่วเบาเหมือนสายลมฤดูร้อนรินผ่านผิวแก้มด้านซ้าย ซึงฮยอนได้ยินเสียงของมันในทุกประโยค
"ต้องนวดก่อนจะเจาะง่ายกว่า...แล้วทาครีมอันนี้ให้มันชา"
เรียวนิ้วเย็นเยียบเบียดลงชิดติ่งหูและออกแรงบีบรัด.. เป็นจังหวะ ...ผ่อนแรงหนักเบาและช้าเร็ว ซึงฮยอนรู้สึกถึงกระแสเลือดซึ่งไหลวนตามแรงนวด ครีมเย็นค่อยๆซึมผ่านอย่างเชื่องช้า
จียงรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลั้นหายใจ..
"นายใช้อะไรน่ะ?"
"???"
"ฉันหมายถึง.."จียงแตะนิ้วลงผมดำขลับตรงหน้า เสียงทุ้มอ้อมแอ้มตอบเสียงเบาว่า ..น้ำมันแต่งผม จียงเม้มริมฝีปาก..เขาอยากถามว่าใส่ไปเพื่ออะไรแต่เขาก็เงียบ..
ซึงฮยอนหรุบสายตาลงมองพื้น.. เขาคิดว่าเขารู้ว่าจียงจะพูดอะไร..หรืออย่างน้อยก็กำลังคิดอะไรอยู่ กลิ่นหอมเจือจางของอีกฝ่ายตามมารบกวน กลิ่น...ที่ให้ความรู้สึกถึงความรั้นและเชื่อมั่น
มันเย้าปลายจมูกของเขาตลอดเวลา..
ร่างเพรียวสอดเครื่องไว้ที่ตำแหน่งที่หมายไว้ จียงเล็งอยู่ครู่ใหญ่..
"ฉันถามอะไรอย่างได้ไหม?"
"อาฮะ.."จียงจ้องมองกรอบแว่นหนาเตอะของอีกฝ่ายขณะคิดทวนขั้นตอน
"ทำไมถึงต้องเจาะข้างซ้าย มันมีความหมายเหรอ?"
ควอนจียงชะงักมือครู่เล็กๆ..
"..ได้ยินมาว่า...เจาะข้างซ้ายเป็นผู้ชาย ข้างขวาเป็น..เกย์น่ะ.."
ซึงฮยอนเงียบไปหลายอึดใจ หมายความว่าเจาะข้างซ้าย..คือชอบผู้หญิงและเจาะข้างคือชอบผู้ชายอย่างนั้นหรือ? เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองติ่งหูทั้งสองข้างของจียง ร่างเพรียวตรงหน้ากำลังก้มหน้าก้มตากับเครื่องมือเจาะในมือ
"แล้วถ้าเจาะทั้งสองข้างล่ะ?"
.
.
ริมฝีปากเรียวบางของจียงเม้มสนิท...
เขารู้..จียงคงจะไม่ตอบ
แล้วเขาเองล่ะ...เหมาะกับข้างซ้าย?
+++
.
ดาวบนท้องฟ้าขุ่นมัวราวกับว่าพวกมันกำลังไม่พอใจอะไรสักอย่าง...
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะออกเดินต่อไปยังที่หมาย ตอนหัวค่ำแบบนี้ท้องฟ้าคงไม่เป็นใจเท่าใดนัก หรือว่าฝนกำลังจะตก? เขายกมือลูบผมสั้นๆด้วยความเคยชิน นับตั้งแต่วันนั้นเขาระมัดระวังมากขึ้น ถนน..ในยามค่ำยิ่งอันตราย..เขาเข็ดแล้ว
ร่างโปร่งมองซ้ายมองขวาก่อนจะข้ามฝั่ง ถุงกระดาษยังอุ่นจากเตาในมือของเขา ซึงรีจำได้แม่นว่าแม่เขาฝากมาให้กินทันที ซาลาเปาอร่อยที่สุดก็คือตอนร้อนๆนี่ล่ะ เขาประคองไว้อย่างถนอม สองหูสดับฟังเสียงจากท้องถนนด้านหลัง เครื่องยนต์กระหึ่มแล่นมาหยุดที่ด้านหลัง ไฟสูงสาดแสงจนถนนและตรอกซอกซอยด้านหน้าสว่างชัด เด็กหนุ่ม..สงสัย..และสังหรณ์ใจ
"บ้านอยู่แถวนี้เหรอไง?"เสียงนุ่มอย่างเย็นใจเอ่ยทักขึ้นผ่านหน้าต่างบานทึบ
เด็กหนุ่มรู้สึกว่าเครื่องยนต์ของคนๆนี้ช่างฟังดูเกเรและหาเรื่องอย่างไรพิกล ซึงรีเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นแต่รถคันงามชะลอและขับคลอไปไม่เสียระยะห่าง คนท่าทางกวนบาทายังใส่แว่นดำกรอบใหญ่..แม้ว่านี่จะเป็นเวลากลางคืน
"ไม่มีปากเหรอไง?"
".........................."ซึงรีรู้สึกว่าซาลาเปาในมือร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"หรือ...ว่ากำลังหาเหยื่อ?"ร่างในรถยื่นข้อศอกออกมานอกห้องโดยสารพร้อมกับหยุดรถลง ร่างโปร่งเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าวก่อนจะถอยกลับมาพูดเสียงแข็ง
"เหยื่อ..? นายคิดว่าฉันเป็นพวกต้มตุ๋นหรือไงวะ?"เด็กหนุ่มหันมาประจันหน้ากับคนในรถ รอยยิ้มยียวนจุดขึ้นเบาบางทำให้ซึงรีรู้สึกว่าตนเองหลงกลเข้าเสียแล้ว
"ก็มีปากนี่นา..."เสียงนุ่มนั่นพูดขึ้นมาเสียงเบาแต่มันดังพอที่จะทำให้ซึงรีรู้สึกเหมือนตนเป็นเด็กเล็กๆ
เด็กหนุ่มสูงโปร่งขยับถุงในมือก่อนจะหันไปอีกทาง ไม่สบอารมณ์เสียเลยเมื่อเจอหน้าไอ้หมอนี่ รู้หรอกว่าไอ้รถคันเงาปลาบแบบนี้น่ะมันไม่ใช่กระจอกๆแต่คนข่มคนอื่นแบบนี้มันน่าหมั่นไส้ ยิ่ง..ไม่เห็นหัวคนอื่นยิ่งน่า..
"นั่นอะไรน่ะ?"
"ขยะ.."เสียงสั้นห้วนจนอีกฝ่ายนึกขัน ซึงรียังคงเมินหน้าไปอีกทางและกำลังจะสืบเท้าออกไป เสียงหัวเราะเล็กดังขึ้นก่อนที่ชายในรถจะเอื้อมมือดึงถุงจากซึงรีอย่างง่ายดาย
"เฮ้..เอาคืนมา นาย..."
"ขยะไม่ใช่หรือไงล่ะ? ฉันจะเอาไปทิ้งให้แล้วกัน"มือขาวโบกท้าทายออกมาจากรถขณะที่กระจกฟิล์มทึบเลื่อนตัวขึ้นปิดสนิท รถสีดำมันวับเร่งเครื่องอย่างเชื่องช้า...ซึงรีรู้สึกว่ามันเหมือนเยาะเย้ยอย่างบอกไม่ถูก โง่อะไรอย่างนี้..ถืออยู่กับมือแท้ๆยังถูกฉกไปต่อหน้าต่อตา เด็กหนุ่มง้างขาหวังจะเตะตัวรถ มันเคลื่อนจากไปอย่างหวุดหวิด.. ซึงรีมั่นใจว่าใบหน้าสุดท้ายที่เขาเห็นกำลังยิ้มเย้าอย่างจงใจ
..สะใจ...?
ไอ้บ้าเอ้ย...ปลายเท้าของเขาสะเปะสะปะเตะก้อนหินบนถนนอย่างขุ่นเคือง อย่างมากก็แค่กระเด็นไปอีกสองสามก้าว ไม่มีก้อนไหนไปถึงรถเฮงซวยที่เพิ่งจากไป ..ฝนเม็ดเล็กๆระบายบางจากม่านฟ้า ร่างโปร่งสบถออกมาเสียงดังก่อนจะวิ่งไปที่ตึกปลายทาง
ดวงดาว..กำลังไม่พอใจอยู่จริงๆสินะ
+++
.
..มีเสียงทะลุของบางอย่างดังขึ้นและหลังจากนั้น..ต่างหูข้างนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึงฮยอนลูบวัตถุแปลกปลอมที่ฝังอยู่ปลายหูของเขา มันเจ็บน้อยกว่าที่คิดไว้มาก
"อย่าเพิ่งโดนน้ำสักสามวัน..ฆ่าเชื้อบ่อยๆ"ควอนจียงผละออกและส่งเครื่องมือให้อีกฝ่าย กลิ่นหอมนั้นหายไป...อย่างน้อยก็ชั่วครู่
ซึงฮยอนรับมาถือไว้...งุนงง
ร่างสูงเปลี่ยนเข็มอย่างเก้กัง มันดูน่ากลัวเมื่ออยู่ในมือของเขาเอง เข็มปลายแหลมและดูคมวาววับ ซึงฮยอนมองเครื่องมือแล้วชั่งใจ เขาขยับเข้าใกล้ควอนจียง..พยายามไม่สัมผัสถูกร่างนั้นแม้แต่ปลายผม
"นาย...จะเจาะข้างไหน?"เสียงทุ้มหนักถามขึ้นอย่างแผ่วเบา เท่าที่เห็น..ควอนจียงเจาะอยู่แล้วทั้งสองข้าง
ร่างเพรียวเงียบ..
"นายคิดว่าไง?"จียงช้อนตาขึ้นมอง ยากที่จะเดาใจว่าเจ้าตัวอยากจะตอบว่าอะไร เขาเป็นคนถามแท้ๆแต่ทำไมถึงรู้สึกอึดอัดราวกับเป็นคนถูกถามเสียเอง ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองเขานิ่ง
นายต้องการอะไรนะควอนจียง?
ซึงฮยอนตัดสินใจดึงสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดปลายหูข้างซ้ายของจียง ชายหนุ่มทัดปลายผมของจียงไว้หลังใบหูเพื่อให้มองเห็นได้ถนัด ...หูบางจริงนะ
"ถอดได้ไหม....แว่นน่ะ?"ร่างเพรียวหรุบตาลงก่อนจะเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง
"เห?"
"ฉัน...เอ่อ...ช่างมันเถอะ"ควอนจียงปัดมือขึ้นในอากาศและเบือนหน้าไปอีกทาง อะไรบนโลกนี้ทำให้เขามานั่งอยู่ที่ตรงนี้ ...สั่นไหวไปกับความร้อนจากปลายมือของอีกฝ่าย ...ผู้ชายอีกต่างหาก เขาคิดว่าเขารู้ว่าเพราะอะไร...แต่พร้อมที่จะปฏิเสธเหตุผลและแกล้งไม่รู้ไม่ชี้อีกสักพัก จียงเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันมองซึงฮยอนอีกครั้ง
ร่างสูงทอดมองเขาด้วยความสงสัย จียงเห็นมันได้อย่างชัดเจน..เมื่อไร้กรอบแว่นเชยๆนั่น มือใหญ่ดึงขาแว่นสีดำพับอย่างเชื่องช้าก่อนจะวางลงบนเตียงด้านข้าง สายตาคมคายหาได้ละจากเขา.. เสียงตึกตักในอกดังขึ้นทวี
หมอนี่สวย...
ชาตินี้..จียงไม่คิดว่าจะได้ใช้คำว่า ‘สวย' กับผู้ชายคนไหน
แต่ดวงตาและเรียวคิ้วคมเบื้องหน้าช่างรับกับสันจมูกโด่ง ริมฝีปากคลี่เหยียดอย่างพริ้มพร้อม สิ่งหนึ่งเขาเห็นว่าน่าหลงใหลที่สุดคือเกล็ดประกายซึ่งกลิ้งไหวในนัยน์ตา ...น่าหลงใหลอย่างนั้นหรือ?
"..ฉันถอดแล้ว เอ่อ...ถ้ากดลงไปแล้วนายเจ็บ..ต้องบอกฉันนะ"
เขาพยักหน้ารับ..
อีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าใกล้ สายตาคมละจากไปจากใบหน้า ควอนจียงเลือกที่จะสำรวจขนตายาวนั่นท่ามกลางความเงียบ ซึงฮยอนนวดครีมเย็นด้วยสัมผัสที่แผ่วเบาก่อนจะเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ครั้งสุดท้าย
"มันนุ่มแล้วล่ะ..."ซึงฮยอนพูดขึ้นเสียงเบาก่อนจะเลื่อนเครื่องมือให้ตรงตำแหน่ง อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเขาจะกดมันลงไป..
เสียงตันทึบดังขึ้นหนึ่งครั้ง..จียงยิ้มบางและส่ายหน้า
"ไม่เจ็บสักหน่อย"
ซึงฮยอนเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อจะนั่งลง เขามองผลงานของเขาเองบนใบหูนุ่มนิ่ม.. เส้นพลาสติกสีดำเส้นเล็กสอดผ่านเนื้อบาง เขาจ้องมองอยู่เท่านานจนไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายก็เหลือบมองเขาอยู่เช่นกัน ดวงตาเรียวเล็กขยับเข้าใกล้จนซึงฮยอนได้กลิ่นหอมจางๆนั่นอีกครั้ง
ริมฝีปากนั่น..ชักจะเบียดชิดมากเกิน..น ไป..
ซึงฮยอนไม่โง่ขนาดที่จะไม่รู้จุดประสงค์ของสัมผัสเบื้องหน้าแต่สุดท้ายแล้ว..เขาก็ไม่ได้ที่จะผงะผละห่าง มันไม่ใช่... มันไม่ใช่เรื่องที่ควร... เขานึกถึงสิ่งที่จะใช้เรียกจียง ..เพื่อน? ..เขาเป็นเพื่อนของควอนจียง ..หรืออาจจะกำลังเป็นเพื่อน... ร่างสูงถอยไปด้านหลังและส่งเสียงขลุกขลักในลำคอ ควอนจียงหยุดชะงักลงและเบือนหน้าไปอีกทาง สีหน้าและแววตาของคนร่างเล็กวูบหนึ่งทำให้ซึงฮยอนรู้สึกใจหาย
เขารู้สึกผิด..
.
.
เพียงไม่นานจียงกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและแห้งผาก ศีรษะทุยก้มลงมองพื้นก่อนจะเก็บข้าวของอย่างลวกๆ จนถึงวินาทีนี้เขาเข้าใจความเจ็บปวดของซอนเยในวันนั้น มันอับอายแค่ไหนกัน..สำหรับการเสนอที่ไร้การสนอง เขาอาจจะมาไกลเกินไปสำหรับเส้นขอบของบางอย่าง
พอเถอะจียง..
นี่ก็เหมาะดีแล้วที่จะหยุด.. พรุ่งนี้ควรจะไปหาหมออย่างจริงจังเสียที บางทีสิ่งที่เขากลัว..มันอาจจะเป็นแค่เรื่องของอารมณ์หรือปัญหาทางจิตใจอะไรพวกนั้น ร่างเพรียวกำลังลุกขึ้นยืนแต่มือใหญ่ฉุดรั้งให้เขาต้องทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง ความคิดเมื่อครู่หลุดหายอย่างฉับพลัน ดวงตาคมคายสะท้านเย็นก่อนจะหลอมละลายลงกับแสงไฟ
ควอนจียงรู้สึกเหมือนถูกดูดให้จมลง..
หมุนคว้าง..
ริมฝีปากอุ่นจัดกระชั้นเบียดแนบ ละเลียดอ่อนหวานราวกับกำลังอ้อนวอนให้เขาตอบรับ เสียดลมหายใจลงข้างแก้ม เบาบางเหมือนม่านหมอกแต่เขาหาทางออกจากวงกตอารมณ์นี้ไม่เจอ ชุ่มชื้นเฉียดเรียวปาก..เบา เย้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ประสาแต่แค่นั้น..ก็เกินพอ
เขายอมแล้ว..
ปัง. ปัง. ปัง.
จียงสะดุดกับเสียงเคาะประตูหน้าห้อง กระแทกหนักแน่นเป็นจังหวะ เสียงเด็กหนุ่มตะโกนจากภายนอกเฉกเช่นว่ามาจากที่แสนไกล...พี่ฮะ..ผมเอง...พี่ฮะ
"ไม่เปิดหรือไง?"จียงกระซิบถาม..
ร่างสูงปรายตามองต้นตอของเสียง ใคร่ครวญชั่งใจ... ควอนจียงได้ยินเสียงตาชั่งในความคิดของอีกฝ่ายทำงาน มันกวัดไกวและเชี่ยวกราก
แต่เขารู้ว่ามันจะสยบลงที่เขา..
ร่างเพรียวใช้ปลายนิ้วแตะลงปลายคางของชายหนุ่ม ออกแรงเพียงแผ่วเบา.. ใบหน้าคมนั่นก็หันมาสบตากับเขา เรียวปากของซึงฮยอนเผยอขึ้นแต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา ‘..ไม่หรอก'..ควอนจียงอ่านปากซึงฮยอนออกว่าอย่างนั้น ทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันอีกครั้งเหมือนแม่เหล็กรั้งให้ครอบครอง ...และก่อนที่จะได้ยินเสียงเรียกจากนอกห้องครั้งใหม่ จียงได้ยินเสียงเพรียกจากข้างในของตนเอง
...หรืออาจจะจากใครสักคน
จูบ..
อีกครั้ง...
ได้โปรด
...จูบ
มากกว่านี้..
ยัง...
...ยังไม่พอ!
+++
Stay Tuned.





