[Short Fic] วินาทีสุดท้าย

posted on 05 Sep 2008 21:10 by sussurro  in fiction

Title: วินาทีสุดท้าย

Author: hephaestion

Pairing: KT

Fandom: KT of Super Junior

Genre: AU

Rate: G

Author's note: Happy Valentine Day!

+++++

..

.

 

.

 

.

 

ในวันนี้เมื่อสามปีที่แล้ว..ผมกำลังทำอะไรอยู่นะ?

 

บรรยากาศรายล้อมอุ่นอวลด้วยความรัก   ผมเฝ้ามองคู่รักที่เอียงอาย คู่รักที่แนบชิด   และอีกหลายคู่รักที่เคียงข้างกันและกันไปตามถนน   เมืองใหญ่คลาคล่ำด้วยผู้คนแต่กลับอ้างว้างหนาวเหน็บได้จับใจ   กระจกใสของร้านกาแฟริมทางเดินชัดแจ่ม   มันถ่ายทอดทุกรายละเอียดจนผมอยากจะเบือนหน้าหนี

 

แสงไฟ..

 

กลิ่นกาแฟ..

 

เหล่าผู้คนซึ่งเดียวดายจะนั่งซุกที่มุมเก้าอี้   นั่งมองถ้วยเครื่องดื่มเงียบๆอย่างใคร่ครวญ   เงียบและซึมเซา..   ทั้งร้านมีเพียงเสียงของนักร้องเพลงโอเปร่าราวกับดังขึ้นจากที่ไกลๆ   

 

คลอเคล้าเศร้าสร้อยทิ้งเวิ้งในอากาศ

 

ผมปล่อยให้เสียงของเธอขับกล่อม   ลาเต้ในกระเบื้องเคลือบยังนิ่งกรุ่น   ผมคิดว่าคงจะทรมานเป็นที่สุด หากว่าต้องดื่มรสหวานท่ามกลางอารมณ์ที่ขมขื่น   ไม่น่าสั่งมาเลย..แต่เครื่องดื่มนี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้นึกถึง

 

แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้ขับเน้นเงาของถ้วยแก้วบนโต๊ะกระจกให้เด่นชัด   บนนั้นแสงไฟสีส้มของร้านทอดตัวอย่างเหนื่อยอ่อน   ผมมองเงาบิดเบี้ยวของใบหน้าในลาเต้

 

เขามีใบหน้าที่ระโหยเหลือเกิน..

 

ผมคิดว่าผู้ชายคนนี้ควรจะไปพักผ่อน   ไปนอนหลับ  หรือไปที่ไหนก็ได้ให้พ้นจากสถานที่แห่งนี้    ไม่ใช่มานั่งจ้องเงาสลดของตัวเองในถ้วยกาแฟ   ไม่ใช่เอาเวลาที่มีค่ามาโรยหว่าน    ที่นี่มันยังกินลึกและตอกย้ำบาดแผลมากเกินไป   ภาพความทรงจำยังพัวพันชีวิตที่ตามมา   ไม่เว้นว่างลงแม้สักนาที

 

ไม่หรอก..ไม่มีอะไรที่จะสวยงามไปตลอดกาล

 

ผมคว้าถ้วยเคลือบนั้นให้กระชับมั่นในมือ   มันคงอุ่นแต่ความอุ่นนั้นกำลังจางหาย   ..เหมือนกับหัวใจของผมล่ะมั้ง?

 

แสงไฟนีออนจากร้านรวงด้านนอกเข้าแทนที่แสงอาทิตย์โรยแรง   ไฟสีส้มนวลค่อยๆฟื้นตัวเมื่อความมืดโรยตัวด้านนอก   ผมยังคงจ้องมองผู้คนซึ่งขวักไขว่   เพราะอะไรที่ผิดพลาดนะ  ผมถึงต้องอยู่เดียวดายที่ตรงนี้

 

ปวดร้าวอย่างเงียบๆ

 

กล่องช็อกโกแลตสีน้ำตาลบุบเบี้ยวอยู่บนเก้าอี้ตัวถัดไป   ผมหยิบมันขึ้นมาจ้องมอง   สามปีแล้ว..ของข้างในไม่น่าจะกินได้   ทำไมผมต้องหยิบมันมาด้วยทุกครั้งที่มา ‘ฉลอง' ด้วยก็ไม่รู้นะ  

 

เพื่อเข้ากับบรรยากาศ?  

ตลกน่า..เอามาเสียดสีตัวเองนั่นปะไร

 

ข้อความในกระดาษยับย่นแผ่นเล็กๆแผ่หลาตรงหน้า    ผมมองรอยไหม้ไฟที่มุมขอบล่าง   รอยแปะเทปใสที่มุมขวาและรอยเปียกด่างจากหยดน้ำ   ผลงานของผมทั้งหมด

 

ทั้งที่อยากจะฉีกทิ้ง

 

ทั้งที่อยากจะเผาผลาญให้มอดไหม้

 

แต่ทุกครั้งจะจบลงด้วยการซ่อมแซมมันทั้งน้ำตา

.

 

.

 

 

How do I love thee? Let me count the ways.

 

I love thee to the depth and breadth and height

 

My soul can reach, when feeling out of sight

 

For the ends of being and ideal grace.

 

 

 

I love thee to level of everyday's

 

Most quiet need, by sun and candlelight.

 

I love thee freely, as men strive for right.

 

I love thee purely, as they turn from praise.

 

 

 

 

I love thee with the passion put to use

 

In my old griefs, and with my childhood's faith.

 

I love thee with a love I seemed to lose

 

With lost saints. I love thee with the breath,

 

Smiles, tears, of all my life; and, if God choose,

 

I shall but love thee better after death.

 

 

โกหกทั้งเพ!!!

 

เลิกราร้างไกลอย่างไม่อาจคืนกลับมา   ที่เขียนมาทั้งหมดนายโกหกใช่ไหม?   ทุกอย่างที่นายทำคือความลวง?    ผมเหนื่อย..อ่อนล้า    ไม่เอาแล้วกับการเป็นผู้ไล่ตาม   ผมขอเลียแผลอยู่ลำพังในมุมมืด  คร่ำครวญและน่าสมเพชเพียงใดก็ไม่มีใครเห็นและรับรู้   

 

ผมเคยยอมหากว่าจะต้องแลกทั้งหมดเพียงเพื่อได้ใกล้ชิดแค่อุ่นไอ   ผมเคยยอมหากแค่ได้อยู่ในสายตาเพียงเสี้ยวนาที   ได้พูดคุย..

 

ถ้าหากถามผมอีกครั้งคำตอบคราวนี้อาจจะแตกต่างไป..

 

เปล่าเลย..ผมไม่ได้เข้มแข็งขึ้นแม้แต่น้อย   ตรงกันข้าม...ผมอ่อนแออย่างหมดรูป

แพ้พ่ายเกินกว่าจะลุกขึ้นมาไล่คว้า   

 

หายใจไม่ออก..

 

"ฉันเหงา..คังอิน    นายได้ยินไหมว่าฉันเหงา?"

 

เลขหน้าปัดบอกเวลา23.56 นาที    วันแห่งความปวดร้าวกำลังผ่านพ้นไป   อาจจะต้องอยู่อย่างคลอนแคลนต่อไปอีกหนึ่งปี   จนกว่าจะวนกลับมาที่วันนี้    ผมเร้นหายความรู้สึกทั้งหลายใส่กล่องปิดตายอีกครั้ง    มันทรมานใช่..แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ผมหวงแหน

 

ผมจะไม่ทิ้งมันไป

 

แต่..

 

ปีนี้ควรจะเป็นปีสุดท้าย..นับจากวินาทีของวันใหม่   ผมจะลืมกุญแจที่จะไขกล่องปิดตายใบนั้น   แต่หวงแหนเกินกว่าจะโยนทิ้ง   ขอเพียงลืมชั่วครู่ชั่วคราวและเก็บมันไว้ได้ไหม?    แค่เพียงบางช่วงจะหยิบยกขึ้นมาหวนคะนึง..แค่บางช่วง

 

เพราะสิ่งนี้คือหลักฐานว่า..  

 

 

คงไม่สามารถเจ็บร้าวกับเรื่องใดได้เท่านี้

คงไม่สามารถ..รักใครได้เท่านี้

 

23.57..

 

 

 

 

23.58

 

 

จากปลายสายตาร่างของพนักงานสาวเดินเข้ามาใกล้   เครื่องแบบสีเขียวเข้มเป็นระเบียบของหล่อนทำให้ดูโดดเด่นใต้แสงไฟ    เธอคงมาบอกผมว่าใกล้ถึงเวลาปิดร้านแล้ว    ถ้วยลาเต้ที่น่าสงสารสงบนิ่งอย่างรู้ชะตากรรม    ไม่ช้านานมันคงไหลรินไปตามท่อระบายน้ำทิ้ง..   ผมดึงกล่องกระดาษที่บุบยุบนั่นลงกระเป๋าพร้อมซองจดหมาย   เสียงกริ๊กจากถ้วยกระเบื้องกระทบโต๊ะกระจกทำให้ผมต้องเงยหน้า

 

"นั่น..คงไม่ใช่ของผม"

 

..กลิ่นช็อกโกแลตร้อน   ผมจำได้ดี

 

"โต๊ะถัดจากคุณสั่งมาให้ค่ะ"เธอยิ้มน้อยๆก่อนที่จะหันเดินจากไป

 

23.59

 

ผมเบือนหน้าด้วยความอยากรู้ไปด้านหลัง   ร่างหนาที่พิงพนักมีสันไหล่กว้างในชุดสีดำลำลอง   ผมสีน้ำตาลกลับกลายเป็นสีดำสนิทและซอยสั้น    ต่อให้เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน  ผมก็จำได้เสมอ..  

 

แผ่นหลังแบบนั้น

 

วิธีเจือรอยยิ้มน้อยๆแบบนั้น...

 

"พี่ไม่คิดหรือว่าผม..ก็เหงา?"

 

"...วินาทีสุดท้าย"ผมทำได้เพียงพึมพำกับตนเอง

 

"ครับ?"

 

คนๆนี้มาอยู่ตรงหน้าของผมอีกด้วยการเล่นตลกของโชคชะตาหรือไร?   ตัวสั่นเทาเพราะห้ามใจของตนก็ลำบากแล้ว   แต่ห้ามน้ำตาเล็กๆที่กำลังจะรินร่วงกลับลำบากยิ่งกว่า   ภาพในความหลังย้อนขึ้นมาชัดเจน   ทุกรสสัมผัสและคำพูดเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันชัดเจนราวกับว่ามันไม่เคยเลือนหายไปจากตรงนั้น

 

"ในวินาทีสุดท้าย   นายก็มา..      นายต้องการอะไรอีกคังอิน?    นายผลักไส   นายปิดกั้นฉันออกไป  แล้วในวินาทีสุดท้ายนายก็กลับมา"

 

"ไม่ใช่ใคร นอกจากพี่.."

 

"โกหก..นาย..นาย"

 

"พี่ต่างหากที่หนีผม   พี่ต่างหากที่หลบหายไปอย่างไร้ร่องรอย   พี่ทำให้คนข้างหลังเจ็บปวดและพี่ก็คิดว่าเป็นฝ่ายเดียวที่ทรมาน"

 

"................."

 

"วินาทีสุดท้าย..พี่ก็ปรากฏขึ้นมา     หากว่าวันนี้ผมไม่พบพี่  ผมคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคิดว่า พี่ตายจากผมไป"

 

"ฉัน..."

 

"หากพี่จะทำให้ผมเจียนตายก็ขอให้มาทำใกล้ๆผม    อย่าทำให้ผมเจ็บแล้วมองอยู่ไกลๆอีกเลย"

 

"คังอิน.."

 

"ครับ?"

 

"...แต่วาเลนไทน์มันหมดไปแล้ว"

 

"ตราบใดที่ผมและพี่อยู่อย่างนี้   ทุกวันคือวาเลนไทน์.."

 

ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่ประสาทรับรู้จะพร่าเลือนด้วยความสุข คือ อ้อมกอดที่อุ่นซ่าน และเสียงอุทานเบาๆระคนหลากใจของพนักงานในร้านกาแฟ   พวกเขาไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าเหตุยินดีใดที่ทำให้ทั้งสองสวมกอดกันเมื่อเข็มสั้นและเข็มยาวมาบรรจบกันที่เลข12  มีเพียงผู้กอดและผู้ถูกกอดเท่านั้นที่จะเข้าใจ..

 

อ่อนโยนและนุ่มนวล

 

..ปาฏิหาริย์ ณ วินาทีสุดท้าย

 

+++

END

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกมากๆๆๆๆเลยข๊ะ

#1 By (117.47.105.199) on 2009-07-01 17:46

ว้าวๆ ดีจัง รู้สึกว่าเวลาเพียงนาทีเดียวก็มีความหมายมากๆเลย

แต่งดีจังเลย ขอบคุณค่ะbig smile

#2 By arrare (161.200.175.34) on 2009-07-09 08:17

สุดยอด

บอกได้คำเดียวว่าคนแต่งเก่งมาก

บรรยายได้ใจมากค่ะ

เกือบร้องไห้เลย T^T


ขอบคุณมากนะคะ
ทำให้นึกถึง... ฮ่าๆๆๆ
บังเอิญว่าไอ้คนคนนั้นมันตายไปก่อนวันวาเลไทน์ ฮ่าๆๆๆๆ

#3 By (202.28.180.202) on 2009-11-30 23:56