What 'Lies' Beneath#13
posted on 05 Sep 2008 19:28 by sussurro in fiction.
.
Title: What ‘Lies’ Beneath #13
Author: ENIGMA
Genre: AU/Angst/Yaoi/Dark Comedy?
Rate: NC-17 [overall story]
Fandom: BIGBANG
Status: complete [2 April-25 August 2008]
Author’s note: Do not copy any part of this fiction without my permission! You must be in suffering ‘til the end of your time…you know what I mean.
-*-*-*-*-*-*-*-*-
#13
.
นี่เรียกว่า "ขายตัว" ใช่ไหม?
.
.
.
ควอนจียงเก็บเงินที่เกลื่อนรอบเตียงราวกับซากศพของทหารที่ทอดร่างไปทั่วสมรภูมิ เขาตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นหมอนั่นแล้ว เช้าวันจันทร์ที่ดูเรียบง่ายเหมือนทุกๆวันแต่ทำไมวันนี้เขาถึงเห็นอะไรบางอย่างแปลกไป ความรู้สึกที่เหมือนถูกเข็มสะกิดอยู่ตลอดเวลา นั่งทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต...
ณ วินาทีนั้นที่เห็นแผ่นหลังซึ่งคุ้นเคยหายลับไปต่อหน้าต่อตา มันเหมือนกับเสียงโดยรอบเงียบสนิทและทุกภาพที่ผ่านตาเป็นภาพช้า เสียงตะโกนของตัวเองก็ไม่ได้ยิน ทั้งที่แหกคอปริ่มแทบขาดใจ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย... เขาเคยอ่านเจอที่ไหนนะ...ที่ว่า
Bad to even worse...
เขาไม่เคยร้องไห้กับเรื่องนี้.. เขาสาบานได้ นับตั้งแต่วันนั้นเขาไม่เคยร้อง ต่อมน้ำตาของเขาอาจจะแห้งเหือดไปแล้วก็ได้ มันตันๆราวกับมีสิ่งกีดขวางจนเขาไม่อาจจะหลั่งน้ำตาออกมา เขาหลบเลี่ยงคนๆนั้นมาตลอด ตลอดสองปีที่ผ่านมาเขาหนีพอหรือยัง? แค่คิดว่าต้องเจอหน้ากัน หัวใจก็ปวด เขาไม่รู้ว่ามันเพราะอะไรแต่มือล่องหนกำลังบีบเค้นหัวใจอย่างหนักหน่วง ไม่..เขายังไม่พร้อม เวลา...ขอเวลาอีกนิด อาจจะพรุ่งนี้วันนี้หรือตลอดชีวิต..เขาก็จะถูกย้ำเตือนอย่างนี้อยู่ร่ำไป
จียงแต่งตัวเตรียมออกไปเรียนในคาบเช้า ร่างกายที่เมื่อยล้าของเขาร้องประท้วงลั่นแต่เขาโดดวิชานี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด การที่ต้องมานั่งอ่านหนังสือหลายๆเล่มย้อนหลังไม่ใช่วิธีของเขา สู้เข้าๆไปให้มีอะไรติดหัวจะยังดีกว่ามาอัดทีเดียวก่อนสอบ ปลายเท้าของเขาสะดุดกับกองเสื้อบนพื้น เขาหยิบมันขึ้นมา...
อายเหลือเกินที่จะยอมรับว่าเสียงหนึ่งในหัวก็ยุแยงให้เขารับข้อเสนอของหมอนั่น
เขาก็มนุษย์ธรรมดา...รักสบาย!
แต่เสียงเล็กๆแย้งแผ่วเบา มันพูดแค่คำเดียว..แต่น้ำหนักนั้นมากมาย
ศักดิ์ศรี..
.
.
.
"...ยังมีเหลืออยู่อีกเหรอเรา?"
ร่างเพรียวเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
+++
"ไฮ..ไง"ร่างสูงเอ่ยทักแดซองซึ่งนั่งยิ้มอารมณ์ดีอยู่ไม่ห่างจากเพื่อนร่วมห้อง บรรยากาศที่โรงอาหารตอนเช้าตรู่ค่อนข้างจอแจ อีซึงรีค้อมศีรษะเล็กน้อยให้เขา แววตาของเด็กคนนี้ราวกับเสาะหาบางอย่างในตัวเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าไม่สบอารมณ์แต่เพียงไม่เข้าใจว่าทำสายตาอย่างนั้นทำไม สายตาที่เหมือนกับคาดหวังอะไรบางอย่างแต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง
เขายังไม่เคยเห็นสายตาสมหวังของรุ่นน้องคนนี้เสียที
"พี่ซึงฮยอนดูสดชื่นดีนะฮะวันนี้?"แดซองพูดขึ้นก่อนจะเลื่อนแก้วกาแฟนมให้ร่างสูง
"เห?"
"อ่า...ผมฝากเจ้านี่ให้พี่จียงหน่อยสิฮะ"รุ่นน้องยื่นซองจดหมายสีหวานให้เขา เขามองมันอย่างแปลกใจ ผนึกของมันยังปิดแน่นไว้เรียบร้อยพร้อมกับลายมือที่เขาจดจำได้แม่น..ลายมือของรุ่นน้องของเขาเอง
"เรื่องอะไร? นายให้ด้วยตัวเองก็ได้นี่ เบอร์ก็มีไม่ใช่เหรอ โทรเรียกออกมาเลยไม่ต้องไปเกรงใจ"แดซองเลิกคิ้วหนึ่งข้าง ทำไมพี่ซึงฮยอนพูดราวกับรู้จักเจ้าตัวดีขนาดนั้น ทั้งๆที่ดูออกจะไม่ถูกกัน..มั้ง
"อ่าว..ก็พี่เป็นรูมเมทกันนี่ฮะ"
"นั่นสินะ ห้องเดียวกัน" ร่างสูงเก็บจดหมายฉบับนั้นลงแฟ้มงานไป เจ้าตัวดูไม่ค่อยใส่ใจนักกับการไหว้วานครั้งนี้ แดซองหันมองเพื่อนร่วมห้องเพื่อขอความเห็นแต่ซึงรีขอตัวไปเรียนก่อน ร่างผอมผละไปด้วยความรีบร้อนทว่าดวงตาเหม่อลอย และที่สำคัญคือเพื่อนเขาไม่ได้บอกว่าจะไปไหนทั้งที่อีกสิบนาทีก็ถึงเวลาเรียนแล้ว
"มีอะไรกันหรือเปล่า?"เขาถามเมื่อเห็นรุ่นน้องมองตามหลังเพื่อนจนลับตา
"เปล่าฮะ...พี่ซึงฮยอนเรื่องของเราจะเอาไงดีฮะ ผมน่ะ...อยากจะบอกทุกคนให้เร็วที่สุด ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่เองด้วยผมจึงต้องถามความเห็น"
"นายอยากบอกแล้วหรือไง? แต่ก็ตามใจนายนะเพราะฉันเป็นคนขอนายเอง"
"พี่ให้ผมเป็นคนเลือกแน่นะฮะ?"
"ฉันให้นายเป็นคนเลือกเสมอล่ะน่า"คังแดซองยิ้มกว้างแต่ร่างสูงไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาทั้งสองนั่งดื่มกาแฟกันเงียบๆรอเวลาเข้าเรียน อากาศในตอนเช้าชวนให้ง่วงก็จริงแต่ว่าอบอุ่นอยู่ลึกๆ เชวซึงฮยอนขยับนั่งใกล้รุ่นน้องอีกนิด ความเงียบดำเนินไปเรื่อยๆจนผู้คนเริ่มพลุกพล่าน
"อีกไม่นานแล้วสินะฮะ.."
"ใช่...อีกไม่นาน"ซึงฮยอนพึมพำคล้ายกับต้องมนต์
+++
ลานกว้างของแดนซ์คลับมีเสียงเพลงฮิพฮอพเปิดลั่น เขาไม่ค่อยชอบเพลงฮิพฮอพหนักๆเท่าไรแต่ถ้าเอาสไตล์อื่นลงปนไปบ้างเขาก็พอจะโยกตามได้ อีซึงรีเดินตามจังหวะเคาะหนักแน่นเหล่านั้นมาเรื่อยๆ ตอนเช้าแบบนี้มีไม่กี่คนที่ออกมาซ้อมกลางลาน ร่างที่เขามองหามาตลอดก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแต่เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้มากกว่านี้ เพลงหยุดลงและเริ่มขึ้นใหม่ด้วยอีกเพลงที่สดใสกว่า ซึงรีหยุดยืนที่หลังเสาทางเดิน...ไม่น่าเลย เขาน่าจะเข้าหอสมุดจะดีกว่า ถ้าเป็นที่นั่นเขาจะมองอย่างไรก็ได้ เพราะอย่างไรเสียก็ไม่ต้องระวังมาก
การขยับตามจังหวะดูพร้อมเพรียงกับทำนอง สีหน้าเอาจริงเอาจังขณะเต้นต่างจากสีหน้ายามปกติที่มักเฉยชาและเรียบนิ่ง ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เพลงผ่านไปถึงสามเพลง ร่างสันทัดกดปิดเครื่องเสียงและม้วนสายอุปกรณ์เก็บเข้าที่ ผ้าขนหนูสีขาวฟูถูกยกขึ้นซับเหงื่อ ซึงรีเตรียมหันหลังกลับห้องเรียนเพราะเลยเวลามาได้ยี่สิบนาทีแล้วหากไม่เพราะเสียงทักนั่น..
"จะไปแล้วหรือ?"ยองเบหิ้วสเตอริโอเครื่องเล็กตรงมาทางเขา รอยยิ้มแต่งแต้มไว้บางๆ เด็กหนุ่มไม่รู้จะปั้นสีหน้าอย่างไรดี
"อา..."
"เอ่อ...เปลี่ยนทรงผมหรือฮะ?" ...รู้ว่าเขามาแอบดูหรือเปล่า?
"ไม่ดีเหรอหรือว่าไง?"ยองเบมองหน้าเขาตรงๆ จะว่าดูไม่ดีก็ไม่ใช่..เพียงแค่ว่าแปลกตา เด็กหนุ่มมองทรงสกินเฮดสองข้างและผมด้านหน้าทิ้งตัวออกมานอกหมวกสีขาวบางส่วน
"ผมรบกวนคุณหรือเปล่าฮะ?"
"ไม่หรอก..."
ความเงียบจู่โจมไม่ทันตั้งตัว อีซึงรียืนไม่ไหวติงขณะที่ยองเบล้วงกระเป๋าพลางก้มหน้า อึดอัดเล็กๆกับการสรรหาถ้อยคำมาปะติดปะต่อบทสนทนา ยองเบคิดอยู่หลายอย่างที่จะเกริ่นนำสู่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันสองวันก่อนแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยประโยคธรรมดาๆ
"เรื่องที่เธอถามเมื่อวันนั้น.."
"ฮะ?"
"ฉันคิดว่าอาจจะบอกเธอสักวันแต่คงไม่ใช่ตอนนี้ เธอจะรับได้ไหม?"
"...................."
"อย่าเพิ่งคาดหวัง อย่าเพิ่งเทความรู้สึกให้ฉันไปมากกว่านี้"
"...ผมน่ะ...ไม่ได้หวังอะไรเลย ...ผมไม่กล้าด้วยซ้ำ"เสียงเบาจะแทบจะไม่ได้ยินแต่ยองเบก็พยักหน้ารับ ดวงตาโศกมองเขาเจือเขินอาย ยองเบใคร่ครวญในใจถึงเรื่องที่เขาอยากจะเอ่ยถาม มันอาจจะเร็วเกินไปหรือไม่ก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
"สุดสัปดาห์หน้านายว่างไหม?"
"เห...?"
"ฉันอยากให้นายไปที่ๆหนึ่ง"
+++
"งั้น...ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"ควอนจียงรวบกระเป๋าหนังสือและเสื้อแจ็กเก็ตไว้ในอ้อมแขนและเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ร้านยังเปิดไฟสว่างเพราะเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จียงทำงานกะเย็นของวันธรรมดาและกะหลังเที่ยงคืนของวันศุกร์และเสาร์ กลับไปที่ห้องเขาก็ต้องรีบเคลียร์การบ้านก่อนนอน ให้ตายสิจู่ๆเขาก็นึกถึงแม่ขึ้นมา...แต่ถ้าให้โทรหาตอนนี้เขาต้องทนไม่ไหวแน่ๆ เขาต้องอดทน.. นี่มันเดิมพันครั้งใหญ่ของเขาทีเดียว ทางเดินที่ทอดยาวช่างเงียบเหงา..จียงเดินอย่างเชื่องช้า ไม่อยากเจอหน้า...ไม่ใช่นะเขาไม่ได้หนี เขาไม่ได้ขลาดกลัว เพียงแต่เขาไม่อยากจะยอมรับเท่านั้นว่า..
เมื่อคืนเขารู้สึกดี...
ยิ่งมีสติครบถ้วน..เขายิ่งอับอาย ทุกภาพทุกการกระทำ...ทุกอย่างมันแจ่มชัด ยิ่งขว้างทิ้งไปไกลแค่ไหน..มันยิ่งสะท้อนกลับมาชัดเท่านั้น แม้จะน่าอดสูแต่เขาก็นำเงินที่เชวซึงฮยอนปาใส่เขาไปรวมกับเงินเก็บของเขาบางส่วนเพื่อจองห้องที่โรงแรมนั่น อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเลย..เท่านี้เรื่องก็จะจบสักที เขายังมีเรื่องราวอีกมากที่ไม่เข้าใจ พยายามครุ่นคิดมาตลอดทั้งวันเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ ถ้าหากว่าหมอนั่นกับน้องรหัสของเขาคบกันจริงๆ? จะเก็บเขาไว้ทำไม..อย่างไรก็เขาไร้ข้อต่อรองอะไรอยู่แล้วนี่
นายก็มีไพ่ตายอยู่ในมือแล้วนี่เชวซึงฮยอน..
เสียงเรียกชื่อของเขาดังแว่วมาจากที่ไกลๆ เมื่อหันหลังมอง เจ้ารุ่นน้องหน้าตาอารมณ์ดีก็วิ่งไล่ตามมาด้านหลัง ผมสีน้ำตาลอ่อนไหวไปกับสายลมยามเย็น ร่างนั้นมาหยุดยิ้มกว้างให้เขาและหอบหายใจนิดๆ จียงยิ้มมุมปาก..ไม่ว่าเมื่อไรน้องรหัสเขาก็ทำให้เขายิ้มได้เสมอ
"ว่าไง..?"
"วันอาทิตย์หน้าพี่ว่างหรือเปล่า?"
"เอ..น่าจะว่างนะ ไม่มีรายงานแล้วล่ะ"
"ไปงานวันเกิดผมนะ"
"จัดงานใหญ่โตเลยหรือไงเรา?"
"งานเล็กๆเองพี่ เพื่อนกันๆทั้งนั้นแต่มีเจ้ามือจ่ายไม่อั้น หึหึ"เสียงหัวเราะมีเลศนัยของรุ่นน้องทำเอาเขาเกือบหลุดขำ เขาพอจะเดาได้ล่ะนะว่าใครกันที่เป็นเจ้ามือ เอาใจกันดีนะ?
"ที่ไหนล่ะ อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม?"
"ความลับน่ะพี่ วันนั้นเดี๋ยวผมจะเอารถมารับพี่เลย สัญญาว่าจะไปแล้วนะพี่จียง สัญญาแล้วเจอกันสิบโมงเช้าที่ตึกเรียนรวมนะพี่ไปล่ะ"จียงยังไม่ทันจะได้ถามซ้ำว่า อยากได้อะไรเป็นของขวัญรุ่นน้องผู้ร่าเริงท้าลมร้อนของเขาก็ออกวิ่งไปไกล
.........หวังว่างานเลี้ยงของนายคงจะไม่ได้กร่อยลงเพราะฉันนะ...
+++
เขาทำอย่างนี้ไปทำไมวะ เอาไปซ่อนแล้วก็ให้คืนทีหลัง อย่างไรเสียเจ้าบ้านั่นก็ต้องเอาไปถลุงกับผู้ชายอยู่แล้ว จะทำบ้าบอให้ได้อะไรวะ เขาไม่ได้อยากจะหาเรื่อง...เสียหน่อย จะทำเมื่อไรก็ทำได้อยู่แล้ว เหตุผลมันอยู่ที่ไหนนะ..อุบาทว์สิ้นดี เจ้าบ้านั่นพล่ามพูดอยู่ได้ว่าเขาสมหวังแล้ว สมหวังเรื่องบ้าอะไรของมัน ร่างสูงหมุนลูกบาสไว้บนปลายนิ้วแต่มันก็ทรงตัวอยู่ได้ไม่นาน ลูกหนังสีคล้ำกลิ้งลงพื้นก่อนหายลับเข้าใต้เตียงไป
ชายหนุ่มนึกถึงตอนที่เขาพบหน้าเจ้าอัปลักษณ์คนนี้เป็นครั้งแรก เมื่อกี่ปีที่แล้วนะ? สีหน้าอวดดีเล็กๆตามประสาคุณชายเอาแต่ใจมีให้เห็นในทุกท่วงท่า เย่อหยิ่งยิ้มหยันเย้ย ยิ่งเพื่อนสนิทเขาตามใจทุกอย่าง ก็ยิ่งเหมือนทำให้เจ้านั่นได้ใจ ...ไม่สิผยอง...คำนี้แหละ ‘ผยอง' ...การที่เขาอยากจะเหยียบเจ้านี้ให้จมดินอาจจะเริ่มมาจากตรงนั้นก็ได้ อาจจะเป็นตั้งแต่วินาทีแรก...ที่สบตา
เชวซึงฮยอนปิดหน้าหนังสือลงพร้อมกับเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้นอีก ร่างเพรียวเดินเข้าห้องมาเสียตั้งแต่เมื่อไรเขาไม่รู้ สีหน้าเจื่อนๆที่ลอบมองเขาทำให้เขารู้สึกโมโห ยองเบเห็นอะไรดีในตัวคนๆนี้วะ? คนที่ทุกวันนี้..ใช้เงินเพื่อสิ่งเดียวคือผู้ชาย..ไม่เห็นหัวนายสักนิด ห่ะเอ้ย...ทั้งที่มันทำให้นายน่ะเกือบ...นะยองเบ เชวซึงฮยอนข่มคำสบถไว้ในลำคอ เขาไม่อยากนึกเรื่องที่เลวร้ายอย่างนั้นขึ้นมาอีก
"ฉันจะออกจากห้องนี้"สิ่งที่ซึงฮยอนเห็นเป็นเพียงรูปปากที่ขยับอ้าเท่านั้นแต่เขาก็พอจะแกะคำออกว่าร่างตรงหน้านี้กำลังพูดอะไร ร่างสูงดึงสายไอพอดออกและกดปิดอย่างไม่ปราณีปราศรัย ทำไมถึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ขนาดนี้
"นายพูดอีกทีซิ?"
"ฉันจะย้ายออก"จียงหลบตา...ภาพซ้อนจากเมื่อคืนลอยเด่น
"ได้ผู้ชายรับเลี้ยงแล้วหรือไง?"
"ฉันไม่จำเป็นต้องบอกนาย"
"....ไม่อยากได้เงินแล้ว?"
"นั่นน่ะ..ฉันไม่เคยต้องการ"
"หึ...แล้วเอาเงินนั่นไปไหนแล้วล่ะ ..........หมดไปกับโรงแรมม่านรูดแล้วสิ?"ร่างเพรียวสะดุ้ง...เขาปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเขาใช้เงินนั้นไปจริงๆแต่ป่วยการที่จะบอกว่าเขาจองห้องไปทำไม เขาไม่จำเป็นต้องบอกด้วยซ้ำว่าเขาเอาเงินไปทำอะไร ในเมื่อจะถือว่าสิ่งที่เขา ‘ทำ' มันแลกกับ ‘เงิน' ไปแล้ว แต่คำพูดเสียดแทงหลังจากนั้น..เขาไม่ขอรับไว้ได้ไหม
"เชวซึงฮยอนนายทำให้ฉันแทบบ้า! หากว่านายต้องการล่ะก็ให้ฉันแลกห้องกับแดซองเอาไหม?"
"พูดเรื่องดีๆกับเขาเป็นด้วยหรือไง?"ยิ้มเย็นพราวที่มุมปาก
"เราหมดสิ้นกันเพียงเท่านี้เถอะ ฉันขอร้องนาย...ฉันแทบหมดสิ้นเกือบทุกอย่างแล้ว"การอดทนเพื่อการแก้แค้นอะไรนั่น..มันเป็นไปไม่ได้ เขาเหนื่อยใจเกินกว่าลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง รวบรวมพลังจะคลานลงจากสังเวียนก็ปางตาย
"นายคิดว่านายชดใช้หมดแล้วงั้นสิ?"ซึงฮยอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและขยับเข้าใกล้ร่างเพรียวที่กำลังถอยห่างออกไปทุกทีๆ...ไล่ต้อนให้ขาดใจ
จียงไม่กล้าตอบ...จียงไม่กล้าจะหายใจด้วยซ้ำตอนที่ได้ยินคำว่า ‘ชดใช้' ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร่างสูงหมายถึงใคร คนๆนั้นที่ตราตรึงอยู่ในใจของเขามาตลอดแต่ยังไม่สักครั้งที่ได้พูดคำสำคัญคำหนึ่ง เมื่อไม่มีทางจะถอยหลังไปได้อีกแล้วเขาจึงทรุดทั้งยืน ..คงต้องตายตรงนี้ถึงจะสาแก่ใจกับเชวซึงฮยอน?
"เชวซึงฮยอน นายต้องการแบบนี้ใช่ไหม?"จียงเหม่อมองเลื่อนลอย คำพูดทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับเสียงกระซิบ
"?"ร่างสูงที่ยืน ณ กลางห้องหรี่ตาลงก้มมอง ราวกับอยู่บนหน้าผาชันของผู้ไล่ล่า..เหยื่อที่หมายตานอนซมอยู่เบื้องล่าง ความเงียบเข้ากั้นกลางปล่อยให้ซึงฮยอนกำช่วงเวลาแห่งชัยชนะไว้ยาวนาน ความเงียบ....มันร้ายกาจเสมอแต่มันก็หายไปเมื่อร่างที่คุกเข่าพยายามพูดขึ้นมา
"ด้วยแววตานี้ ริมฝีปากนี้ นายรู้ไหม...ฉัน..นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะให้นายได้"
ซึงฮยอนมองอากัปกิริยาไร้เรี่ยวแรงของร่างที่นั่งกองบนพื้น เขายืนมองควอนจียงที่มีสภาพไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตาพังๆตัวหนึ่ง แต่ภาพชวนสงสารนี้มันยังขาดอะไรไปสักอย่าง เขายังคลางแคลงใจ..เพราะมันไม่สมบูรณ์แต่เขาก็บอกไม่ได้ว่าที่หายไปมันคืออะไร มันแปลกเกินกว่าที่เขาทำใจยอมรับและเชื่อ.. ร่างนั้นไล้ปลายนิ้วบนเรียวปากตนเองราวกับให้คำสัตย์ต่อรอยจูบประทับ ซึงฮยอนมองมือข้างนั้นเอื้อมมาแตะลงเชื่องช้าที่หลังมือของเขา ดวงตาคู่นั้นทอดต่ำ..จับจ้องที่ปลายนิ้ว แรงกดไม่หนักไปกว่ายามสายลมต้องใบหญ้า อุ่นสัมผัสแต่สั่นเทา..
จับครอง...เสี้ยวพริบตา..สั่นไหว
ร่างเพรียวถอนหายใจแผ่วเบาราวกับละทิ้งซึ่งความหนักทั้งปวง ราวกับว่าวิญญาณของร่างนี้สถิตในท่วงสัมผัสนั่นและตอนนี้มันได้เหือดหายไปหลังจุมพิต เพียงชั่วขณะที่ปลายนิ้วผละออกเจ้าของร่างทิ้งตัวลงกับพื้นพรม ใบหน้าที่เขาเคยเห็นว่าอัปลักษณ์ซุกซ่อนกับท่อนแขน ปิดบังโลกทั้งใบไว้หลังเปลือกตา ซึงฮยอนมองแผ่นหลังบางที่กำลังหมอบคุดคู้ เขาอาจจะบ้าไปแล้วที่เห็นความเจ็บปวดฝังอยู่ทั่วหลังบางๆนั่น...
เท่านี้ใช่ไหมที่เขาอยากเห็น?
เชวซึงฮยอนขบสันกรามแน่นก่อนผละออกจากห้องราวกับพายุ
+++







++++
แต่จาว่าไป อิลิงไม่เลวหรอก ดูท่าจามีเหตุผล(รึป่าว) ของตัวเองอยู่
++ รีบไปอ่านตอนต่อไปดีกว่าาาา
#1 By (58.8.239.73) on 2008-11-17 05:53