What 'Lies' Beneath#13

posted on 05 Sep 2008 19:28 by sussurro  in fiction

.

.

Title: What ‘Lies’ Beneath #13

Author: ENIGMA

Genre: AU/Angst/Yaoi/Dark Comedy?

Rate: NC-17 [overall story]

Fandom: BIGBANG

Status: complete [2 April-25 August 2008]

Author’s note: Do not copy any part of this fiction without my permission! You must be in suffering ‘til the end of your time…you know what I mean.

-*-*-*-*-*-*-*-*-

 


#13 

.

นี่เรียกว่า "ขายตัว" ใช่ไหม?

.

.

.

ควอนจียงเก็บเงินที่เกลื่อนรอบเตียงราวกับซากศพของทหารที่ทอดร่างไปทั่วสมรภูมิ    เขาตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นหมอนั่นแล้ว   เช้าวันจันทร์ที่ดูเรียบง่ายเหมือนทุกๆวันแต่ทำไมวันนี้เขาถึงเห็นอะไรบางอย่างแปลกไป   ความรู้สึกที่เหมือนถูกเข็มสะกิดอยู่ตลอดเวลา   นั่งทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต...

 

ณ วินาทีนั้นที่เห็นแผ่นหลังซึ่งคุ้นเคยหายลับไปต่อหน้าต่อตา   มันเหมือนกับเสียงโดยรอบเงียบสนิทและทุกภาพที่ผ่านตาเป็นภาพช้า   เสียงตะโกนของตัวเองก็ไม่ได้ยิน   ทั้งที่แหกคอปริ่มแทบขาดใจ   มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย...   เขาเคยอ่านเจอที่ไหนนะ...ที่ว่า

 

Bad to even worse...

 

เขาไม่เคยร้องไห้กับเรื่องนี้..   เขาสาบานได้     นับตั้งแต่วันนั้นเขาไม่เคยร้อง   ต่อมน้ำตาของเขาอาจจะแห้งเหือดไปแล้วก็ได้   มันตันๆราวกับมีสิ่งกีดขวางจนเขาไม่อาจจะหลั่งน้ำตาออกมา   เขาหลบเลี่ยงคนๆนั้นมาตลอด   ตลอดสองปีที่ผ่านมาเขาหนีพอหรือยัง?   แค่คิดว่าต้องเจอหน้ากัน หัวใจก็ปวด   เขาไม่รู้ว่ามันเพราะอะไรแต่มือล่องหนกำลังบีบเค้นหัวใจอย่างหนักหน่วง   ไม่..เขายังไม่พร้อม    เวลา...ขอเวลาอีกนิด   อาจจะพรุ่งนี้วันนี้หรือตลอดชีวิต..เขาก็จะถูกย้ำเตือนอย่างนี้อยู่ร่ำไป

 

จียงแต่งตัวเตรียมออกไปเรียนในคาบเช้า   ร่างกายที่เมื่อยล้าของเขาร้องประท้วงลั่นแต่เขาโดดวิชานี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด   การที่ต้องมานั่งอ่านหนังสือหลายๆเล่มย้อนหลังไม่ใช่วิธีของเขา   สู้เข้าๆไปให้มีอะไรติดหัวจะยังดีกว่ามาอัดทีเดียวก่อนสอบ   ปลายเท้าของเขาสะดุดกับกองเสื้อบนพื้น   เขาหยิบมันขึ้นมา...

 

อายเหลือเกินที่จะยอมรับว่าเสียงหนึ่งในหัวก็ยุแยงให้เขารับข้อเสนอของหมอนั่น  

 

เขาก็มนุษย์ธรรมดา...รักสบาย!

 

แต่เสียงเล็กๆแย้งแผ่วเบา  มันพูดแค่คำเดียว..แต่น้ำหนักนั้นมากมาย

 

ศักดิ์ศรี..

.

.

.

"...ยังมีเหลืออยู่อีกเหรอเรา?"

 

ร่างเพรียวเดินออกจากห้องไปเงียบๆ

 

+++

 

"ไฮ..ไง"ร่างสูงเอ่ยทักแดซองซึ่งนั่งยิ้มอารมณ์ดีอยู่ไม่ห่างจากเพื่อนร่วมห้อง   บรรยากาศที่โรงอาหารตอนเช้าตรู่ค่อนข้างจอแจ   อีซึงรีค้อมศีรษะเล็กน้อยให้เขา   แววตาของเด็กคนนี้ราวกับเสาะหาบางอย่างในตัวเขาอยู่ตลอดเวลา   ไม่ใช่ว่าไม่สบอารมณ์แต่เพียงไม่เข้าใจว่าทำสายตาอย่างนั้นทำไม   สายตาที่เหมือนกับคาดหวังอะไรบางอย่างแต่ก็ผิดหวังทุกครั้ง

 

เขายังไม่เคยเห็นสายตาสมหวังของรุ่นน้องคนนี้เสียที

 

"พี่ซึงฮยอนดูสดชื่นดีนะฮะวันนี้?"แดซองพูดขึ้นก่อนจะเลื่อนแก้วกาแฟนมให้ร่างสูง

 

"เห?"

 

"อ่า...ผมฝากเจ้านี่ให้พี่จียงหน่อยสิฮะ"รุ่นน้องยื่นซองจดหมายสีหวานให้เขา   เขามองมันอย่างแปลกใจ    ผนึกของมันยังปิดแน่นไว้เรียบร้อยพร้อมกับลายมือที่เขาจดจำได้แม่น..ลายมือของรุ่นน้องของเขาเอง

 

"เรื่องอะไร?   นายให้ด้วยตัวเองก็ได้นี่  เบอร์ก็มีไม่ใช่เหรอ   โทรเรียกออกมาเลยไม่ต้องไปเกรงใจ"แดซองเลิกคิ้วหนึ่งข้าง   ทำไมพี่ซึงฮยอนพูดราวกับรู้จักเจ้าตัวดีขนาดนั้น ทั้งๆที่ดูออกจะไม่ถูกกัน..มั้ง

 

"อ่าว..ก็พี่เป็นรูมเมทกันนี่ฮะ"

 

"นั่นสินะ   ห้องเดียวกัน" ร่างสูงเก็บจดหมายฉบับนั้นลงแฟ้มงานไป   เจ้าตัวดูไม่ค่อยใส่ใจนักกับการไหว้วานครั้งนี้   แดซองหันมองเพื่อนร่วมห้องเพื่อขอความเห็นแต่ซึงรีขอตัวไปเรียนก่อน   ร่างผอมผละไปด้วยความรีบร้อนทว่าดวงตาเหม่อลอย   และที่สำคัญคือเพื่อนเขาไม่ได้บอกว่าจะไปไหนทั้งที่อีกสิบนาทีก็ถึงเวลาเรียนแล้ว  

 

"มีอะไรกันหรือเปล่า?"เขาถามเมื่อเห็นรุ่นน้องมองตามหลังเพื่อนจนลับตา

 

"เปล่าฮะ...พี่ซึงฮยอนเรื่องของเราจะเอาไงดีฮะ   ผมน่ะ...อยากจะบอกทุกคนให้เร็วที่สุด   ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่เองด้วยผมจึงต้องถามความเห็น"

 

"นายอยากบอกแล้วหรือไง?   แต่ก็ตามใจนายนะเพราะฉันเป็นคนขอนายเอง"

 

"พี่ให้ผมเป็นคนเลือกแน่นะฮะ?"

 

"ฉันให้นายเป็นคนเลือกเสมอล่ะน่า"คังแดซองยิ้มกว้างแต่ร่างสูงไม่ได้พูดอะไรต่อ   เขาทั้งสองนั่งดื่มกาแฟกันเงียบๆรอเวลาเข้าเรียน   อากาศในตอนเช้าชวนให้ง่วงก็จริงแต่ว่าอบอุ่นอยู่ลึกๆ   เชวซึงฮยอนขยับนั่งใกล้รุ่นน้องอีกนิด   ความเงียบดำเนินไปเรื่อยๆจนผู้คนเริ่มพลุกพล่าน

 

"อีกไม่นานแล้วสินะฮะ.."

 

"ใช่...อีกไม่นาน"ซึงฮยอนพึมพำคล้ายกับต้องมนต์

  

+++

ลานกว้างของแดนซ์คลับมีเสียงเพลงฮิพฮอพเปิดลั่น   เขาไม่ค่อยชอบเพลงฮิพฮอพหนักๆเท่าไรแต่ถ้าเอาสไตล์อื่นลงปนไปบ้างเขาก็พอจะโยกตามได้   อีซึงรีเดินตามจังหวะเคาะหนักแน่นเหล่านั้นมาเรื่อยๆ   ตอนเช้าแบบนี้มีไม่กี่คนที่ออกมาซ้อมกลางลาน   ร่างที่เขามองหามาตลอดก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแต่เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้มากกว่านี้      เพลงหยุดลงและเริ่มขึ้นใหม่ด้วยอีกเพลงที่สดใสกว่า   ซึงรีหยุดยืนที่หลังเสาทางเดิน...ไม่น่าเลย  เขาน่าจะเข้าหอสมุดจะดีกว่า   ถ้าเป็นที่นั่นเขาจะมองอย่างไรก็ได้   เพราะอย่างไรเสียก็ไม่ต้องระวังมาก

 

  การขยับตามจังหวะดูพร้อมเพรียงกับทำนอง   สีหน้าเอาจริงเอาจังขณะเต้นต่างจากสีหน้ายามปกติที่มักเฉยชาและเรียบนิ่ง   ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เพลงผ่านไปถึงสามเพลง   ร่างสันทัดกดปิดเครื่องเสียงและม้วนสายอุปกรณ์เก็บเข้าที่   ผ้าขนหนูสีขาวฟูถูกยกขึ้นซับเหงื่อ   ซึงรีเตรียมหันหลังกลับห้องเรียนเพราะเลยเวลามาได้ยี่สิบนาทีแล้วหากไม่เพราะเสียงทักนั่น..

 

"จะไปแล้วหรือ?"ยองเบหิ้วสเตอริโอเครื่องเล็กตรงมาทางเขา   รอยยิ้มแต่งแต้มไว้บางๆ   เด็กหนุ่มไม่รู้จะปั้นสีหน้าอย่างไรดี  

 

"อา..."

 

 "เอ่อ...เปลี่ยนทรงผมหรือฮะ?" ...รู้ว่าเขามาแอบดูหรือเปล่า?

 

"ไม่ดีเหรอหรือว่าไง?"ยองเบมองหน้าเขาตรงๆ   จะว่าดูไม่ดีก็ไม่ใช่..เพียงแค่ว่าแปลกตา   เด็กหนุ่มมองทรงสกินเฮดสองข้างและผมด้านหน้าทิ้งตัวออกมานอกหมวกสีขาวบางส่วน  

 

"ผมรบกวนคุณหรือเปล่าฮะ?"

 

"ไม่หรอก..."

 

ความเงียบจู่โจมไม่ทันตั้งตัว   อีซึงรียืนไม่ไหวติงขณะที่ยองเบล้วงกระเป๋าพลางก้มหน้า   อึดอัดเล็กๆกับการสรรหาถ้อยคำมาปะติดปะต่อบทสนทนา   ยองเบคิดอยู่หลายอย่างที่จะเกริ่นนำสู่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันสองวันก่อนแต่สุดท้ายก็จบลงด้วยประโยคธรรมดาๆ  

 

"เรื่องที่เธอถามเมื่อวันนั้น.."

 

"ฮะ?"

 

"ฉันคิดว่าอาจจะบอกเธอสักวันแต่คงไม่ใช่ตอนนี้    เธอจะรับได้ไหม?"

 

"...................."

 

"อย่าเพิ่งคาดหวัง   อย่าเพิ่งเทความรู้สึกให้ฉันไปมากกว่านี้"

 

"...ผมน่ะ...ไม่ได้หวังอะไรเลย    ...ผมไม่กล้าด้วยซ้ำ"เสียงเบาจะแทบจะไม่ได้ยินแต่ยองเบก็พยักหน้ารับ   ดวงตาโศกมองเขาเจือเขินอาย   ยองเบใคร่ครวญในใจถึงเรื่องที่เขาอยากจะเอ่ยถาม   มันอาจจะเร็วเกินไปหรือไม่ก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง 

 

"สุดสัปดาห์หน้านายว่างไหม?"

 

"เห...?"

 

"ฉันอยากให้นายไปที่ๆหนึ่ง"

 

+++

"งั้น...ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"ควอนจียงรวบกระเป๋าหนังสือและเสื้อแจ็กเก็ตไว้ในอ้อมแขนและเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ    ร้านยังเปิดไฟสว่างเพราะเปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง   จียงทำงานกะเย็นของวันธรรมดาและกะหลังเที่ยงคืนของวันศุกร์และเสาร์   กลับไปที่ห้องเขาก็ต้องรีบเคลียร์การบ้านก่อนนอน   ให้ตายสิจู่ๆเขาก็นึกถึงแม่ขึ้นมา...แต่ถ้าให้โทรหาตอนนี้เขาต้องทนไม่ไหวแน่ๆ   เขาต้องอดทน..   นี่มันเดิมพันครั้งใหญ่ของเขาทีเดียว     ทางเดินที่ทอดยาวช่างเงียบเหงา..จียงเดินอย่างเชื่องช้า    ไม่อยากเจอหน้า...ไม่ใช่นะเขาไม่ได้หนี เขาไม่ได้ขลาดกลัว   เพียงแต่เขาไม่อยากจะยอมรับเท่านั้นว่า..

 

เมื่อคืนเขารู้สึกดี...

 

ยิ่งมีสติครบถ้วน..เขายิ่งอับอาย   ทุกภาพทุกการกระทำ...ทุกอย่างมันแจ่มชัด  ยิ่งขว้างทิ้งไปไกลแค่ไหน..มันยิ่งสะท้อนกลับมาชัดเท่านั้น   แม้จะน่าอดสูแต่เขาก็นำเงินที่เชวซึงฮยอนปาใส่เขาไปรวมกับเงินเก็บของเขาบางส่วนเพื่อจองห้องที่โรงแรมนั่น   อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเลย..เท่านี้เรื่องก็จะจบสักที   เขายังมีเรื่องราวอีกมากที่ไม่เข้าใจ   พยายามครุ่นคิดมาตลอดทั้งวันเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ   ถ้าหากว่าหมอนั่นกับน้องรหัสของเขาคบกันจริงๆ?   จะเก็บเขาไว้ทำไม..อย่างไรก็เขาไร้ข้อต่อรองอะไรอยู่แล้วนี่  

 

นายก็มีไพ่ตายอยู่ในมือแล้วนี่เชวซึงฮยอน..

 

เสียงเรียกชื่อของเขาดังแว่วมาจากที่ไกลๆ   เมื่อหันหลังมอง เจ้ารุ่นน้องหน้าตาอารมณ์ดีก็วิ่งไล่ตามมาด้านหลัง   ผมสีน้ำตาลอ่อนไหวไปกับสายลมยามเย็น   ร่างนั้นมาหยุดยิ้มกว้างให้เขาและหอบหายใจนิดๆ   จียงยิ้มมุมปาก..ไม่ว่าเมื่อไรน้องรหัสเขาก็ทำให้เขายิ้มได้เสมอ

 

"ว่าไง..?"

 

"วันอาทิตย์หน้าพี่ว่างหรือเปล่า?"

 

"เอ..น่าจะว่างนะ   ไม่มีรายงานแล้วล่ะ"

 

"ไปงานวันเกิดผมนะ"

 

"จัดงานใหญ่โตเลยหรือไงเรา?"

 

"งานเล็กๆเองพี่   เพื่อนกันๆทั้งนั้นแต่มีเจ้ามือจ่ายไม่อั้น หึหึ"เสียงหัวเราะมีเลศนัยของรุ่นน้องทำเอาเขาเกือบหลุดขำ   เขาพอจะเดาได้ล่ะนะว่าใครกันที่เป็นเจ้ามือ   เอาใจกันดีนะ?

  

"ที่ไหนล่ะ   อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม?"

 

"ความลับน่ะพี่   วันนั้นเดี๋ยวผมจะเอารถมารับพี่เลย   สัญญาว่าจะไปแล้วนะพี่จียง   สัญญาแล้วเจอกันสิบโมงเช้าที่ตึกเรียนรวมนะพี่ไปล่ะ"จียงยังไม่ทันจะได้ถามซ้ำว่า อยากได้อะไรเป็นของขวัญรุ่นน้องผู้ร่าเริงท้าลมร้อนของเขาก็ออกวิ่งไปไกล

   

.........หวังว่างานเลี้ยงของนายคงจะไม่ได้กร่อยลงเพราะฉันนะ... 

 

+++

 

เขาทำอย่างนี้ไปทำไมวะ  เอาไปซ่อนแล้วก็ให้คืนทีหลัง   อย่างไรเสียเจ้าบ้านั่นก็ต้องเอาไปถลุงกับผู้ชายอยู่แล้ว    จะทำบ้าบอให้ได้อะไรวะ   เขาไม่ได้อยากจะหาเรื่อง...เสียหน่อย   จะทำเมื่อไรก็ทำได้อยู่แล้ว   เหตุผลมันอยู่ที่ไหนนะ..อุบาทว์สิ้นดี   เจ้าบ้านั่นพล่ามพูดอยู่ได้ว่าเขาสมหวังแล้ว  สมหวังเรื่องบ้าอะไรของมัน   ร่างสูงหมุนลูกบาสไว้บนปลายนิ้วแต่มันก็ทรงตัวอยู่ได้ไม่นาน   ลูกหนังสีคล้ำกลิ้งลงพื้นก่อนหายลับเข้าใต้เตียงไป        

 

ชายหนุ่มนึกถึงตอนที่เขาพบหน้าเจ้าอัปลักษณ์คนนี้เป็นครั้งแรก   เมื่อกี่ปีที่แล้วนะ?   สีหน้าอวดดีเล็กๆตามประสาคุณชายเอาแต่ใจมีให้เห็นในทุกท่วงท่า   เย่อหยิ่งยิ้มหยันเย้ย   ยิ่งเพื่อนสนิทเขาตามใจทุกอย่าง ก็ยิ่งเหมือนทำให้เจ้านั่นได้ใจ   ...ไม่สิผยอง...คำนี้แหละ   ‘ผยอง' ...การที่เขาอยากจะเหยียบเจ้านี้ให้จมดินอาจจะเริ่มมาจากตรงนั้นก็ได้   อาจจะเป็นตั้งแต่วินาทีแรก...ที่สบตา 

 

เชวซึงฮยอนปิดหน้าหนังสือลงพร้อมกับเร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้นอีก   ร่างเพรียวเดินเข้าห้องมาเสียตั้งแต่เมื่อไรเขาไม่รู้   สีหน้าเจื่อนๆที่ลอบมองเขาทำให้เขารู้สึกโมโห   ยองเบเห็นอะไรดีในตัวคนๆนี้วะ?   คนที่ทุกวันนี้..ใช้เงินเพื่อสิ่งเดียวคือผู้ชาย..ไม่เห็นหัวนายสักนิด   ห่ะเอ้ย...ทั้งที่มันทำให้นายน่ะเกือบ...นะยองเบ เชวซึงฮยอนข่มคำสบถไว้ในลำคอ   เขาไม่อยากนึกเรื่องที่เลวร้ายอย่างนั้นขึ้นมาอีก

 

"ฉันจะออกจากห้องนี้"สิ่งที่ซึงฮยอนเห็นเป็นเพียงรูปปากที่ขยับอ้าเท่านั้นแต่เขาก็พอจะแกะคำออกว่าร่างตรงหน้านี้กำลังพูดอะไร   ร่างสูงดึงสายไอพอดออกและกดปิดอย่างไม่ปราณีปราศรัย ทำไมถึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ขนาดนี้

 

"นายพูดอีกทีซิ?"

 

"ฉันจะย้ายออก"จียงหลบตา...ภาพซ้อนจากเมื่อคืนลอยเด่น

 

"ได้ผู้ชายรับเลี้ยงแล้วหรือไง?"

 

"ฉันไม่จำเป็นต้องบอกนาย"

 

"....ไม่อยากได้เงินแล้ว?"

 

"นั่นน่ะ..ฉันไม่เคยต้องการ"

 

"หึ...แล้วเอาเงินนั่นไปไหนแล้วล่ะ    ..........หมดไปกับโรงแรมม่านรูดแล้วสิ?"ร่างเพรียวสะดุ้ง...เขาปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเขาใช้เงินนั้นไปจริงๆแต่ป่วยการที่จะบอกว่าเขาจองห้องไปทำไม   เขาไม่จำเป็นต้องบอกด้วยซ้ำว่าเขาเอาเงินไปทำอะไร  ในเมื่อจะถือว่าสิ่งที่เขา ‘ทำ' มันแลกกับ ‘เงิน' ไปแล้ว   แต่คำพูดเสียดแทงหลังจากนั้น..เขาไม่ขอรับไว้ได้ไหม  

 

"เชวซึงฮยอนนายทำให้ฉันแทบบ้า!   หากว่านายต้องการล่ะก็ให้ฉันแลกห้องกับแดซองเอาไหม?"       

 

"พูดเรื่องดีๆกับเขาเป็นด้วยหรือไง?"ยิ้มเย็นพราวที่มุมปาก

 

"เราหมดสิ้นกันเพียงเท่านี้เถอะ   ฉันขอร้องนาย...ฉันแทบหมดสิ้นเกือบทุกอย่างแล้ว"การอดทนเพื่อการแก้แค้นอะไรนั่น..มันเป็นไปไม่ได้  เขาเหนื่อยใจเกินกว่าลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง  รวบรวมพลังจะคลานลงจากสังเวียนก็ปางตาย

 

"นายคิดว่านายชดใช้หมดแล้วงั้นสิ?"ซึงฮยอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและขยับเข้าใกล้ร่างเพรียวที่กำลังถอยห่างออกไปทุกทีๆ...ไล่ต้อนให้ขาดใจ

 

จียงไม่กล้าตอบ...จียงไม่กล้าจะหายใจด้วยซ้ำตอนที่ได้ยินคำว่า ‘ชดใช้' ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าร่างสูงหมายถึงใคร   คนๆนั้นที่ตราตรึงอยู่ในใจของเขามาตลอดแต่ยังไม่สักครั้งที่ได้พูดคำสำคัญคำหนึ่ง   เมื่อไม่มีทางจะถอยหลังไปได้อีกแล้วเขาจึงทรุดทั้งยืน   ..คงต้องตายตรงนี้ถึงจะสาแก่ใจกับเชวซึงฮยอน?  

 

"เชวซึงฮยอน   นายต้องการแบบนี้ใช่ไหม?"จียงเหม่อมองเลื่อนลอย   คำพูดทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับเสียงกระซิบ

 

"?"ร่างสูงที่ยืน ณ กลางห้องหรี่ตาลงก้มมอง   ราวกับอยู่บนหน้าผาชันของผู้ไล่ล่า..เหยื่อที่หมายตานอนซมอยู่เบื้องล่าง   ความเงียบเข้ากั้นกลางปล่อยให้ซึงฮยอนกำช่วงเวลาแห่งชัยชนะไว้ยาวนาน   ความเงียบ....มันร้ายกาจเสมอแต่มันก็หายไปเมื่อร่างที่คุกเข่าพยายามพูดขึ้นมา

 

"ด้วยแววตานี้ ริมฝีปากนี้   นายรู้ไหม...ฉัน..นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะให้นายได้"

 

ซึงฮยอนมองอากัปกิริยาไร้เรี่ยวแรงของร่างที่นั่งกองบนพื้น   เขายืนมองควอนจียงที่มีสภาพไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตาพังๆตัวหนึ่ง   แต่ภาพชวนสงสารนี้มันยังขาดอะไรไปสักอย่าง   เขายังคลางแคลงใจ..เพราะมันไม่สมบูรณ์แต่เขาก็บอกไม่ได้ว่าที่หายไปมันคืออะไร    มันแปลกเกินกว่าที่เขาทำใจยอมรับและเชื่อ..   ร่างนั้นไล้ปลายนิ้วบนเรียวปากตนเองราวกับให้คำสัตย์ต่อรอยจูบประทับ   ซึงฮยอนมองมือข้างนั้นเอื้อมมาแตะลงเชื่องช้าที่หลังมือของเขา   ดวงตาคู่นั้นทอดต่ำ..จับจ้องที่ปลายนิ้ว   แรงกดไม่หนักไปกว่ายามสายลมต้องใบหญ้า   อุ่นสัมผัสแต่สั่นเทา..

 

จับครอง...เสี้ยวพริบตา..สั่นไหว

 

ร่างเพรียวถอนหายใจแผ่วเบาราวกับละทิ้งซึ่งความหนักทั้งปวง   ราวกับว่าวิญญาณของร่างนี้สถิตในท่วงสัมผัสนั่นและตอนนี้มันได้เหือดหายไปหลังจุมพิต   เพียงชั่วขณะที่ปลายนิ้วผละออกเจ้าของร่างทิ้งตัวลงกับพื้นพรม   ใบหน้าที่เขาเคยเห็นว่าอัปลักษณ์ซุกซ่อนกับท่อนแขน   ปิดบังโลกทั้งใบไว้หลังเปลือกตา   ซึงฮยอนมองแผ่นหลังบางที่กำลังหมอบคุดคู้   เขาอาจจะบ้าไปแล้วที่เห็นความเจ็บปวดฝังอยู่ทั่วหลังบางๆนั่น...

 

เท่านี้ใช่ไหมที่เขาอยากเห็น?

 

เชวซึงฮยอนขบสันกรามแน่นก่อนผละออกจากห้องราวกับพายุ

 

+++


 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้องจีเป็นไรอะ....... ?????



++++

แต่จาว่าไป อิลิงไม่เลวหรอก ดูท่าจามีเหตุผล(รึป่าว) ของตัวเองอยู่


++ รีบไปอ่านตอนต่อไปดีกว่าาาา

#1 By (58.8.239.73) on 2008-11-17 05:53

จีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#2 By choco on 2009-04-12 21:28

ร้องไห้ไปแล้วนะคะ

ร้องแทนจียง

คนเข้มแข็งที่กำลังอ่อนแอไร้ทางสู้

ไรเตอร์สุดยอด

เขียนได้กระชากวิญญาณมากๆ

โอย...อ่านแล้วปวดท้องหายใจไม่ออก

แต่ก็จะตามไปอ่านต่อนะ

#3 By pukpods on 2009-07-23 23:17

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ฮึก ฮึก

มันบีบอ่า....ไม่ไหวแล้วอ่า...

เสียน้ำตาจนได้...

ไม่รู้ว่าน้องเจ็บแค่ไหน ผ่านอะไรมาบ้าง

แต่ตอนนี้ ถ้าน้องจะร้องไห้ จะเสียน้ำตา มันจะไม่เจ็บปวดเท่านี้

..ช่างเป็นคนที่เจ็บปวดได้รุนแรง เหลือเกิน......

โอย...ปวดใจ

#4 By ่jiyoo (117.47.144.194) on 2009-09-17 01:42

เฮ้ยยยย..
น้ำตาจะไหลค่ะ..
เศร้าอ่า..
จีคงอึดอัดน่าดูอ่ะ..
ทำไมพี่ท๊อปใจร้ายจังเลย..

#5 By zzna on 2009-12-03 14:01