What 'Lies' Beneath#5
posted on 05 Sep 2008 19:07 by sussurro in fiction.
.
Title: What ‘Lies’ Beneath #5
Author: ENIGMA
Genre: AU/Angst/Yaoi/Dark Comedy?
Rate: NC-17 [overall story]
Fandom: BIGBANG
Status: complete [2 April-25 August 2008]
Author’s note: Do not copy any part of this fiction without my permission! You must be in suffering ‘til the end of your time…you know what I mean.
-*-*-*-*-*-*-*-*-
#5
.
.
บรรยากาศสลัวในยามค่ำคืนที่ฝนพรำทำให้เขารู้สึกหดหู่เหลือเกิน เรื่องเก่าๆยังคอยเวียนวนเพื่อไล่ต้อนเขาให้นึกถึงความรู้สึกนั้น ความรู้สึกของการถูกทอดทิ้ง..
สิ่งที่ถูกขยี้ไปแล้วไปแล้วครั้งหนึ่งยากนักที่จะกอบกู้ขึ้นมาใหม่ ทำลายซ้ำเสียยังง่ายกว่าที่จะฟื้นฟูมันขึ้นมา ชายหนุ่มขยับปีกหมวกให้บดบังครึ่งเสี้ยวหน้า หญิงสาวงดงามข้างกายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเต็มตื้นในหัวใจว่างเปล่า..อย่างมากก็ทำให้ราตรีนี้ไม่อ้างว้างเปลี่ยวเปล่าบนเตียงเกินไปนัก ใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางหันมองเขาอย่างวิตก หล่อนเบียดร่างเข้าชิดแขนเขามากขึ้นจนรู้สึกได้ถึงเนินอกนุ่มใต้เสื้อรัดรูปนั่น
"ยองเบ..ดูนั่นสิคะ คนกำลังมีเรื่อง"เขามองตามทิศที่หล่อนพยักพเยิด สองร่างล่ำสันกำลังต้อนเด็กหนุ่มคนหนึ่งให้จนแต้ม เสื้อผ้าของเด็กนั่นคงไม่พ้นว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับเขา
เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างนิ่งเฉยเหมือนกับผู้คนเหล่านั้นเป็นอากาศธาตุ เสียงเอะอะมากขึ้นเรื่อยๆแต่รอบกายพวกเขาไม่มีอะไรอื่น นอกจากรถซึ่งจอดเรียงรายตามถนนและแสงไฟทึมมัว เพื่อนหญิงของยองเบคล้องแขนสอดกระชับมากขึ้นอย่างหวาดหวั่น เขาเพียงล้วงกุญแจรถออกมาเตรียมเท่านั้น ทั้งสองคนยังเดินมุ่งหน้าไปที่เฟอร์รารีสีแดง มันอยู่อีกไม่ไกล... ซอนมีสะกิดคู่ควงของหล่อนอย่างร้อนรน
"จะไม่ช่วยเด็กคนนั้นคะ?"
"ไม่ใช่เรื่องของเรานี่"
"แต่ท่าทางไม่ค่อยดีเลยนะคะ"
"งั้นเราก็รีบไปสิ"
คืนนี้เขาไม่อยากมีเรื่องให้รำคาญหัวใจ ความหนาวที่กัดกร่อนในตอนนี้สำคัญกว่า อีกอย่างเขาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรยื่นมือเข้าไปสอด ในเมื่อเด็กนั่นไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือสักนิด ดวงตาที่จ้องมองเขาในบางคราวของเด็กคนนี้ก็คล้ายกับคนที่เขารู้จักเหมือนกัน แต่มันก็นานมาแล้ว ยองเบรีบปัดความคิดนั้นออกไปเผอิญกับเสียงกรีดร้องของซอนมีดังขึ้น
ชายสองคนพยายามไล่หวดไม่สนตำแหน่ง ขอเพียงจะให้โดนจังหนับจะเป็นตรงไหนก็ได้ ซวนเซพาดรถยนต์สีแดงเพลิง ท่อนเหล็กฟาดลงที่ไหล่ของเด็กหนุ่มแต่ร่างเพรียวก็ปราดเปรียวพอที่จะไม่โดนตีซ้ำสอง ยองเบมองด้ามไม้และเหล็กทุบลงไปบนฝากระโปรงรถคันงามต่อหน้าต่อตา กระจกบางส่วนเป็นรอยร้าว เจ้าเด็กคนเดิมวิ่งหนีอย่างหมดแรงวนไปรอบๆเฟอร์รารี ยองเบขมวดคิ้วเล็กน้อย..
ทำไมต้องเป็นรถของเขาด้วย
ซอนมีลอบมองสีหน้าของคู่ควงหล่อนอย่างเดาใจ กลัวเรื่องที่เกิดขึ้นก็กลัว..แต่ยองเบนิ่งขรึมเหลือเกินนี่สิที่หล่อนกลัวกว่า
"ซอนมี..กลับบ้านเองได้ไหม? ฝากบอกซึงฮยอนทีว่าฉันมีเรื่อง ..ที่เดิม ส่งคนมาหน่อย"
หล่อนพยักหน้าและมองไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น ตอนนี้เฟอร์รารีแสนรักของยองเบมีแผลสาหัส สองเท้าพาหล่อนออกมาจากเหตุการณ์ ทันทีที่พ้นภาพนั้นซอนมีกดเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคย ทำไมจะไม่คุ้นล่ะ..ก็ในเมื่อหล่อนหมายตาคนนี้ไว้ด้วยเช่นกัน เสียงเข้มเครียดมาจากปลายสาย หล่อนจึงรีบละลักละล่ำบอกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น การสนทนาจบลงอย่างรวดเร็ว ซึงฮยอนพูดกับหล่อนด้วนเสียงแห้งแล้ง..จะว่าดุดันก็ได้ ดุเสียจนหล่อนนึกใจเสีย ไม่เหมือนเชวซึงฮยอนคนที่หล่อนเคยรู้จักอยู่ทุกที ซอนมีหยุดลงที่ริมทางเท้า มองกลับไปในทิศที่หล่อนจากมา ...หวังว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรงกับคู่ควงของหล่อนและซึงฮยอนคงส่งเพื่อนมาช่วยเขาทัน
คืนนี้ที่ว่าจะได้สุดเหวี่ยงในอพาร์ตเมนต์หรูของเขาคงไม่มีโอกาสเสียแล้ว...
+++
"...นายทำแบบนี้แล้วได้อะไร?"
".........................."
"เกลียดฉันไม่ใช่หรือไง ทำแล้วมันได้อะไร?"จียงกระแทกเสียงถามตอก
ซึงฮยอนคว้าคางเล็กขึ้นบีบ ดวงตาคมบาดจ้องมองลึกลงไป เขาควรจะพูดอะไร...เขาควรหรือ? เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองสามครั้งก่อนที่เขาจะหยิบมันขึ้นมา ร่างสูงสวมกางเกงยีนส์เพียงตัวเดียวเดินไปเดินมาในห้องพลางแนบหูกับโทรศัพท์ สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนไปกังวลใจ จียงนึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาจับใจที่วูบหนึ่งคล้ายจะปล่อยอารมณ์ให้คล้อยตามคนเห็นแก่ตัว
สายตากร้าวนั่นหันมองเขาทุกอิริยาบถแม้ว่าปากกำลังพูดคุยกับมือถือ ร่างเพรียวทนการย่ำยีทางสายตาของคนๆนี้ไม่ได้อีกต่อไปจึงพยุงตัวเองเข้าห้องน้ำทั้งที่เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จไปแท้ๆ กลิ่นสบู่ยังไม่ทันจางหายจากผิวกาย เขาต้องกัดฟันมากำจัดคราบชั่วๆที่ฝังอยู่ในตัว..แต่ที่ฝังในใจคงไม่มีวันล้างออก น้ำบางส่วนทิ้งตัวลงมาปะปนกับน้ำใส...เขาไม่กล้ามองและไม่อยากคิดว่ามันคืออะไร ดวงตาหลับแน่นขณะปล่อยสายน้ำชำระมันออกไป
เขาเปิดประตูห้องออกไปอีกครั้ง ภายในห้องก็ดับไฟลงแล้ว ซึงฮยอนอ่านหนังสือเล่มเดิมอาศัยไฟจากหัวเตียง สภาพกลับไปเป็นดั่งเดิม..คือความเงียบ แต่เสียงห้าวหนักก็เอ่ยขึ้น
"นายห้ามบอกคังแดซองเรื่องฉันและไม่ว่ากับใครก็ตาม จำไว้..นายพูดฉันพูด"
จียงเผลอมองหาโทรศัพท์ที่กุมความลับของเขาไว้แต่เขาไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน ชายหนุ่มจ้องเขม็งในกิริยาของร่างเพรียว จียงรั้งรอที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงของเขาเอง
...ร่องรอย...การต่อสู้ที่พ่ายยับ
มันตราตรึงอยู่ในทุกรอยย่นของผ้าคลุม
เขามองมันอยู่ชั่วใหญ่...ความหุนหันพลันแล่นมันชักนำให้เกิดเรื่องเฮงซวยกับชีวิตของเขา ยังบัดซบไม่พอหรือไงชีวิตเขา?
"ควอนจียงนายเป็นเอดส์หรือเปล่า?"
จียงสวนกลับไม่ต้องคิด"ใช่..ฉันเป็น นายติดโรคนี้ไปแล้วรู้ไว้เสียด้วย"
อย่างน้อยก็เป็นการแก้เผ็ดเล็กๆเมื่อเห็นสีหน้าถอดสีของชายหนุ่ม มือใหญ่เปิดค้างที่หน้าหนังสือ ร่างเพรียวพูดย้ำอย่างนิ่งสงบ
"ฉันเป็นเอดส์"
"นายโกหก"
"นายหลั่งข้างในแบบนี้ นายติดเอดส์แน่ๆ นายติด!"ซึงฮยอนมองคนที่โอ้อวดราวกับถือไพ่ใบที่เหนือกว่าพลางได้ข้อสรุปที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ
"ก็นับว่ายังเหลือดีอยู่บ้าง"
ซึงฮยอนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมก่อนปิดสวิตซ์ไฟ จียงเม้มริมฝีปากแน่นนึกอยากให้ตัวเองมีโรคร้ายอะไรสักอย่างจริงๆ เขาเกลียดเชวซึงฮยอน เกลียดเซ็กส์บ้าๆแบบนี้ เกลียดผ้าปูที่นอนเลอะคราบ และเกลียดตัวเอง สองมือกระชากผ้าปูที่นอนออกทิ้งลงพื้น ร่างเพรียวหอบเครื่องนอนไปที่โซฟาหน้าทีวีแทน
คืนที่แย่ที่สุด...กำลังกลับมา
+++
"หยุดสักที!"เสียงของดงยองเบดังไปทั่วถนน ชายฉกรรจ์ลดมือลงและหันมองต้นตอของเสียงวางอำนาจ ชายรูปร่างสันทัดท่าทางเพลย์บอยยืนล้วงกระเป๋านิ่งๆ สายตาคมนั่นออกจะติดดูถูกและเฉยชา
"แกเป็นใคร มายุ่งอะไรกับเรื่องในถิ่นพวกฉัน อยู่เฉยๆดีกว่าจะได้ไม่เจ็บตัว"
"แล้วนายล่ะเป็นใคร"
"พวกฉันเตือนแล้วนะขอให้สงบปากไว้ดีกว่า"
"ที่พวกนายกำลังทุบอยู่มันคือรถของฉัน"
เด็กหนุ่มอาศัยจังหวะที่ชายสองคนหันมองทางอื่นวิ่งมาหลบฝั่งเขา หลังรถยนต์อีกคันที่จอดอยู่ใกล้ๆ ยองเบเหลือบตามองเล็กน้อย อย่างนี้ก็เหมือนว่ามาด้วยกันเลยสิ ไม่ผิดจากที่คิดไว้ อันธพาลสองคนดาหน้าเข้ามาหายองเบอย่างเอาเรื่อง
"นายเป็นอะไรกับเด็กนั่น ขับรถขนาดนี้ก็คงมีปัญญาจ่ายเงินแทนมัน"
"ไอ้เด็กนี่มันทำเสื้อฉันเปื้อน อาร์มานี่ตัวนี้หลายแสน"
"มันคง..แพงกว่าข้าวผัดสักจานไม่เท่าไรมั้ง?"
"แกว่าเสื้อฉันเป็นของปลอมรึไง"
"ฉันไม่ได้พูด.. นี่นายพูดเอง"ก็เหมือนเอาน้ำมันราดกองเพลิง กอปรกับท่าทางยียวนพูดจาเยือกเย็น ความเดือดดาลพุ่งทะลุ
"หน็อย..ยังไงวันนี้ก็ต้องมีเลือดใครมาเซ่น คิดว่าแน่แค่ไหนวะ"
ดงยองเบส่ายหน้าอย่างระอา ยืนสงบนิ่งไม่เกรงกริ่ง
"คิดให้ดีแล้วกัน ถ้าจะตีจริงๆก็คงห้ามไม่ได้ แต่ถ้าผู้การเชวรู้เรื่องนี้..เขาคงไม่สบายใจนัก"ท่วงท่าสบายๆของชายหนุ่มทำให้ยากจะจับน้ำเสียงข่มขู่ซึ่งเจือปน
"ไม่สนเว้ย ลูกพี่พวกฉันคุ้มครองได้"
"ใครล่ะ? คิดว่าทำได้เหรอ? คนที่ใหญ่แถบนี้ก็มีอยู่ตระกูลเดียว ความเสียหายที่เกิดขึ้นลูกพี่นายรับผิดชอบไหว? พวกนายคงไม่อยากถูกซ้อมในคุกใช่ไหม? หรือจะรับข้อหาเพิ่มอีกสักสองสามข้อหา?"เสียงมอเตอร์ไซค์ดังแว่วมาจากด้านหลัง สิ่งที่เขาต้องทำคือพูดประวิงเวลาไปเรื่อยๆ ถึงจะโดนเล่นงานจนบาดเจ็บ..หรือตายไปเขาก็ไม่นึกเสียดาย ความเป็นจริงที่ทุรนทุรายขับดันให้เขาต้องออกคู่นอนสักคน แต่วันนี้คงไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ใครจะนึกว่าจะมาทะเลาะกับกุ๊ยข้างถนนเลือดร้อน..
"ขอสู้ก่อนแล้วว่ากันว่ะ"
"แน่ใจเหรอพวก?"เสียงตะโกนจากร่างบนมอเตอร์ไซค์ซึ่งเปิดไฟสูงส่องสาดมาที่ชายทั้งสอง จำนวนคันมากกว่าพวกมันเป็นสามเท่า แสงไฟตัดผ่านความมืดสลัวไปที่จุดเดียว ใบหน้าของพวกมันชัดเจนอยู่ในแสงจ้า
"หมาหมู่เรอะ?"
"พวกนายหมาหมู่ก่อนไม่ใช่หรือไง? รีบหนีไปก่อนดีกว่ามั้ง..ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เห่า"
"ฝากไว้ก่อนเถอะ"
"ไม่ต้องหรอก ฉันจะส่งบิลค่าเสียหายไปที่ลูกพี่แก ดูซิว่าเขาจะทำหน้ายังไง"
มันขวางแท่งเหล็กลงพื้นท่ามกลางเสียงบิดเร่งเครื่องของจักรยานยนต์ทั้งหลาย มันกลิ้งไปตามพื้นและหยุดลงตรงหน้าของเด็กหนุ่มเคราะห์ร้าย พวกอันธพาลกระจอกวิ่งไปจนสุดตรอกถนนและหายไปในสีดำ
"ขอบใจพวกนายที่มา ซึงฮยอนโทรไปใช่ไหม?"
"ไม่เป็นไร ก็ช่วยๆกันน่า เอาไงวะให้ตามไหม? รถนายเยินไม่เบานี่หว่า..ดีกว่าโดนชนนิดเดียว"
"ช่างมันเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง ขอบใจว่ะ พวกนายกลับกันได้แล้ว"ยองเบยกมือส่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ถอยกลับออกไปจากถนน สาวที่นั่งท้ายมาของแต่ละคัน..คงจะตะลุยราตรีกันอีกนาน ร่างสันทัดยกนาฬิกาขึ้นมองอีกไม่นานหอพักของมหาวิทยาลัยจะปิดลง ร่างตะคุ่มๆหลังท้ายรถยังอยู่ ..ก็ยังดีที่ไม่ได้เปิดแนบไปอย่างทุเรศ
"นายน่ะ..ออกมาสิ"
ร่างผอมเพรียวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและก้าวออกมาตรงหน้าของเขา คิ้วเข้มและดวงตาคมหางตกดูโศกเศร้า เด็กหนุ่มจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ยองเบต้องแหงนขึ้นเล็กน้อยเพื่อสังเกตรายละเอียดบนใบหน้าอ่อนวัยนั้น
"..ขอบคุณฮะ"
"เรียนที่วายจีใช่ไหม อยู่หอหรือเปล่า?"
เขาพยักหน้ารับ ผมสีดำซอยสั้นขยับตามแรง ยองเบดึงโทรศัพท์ขึ้นโทรหาเพื่อนสนิทก่อนเดินขึ้นรถ พวงกุญแจรถค้างอยู่ในมือ เขายังไม่ได้ปลดล็อคเพราะเสียงปลายสัญญาณดึงความสนใจเขาไปก่อน
"เรียบร้อยดี เออขอบใจ..พลาดไปหน่อย"
"..............................................."
"เออ..หมดสวยเลย โทษที ฉันอ้างชื่อพ่อนายไปว่ะ อาฮะ.."
"....................................................."
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเล่าให้ฟัง นายทำไมเสียงเครียด มีอะไรหรือเปล่าวะ?"
"................................."
"โอเค.. ไว้สืบสวนทีหลัง ฉันต้องไปส่งคนก่อน บาย"
เขาพับโทรศัพท์สีดำเงาลงใส่กระเป๋าเหมือนเดิม เด็กหนุ่มยืนเก้งก้างจ้องมองมาที่เขา
"ขึ้นรถสิ.."ร่างสันทัดเอียงศีรษะไปที่รถ เด็กนั่นก็เดินขึ้นไปอย่างว่าง่าย เสียงปี๊บเบาๆเป็นสัญญาณตอบรับ ดงยองเบต้องขึ้นรถราคาแพงที่มีตำหนิ ใครเห็นคงได้ขำตายล่ะทีนี้
"...แล้วครับ"เสียงอ่อนโยนของเด็กหนุ่มฝ่าสายลมมาได้บางส่วน ยองเบตะโกนถามอีกครั้งเพราะเมื่ออยู่บนท้องถนนกับรถเปิดประทุนแบบนี้ยากที่จะฟังอะไร
"นายพูดว่าอะไรนะ?"
"ผมบอกว่า...ตอนนี้หอผมปิดแล้วครับ"เด็กนั่นก็ตะโกนสุดเสียงตอบมาเช่นกัน เขายกมือขึ้นแตะขอบแว่นตากันลม ยุ่งยากอีกแล้วไง..
"นายจะให้ไปส่งที่ไหน?"
"....ได้ไหมฮะ?"
"อะไรนะ? พูดดังๆสิ"
"ไปที่บ้านคุณได้ไหมฮะ?"
"หา?"
+++







#1 By Gypsy is VIP on 2008-10-16 17:18