What 'Lies' Beneath#5

posted on 05 Sep 2008 19:07 by sussurro  in fiction

.

.

Title: What ‘Lies’ Beneath #5

Author: ENIGMA

Genre: AU/Angst/Yaoi/Dark Comedy?

Rate: NC-17 [overall story]

Fandom: BIGBANG

Status: complete [2 April-25 August 2008]

Author’s note: Do not copy any part of this fiction without my permission! You must be in suffering ‘til the end of your time…you know what I mean.

-*-*-*-*-*-*-*-*-

 

 


#5

.

.         

บรรยากาศสลัวในยามค่ำคืนที่ฝนพรำทำให้เขารู้สึกหดหู่เหลือเกิน   เรื่องเก่าๆยังคอยเวียนวนเพื่อไล่ต้อนเขาให้นึกถึงความรู้สึกนั้น   ความรู้สึกของการถูกทอดทิ้ง..

 

สิ่งที่ถูกขยี้ไปแล้วไปแล้วครั้งหนึ่งยากนักที่จะกอบกู้ขึ้นมาใหม่   ทำลายซ้ำเสียยังง่ายกว่าที่จะฟื้นฟูมันขึ้นมา   ชายหนุ่มขยับปีกหมวกให้บดบังครึ่งเสี้ยวหน้า   หญิงสาวงดงามข้างกายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเต็มตื้นในหัวใจว่างเปล่า..อย่างมากก็ทำให้ราตรีนี้ไม่อ้างว้างเปลี่ยวเปล่าบนเตียงเกินไปนัก   ใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางหันมองเขาอย่างวิตก   หล่อนเบียดร่างเข้าชิดแขนเขามากขึ้นจนรู้สึกได้ถึงเนินอกนุ่มใต้เสื้อรัดรูปนั่น

 

"ยองเบ..ดูนั่นสิคะ  คนกำลังมีเรื่อง"เขามองตามทิศที่หล่อนพยักพเยิด   สองร่างล่ำสันกำลังต้อนเด็กหนุ่มคนหนึ่งให้จนแต้ม   เสื้อผ้าของเด็กนั่นคงไม่พ้นว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับเขา

 

เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างนิ่งเฉยเหมือนกับผู้คนเหล่านั้นเป็นอากาศธาตุ   เสียงเอะอะมากขึ้นเรื่อยๆแต่รอบกายพวกเขาไม่มีอะไรอื่น   นอกจากรถซึ่งจอดเรียงรายตามถนนและแสงไฟทึมมัว   เพื่อนหญิงของยองเบคล้องแขนสอดกระชับมากขึ้นอย่างหวาดหวั่น   เขาเพียงล้วงกุญแจรถออกมาเตรียมเท่านั้น   ทั้งสองคนยังเดินมุ่งหน้าไปที่เฟอร์รารีสีแดง   มันอยู่อีกไม่ไกล...   ซอนมีสะกิดคู่ควงของหล่อนอย่างร้อนรน

 

"จะไม่ช่วยเด็กคนนั้นคะ?"

 

"ไม่ใช่เรื่องของเรานี่"

 

"แต่ท่าทางไม่ค่อยดีเลยนะคะ"

 

"งั้นเราก็รีบไปสิ"

 

คืนนี้เขาไม่อยากมีเรื่องให้รำคาญหัวใจ   ความหนาวที่กัดกร่อนในตอนนี้สำคัญกว่า  อีกอย่างเขาไม่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ควรยื่นมือเข้าไปสอด   ในเมื่อเด็กนั่นไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือสักนิด   ดวงตาที่จ้องมองเขาในบางคราวของเด็กคนนี้ก็คล้ายกับคนที่เขารู้จักเหมือนกัน   แต่มันก็นานมาแล้ว   ยองเบรีบปัดความคิดนั้นออกไปเผอิญกับเสียงกรีดร้องของซอนมีดังขึ้น  

 

ชายสองคนพยายามไล่หวดไม่สนตำแหน่ง   ขอเพียงจะให้โดนจังหนับจะเป็นตรงไหนก็ได้   ซวนเซพาดรถยนต์สีแดงเพลิง   ท่อนเหล็กฟาดลงที่ไหล่ของเด็กหนุ่มแต่ร่างเพรียวก็ปราดเปรียวพอที่จะไม่โดนตีซ้ำสอง      ยองเบมองด้ามไม้และเหล็กทุบลงไปบนฝากระโปรงรถคันงามต่อหน้าต่อตา   กระจกบางส่วนเป็นรอยร้าว   เจ้าเด็กคนเดิมวิ่งหนีอย่างหมดแรงวนไปรอบๆเฟอร์รารี   ยองเบขมวดคิ้วเล็กน้อย..

 

ทำไมต้องเป็นรถของเขาด้วย

 

ซอนมีลอบมองสีหน้าของคู่ควงหล่อนอย่างเดาใจ   กลัวเรื่องที่เกิดขึ้นก็กลัว..แต่ยองเบนิ่งขรึมเหลือเกินนี่สิที่หล่อนกลัวกว่า

 

"ซอนมี..กลับบ้านเองได้ไหม?   ฝากบอกซึงฮยอนทีว่าฉันมีเรื่อง ..ที่เดิม  ส่งคนมาหน่อย"

 

หล่อนพยักหน้าและมองไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น   ตอนนี้เฟอร์รารีแสนรักของยองเบมีแผลสาหัส   สองเท้าพาหล่อนออกมาจากเหตุการณ์   ทันทีที่พ้นภาพนั้นซอนมีกดเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคย   ทำไมจะไม่คุ้นล่ะ..ก็ในเมื่อหล่อนหมายตาคนนี้ไว้ด้วยเช่นกัน   เสียงเข้มเครียดมาจากปลายสาย   หล่อนจึงรีบละลักละล่ำบอกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น   การสนทนาจบลงอย่างรวดเร็ว   ซึงฮยอนพูดกับหล่อนด้วนเสียงแห้งแล้ง..จะว่าดุดันก็ได้   ดุเสียจนหล่อนนึกใจเสีย   ไม่เหมือนเชวซึงฮยอนคนที่หล่อนเคยรู้จักอยู่ทุกที   ซอนมีหยุดลงที่ริมทางเท้า   มองกลับไปในทิศที่หล่อนจากมา   ...หวังว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรงกับคู่ควงของหล่อนและซึงฮยอนคงส่งเพื่อนมาช่วยเขาทัน  

 

คืนนี้ที่ว่าจะได้สุดเหวี่ยงในอพาร์ตเมนต์หรูของเขาคงไม่มีโอกาสเสียแล้ว...

 

+++

 

"...นายทำแบบนี้แล้วได้อะไร?"

 

".........................."

 

"เกลียดฉันไม่ใช่หรือไง   ทำแล้วมันได้อะไร?"จียงกระแทกเสียงถามตอก

 

ซึงฮยอนคว้าคางเล็กขึ้นบีบ   ดวงตาคมบาดจ้องมองลึกลงไป   เขาควรจะพูดอะไร...เขาควรหรือ?   เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองสามครั้งก่อนที่เขาจะหยิบมันขึ้นมา   ร่างสูงสวมกางเกงยีนส์เพียงตัวเดียวเดินไปเดินมาในห้องพลางแนบหูกับโทรศัพท์   สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนไปกังวลใจ   จียงนึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาจับใจที่วูบหนึ่งคล้ายจะปล่อยอารมณ์ให้คล้อยตามคนเห็นแก่ตัว 

 

สายตากร้าวนั่นหันมองเขาทุกอิริยาบถแม้ว่าปากกำลังพูดคุยกับมือถือ   ร่างเพรียวทนการย่ำยีทางสายตาของคนๆนี้ไม่ได้อีกต่อไปจึงพยุงตัวเองเข้าห้องน้ำทั้งที่เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จไปแท้ๆ   กลิ่นสบู่ยังไม่ทันจางหายจากผิวกาย   เขาต้องกัดฟันมากำจัดคราบชั่วๆที่ฝังอยู่ในตัว..แต่ที่ฝังในใจคงไม่มีวันล้างออก   น้ำบางส่วนทิ้งตัวลงมาปะปนกับน้ำใส...เขาไม่กล้ามองและไม่อยากคิดว่ามันคืออะไร   ดวงตาหลับแน่นขณะปล่อยสายน้ำชำระมันออกไป  

 

เขาเปิดประตูห้องออกไปอีกครั้ง ภายในห้องก็ดับไฟลงแล้ว   ซึงฮยอนอ่านหนังสือเล่มเดิมอาศัยไฟจากหัวเตียง   สภาพกลับไปเป็นดั่งเดิม..คือความเงียบ   แต่เสียงห้าวหนักก็เอ่ยขึ้น

 

"นายห้ามบอกคังแดซองเรื่องฉันและไม่ว่ากับใครก็ตาม   จำไว้..นายพูดฉันพูด"

 

จียงเผลอมองหาโทรศัพท์ที่กุมความลับของเขาไว้แต่เขาไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน   ชายหนุ่มจ้องเขม็งในกิริยาของร่างเพรียว   จียงรั้งรอที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงของเขาเอง

 

...ร่องรอย...การต่อสู้ที่พ่ายยับ  

 

มันตราตรึงอยู่ในทุกรอยย่นของผ้าคลุม

 

เขามองมันอยู่ชั่วใหญ่...ความหุนหันพลันแล่นมันชักนำให้เกิดเรื่องเฮงซวยกับชีวิตของเขา   ยังบัดซบไม่พอหรือไงชีวิตเขา?

 

"ควอนจียงนายเป็นเอดส์หรือเปล่า?"

 

จียงสวนกลับไม่ต้องคิด"ใช่..ฉันเป็น   นายติดโรคนี้ไปแล้วรู้ไว้เสียด้วย"

 

อย่างน้อยก็เป็นการแก้เผ็ดเล็กๆเมื่อเห็นสีหน้าถอดสีของชายหนุ่ม   มือใหญ่เปิดค้างที่หน้าหนังสือ   ร่างเพรียวพูดย้ำอย่างนิ่งสงบ

 

"ฉันเป็นเอดส์"

 

"นายโกหก"

 

"นายหลั่งข้างในแบบนี้   นายติดเอดส์แน่ๆ นายติด!"ซึงฮยอนมองคนที่โอ้อวดราวกับถือไพ่ใบที่เหนือกว่าพลางได้ข้อสรุปที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ

 

"ก็นับว่ายังเหลือดีอยู่บ้าง"

 

ซึงฮยอนดึงผ้าห่มขึ้นคลุมก่อนปิดสวิตซ์ไฟ   จียงเม้มริมฝีปากแน่นนึกอยากให้ตัวเองมีโรคร้ายอะไรสักอย่างจริงๆ  เขาเกลียดเชวซึงฮยอน เกลียดเซ็กส์บ้าๆแบบนี้ เกลียดผ้าปูที่นอนเลอะคราบ   และเกลียดตัวเอง   สองมือกระชากผ้าปูที่นอนออกทิ้งลงพื้น   ร่างเพรียวหอบเครื่องนอนไปที่โซฟาหน้าทีวีแทน

 

คืนที่แย่ที่สุด...กำลังกลับมา

 

+++

 

"หยุดสักที!"เสียงของดงยองเบดังไปทั่วถนน   ชายฉกรรจ์ลดมือลงและหันมองต้นตอของเสียงวางอำนาจ   ชายรูปร่างสันทัดท่าทางเพลย์บอยยืนล้วงกระเป๋านิ่งๆ สายตาคมนั่นออกจะติดดูถูกและเฉยชา

 

"แกเป็นใคร  มายุ่งอะไรกับเรื่องในถิ่นพวกฉัน    อยู่เฉยๆดีกว่าจะได้ไม่เจ็บตัว"

 

"แล้วนายล่ะเป็นใคร"

 

"พวกฉันเตือนแล้วนะขอให้สงบปากไว้ดีกว่า"

 

"ที่พวกนายกำลังทุบอยู่มันคือรถของฉัน"

 

เด็กหนุ่มอาศัยจังหวะที่ชายสองคนหันมองทางอื่นวิ่งมาหลบฝั่งเขา   หลังรถยนต์อีกคันที่จอดอยู่ใกล้ๆ ยองเบเหลือบตามองเล็กน้อย   อย่างนี้ก็เหมือนว่ามาด้วยกันเลยสิ   ไม่ผิดจากที่คิดไว้ อันธพาลสองคนดาหน้าเข้ามาหายองเบอย่างเอาเรื่อง

 

"นายเป็นอะไรกับเด็กนั่น   ขับรถขนาดนี้ก็คงมีปัญญาจ่ายเงินแทนมัน"

 

"ไอ้เด็กนี่มันทำเสื้อฉันเปื้อน   อาร์มานี่ตัวนี้หลายแสน"

 

"มันคง..แพงกว่าข้าวผัดสักจานไม่เท่าไรมั้ง?"

 

"แกว่าเสื้อฉันเป็นของปลอมรึไง"

 

"ฉันไม่ได้พูด..  นี่นายพูดเอง"ก็เหมือนเอาน้ำมันราดกองเพลิง กอปรกับท่าทางยียวนพูดจาเยือกเย็น   ความเดือดดาลพุ่งทะลุ

 

"หน็อย..ยังไงวันนี้ก็ต้องมีเลือดใครมาเซ่น   คิดว่าแน่แค่ไหนวะ"

 

ดงยองเบส่ายหน้าอย่างระอา   ยืนสงบนิ่งไม่เกรงกริ่ง

 

"คิดให้ดีแล้วกัน   ถ้าจะตีจริงๆก็คงห้ามไม่ได้   แต่ถ้าผู้การเชวรู้เรื่องนี้..เขาคงไม่สบายใจนัก"ท่วงท่าสบายๆของชายหนุ่มทำให้ยากจะจับน้ำเสียงข่มขู่ซึ่งเจือปน

 

"ไม่สนเว้ย   ลูกพี่พวกฉันคุ้มครองได้"

 

"ใครล่ะ?   คิดว่าทำได้เหรอ?   คนที่ใหญ่แถบนี้ก็มีอยู่ตระกูลเดียว  ความเสียหายที่เกิดขึ้นลูกพี่นายรับผิดชอบไหว?  พวกนายคงไม่อยากถูกซ้อมในคุกใช่ไหม?  หรือจะรับข้อหาเพิ่มอีกสักสองสามข้อหา?"เสียงมอเตอร์ไซค์ดังแว่วมาจากด้านหลัง   สิ่งที่เขาต้องทำคือพูดประวิงเวลาไปเรื่อยๆ   ถึงจะโดนเล่นงานจนบาดเจ็บ..หรือตายไปเขาก็ไม่นึกเสียดาย   ความเป็นจริงที่ทุรนทุรายขับดันให้เขาต้องออกคู่นอนสักคน   แต่วันนี้คงไม่ได้เป็นอย่างที่คิด  ใครจะนึกว่าจะมาทะเลาะกับกุ๊ยข้างถนนเลือดร้อน..

 

"ขอสู้ก่อนแล้วว่ากันว่ะ"

 

"แน่ใจเหรอพวก?"เสียงตะโกนจากร่างบนมอเตอร์ไซค์ซึ่งเปิดไฟสูงส่องสาดมาที่ชายทั้งสอง   จำนวนคันมากกว่าพวกมันเป็นสามเท่า  แสงไฟตัดผ่านความมืดสลัวไปที่จุดเดียว   ใบหน้าของพวกมันชัดเจนอยู่ในแสงจ้า

 

"หมาหมู่เรอะ?"

 

"พวกนายหมาหมู่ก่อนไม่ใช่หรือไง?    รีบหนีไปก่อนดีกว่ามั้ง..ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เห่า"

 

"ฝากไว้ก่อนเถอะ"

 

"ไม่ต้องหรอก  ฉันจะส่งบิลค่าเสียหายไปที่ลูกพี่แก  ดูซิว่าเขาจะทำหน้ายังไง"

มันขวางแท่งเหล็กลงพื้นท่ามกลางเสียงบิดเร่งเครื่องของจักรยานยนต์ทั้งหลาย   มันกลิ้งไปตามพื้นและหยุดลงตรงหน้าของเด็กหนุ่มเคราะห์ร้าย  พวกอันธพาลกระจอกวิ่งไปจนสุดตรอกถนนและหายไปในสีดำ  

 

"ขอบใจพวกนายที่มา   ซึงฮยอนโทรไปใช่ไหม?"

 

"ไม่เป็นไร ก็ช่วยๆกันน่า   เอาไงวะให้ตามไหม?   รถนายเยินไม่เบานี่หว่า..ดีกว่าโดนชนนิดเดียว"

 

"ช่างมันเถอะ  เดี๋ยวฉันจัดการเอง   ขอบใจว่ะ พวกนายกลับกันได้แล้ว"ยองเบยกมือส่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ถอยกลับออกไปจากถนน   สาวที่นั่งท้ายมาของแต่ละคัน..คงจะตะลุยราตรีกันอีกนาน   ร่างสันทัดยกนาฬิกาขึ้นมองอีกไม่นานหอพักของมหาวิทยาลัยจะปิดลง   ร่างตะคุ่มๆหลังท้ายรถยังอยู่  ..ก็ยังดีที่ไม่ได้เปิดแนบไปอย่างทุเรศ

 

"นายน่ะ..ออกมาสิ"

 

ร่างผอมเพรียวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและก้าวออกมาตรงหน้าของเขา   คิ้วเข้มและดวงตาคมหางตกดูโศกเศร้า   เด็กหนุ่มจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน   ยองเบต้องแหงนขึ้นเล็กน้อยเพื่อสังเกตรายละเอียดบนใบหน้าอ่อนวัยนั้น

 

"..ขอบคุณฮะ"

 

"เรียนที่วายจีใช่ไหม  อยู่หอหรือเปล่า?"

 

เขาพยักหน้ารับ  ผมสีดำซอยสั้นขยับตามแรง   ยองเบดึงโทรศัพท์ขึ้นโทรหาเพื่อนสนิทก่อนเดินขึ้นรถ   พวงกุญแจรถค้างอยู่ในมือ   เขายังไม่ได้ปลดล็อคเพราะเสียงปลายสัญญาณดึงความสนใจเขาไปก่อน

 

"เรียบร้อยดี   เออขอบใจ..พลาดไปหน่อย"

 

"..............................................."

 

"เออ..หมดสวยเลย  โทษที ฉันอ้างชื่อพ่อนายไปว่ะ  อาฮะ.."

 

"....................................................."

 

"ไม่เป็นไร  เดี๋ยวเล่าให้ฟัง   นายทำไมเสียงเครียด   มีอะไรหรือเปล่าวะ?"

 

"................................."

 

"โอเค..  ไว้สืบสวนทีหลัง  ฉันต้องไปส่งคนก่อน บาย"

 

เขาพับโทรศัพท์สีดำเงาลงใส่กระเป๋าเหมือนเดิม   เด็กหนุ่มยืนเก้งก้างจ้องมองมาที่เขา

 

"ขึ้นรถสิ.."ร่างสันทัดเอียงศีรษะไปที่รถ  เด็กนั่นก็เดินขึ้นไปอย่างว่าง่าย  เสียงปี๊บเบาๆเป็นสัญญาณตอบรับ   ดงยองเบต้องขึ้นรถราคาแพงที่มีตำหนิ  ใครเห็นคงได้ขำตายล่ะทีนี้

 

"...แล้วครับ"เสียงอ่อนโยนของเด็กหนุ่มฝ่าสายลมมาได้บางส่วน   ยองเบตะโกนถามอีกครั้งเพราะเมื่ออยู่บนท้องถนนกับรถเปิดประทุนแบบนี้ยากที่จะฟังอะไร

 

"นายพูดว่าอะไรนะ?"

 

"ผมบอกว่า...ตอนนี้หอผมปิดแล้วครับ"เด็กนั่นก็ตะโกนสุดเสียงตอบมาเช่นกัน   เขายกมือขึ้นแตะขอบแว่นตากันลม   ยุ่งยากอีกแล้วไง..

 

"นายจะให้ไปส่งที่ไหน?"

 

"....ได้ไหมฮะ?"

 

"อะไรนะ?  พูดดังๆสิ"

 

"ไปที่บ้านคุณได้ไหมฮะ?"

 

"หา?"

 

+++


 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ บุคคลปริศนา ใครน้อ??

#1 By Gypsy is VIP on 2008-10-16 17:18

มักเน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ใจง่ายไปมั้ยลูกกกกกกกกกกกกก 5555+++


++แต่น้องเทมกะน้องจีเนี่ย คงเกลียดกันเข้าใส้

คนอ่านยังเกลียดเลยค้าาาา55

++ ทั้งรักทั้งเกลียดกันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆ

#2 By pxp (58.8.239.73) on 2008-11-17 02:41

"ฉันเป็นเอดส์"

อื้อหือออออออออออออออออออออออออ
แรงงงงงงงง แรงแม่งทั้งคู่ แรงตั้งแต่ตอนที่แล้ว
สุดๆอ่ะ
เกลียดกันเข้าไป ยิ่งเกลียดมาก ก็ยิ่งเจ็บปวดมาก

อยากรู้นัก ว่าใครจะเป็นฝ่ายแพ้ ตาต่อตา ฟันต่อฟันแบบนี้สิ กูชอบชอบบบบ วะฮ่าๆๆๆๆๆ

ซึงรี เอิ่มมมมมม
"ไปบ้านคุณได้มั้ย"

อรั้ยยยยยยยย

ดงบองเบหนุ่มเพล์บอยควงสาวทุกคืน
เจอผู้ชายพูดแบบนี้ไปหนึ่งดอก ถึงกับอึ้ง

ยองเบแหวกแนวมากกกกกกก เรื่องนี้ ไม่เวอร์จิ้นเลยเว้ย

ปล.พี่เฮ ขอฮา เป็นการส่วนตัวกับประโยคที่พี่เฮบรรยาย....

"ยองเบต้องแหงนขึ้นเล็กน้อยเพื่อสังเกตรายละเอียดบนใบหน้าอ่อนวัยนั้น "

แหงนหน้า
ยองเบแหงนหน้า

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไม่ได้ว่านะ พี่เฮเขียนมาเอง อิอิ

#3 By kumameaw on 2008-12-06 16:42

เมทเป็นช็อท อเกน

...

(เทไปครึ่งใจแล้วว่าเดาถูกเรื่องจียงกับยองเบ
แต่ยังไม่รู้ว่าชเวซึงฮยอนมันเป็นเดือดเป็นร้อนแทนขนาดนั้นทำไม)

เด็กคนนั้น มีลางว่าจะเป็นอีซึงฮยอน
อยากให้เป็นซึงรี ไม่รู้ทำไม อ่านถึงเรื่องสายตาแล้วนึกถึงมักเน่..

เหมือนพี่ยองเบจะเป็นคนดี ถึงจะช่วยเพราะรถก็เอาเถอะ = =

คืนนี้ที่ว่าจะได้สุดเหวี่ยงในอพาร์ตเมนต์หรูของเขาคงไม่มีโอกาสเสียแล้ว... (สกรีม)

....

อยากตะโกนถามแบบจียงเหมือนกัน
ชเวซึงฮยอนผิดมหันต์ถ้าบอกว่าป้องกันไม่ให้โดนแบลกเมล์ ถ้ามันตอบจะต่อยมันจริงๆ ด้วย!

รังเกียจนัก แกจะทำหาพระแสงอะไร!!

..เอดส์..

สะใจ มาก
ควอนจียงพูดแบบนั้นเหมือนพึ่งถีบยอกหน้าชายชเว
พึ่งมาหน้าซีดตอนนี้ ช้าไปมั้งค่ะพี่
แล้วข้อสรุปนั่น ผิดถนัด มันดีกว่าแก...เยอะ!!

คืนที่แย่ที่สุด...กำลังกลับมา (แอบวนๆ กับประโยคนี้ ไม่ค่อยเข้าใจว่าจียงหมายถึงอะไรกับคำว่า กำลังกลับมา)

....

ดงยองเบโชคที่ไม่ต้องออกแรง..
โอเค...พ่อพระเอกมันใหญ่ ==
*แล้วทำไมไม่อยู่กับพ่อ??

แต่ยังขอเดาต่อว่าเด็กนั่นคือ อีซึงฮยอน
อีซึงฮยอน พูดอะไรเป็นนัยๆ..
อีซึงฮยอนที่ขอไปบ้านดงยองเบ

ห๊า~!!! *อึ้งกว่าพี่เบ =___=''

ตามเม้นท์ตอนต่อไป... พรุ่งนี้นะฮับ~

#4 By KIMJI [MINJI] on 2009-02-22 20:00

ผู้การชเว...

พ่อใหญ่เลยปล้ำใครก็ได้งั้นเหรอ!

ชิ...ยองเบเรื่องนี้เย็นชาชะมัด

สงสัยต้องเอาเด็กๆมาปราบเสียแล้ว

#5 By pukpods on 2009-07-23 22:28

เฮ้ยยยย ซึงรี..... เปิดมาแร๊งงงงงงงงง

จะไปทำม๊ายยยยย บ้านพี่เค้า....ไม่เห็นกล้ามเหรอลูก

อ่า...มันเป็นพรหมลิขิตนิ

เฮ่อ....ค่อยยังชั่ว ตอนนี้เบาโหน่ย...ได้พักจังหวะใจเต้น...

แต่กลับอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิมอ่ะ

ฟิ้วววววว วิ่งไปตอนหก

ปล. พ่อเชวท๊อปนี่...ใหญ่นะเนี่ย

#6 By ่jiyoo (117.47.144.194) on 2009-09-17 00:57

ซึงรี..
ของ่ายๆแบบนี้เลย..
คำพูดพี่ท๊อปแต่ละคำนี่..
อร๊ายยย..
ทำร้ายจิตใจอ่ะ..
TT..

#7 By zzna on 2009-12-03 13:08