What 'Lies' Beneath#8
posted on 05 Sep 2008 19:14 by sussurro in fiction.
.
Title: What ‘Lies’ Beneath #8
Author: ENIGMA
Genre: AU/Angst/Yaoi/Dark Comedy?
Rate: NC-17 [overall story]
Fandom: BIGBANG
Status: complete [2 April-25 August 2008]
Author’s note: Do not copy any part of this fiction without my permission! You must be in suffering ‘til the end of your time…you know what I mean.
-*-*-*-*-*-*-*-*-
#8
.
.
ร่างสูงบิดเร่งเครื่องเจ้าแก่ดูคาติสีดำอยู่สักพัก มันคำรามตอบเขาด้วยจังหวะเดิมๆซึ่งบ่งบอกว่ามันยังปรกติดี เขาตีวงเลี้ยวออกไปนอกรั้วอิฐสูง คืนนี้เขาคงไม่กลับห้อง..หวังว่าเจ้าขี้เหร่นั่นคงไม่ยุ่งอะไรกับของทั้งหลายของเขา จุดมุ่งหมายปลายทางก็คืออพาร์ตเมนต์เดี่ยวของเพื่อนสนิท ทุกทีจะต้องเห็นเฟอร์รารี่สีแดงจอดนิ่งที่หน้าบ้านแต่วันนี้กลายเป็นรถสีดำคันใหม่ถอดด้าม
ซึงฮยอนถือวิสาสะเปิดประตูบ้านเข้าไป ร่างสันทัดนั่งเอนหลังหลับตาบนโซฟายาว บนโต๊ะกระจกตรงหน้ามีกระป๋องเบียร์ยี่ห้อโปรดวางไว้ เสียงเนือยๆของดงยองเบพูดขึ้นทักก่อน
"มาเร็วเป็นบ้า..เชวซึงฮยอน"
นาฬิกาสีขาวบนผนังบอกเวลาหนึ่งทุ่มสิบเจ็ดนาที ร่างสูงยิ้ม..คงเพราะเสียงเจ้าแก่คู่ใจของเขานั่นเอง มันไม่ได้ส่งเสียงน่ารำคาญ ใครที่ได้ฟังก็จะบอกว่าเสียงเครื่องนุ่มอย่างกับไหม..ละนะ เขาปลดสายรัดคางและดึงมันออกวางไว้ที่โต๊ะข้างประตู
"คันเก่ามันถึงขนาดซ่อมไม่ได้เรอะ?"ชายหนุ่มตรงเข้าไปที่หลังเคาน์เตอร์ ตู้เย็นหลังเดิมบรรจุแต่เครื่องดื่มมึนเมาไม่เปลี่ยน เขาเลือกออกมากระป๋องหนึ่งและดึงฝาออก
"หล่อนเสียโฉมขนาดนั้น ฉันไม่อยากให้หล่อนอาย เปลี่ยนคันไปเลยดีกว่า"
"นายก็เลยซื้ออัลฟ่าคันนี้มาแทน?"ซึงฮยอนทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาด้านข้าง เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆชวนให้นึกถึงวันที่ฝนพรำ.. ยองเบลืมตาขึ้นและคว้ากระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ
"หล่อนไม่สวยหรือไง?"
"อาฮะ..ก็เฉียบ"
ยองเบโยนรีโมตเครื่องเสียงให้ร่างสูงและกลับทิ้งน้ำหนักลงโซฟาเหมือนเดิม "อยากฟังอะไรไหมล่ะ? เลือกเอาเอง"
"เฮ้..วันนี้นายไม่ไปรับใครหรือไง?"
"ไม่ล่ะ..ซอนมีเขาเล็งนาย นายรู้หรือเปล่า?"
"เอ๋..แต่ก็ขึ้นเตียงกับนายน่ะนะ?"
เพื่อนสนิทของซึงฮยอนเพียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมมองอย่างสงสัยมาที่ยองเบ ร่างสันทัดนั้นเพียงขยับขยายท่านั่งให้สบายขึ้นและอมยิ้มน้อยๆ
"บางครั้ง..มันก็สวนทางกันใช่ไหม?"
"เฮ้ๆ...คนอย่างดงยองเบจะเดินเข้าคลับคนเดียวหรือไง?"
"ไม่หรอกน่า..ฉันควงนายไปแล้วนี่ไง"ซึงฮยอนยกเบียร์กระป๋องนั้นจนหมดในรวดเดียว ถึงยองเบจะพูดติดตลกแต่แววตาคู่นี้ไม่ได้ขำไปกับมันด้วยเลย วันที่เกิดเรื่องก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว เขารู้สึกว่าเขากำลังมีความลับกับเพื่อนคนสนิท มันรู้สึกแย่..แย่อย่างบอกไม่ถูกทั้งๆที่มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง
"ยองเบ...ฉัน..กับ"
"เฮ้..นายรู้ไหมว่าฉันเจออะไรเมื่อวันนั้น?"
"อา?"เรื่องที่เขากำลังจะพูดถอยกลับลงไปในลำคอโดยอัตโนมัติ
"ฉันเจอกับคนแปลกๆ"
"แล้วดีไหมล่ะ?"
"มันทำให้นึกถึงเรื่องเก่าๆน่ะ จะพูดไงดี..มันเหมือนเห็นตัวเองเมื่อก่อน"ยองเบก้มลงมองกระป๋องเบียร์ในมือ มองหยดน้ำที่กำลังไหลลงเปียกพื้นพรม ความเงียบปล่อยให้เสียงดนตรีที่ซึงฮยอนเลือกบรรเลงแทรกในความคิด ชายหนุ่มทั้งสองคนนั่งนิ่งๆขณะที่ซึมซับสิ่งซึ่งไหลวน ภาพเดิมๆที่ซึงฮยอนเห็นและยองเบเห็นมันแตกต่างกัน ..แต่ก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เวลาล่วงผ่านไปกว่าร่วมชั่วโมงโดยมีเพียงเสียงเพลงเย็นๆคลอเคล้า
"วันนี้ไปที่คลอว์คลับก่อนไหม?"ซึงฮยอนเอ่ยขึ้นก่อน เพื่อนของเขาแค่พยักหน้าตอบเรียบๆ
ร่างสูงเดินไปทิ้งกระป๋องเปล่าลงถังขยะ แต่สิ่งของที่อยู่ในนั้นไม่ได้มีแค่กระป๋องเบียร์และขวดมิกเซอร์เหมือนเดิมอีกต่อไป ซองผ้าพันแผลเปล่าสองสามใบและสำลีเปื้อนยาสี่ห้าก้อน ของพวกนี้นอนนิ่งอยู่ใต้กระป๋องอลูมิเนียม ซึงฮยอนโยนของเขาทิ้งลงไปและหันมองเพื่อนสนิท ท่าทางไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนนี่หว่า..
"พร้อมหรือยัง?"ยองเบวางกระป๋องลงและปิดเครื่องเสียงลง
"เออ"
"ไปรถฉันดีกว่า.."
"ไม่เอาน่า...ยังไงฉันก็อยากจะเอาเจ้าแก่ของฉันไป"
"ตามใจ.."รอยยิ้มติดมุมปาก ยองเบคว้าหมวกสีดำปีกยาวริ้วทองขึ้นสวม ซึงฮยอนตั้งแต่เข้ามาก็ยังไม่ได้ถอดถุงมือหนังออก เขาคว้าหมวกกันน็อกสีดำคู่ใจตามออกไป คืนนี้เขาไม่แน่ใจว่าจะหาสาวสักคนมาดีหรือเปล่า ไม่รู้ว่าค่ำนี้จะจบลงตรงไหน..
ทว่าหาไออุ่นสักนิดก็ดีเหมือนกัน..
+++
เสียงอึกทึกจากคลอว์คลับ(Claw Club) เป็นที่คุ้นหูคุ้นตาของวัยรุ่นนักเที่ยวย่านมหาวิทยาลัยวายจี ทางเข้าด้านหน้าประดับและตกแต่งด้วยพรมแดงเหมือนทางเรดคาร์เป็ตของฮอลลีวูด แสงสีฉาดฉานแต่ไม่ละลานหลายสี มองเผินๆอาจจะนึกว่าเป็นโรงหนังยามเที่ยงคืน เหล่าคนหนุ่มสาวในชุดกรุยกรายประชันกันในท่วงที จะถือว่าคลอว์คลับเป็นสถานที่มีระดับแต่ก็ไม่เกินฐานะของนักศึกษาก็ย่อมได้
ด้านในมืดสนิทยกเว้นแดนซ์ฟลอร์และยกพื้นสูงเป็นเวทีสำหรับคนที่กล้าพอจะขึ้นไปเต้นหรือจัดกิจกรรมต่างๆของทางร้าน ซุ้มดีเจอยู่ทางด้านขวาและยกไว้สูงประมาณเอว โต๊ะดริ้งค์กลมเรียงรายโดยรอบฟลอร์หรือจะเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์ยาว ชั้นสองของคลับเป็นชั้นลอยม่านแดงและโซฟาไว้หลบมุมเสียงดังหรือเพื่อพูดคุยปาร์ตี้กับเพื่อน กระจกบานใหญ่เป็นผนังโดยรอบทำให้มีพื้นที่กว้างใหญ่ รูปสลักกรงเล็บอันเป็นสัญลักษณ์ของคลอว์คลับพาดอยู่บนกระจกทุกบาน เพลงแนวฟั้งกี้รีมิกซ์ดังกระหึ่มสลับเพลงแนวฮิพฮอพ ร่างเพรียวนั่งชงดริ้งค์ของตัวเองอย่างคล่องแคล่วปล่อยให้รุ่นน้องนั่งมองตาค้าง
ตั้งแต่แรกซึงรีแปลกใจกับการแต่งตัวของรุ่นพี่ต่างคณะ เสื้อฮู้ดผ่าหน้าสีชมพูช็อกกิ้งพิงค์ลายพรางสวมทับเสื้อยืดสีชมพูอ่อนพิมพ์ลายอินดี้สีทอง ไหนจะแว่นตาดำขนาดใหญ่และผ้าพันคอสีชมพูแหววรอบคอ กางเกงยีนส์สีซีดเป้าต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวซึงรีเองสวมเสื้อยืดพิมพ์ลายสีเขียวแสบตากับกางเกงสีดำ หนุ่มรุ่นน้องจึงกลายเป็นคนแต่งตัวเรียบร้อยสนิทเมื่อเทียบกับจียง... ตอนนี้เขายังอึ้งกับการชงเหล้าที่ชำนาญราวกับบาร์เทนเดอร์มายืนชงเอง มือเรียวบางยกแก้วขึ้นแล้วขึ้นเล่า
"ไม่เอาสักหน่อยหรือซึงรี?"จียงถามเมื่อเห็นคนข้างๆไม่แตะต้องแก้วเลย
"เห็นพี่ดื่ม..ผมก็เมาแล้ว"
"ไม่เอาน่า..ฉันจ่ายเอง มามา..สักแก้ว"ร่างนั้นยกขึ้นดื่มบ้างแต่ไม่กระดกทีอย่างกับน้ำเปล่าเหมือนรุ่นพี่
จียงถือแก้วเปล่าไว้ในมือ มองน้ำแข็งที่กลิ้งไปรอบๆแก้วผสมแสงสีประหลาดที่ส่องลงมา..ก็สวยดี เขาชงอีกแก้วเพื่อตัวเอง ชีวิตที่ผ่านมาแค่หนึ่งสัปดาห์แต่ทว่าเลวร้ายยาวนานราวกับผ่านมาเป็นเดือน ดื่มเข้าไปแหละวะ... เพลงเริ่มเร่งเร้าในจังหวะที่ไวและกระชั้นขึ้น ร่างกายเริ่มขยับไปตามเสียงเคาะและทำนอง
"นายรู้จักร้านนี้ได้ไงซึงรี"
"พี่ไม่เคยมาเหรอฮะ"บทสนทนาทั้งหมดของพวกเขาเป็นไปอย่างตะโกนใส่หน้าทั้งที่อยู่กันไม่ไกล
"เคย..แต่ว่าแต่ก่อนมันไม่ได้เป็นอย่างนี้ วันนี้ก็วันแรกล่ะที่มาเหยียบอีกครั้ง"
"ผมก็ครั้งที่สอง"
"อ้าว..."จียงมองหน้ารุ่นน้องอีกครั้ง เพิ่งครั้งที่สองมิน่าล่ะ.. อินโทรของเพลงโปรดเริ่มขึ้นดึงความสนใจของจียงไปที่ฟลอร์ ถึงแม้ว่ามันจะเก่าไปแล้วสักสองสามปีแต่ว่ามาเปิดในคลับเมื่อไรเป็นได้เรื่อง ซึงรีมองอาการของรุ่นพี่ก็พอจะเดาได้
"พี่อยากไปที่ฟลอร์เปล่าฮะ?"
"ไปไหมล่ะ กำลังจะชวนเลย"จียงยิ้มกว้างพร้อมกับลุกขึ้นยืนตรง เด็กหนุ่มตาโศกพยักหน้าเท่านั้นก็ถูกรุ่นพี่กระชากเสื้อออกไปที่ฟลอร์ ลีลาของพี่รหัสรูมเมทไม่เบา...พริ้วจนเขามองตามไม่ทัน ตัวบางเพรียวไล่จังหวะจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน เขามองเห็นว่าพี่จียงร้องตามอย่างสนุกสนาน แต่สองขาของรุ่นพี่กำลังก้าวขึ้นบันไดยกพื้น.. ซึงรีไม่กล้าเต้นขนาดนั้น...
"พี่จียง ผมไม่กล้าขึ้นไปบนนั้นนะพี่"
"นิดหน่อยน่า วิวดีแน่ๆ"
ซึงรีกำลังจะดึงแขนเสื้อของจียงแต่ร่างนั้นอาศัยความไวขยับขึ้นบันไดไป เรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้คนข้างล่างเพราะว่าเวลาแค่สองทุ่มยังไม่มีใครกล้าขึ้นไปเต้นบนเวทีเล็กกัน เมื่อมีคนริเริ่มไปหนึ่งคนแล้ว..ก็ย่อมมีสองและสามตามมา ซึงรีมองร่างในชุดสีชมพูโลดแล่นบนเวทีอย่างไม่สนใจใคร แสงไฟวับแวมสาดสลับมาที่ร่างเพรียวเป็นจุดเดียว เขาคิดว่าควรกลับไปนั่งรอที่โต๊ะดีไหม เดี๋ยวเต้นเหนื่อยก็กลับมาเอง
...........แต่พี่จียงเต้นได้เข็ดฟันจริงๆพับผ่า
ระหว่างที่ซึงรีเดินหลบหลีกผู้คนที่กำลังขยับไปตามจังหวะ สายตาของเขาก็มองเห็นร่างหนึ่งที่เขาคิดถึง..คนรอบข้างเลือนหายไปเหลือเพียงคนๆนั้น สีหน้าเรียบเฉยกำลังก้มลงต่ำ เสี้ยวหมวกปิดบังครึ่งหน้า ร่างสันทัดกำลังเลี้ยวเพื่อขึ้นชั้นลอย เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่......มากับใครเขาก็ไม่สนใจ สองขาพาร่างของตนไปหาคนๆนั้นก่อนความคิด
เขาอยากขอบคุณ..
+++
ซึงฮยอนจอดรถที่ริมถนนด้านหลังของคลอว์คลับ เขาเดินอ้อมไปด้านหน้าเพื่อสมทบกับร่างสันทัดในชุดเสื้อกึ่งสูทสีขาว ไม่มีอะไรผิดสังเกตแม้แต่น้อยจนเมื่อเขาก้าวเข้าไปข้างใน พนักงานคุ้นเคยกับเขาดีจนรู้ว่าพวกเขาชอบชั้นลอยริมในสุดและมักจะสำรองที่ไว้ให้เสมอ วินาทีแรกที่เขาเห็นร่างเพรียวบางในชุดสีชมพูกลางเวทีเหมือนกับโดนตีแสกหน้า ร่างของเพื่อนสนิทกำลังก้าวขึ้นชั้นลอยแต่โชคยังดีที่ยองเบกำลังก้มหน้าก้มตา แต่ถ้าหันไปมองเมื่อไรล่ะก็...
มือเรียวยาวรีบคว้าด้านหลังคอเสื้อของเพื่อนทันที
"ยองเบนายเอาจินโทนิกมาหรือเปล่าวะ?"
"อา..อยู่ในรถ"
"ให้ตายสิ..นายก็รู้ว่าของที่นี่ไม่อร่อยเท่ากับของพ่อนาย"
"นายอยากได้หรือไง?"
"อา..ใช่ ฉันจะรออยู่แถวนี้นะ"ยองเบเดินลงจากบันไดและเลี้ยวกลับไปที่หน้าประตู กิริยาร้อนรนแบบนี้จากซึงฮยอนเขาไม่ค่อยได้เห็นนักแต่ก็ลงไปหยิบขวดจินโทนิกให้โดยดี
ซึงฮยอนมองแผ่นหลังของเพื่อนที่หายกลืนไปกับฝูงชน ร่างสูงถอนหายใจออกมาดังๆและเตรียมหันไปจัดการกับคนที่กำลังเต้นสุดเหวี่ยงบนเวทีสูง ไหล่หนาชนเข้ากับร่างผอมของซึงรีแต่คนทั้งสองคนก็มีจุดหมายในสายตาที่ไม่สามารถปล่อยให้คลาดไปได้จึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ชายหนุ่มเดินเร่งร้อนท่ามกลางฝูงชนแต่ก็ทำได้ไม่ง่ายนัก กว่าจะถึงเชิงบันไดเหล็กขึ้นเวทีก็เสียเวลาไปโข...
จียงมองไปรอบๆแล้วเห็นเพียงแสงสว่างจ้าเป็นช่วงๆ ผู้คนขยับในจังหวะและท่าเต้นของตนเองไม่สนใจคนอื่น เขารู้สึกดี...ใช่ ดีเจเปิดแต่เพลงที่เขาชอบต่อเนื่องราวกับรู้ใจ ...ยอมเต้นทั้งคืนเลยถ้าเปิดอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ให้ตายสิ แต่น้ำหนักมือที่ทิ้งลงบนบ่าทำให้เขาหยุดชะงัก ใบหน้าโกรธขึงติดเย็นชาของเชวซึงฮยอนอยู่ตรงหน้าเขา
บ้าชิบ..เขาเมาหรือไง
ภาพหลอน...หายไปสิวะ
แต่นานแล้วมือร้อนนั่นก็ยังไม่ปล่อย สายตาคมยิ่งแล้วมีแต่จะทวีความน่ากลัว แรงกระชากของร่างสูงหนักไม่เบา มันฉุดลากเขาจนตัวปลิว เป็นการลงบันไดที่น่าหวาดเสียวที่สุดในชีวิต
"ปล่อยสิวะ นายเชวซึงฮยอน"จียงสะบัดจนหลุดจากการบีบบังคับของชายหนุ่มแต่ว่าวงแขนเข้ารัดร่างไปที่ประตูหลังร้าน ไม่มีคำพูดเล็ดลอดมาจากเรียวปากนั่น
มันเม้นแน่นเป็นเส้นตรง...
ร่างสูงเหวี่ยงให้จียงพ้นจากประตูและชนเข้ากับมอเตอร์ไซค์คันโต ร่างเพรียวชักสีหน้าอย่างเอาเรื่องและเตรียมจะเดินกลับเข้าไปที่ประตูเดิม ซึงฮยอนเข้าขวางและนิ่งมองร่างตรงหน้า
"ใครใช้ให้นายมา?"
"ใครก็มีสิทธิมาที่นี่ทั้งนั้นแหละ"
"ขึ้นรถ.."ร่างสูงเพ่งมองดุจจะทะลุร่างแต่ร่างเพรียวยังยืนนิ่ง ซึงฮยอนหยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาและโยนใส่อกของจียงดังอั่ก ร่างเพรียวรู้สึกเจ็บอกขึ้นมาเล็กน้อย อยากจะโยนใส่หัวเจ้าของเป็นการแก้แค้นแต่คนแถวนี้พลุกพล่านเกินกว่าจะก่อการอาชญากรรม จียงไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะมาไม้ไหนจึงนิ่งหยั่งเชิง
ซึงฮยอนดึงโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกรอกเสียงลงไป
"โทษทีว่ะ..ฉันคงต้องกลับก่อน นายโอเคนะ"
"............................"
"ก็บังเอิญเจอคนรู้จัก ..........อาฮะ...รู้จักดีเสียด้วย"
"............................"
"บาย.."
เขาเก็บมันลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม สายตาดุดันปะทะกับแววตาสงสัยของจียง ร่างสูงดึงแขนให้เข้ามาใกล้
"นายคงลืมไปแล้วสิ ว่าเรามีพันธะอะไรต่อกัน"
จียงมีใบหน้าถอดสี ร่างสูงดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าที่เขารู้สึกหลายเท่า...หรืออาจเป็นเพราะเขาตัวเล็กลง โลกใต้ฝ่าเท้ากำลังหมุนเหวี่ยงให้เขาโงนเงน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ปีนขึ้นไปนั่งที่เบาะท้ายของดูคาติสีดำปลาบ ร่างสูงขึ้นนั่งก่อนสตาร์ทเครื่องและพุ่งออกจากลานจอดวีไอพีด้านหลัง
เมื่ออยู่บนถนนซึงฮยอนหยิบแว่นตากันลมออกมาและสวมมัน ความเร็วทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆจนจียงหวั่นหวาด มือเรียวยกหมวกกันน็อกขึ้นสวม รถอัลฟ่าโรมิโอสีดำคันนั้นยังจอดอยู่ด้านหน้าแต่ซึงฮยอนไม่ได้สังเกตว่ายองเบเพื่อนเขายังยืนอยู่หรือไม่ เขาแล่นดูคาติคู่ใจออกถนนใหญ่กลับหอพัก สัมผัสได้ถึงความสั่นของร่างที่นั่งซ้อนด้านหลังแต่เขาไม่สนใจยังคงเร่งความเร็วในระดับที่เขาชอบต่อไป ชั่วขณะหนึ่ง..เงาที่สะท้อนลงพื้นถนนมีสองร่างบนหนึ่งยานพาหนะ
บ้าชิบ...........อย่างนี้ก็เหมือนเขาหิ้วจียงเลยสิวะ
+++







เข้ากั๊นเข้ากันมากเลยอ่า
^^ ไม่น่าผลัดกันเลยเน้อ
#1 By Gypsy is VIP on 2008-10-16 17:39