What 'Lies' Beneath#9
posted on 05 Sep 2008 19:16 by sussurro in fiction.
.
Title: What ‘Lies’ Beneath #9
Author: ENIGMA
Genre: AU/Angst/Yaoi/Dark Comedy?
Rate: NC-17 [overall story]
Fandom: BIGBANG
Status: complete [2 April-25 August 2008]
Author’s note: Do not copy any part of this fiction without my permission! You must be in suffering ‘til the end of your time…you know what I mean.
-*-*-*-*-*-*-*-*-
#9
.
.
ดงยองเบโยนขวดจินโทนิกกลับเข้าไปที่เบาะหน้าหลังจากวางสาย ซึงฮยอนคงจะถูกใจคนรู้จักคนนั้นทีเดียว ไม่อย่างนั้นคงไม่ทิ้งให้เขาฉายเดี่ยวในวันนี้ เขากำลังชั่งใจว่าจะกลับเข้าไปหรือกลับบ้าน แสงสว่างจากสถานบันเทิงวูบวาบในราตรี ผู้คนเดินเข้าประตูแห่งนั้นอย่างต่อเนื่อง
...สงสัยคงได้นอนคนเดียวอีกสักคืน
"คุณฮะ...หยุดก่อนฮะ"เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง ร่างสันทัดหันกลับมอง..เด็กหนุ่มที่เขาบังเอิญเก็บได้เมื่อสองสามวันก่อนกำลังวิ่งตรงมาทางเขา เสื้อสีเขียวแสบตาสะดุดความสนใจเขาแต่ไกล
"เธอ....?"
"คุณยองเบ...ฮะ ผมอยาก..เอ่อขอบคุณคุณ"
"มาเที่ยวที่นี่หรือ"
ซึงรีพยักหน้าอย่างหนักแน่น ดวงตาโศกมองหน้าเขาอย่างซื่อตรง..แววตาซึ่งแสดงถึงความชื่นชมไม่ปิดบัง มันแรงกล้าเสียจนเขาต้องหลบตา ทั้งสองคนยืนอยู่ในความเงียบใต้แสงไฟจากดวงไฟสลัวๆ ยองเบหลับตาและถอนหายใจออกมาแผ่วเบา
"ขึ้นรถไหม?"
รอยยิ้มยินดีผุดบนใบหน้าของอีซึงรี
อัลฟ่าโรมิโอสีดำเงาปลาบแล่นออกลานจอดรถ สู่ท้องถนนเส้นทางเดิมไปยังจุดหมายปลายทางที่ซึงรีเคยเยือนมาแล้วหนึ่งหน ยองเบมองตรงไปด้านหน้า รถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่ไม่ช้าไม่เร็ว จวบจนจอดนิ่งที่หน้าอพาร์ตเมนต์เดี่ยวสองชั้น เครื่องยนต์ดับสนิท.. ร่างผอมบางเปิดประตูก่อนลงไปยืนเรียบร้อยด้านข้าง ดงยองเบกดรีโมตออโตล็อกและเดินไปยังหน้าประตูบ้าน
"ขอรบกวนนะครับ.."
ร่างสันทัดเปิดไฟขึ้นในห้องมืด ซึงรีมองไปรอบๆมันไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อวันก่อนเลย กระป๋องเบียร์หนึ่งใบวางบนโต๊ะกลาง เจ้าของห้องถอดหมวกและแขวนมันไว้ที่ผนัง
"ทำตัวตามสบายนะ.."
"ฮะ.."ซึงรีรับคำแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไร บ้าชัดๆเลยที่ตามมาถึงที่นี่แต่เขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้
เสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นจากสเตอริโอมุมห้อง เสียงมันดังแผ่ว..ให้บรรยากาศหลังฝนพรำ ยองเบวางกระป๋องเบียร์ลงตรงหน้าของเด็กหนุ่ม ส่วนตนก็เปิดกระป๋องขึ้นดื่มและนั่งลงฝั่งตรงข้าม
"คุณยองเบ..อยู่ชมรมการเต้นด้วยหรือครับ"
"เห..ถ้าว่างๆก็จะไปน่ะ"
"ผมคิดว่าอยากจะขอบคุณคุณยองเบอย่างเป็นทางการแต่ไม่มีโอกาสสักที"
"แค่เธอไม่ไปทำเหล้าหกใส่เสื้ออันธพาลที่ไหนอีกก็พอแล้ว"
ซึงรียิ้มแก้เก้อ เขากุมกระป๋องเย็นเฉียบไว้ในมือในขณะที่ยองเบดื่มมันจวนหมดแล้ว
"เธอ...ชื่ออีซึงรีใช่ไหม เธอไม่ต้องมาขอบคุณอะไรฉันหรอก"
"แต่..ว่า"
"พูดตรงๆนะ ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอยากช่วยนายเลย ....ไม่แม้แต่น้อย"
"คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก"
"ทำไมล่ะ..ถ้าพวกนั้นไม่ทุบรถฉัน นายก็คงไม่ได้รู้จักฉันแน่"
"ถ้าจะเอาหลักฐานมายืนยันว่าทำไมผมถึงคิดอย่างนั้น ผมคงหามาไม่ได้..แต่ผมคิดอย่างนั้นจริงๆฮะ"...แววตาแบบนี้อีกแล้ว ยองเบต้องหลบตาคู่นั้น เขายกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ... ซึงรีดึงสลักกระป๋องออกพร้อมยกดื่มรวดเดียว รสเบียร์เย็นชืดไหลผ่านไปก่อนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงจริงจัง
"และอีกอย่าง........คุณยองเบฮะ ..ผมชอบคุณ"
+++
.
.
"ปล่อย..ฉันเดินเองได้"
.
.
เสียงคำรามของเครื่องขนาดสามพันซีซีเงียบลงไปแล้ว ร่างในชุดสีชมพูเตะตาค่อยๆเหวี่ยงขาลงจากมอเตอร์ไซค์คันโต มือใหญ่ดึงหมวกกันน็อกออกจากศีรษะอย่างไม่ปรานีปราศรัย จียงปัดมือที่พยายามแกะแขนเขาออกจากเบาะนั่ง พื้นดินไม่มั่นคง..ขายังไม่หายสั่นจากอัตราความเร็วท้านรกเมื่อครู่ ยิ่งเวลาตอนตีโค้ง...นึกว่าจะลงไปครูดถนนเสียแล้ว
จงใจ...เชวซึงฮยอนมันจงใจ
เขาเห็นรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้านั่น เขามึนหัวแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร กว่าจะลงจากเบาะท้ายได้..แทบตาย สองขาก้าวไม่ค่อยเป็นเส้นตรง เขาดื่มไม่มากนี่หว่า..ทำไมถึงเมาได้ หรือว่าเขามือหนักไปหน่อย..แต่ก็ชอบแบบเข้มๆนี่ มือแข็งแรงตรงเข้ารัดรอบแผ่นอกและออกแรงลากไปตามทางเดิน จียงอยากขัดขืนแต่ตอนนี้เขากลับเดินไม่เป็นท่า สายตาของยามรักษาความปลอดภัยมองพวกเขาอย่างแปลกใจระคนขัน
ในลิฟต์แคบๆจียงรู้สึกแปลกที่ต้องมาให้คนๆนี้หิ้วปีกกลับห้อง กลิ่นน้ำหอมที่เขาเคยได้กลิ่นมันเบาบางตอนนี้เขาได้กลิ่นมันแจ่มชัด ชั้น9เงียบสงัดจนเขานึกว่ายังไม่ออกจากลิฟต์ รู้เพียงแต่ว่าอยู่บนที่สูง..สูง......สูงขึ้น เขาอาจจะกำลังบินอยู่ก็ได้...... บินไปให้ไกลเลยควอนจียง เสียงติ๊ดเบาๆพร้อมไฟเขียวแสดงถึงปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงโยนร่างปวกเปียกลงเตียงของเจ้าตัวและโยนหมวกกันน็อกไว้ที่เก้าอี้อ่านหนังสือ
จียงหลับตา..
.
.
เขาไม่ได้เป็นแบบนี้มานานเท่าไรแล้วนะ
พื้นนุ่มโคลงเคลง..ราวกับอยู่บนคลื่นฝัน จียงรู้สึกอึดอัดบริเวณคอ สองมือของตนเองปลดผ้าเช็ดหน้าออกอย่างสะเปะสะปะ ที่ปลายเท้าหนักๆ..เขาก็ดึงรองเท้าออกทิ้งแต่ถอดได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว อยากนอนนิ่งๆและหลับตาอย่างนี้ มือร้อนที่แตะหน้าผากของเขาทำให้รู้สึกดี
ใครนะ...
ผ้าเย็นนั่นก็ทำให้รู้สึกดี ถอดเสื้อแจ็กเก็ตฉันออกด้วยสิ ..ได้โปรด ใครที่อยู่ตรงนั้น.. เขาปรือตาขึ้นช้าๆ...เห็นเพียงห้องและเพดานสลัวแสง ไม่มีใครหรอกเหรอ..หมอนั่นก็ไม่อยู่สินะ เขาทิ้งตัวลงนอนและหลับตาเหมือนเดิม ร่างบนเตียงกระเสือกกระสนถอดเสื้อคลุมทั้งที่ยังหลับตา โยนสุมสี่สุมห้าลงพื้นไป พลันหูของจียงได้ยินเสียงน้ำแข็งกระทบในถ้วยแก้ว
..มันชวนให้กระหาย
ผิวหน้าตัดเรียบเย็นแตะลงที่เรียวปาก จียงเผยอปากรับก้อนน้ำแข็งนั้น คอที่กำลังแห้งผากชุ่มชื้นขึ้นมาทันที แต่แค่ก้อนเล็กๆมันยังไม่เพียงพอ เขาต้องการอีก..ก้อนน้ำแข็งอีกก้อนก็จ่อลง ก้อนแล้วก้อนเล่า...นิ้วเย็นที่คอยจับน้ำแข็งสัมผัสที่เรียวปาก
เย็น...
.
.
จียงเล็มเลียปลายนิ้วที่เย็นนั่น น้ำแข็งล่ะ? มีอีกไหม? ขอน้ำแข็ง..เถอะ.....ได้โปรด แต่ปลายนิ้ว..ก็จากไป เขากระหายน้ำอย่างทรมาน ร่างเพรียวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่ข้างแก้ม ดวงตาเฉี่ยวคมคู่นี้เขาจำได้..แต่นึกไม่ออกว่าเป็นของใคร มันโน้มจนใกล้..เขารู้ว่าหมายความอะไร
.
.
สัมผัสของนายชุ่มชื้นหรือเปล่า?
ฉันกำลังแห้งผาก..
จียงยกสองมือขึ้นรั้งใบหน้าและราวไหล่ของร่างนั้นให้ก้มชิด สัมผัสแนบผิว.. เสื้อยืดตัวบางหลุดหาย จียงจูบลงที่ซอกคอของร่างสูง...กลิ่นหอมระริน มือใหญ่ไล้ผ่านหัวไหล่ของร่างเพรียว ซ้ำคมเขี้ยวขบเน้นเบาๆที่ผิวบริเวณลาดไหล่ จียงครางในลำคอ..ขณะที่อีกฝ่ายเริ่มปลดเข็มขัด
เสียดเนื้อที่หน้าท้องน้อย แผ่นอกราบเรียบสะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ปลายนิ้วเย็นลากไล้ไปตามใจบนเรือนร่างของเขา ส่วนโค้งขยับแนบช้าๆ... กระแสไฟฟ้าวิ่งปะทุไปตามส่วนต่างๆ เลือดสูบฉีดแล่นพล่าน..โดยเฉพาะส่วนล่าง เรียวขาถูกแยกออกกว้าง เนื้ออ่อนด้านในเนียนมือ
ลูบผ่านเชื่องช้า...
สัมผัสรัญจวนยวนเย้าทำให้เขาเผยอรับ ฝ่ามือร้อนลากผ่านยอดอกแผ่วเบา หลีกหนีปลายนิ้วซึ่งซุกซนแต่ก็เสพติดเกินว่าจะปัดป้อง ร่างสูงเว้นวรรคการโลมไล้ เสียงเปิดกล่องกระดาษดังขึ้นใกล้ๆ ออกแรงฉีกแผ่นพลาสติกเบาแผ่วเพียงเสียงเข็มหล่น ไม่เกินอึดใจส่วนร้อนนุ่มดุนดันที่ปากทาง รู้สึกถึงการแทรกผ่านอย่างอ้อยอิ่ง.. จนจียงเองที่เป็นฝ่ายทนไม่ไหว ต้องเกี่ยวรั้งร่างนั้นให้แนบชิด ร่างสูงฝืนนิ่งเมื่อสุดกาย.. แน่นกระชับ..ความนุ่มเนียนโอบรัดเขา ..เขารู้สึกว่าเกือบเสียศูนย์ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามที่ร่างเพรียวต้องการ
ผ่อนลมหายใจก่อนโรมรัน..
จังหวะที่รัดรึงชวนให้ตอบสนอง แกนกายขยับอย่างฝืดฝืนแต่ก็ไม่เกินพยายาม ถอนร่างจนเกือบสุดและกลับถลำไปอีกครั้ง ร่างเพรียวหายใจขาดห้วง..ความเย้ายวนฟุ้งกระจายเมื่อท่วงทำนองกระชั้นเข้า เมื่อถึงจุดที่อารมณ์พุ่งทะยานจียงกอดแผ่นหลังของร่างสูงแน่น ในมโนภาพตอนนี้มีเพียงปุยเมฆขาวและร่างกายเบาหวิว พายุปั่นป่วนพัดผ่านเป็นระลอกจนสิ้นฤทธิ์ กล้ามเนื้อที่เครียดเขม็งเมื่อครู่ผ่อนลง เหลือเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆของเชื้อไฟรัญจวน...
.
.
แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว..สำหรับเซ็กส์
+++







#1 By Gargoyle on 2008-09-13 22:27