What ‘Lies' Beneath Special Chapter #1
posted on 06 Sep 2008 04:50 by sussurro in fictionTitle: What ‘Lies' Beneath Special Chapter #1
Author: ENIGMA
Genre: AU
Rate: PG-15
Status: complete
Author's note: สำคัญมากๆๆๆๆ อ่านก่อนนะคะ ...หากว่าต้องการเก็บภาพตอนจบของเรื่องนี้ไว้เช่นนั้น ก็อย่าอ่านตอนพิเศษนี้เลยนะคะ คือแบบว่าหลายคนอาจจะรู้สึกว่าไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่คนเขียนคิดว่าโดยส่วนตัวแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเศร้า(มั้งนะ- -") จึงเป็นตอนพิเศษที่ตามมาดังนี้เองค่ะ
-*-*-*-*-*-*-*-*-
.
.
ถนนบนเลคซิตี้สตรีทเงียบเหงาในช่วงเย็น.. ร่างเพรียวเดินอย่างไร้จุดหมายบนถนนเลียบทะเลสาบ แสงอาทิตย์ที่จับจ้องบนท้องน้ำทำเอาเขานึกถึงประเทศที่อยู่แสนไกล ไม่ว่าที่ไหนดวงอาทิตย์ก็มีแสงที่เหมือนๆกันแต่ทำไมเขาคิดว่าที่นั่นถึงมีสิ่งที่แตกต่างไปจากเมืองนี้นะ ไม่ว่าที่ไหนความเงียบในหัวใจก็เท่ากันไม่ใช่เหรอ..
ควอนจียงเดินจนสุดถนน..บ้านสไตล์สเปนโกธิกสีขาวพร้อมระเบียงกว้างอยู่ตรงหน้าของเขา รั้วเล็กๆกั้นเขาและสนามกว้างใหญ่หน้าบ้านออกจากกัน รอบกายในตอนนี้มีเพียงแสงริบหรี่ของดวงตะวัน ความมืดขับไล่ให้เขาเดินเข้าตัวบ้านไปอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่าจะค่อยไม่มีอันตรายในย่านอีสต์ไซด์ แต่ว่าแม่ของเขาคงไม่ค่อยพอใจนักถ้าเขาจะเข้าบ้านดึกดื่นเกินเวลาที่กำหนด ยิ่งเป็นช่วงพักฟื้นอย่างนี้ด้วยแล้ว...
"จียง...ลูกไปตากลมที่ทะเลสาบอีกแล้วใช่ไหม?"
"ฮะ...ผมเดินไปที่นั่น"
"อยากตกปลาก็บอกพ่อสิจ๊ะ รับรองว่าคงรีบเอาคันเบ็ดด้ามใหม่เอี่ยมออกมาอวดเลยทีเดียว"แม่ของเขากำลังง่วนกับการจัดสำรับ ผ้าปูโต๊ะสีฟ้าอ่อนถูกจัดไว้เรียบตึง จียงหยิบขนมปังในตะกร้าไม้สานกลางโต๊ะมาเคี้ยวเล่น
"ผมหิวจังฮะแม่ พรุ่งนี้ผมไม่มีนัดกับหมอเจนสกิ้นส์ ผมไปเที่ยวในเมืองได้หรือเปล่าฮะ?"
"อ่า..แต่หมอบอกให้ลูกฝึกควบคุมอารมณ์นะจ๊ะ"
"มันก็คล้ายบททดสอบหนึ่งไงฮะ นะฮะแม่ฮะ...ผมกลับไม่เย็นหรอกฮะ"
"ถ้าให้พ่อไปด้วยล่ะก็นะ?"
"พ่อจะไม่มีประชุมหรือฮะ.."
"งั้นลูกก็ต้องอยู่บ้าน"
"โอเคฮะ..พ่อไปด้วยก็คือพ่อไปด้วย"
หล่อนยิ้มชอบใจก่อนจะดันร่างของลูกชายนั่งลงที่โต๊ะอาหารเย็น ในค่ำนี้เหลือแค่หล่อนและจียงเพราะสามีของหล่อนยังต้องจัดการกับเอกสารเล็กๆน้อยๆก่อนกลับบ้าน เป็นเวลาเกือบปีแล้วที่หล่อนและครอบครัวย้ายมาที่นี่ ตอนแรกที่มาหล่อนไม่สบายใจเลย แต่เมื่อลูกชายเพียงคนเดียวของหล่อนย้ายตามมา หล่อนจะพูดอย่างไรดีนะ โล่งใจแต่ก็หนักใจ...
ควอนจียงในวันนี้ร่าเริงกว่าที่หล่อนเห็นที่สนามบินในวันนั้น ยังคิดอยู่เลยว่าสภาพนั้นนั่งรถออกมาจากเมืองได้ก็น่าประหลาดใจขนาดไหนแล้ว หล่อนไม่ซักไซ้...อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป สักวันจียงคงพร้อมที่จะเล่าให้หล่อนฟังทั้งหมด สิ่งที่หล่อนรู้คือ มีบางอย่างที่สะเทือนใจเด็กคนนี้ สาเหตุ...น่ะหรือ หล่อนตอบไม่ได้หรอก หล่อนกำลังเลี้ยงลูกด้วยวิธีที่ผิดหรือเปล่านะ ...อย่างไรหล่อนก็รักจียงที่สุด นี่คือคำตอบในฐานะแม่คนหนึ่ง...
"แม่ฮะ...ไม่กินเหรอฮะ?"จียงทักขึ้นเพราะสายตาของผู้เป็นแม่จับจ้องที่ใบหน้าของเขากว่าสิบนาทีแล้ว เนื้อสเต็กสันรมควันสุกจนเกือบไหม้แต่แม่เขาก็ชอบแบบนี้ แต่กลับไม่หั่นเข้าปากสักคำ
"เห็นจียงกินแม่ก็อิ่มแล้ว"
"ส่วนของแม่ผมขอได้หรือเปล่าฮะ?"
"เอ่อ...เอาจริงน่ะ?"
"งั้นแม่ก็กินซีฮะ"จียงคะยั้นคะยอแต่ส่วนในจานของเขาหมดไปนานแล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าแม่มองเขาทำไมแต่เขายังไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องทุกอย่าง เขาบอกแค่ว่าเกิดเรื่องที่ทำให้เขาเสียใจและตัวเขาเองก็ทำให้คนอื่นเสียใจ เขาเก็บจานของเขาเองลงอ่างล้างจาน แม่ของเขาเก็บส่วนของแม่ไว้เพื่อรอสามีที่กำลังจะกลับมา จียงยิ้มกว้างอย่างประจบ..เขากำลังมีความสุขใช่ไหม?
ครอบครัวของเขา...
"วันนี้..ถ้าโทรมาอีกก็ปิดเครื่องเถอะนะจียง"
"ฮะ...ผมอาจจะปิดเบอร์นี้ไปเลย เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีคนโทรมาอยู่แล้ว"จียงกอดแม่ของเขาแน่นๆหนึ่งครั้ง ผมของแม่ยุ่งเล็กน้อยแต่เขาก็ยังเห็นว่าแม่ของเขาสวยที่สุด หล่อนหัวเราะเบาๆก่อนผลักหลังเขาอย่างรักใคร่ ร่างเพรียวเดินขึ้นบันไดไปยังห้องใต้หลังคา...ห้องนอนของเขา
ที่นี่...เห็นดาวได้ชัดที่สุด
แม้ว่าในชานเมืองแบบนี้จะมองหาดาวสุกสว่างได้ยากเต็มที แต่ว่าวันไหนที่ท้องฟ้าเป็นใจ..แสงสว่างก็ระยิบระยับโดยไม่ต้องใช้กล้องส่องเลย ไฟในห้องสาดกระจายไปรอบๆ โปสเตอร์นักร้องอินดี้ที่เขาตระเวนเสาะหาแปะไว้อีกด้านหนึ่ง กองซีดีและดีวีดีคอนเสิร์ตอยู่ไม่ไกลจากเตียงนอน ช่วงสองสามเดือนนี้เพลงที่เปิดคลอยามค่ำคืนเป็นเพลงของวงเดิมๆ ทำให้นึกถึงคนเดิมๆ...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น...เขาหยิบมันขึ้นมามองหน้าจอ เบอร์นี้เขาไม่รู้จักแต่ช่วงสัปดาห์นี้กลับโทรมาทุกวัน ไม่เคยพูดอะไรมาตามสายสักครั้ง อย่างมากก็คือเสียงถอนหายใจอย่างแผ่วเบาและนานไม่ถึงนาทีก็วาง เขาคิดว่าโทรศัพท์คงมีปัญหาหรือว่าโทรทางไกลจากที่ไหนสักแห่ง วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขาจะเสี่ยงกับมัน...
"Yes?...."
"............................................."
".........Is somebody there? Who are you? Answer me now."
"............................"
"Hey, if you don't wanna find yourself in trouble, stop fucking call me! Get it, right?"เขาตะโกนสำทับแต่ปลายสายยังคงนิ่งงัน
"..........................."สุดท้ายแล้วจียงกดวางสายและปิดเครื่อง
ไร้สาระที่สุด...ทำไมมีแต่โทรศัพท์บ้าๆอย่างนี้มาอยู่ได้ เขาไม่ได้อยากให้คนโรคจิตโทรมาอย่างนี้ทุกวัน เขาอยากได้ยินเสียงอื่นนอกจากเสียงสายลมหวีดวิวและเสียงถอนหายใจจากคนแปลกหน้า เสียงของใครสักคนที่เขารู้จัก...
ใครก็ได้..
มาหาฉันที...
+++
ร่างเพรียวก้าวลงจากรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำซึ่งจอดเทียบไว้ริมถนน ต่อจากนี้เป็นถนนแอชเชอร์อเวนิว..ถนนหลักของการค้าขาย ผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและคนวัยทำงานเดินขวักไขว่บนถนนเส้นนี้ เมื่อไม่นานมานี้นายกเทศมนตรีต้องการจะทำให้ที่นี่เป็นนาโปลีแห่งที่สอง ถนนเส้นนี้จึงได้รับการปรับปรุงและร่มรื่นกว่าเดิม ร่างเพรียวเงยหน้ามองหลังคาโค้งบังแดดที่ทอดยาวไปสุดแอชเชอร์อเวนิว ตรอกซอยเล็กๆก็พลอยได้รับผลไปด้วย
พ่อของเขาสะกิดให้มองเหล่าสาวๆบนล้อสเก็ตและผิวสีแทนเนียนสวย เขายิ้มรับและมองอยู่ครู่หนึ่ง ร้านกาแฟริมถนนคือจุดนัดพบตอนบ่ายสอง แม้ว่าแม่จะกำชับให้พ่อคอยคุมเขาทุกฝีก้าว แต่เขาและพ่อคิดว่าแยกย้ายกันไปหาของที่ตัวเองอยากได้ดีกว่า ความลับเล็กๆน้อยๆ เขาไม่พูด พ่อไม่พูด..แม่ไม่รู้หรอก จียงเดินอย่างเรื่อยเอื่อยไปตามร้านแผ่นเสียง
บรรยากาศด้านในเป็นแบบฉบับของร้านดั้งเดิมตั้งแต่40ปีที่แล้ว ก็เจ้าของร้านอวดอ้างไว้เช่นนั้นนี่นะ... เขายกกล่องซีดีของนักร้องผิวหมึกขึ้นมอง ถ้าจำไม่ผิด...เพิ่งทำงานร่วมกับอัชเชอร์ไปหรือเปล่านะ สายตาของเขาเห็นชื่อศิลปินคนโปรดจึงวางกล่องนั้นลง
Bonnie & Clyde ไม่เคยตาย...แต่อัลบั้มนี้เขามีแล้ว กำลังวางมันลงแผงดั่งเดิมแต่เงาของร่างสูงที่เดินผ่านกระจกหน้าร้านคุ้นตา ผมสั้นสีดำและไหล่กว้างในเสื้อแนวกรันจ์ขาดๆสีดำ ควอนจียงวิ่งออกจากร้านทันทีก่อนที่ร่างนั้นจะถูกกลืนหายไปในฝูงชน แผ่นหลังอยู่เบื้องหน้าของเขาห่างออกไปไม่กี่ร้าน
...บังเอิญ...ไม่น่า..
ขอแค่ดูห่างๆจะได้ไหม
สองขาพยายามวิ่งตามไล่เท่าที่เหล่าผู้คนบนถนนจะอำนวย หลายครั้งที่ร่างนั้นหายไปจากสายตา เสียงตะโกนโวยวายดังขึ้นข้างหลังของเขา แต่ควอนจียงไม่ได้ยินเสียงอีกแล้ว อีกไม่นานปลายนิ้วของเขาก็จะเอื้อมถึง ผมแบบนั้นและรูปศีรษะแบบนั้น เขาอาจจะถูกหลอนด้วยจิตใต้สำนึกทว่านี่มันกลางวันแสกๆนะ
อีกนิดเดียวเท่านั้น...
"You...shameful yellow monkey.. how dare you steal ma goods?" แขนแข็งแรงคว้าเขาจากด้านหลัง สบถด่าเขาเสียงดังแต่จียงไม่ได้สนใจว่าชายเจ้าของร้านพูดอะไรบ้าง ชายร่างยักษ์ดึงข้อมือของเขาขึ้นเร่าๆ กล่องซีดีโปรดของเขายังอยู่ในมือ จียงลืมมันไปเสียสนิท...เขาคืนมันให้เจ้าของร้านแต่ท่าทางฮึดฮัดจะลากเขาไปหาตำรวจท่าเดียว อีกครั้งที่ร่างสูงหายไปจากสายตา...
ควอนจียงนายจะบ้าหรือเปล่า...
นายกำลังทำอะไรวะ
ตั้งสติ... มันก็แค่ภาพหลอน อีกอย่าง..นายตัดใจได้ตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง ทำอะไรไว้ขนาดไหนจะให้ทักทายสวัสดีกันง่ายๆ? จะวิ่งไล่ตามเป็นบ้าเป็นหลังไปเพื่ออะไร? จะทำอะไรเมื่อเจอหมอนั่นล่ะ?
ร่างเพรียวหลับตาลงและเสยผมไปด้านหลัง เจ้าของร้านเตรียมกระชากเสื้อของเขาให้ไปหาตำรวจในพื้นที่ ร่างสูงพลันปรากฏขึ้นในสายตาเพียงชั่วขณะก่อนเลี้ยวเข้าตรอกใจกลางถนน จียงรู้สึกเหมือนเขาสูญเสียสติไปแล้ว..ไม่ใช่ว่าไม่รู้ตัวแต่เขาห้ามตัวเองไม่ได้ สองมือควักธนบัตรร้อยเหรียญโยนใส่ชายร่างยักษ์ เขาไม่รู้ว่าหยิบไปกี่ใบแต่ตอนนั้นสิ่งที่คิดออกคือต้องวิ่งไปให้ทันเท่านั้น
วิ่งไปจากที่นี่...
"No Change, man"จียงตะโกนไล่หลังก่อนวิ่งไปจากตรงนั้น เจ้าของร้านก้มลงหยิบกระดาษสีเขียวที่กำลังปลิวว่อนในอากาศ ควอนจียงวิ่งชนคนบนถนนหลายต่อหลายคนแต่เขาไม่ได้เหลียวหลังขอโทษเลยแม้แต่น้อย สายตาสอดส่ายแต่เป้าหมายที่พึงระลึกถึง ไม่จริงน่า...ก็เห็นเลี้ยวเข้าในตรอกนี้นี่
มีลานน้ำพุเล็กๆอยู่กึ่งกลางของตรอกนอกจากนั้นผู้คนก็ยังบางตา จียงกวาดตามองทั่วแล้วก็เห็นว่าไม่มีคนที่เขากำลังมองหา แต่ไม่วายเดินตัดหน้าคนนั่นคนนี้เพื่อมองหน้า คนโดยรอบมองชายหนุ่มร่างเพรียวที่กำลังหอบฮั่กเดินพล่านไปทั่วลาน ดูก็รู้ว่ากำลังตามหาคนอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ร่างเพรียวทรุดนั่งลงที่ขอบหินของบ่อน้ำพุเมื่อไม่พบคนๆนั้น
จียงยกมือขึ้นทุบตำแหน่งเหนือหัวใจ ...หยุดเต้นได้ไหม.. สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่ภาพจริง ถึงได้เจอต่อหน้า..จะใช่คนที่เขาคิดถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาอาจจะไล่ล่าเพียงใครสักคนที่คลับคล้ายคลับคลา...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น...จียงดึงมันออกมาจากกระเป๋า นี่ก็เวลาบ่ายสองกว่าแล้วคงได้เวลาที่พ่อเขาโทรมาตาม ร่างเพรียวยกมันแนบหูและกรอกเสียงลงไป
"พ่อฮะ..ผมคิดว่าผมหลงทางล่ะ"
"................................."
"เอ๋..?"จียงสะดุดใจกับปลายสายที่เงียบไปนาน เขามองหน้าจอโทรศัพท์...ชิท เบอร์บ้าๆนั่นต่างหาก ไม่ใช่พ่อของเขา ร่างเพรียวกำลังจะขว้างมันลงบ่อน้ำพุแต่เสียงมนุษย์แว่วๆจากเครื่องยับยั้งเขาไว้ทัน เขายกมันแนบหูอีกครั้ง
"....เหนื่อยไหมควอนจียง"
"...................นาย"ร่างเพรียวหันมองรอบทิศเพื่อหาต้นตอของเสียงทุ้มนุ่มเสียงนี้ มันใกล้มาก..ใกล้จนเขารู้สึกว่ามันอยู่ด้านหลังของเขาเท่านั้น แต่ดวงตาของเขาก็ไม่เห็นใครที่ใช่อยู่ในรัศมีเลย
"ที่วิ่งไล่...เพราะนายคิดถึงฉันใช่ไหม?"เสียงทุ้มยังดำเนินต่อไปแต่จียงอยู่นิ่งไม่ติด เขาเดินทั่วเพื่อมองหาแต่ผู้คนในยามบ่ายน้อยกว่าเมื่อครู่เสียอีก ร่างเพรียวเดินออกจากตรอกนั้น...เขาพยายามตามเสียงจากโทรศัพท์
"......อยู่ที่ไหน?"
"นาย..น่ะ...ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า"
".........นายอยู่ที่ไหน?"
"............ฉันน่ะยังเหมือนเดิม แต่ฉันยอมรับว่าเพราะนาย..ฉันจึงเจ็บปวด เพราะนาย..ฉันจึงทรมาน เพราะนาย..ฉันถึงทำอย่างนั้น แล้วทำไมนายถึงไม่..บอกฉันล่ะ .. บอกฉันตั้งแต่แรก"
"บอกอะไร.."
"บอกว่านาย..รักฉัน"
"นายเคยให้โอกาสฉันอย่างนั้นหรือ นายบอกสิวะคนที่ไล่ฉันจนตกหน้าผาคือใคร"ควอนจียงเดินช้าลงจนหยุดนิ่ง สุดท้ายแล้วเขาก็กลับมาที่ลานน้ำพุเดิม ณ เวลานี้...จะบอกว่าเขาเป็นคนเพียงคนเดียวในตรอกนี้ก็คงได้
"ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องซ่อนหากันอย่างนี้ต่อไป"อีกปลายสายกดวางอย่างฉับพลัน สัญญาณในโทรศัพท์หายไป จียงปล่อยมันตกกระทบกับพื้นหินเรียบ
"เดี๋ยว....ชิท เชวซึงฮยอน...อย่าทิ้งฉันไปแบบนี้ ฉันผิดเอง..ฉันผิด ฉันรักนาย รักนายได้ยินไหม..ฮึก..โธ่เว้ย อย่าร้องเซ่ ควอนจียง" เสียงเคลื่อนไหวของน้ำใสร่มรื่นไหลเย็นแต่จียงกลับรู้สึกว่ามันขัดหูขัดตา มันยิ่งเร่งเร้าน้ำในหน่วยตาของเขาเองท่วมท้นไวขึ้น ไม่มีใครจ้องมองหากว่าเขาจะร้องไห้แต่เขาอยากจะกลั้นน้ำตาไว้
ร่างเพรียวยืนนิ่งแต่เสียงฝีเท้าที่ตรงเข้ามาหาเขาทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่ม..ในชุดสีดำและรองเท้าคอมแบทหนังถึงเข่า สายตาเฉี่ยวคมคู่นี้..ที่เคยมองเขาอย่างเชือดเฉือน..บัดนี้มันทอแสงอย่างอ่อนโยน จะเป็นเพราะแสงอาทิตย์ในประเทศนี้หรือเปล่า เพราะมันไม่เหมือนกับที่นั่น? ควอนจียงยืนเงียบงันทั้งที่มีเรื่องเป็นล้านเรื่องที่อยากจะพูดแต่เขากลับไม่สามารถเอ่ยออกมาได้สักคำ
เขาได้กลิ่น...น้ำหอม..ที่เขาเคยได้สัมผัสจากครั้งก่อน จียงหลับตาลงอีกครั้ง..วินาทีที่ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากนิ่มประทับลงที่เปลือกตาทั้งสองข้างก่อนเลื่อนลงมาที่เรียวปาก ร่างสูงแนบริมฝีปากย้ำซ้ำ...รุกถี่ ซับเบาๆก่อนกดนิ่ง สันจมูกคลอไม่ห่าง แก้มเสียดแก้ม และรสหวานที่ถ่ายทอดเพียงพอให้เขาหายใจไม่ออก มือใหญ่ที่โอบรอบแผ่นหลังของเขาเปลี่ยนแปรเป็นฟอนเฟ้น
"เรามาเริ่มต้นกันใหม่ดีไหม.. ฉันชื่อเชวซึงฮยอน...นายล่ะ?"ซึงฮยอนประคองหน้าของร่างเพรียวไว้ด้วยสองมือ กึ่งบังคับให้สบตาและยอมให้เขาไล้จุมพิตได้ทั่ว
"...อย่าทำเป็นเล่นไป ถ้าครั้งนี้ฉันต้องล้มลงอีก แม้แต่วิญญาณฉันก็คงไม่เหลือ"ร่างเพรียวขมวดคิ้ว..สีหน้าของร่างเพรียวจริงจังไม่แพ้ของซึงฮยอน
"นายกลัวเหรอ...นายกลัวแล้วจะไม่อยากรู้จักฉันหรือไง?" แม้ว่าชายหนุ่มกำลังสัมผัสเขาด้วยความอ่อนโยนและสั่นไหวเพียงใด เขาก็จับน้ำเสียงเครียดขึงได้จากคำถามนั้น
"ใช่..ฉันกลัว"ควอนจียงหยุดเรียวปากที่กำลังซุกซนด้วยปลายนิ้ว
"นายก็ทำให้ฉันกลัวเหมือนกัน"ดวงตาคมมองเขาไม่ไหวหวั่น...
ริมฝีปากอุ่นเริ่มเล็มเลาะปลายนิ้วเรียวยาวของเขา สัมผัสแผ่วพริ้วทำให้เขาดิ่งลงในห้วงอารมณ์ ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างเขาสองคน ร่างสูงแนบหน้าผากชนกับของเขา ดวงตาของคนทั้งคู่อยู่ห่างไปกันเพียงเล็กน้อย สายตาสอดประสานแทนคำพูดมากมาย สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ใช่สิ่งที่จะลืมได้ง่ายๆ
ดังนั้นเขาเลือกที่จะอยู่กับมัน...ไม่ใช่ลืม
บทเรียนราคาแพง...ต่อจากนี้พวกเขาสองคนยังต้องเรียนรู้ด้วยกันอีกมาก
"ฉัน..ควอนจียง ยินดีที่ได้รู้จัก ...เริ่มจากที่บ้านฉันก่อนเป็นไง?"
.
.
+++
END
ปล. อาจจะมีตอน2 นะคะ







แอบเคืองเทมมากมายเหอะ
อยากอ่านจนได้
แหมมมม แมวใกล้ปลาย่าง
เห็นแล้วมันก็อดไม่ได้อ้ะค่าาาา
ตอนพิเศษเสียด้วย
แล้วก็พิเศษสมชื่อจริงๆ เลยค่า
(ยิ้มหน้าบาน แก้มปริ)
กรี๊สสสสสสส
ควอนจียงยังอยู่ยั้งยืนยงค่ะ
ฮ่าๆๆๆๆ
โดนตบหน้าอะเกนแอ่นอะเกน
ฮ่าๆๆๆๆๆ ในที่สุด จียงก็ไม่ตายยยค่า เย้
ฮ่าๆๆๆ น้องนี่ง่าวสามรอบติด...!
ก๊ากกกกกก
โฮกกกกกกกกกก
จียง เจอสต๊อล์คเก้อ น่ากลัวล้านแปดมากค่ะ
ฮืออออออ
แหมะแฮ่ะ..จะเจอแล้วเชียวค่ะ
ฮ่าๆๆๆ เหมือนละครเลย
แบบมากะฝูงชน หายไปกะฝูงชน
แล้วนางเอกก็คิดว่า "มันเป็นเพียงแค่ตาฝาด"
กร๊ากกกกกกกกก
อยากกระโดดจูบมิสเตอร์ทีโอพีค่ะ
ฮ่าๆๆๆๆๆ
"............ฉันน่ะยังเหมือนเดิม แต่ฉันยอมรับว่าเพราะนาย..ฉันจึงเจ็บปวด
เพราะนาย..ฉันจึงทรมาน เพราะนาย..ฉันถึงทำอย่างนั้น
แล้วทำไมนายถึงไม่..บอกฉันล่ะ .. บอกฉันตั้งแต่แรก"
"ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องซ่อนหากันอย่างนี้ต่อไป"
ตรงนี้สุดยอดเลยยยยยค่า ฮ่าๆๆๆๆๆ
ไอบ้านี่ ทำไมทำแบบนี้! มันดูเป็นไรที่แบบ
ฮ่าๆๆๆๆ พูดไม่ออก แต่ชอบมากเลยค่ะ
ชอบจนหยิบหมอนฟาดไปมาปึ้งปั้ง ฮ่าๆๆๆ
แบบ แหมมม มีการล่อหลอกให้พูด
ทะเล้นเป็นบ้าาาา โฮยยย
ชอบบบบ มากค่ะ ฮี่ฮี่ๆๆๆ
ครั้งก่อนๆ มันติดลบ
ก็เริ่มใหม่เส้ค้า ฮ่าๆๆๆๆ โอยยยยย
ดีใจมากเลยค่ะ
ตอนพิเศษนี่ก็พิเศษจริงๆ
น้องจะเป็นบร้าาาาาาาาาาาาา อ๊ากกกกกกก
ตอนสองนี่แอบรอใจจดใจจ่อ
บีเคิสสสสส มันจะไปเริ่มที่บ้านตรงมุมไหนห้องไหนกันค้า
กรี๊ดดดดดดดดดด
ต่อไวไวไวน้าค้าาาาาา
#1 By N' Pepper on 2008-09-06 09:24