Title: หงส์มิได้คู่มังกร #1

Author: hephaestion

Rate: NC-17[overall story]

Status: incomplete

Genre: Chinese Period, Drama, Yaoi

Author's note: เรื่องนี้คือนิยายจีนโบราณเรื่องแรกทึ่เฮเขียน  ซึ่งก็ผ่านมานานน่าดู...เมื่อไรหนอจะจบสักที

 

+++

 

 ตอนที่1

บุปผาเหนือทุ่ง มีวันปลิวปลิด

หิ่งห้อยแรงฤทธิ์ มีวันอ่อนแสง

ดาราเหนือกำแพง มีวันพุ่งดับ

รักข้าสุดระงับ มิอาจห้ามใจ

.

.

.

           

ตำหนักหยงฝู

 

ราตรียามวิกาล...ผู้คนในวังหลวงต่างหลับใหล แสงเทียนในแต่ละห้องปิดดับลงเสียนานแล้ว   หากแต่ยังมีบุคคลหนึ่งที่ตื่นเหนือนิทรารมย์   แสงจันทร์ในคืนเดือนแรมอำพรางกายร่างของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาอยู่ในชุดรัดกุมสีดำทั้งตัว ที่ห้อยไว้ข้างเอวคือกระบี่ชั้นดีคู่กาย   หลังจากตรวจอาวุธและเสบียง เขาย่างก้าวอย่างเงียบกริบจากห้องด้วยวิชาตัวเบาที่เป็นเลิศ   เมื่อเห็นว่าปลอดภัย เขาถีบตัวพุ่งทะยานขึ้นหลังคาอย่างแผ่วเบาโดยใช้ตะเกียงหินในสวนเป็นตัวส่ง

 

เงียบ....

 

ไม่มีใครรู้ว่ามีคนขึ้นมาเดินบนหลังคาในเวลานี้...และห้ามรู้อย่างเด็ดขาด

 

เขาไม่สามารถพลาดได้แม้แต่ก้าวเดียว   หากว่าพวกทหารเวรยามเห็นแล้วแตกตื่นล่ะก็จะยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่   แม้ว่านี่จะเป็นตำหนักของเขาเองก็ตาม..   ชายหนุ่มกระโดดข้ามหลังคาไปเรื่อยจนถึงประตูวังหลวง   หลังจากหลบเร้นสายตาเวรยามทหารดีแล้วจึงกระโดดลงมาจากป้อมด้วยวิชาตัวเบา เขาลงพื้นอย่างเงียบเชียบเหมือนเวลาที่ขนนกสักเส้นร่วงลงพื้น

 

ไร้เสียงและนิ่มนวลอย่างที่สุด

 

แต่เขาก็ได้ยินเสียงผิดปกติ... เสียงฝีเท้าที่เงียบเชียบเช่นเดียวกับเขาติดตามเขาอยู่ห่างๆ   เขาเงี่ยหูฟังและตัดสินใจว่าจะแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้ตัวว่าถูกสะกดรอย    

 

ไม่ได้มีคนเดียว...แต่มีถึงสองคน

 

ฝีเท้าจัดว่าเยี่ยม...   ยิ่งในเมืองหลวงแล้วระดับวิชาตัวเบาเยี่ยงนี้มีไม่กี่คน  เขาทิ้งระยะห่างออกไปเรื่อยๆราวกับไม่จงใจให้มากที่สุด   แต่สองเงานั่นยังตามติดไม่ลดละ  

 

ฤาเผชิญหน้าเสียดีกว่า...

 

ท้องถนนในเมืองยามหลับใหลเงียบไร้เสียงสิ่งมีชีวิตใดๆ    แม้แต่สุนัขที่จะเห่าหอนยามค่ำคืนก็ไม่มีให้เห็นสักตัว  ชายหนุ่มล่อพวกมันไปยังถนนหลักของเมือง   ให้พ้นกำแพงวังหลวงเป็นใช้ได้    เขาหยุดฝีเท้า...และหายตัวท่ามกลางกลุ่มหมอก    สองร่างในชุดดำที่สะกดรอยพลันชะงักกับภาพเบื้องหน้า   ไม่เห็นแม้เงาซึ่งเคลื่อนย้าย...

 

"อี้ชิน...เจ้าเห็นหรือไม่ ....หายไปไหนกัน"

 

"ชี่...ฉางเล่อฟังสิ...เราจะโดนโจม..."และไม่ทันขาดคำปลายกระบี่คมกริบก็จ่อเข้าที่กลางหลังของผู้ถูกเตือน ชายหนุ่มซึ่งรูปร่างบอบบางกว่าหันไปเผชิญหน้ากับผู้ถือกระบี่พร้อมกับทรุดตัวลงคุกเข่าหนึ่งข้างทำความเคารพ

 

"องค์ชายเฮยหลง...ทรงอนุญาตให้พวกกระหม่อมขอติดตามไปด้วยเถิดพะยะค่ะ"ชายหนุ่มลดกระบี่ลงใส่ฝักอย่างแม่นยำ   ฉางเล่อรีบคุกเข่าตามเพื่อนองครักษ์เสริมแรงขอร้อง

 

"ได้โปรดเถิดองค์ชาย...พวกกระหม่อมเป็นห่วงองค์ชายจริงๆ"สององครักษ์คุกเข่าก้มหน้าไม่ยอมเงย   ท่าทางแข็งขันและมุ่งมั่น ...ลงแบบนี้คงไม่ยอมลุกขึ้นจนกว่าจะอนุญาตแน่ๆ   องค์ชายทอดเนตรสององครักษ์ก่อนถอนพระทัย

 

"พวกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะออกมาวันนี้?"

 

"พวกกระหม่อม...เอ่อ...คาดเดาพะยะค่ะ" สายตาของสององครักษ์หลุกหลิกชวนสงสัยพิกล

 

"จริงรึ"

 

"เอ่อ....กระหม่อม"

 

"คงจะติดตามดูข้ามาหลายวันแล้วสิ...พวกเจ้าน่ะ"

 

สององครักษ์มองหน้ากันก่อนพยักหน้าเล็กน้อย   พวกเขาจำต้องยอมรับสารภาพอย่างหมดข้อสงสัย

 

"พะยะค่ะ..."

 

"เฮ้อ...พวกเจ้านี่นะ..."ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งถอดผ้าดำที่คลุมใบหน้าออกแล้วผูกกลับเข้าชายพก   ผมส่วนที่เหลือจากรวบปลิวล้อแรงลม   อี้ชินและฉางเล่อลอบสังเกตสีหน้าเจ้านายของตนเองแล้วประเมินว่าควรทำอย่างไรต่อไป

 

"เอา...ลุกขึ้น"

 

"ไม่จนกว่าองค์ชายจะทรงอนุญาตให้พวกกระหม่อมร่วมทางไปด้วย"

 

"เจ้ากลับไปเสีย...ข้าเพียงแค่อยากจะ... ก่อนที่ข้าจะไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้   เมื่อข้าพอใจแล้วจะกลับไปเอง ข้าฝากบอกเสด็จพ่อและท่านอาเก้าด้วย"ชายหนุ่มหันหลังกำลังจะก้าวจากไปจากที่สององครักษ์คุกเข่า   ฉางเล่อกระตุกมือยื่นไปข้างหน้าแต่ไม่กล้าเอ่ยคำใด

 

"ไม่จนกว่าท่านจะอนุญาตให้พวกข้าร่วมทางไปด้วย" องครักษ์ร่างบอบบางตะโกนก้องอย่างเด็ดเดี่ยวและโค้งคำนับจนหน้าผากกระแทกกรวดหิน  ชายหนุ่มอยากจะฉุดให้ร่างบางหยุดทำร้ายตนเองแต่เมื่อเห็นสายตาเยี่ยงนั้น   ฉางเล่อกำหมัดแน่นและก้มลงคำนับด้วยอีกแรง

 

ครานี้สององครักษ์คุกเข่าไปพร้อมกับโขกศีรษะอย่างพร้อมเพรียง   เสียงกระทบถนนหินลูกรังดังก้องไปทั่ว  ชายหนุ่มหยุดยืนนิ่งเพื่อหยุดยื้อตัดสินใจ   ร่างสูงหันหลังมองและออกปากทันที

 

"....หยุดเดี๋ยวนี้...ข้าอนุญาตแล้ว"ชายหนุ่มส่ายหน้าไม่ว่ากี่ปีต่อกี่ปีก็แพ้แก่ลูกตื้อแบบนี้

 

"ขอบพระทัยองค์ชาย...พวกกระหม่อมจะติดตามท่านไปทุกที่ ไม่ให้ท่านมีอันตรายแม้แต่น้อยเลยขอรับ   แม้ว่าพวกกระหม่อมจะหาไม่"

 

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาใจอีกหน   เขาดึงผ้าขาวออกจากสาบเสื้อสองผืน ผืนหนึ่งยื่นให้ฉางเล่อส่วน   ผืนสุดท้ายเขาเช็ดให้อี้ชินด้วยมือของเขาเอง    ใบหน้าขององครักษ์นั้นพลันมีสีแดงแต่งแต้มแต่ยังดีที่ราตรีคืนแรมนี้ได้ช่วยปิดบังไว้

 

เขาเอ่ยขอบคุณองค์ชายเบาๆและเก็บผ้าเช็ดหน้านั้นไว้เป็นอย่างดีตรงตำแหน่งหัวใจ   ฉางเล่อมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เจ็บแปลบในอก...แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเพราะอะไร

 

...ทั้งสามออกเดินทาง

 

+++++

 

TBC

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด องค์ชายเฮยหลงงงงงงงงงง ((ชื่อถูกป่าววะ))

เก่งมากองค์ชายวิชาตัวเบาของท่านช่างแนบเนียน หาที่ติ แต่องค์รักษ์ของท่านนั้น ก็ตามมาทันจนได้ แง่ววว

ฉางเล่อ อี้ชิน

องค์ชายทำไมต้องเช็ดหน้าผากให้อี้ชิน
องค์ชายคิดไรป่าววะ? กรี๊ดดดดดดดดดดดด อยากจะบอกว่า อ่านตอนนี้แล้วยิ้มเว่ยคับ เอ๊ะๆๆๆ

แล้วฉางเล่อที่เจ็บในอกนั้น หึง?
หึงองค์ชาย?
หรือหึงอี้ชิน?

อ่านมาถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าใครเปนเมะ ใครเป็นเคะ ((กูนี่ก็โง่เนอะ))

อ๋อยยยย ชอบบบบบบมากกกกกกกกกกกก

ไปอ่านตอนต่อไปแล้วเน้

ปล.แอบเหลือบไปเห็นเรทฟิค โอ๊ววววววว รอๆๆ

#1 By kumameaw on 2008-10-28 16:29

หงส์มิได้คู่มังกร ??? มันจะเศร้ามั๊ย ???

องค์ชายเฮยหลง ... หึหึ หนุ่มรูปงาม ฐานันดรสูงส่ง พร้อมกับองครักษ์คู่ใจ ~
แต่อี้ซิน นี่คือผู้หญิงใช่มั๊ย ทำไมองครักษ์เป็นผู้หญิง แล้วอีกคนเป็นผู้ชาย ... เรื่องมันจะอีรุงตุงนังก็ตรงนี้แล

#2 By BigBoyLittleGirl (125.25.150.3) on 2008-10-28 23:15

ตามมาอ่านจ้าน้องเฮ เรียบเรียงใหม่ แล้วอ่านลื่นขึ้นนะ

บุปผาเหนือทุ่ง มีวันปลิวปลิด

หิ่งห้อยแรงฤทธิ์ มีวันอ่อนแสง

ดาราเหนือกำแพง มีวันพุ่งดับ

รักข้าสุดระงับ มิอาจห้ามใจ

อ่านทีไรก็ชอบทุกทีแนวที่ชอบด้วย ไปไหนไปด้วย พี่ตามไปอ่านทุกทีแบบเงาตามตัวเลยจ้า

จากพี่ติ๋ว

#3 By (125.24.101.129) on 2009-09-18 11:52