[Original nov.] หงส์มิได้คู่มังกร #1
posted on 28 Oct 2008 00:50 by sussurro in novelTitle: หงส์มิได้คู่มังกร #1
Author: hephaestion
Rate: NC-17[overall story]
Status: incomplete
Genre: Chinese Period, Drama, Yaoi
Author's note: เรื่องนี้คือนิยายจีนโบราณเรื่องแรกทึ่เฮเขียน ซึ่งก็ผ่านมานานน่าดู...เมื่อไรหนอจะจบสักที
+++
ตอนที่1
บุปผาเหนือทุ่ง มีวันปลิวปลิด
หิ่งห้อยแรงฤทธิ์ มีวันอ่อนแสง
ดาราเหนือกำแพง มีวันพุ่งดับ
รักข้าสุดระงับ มิอาจห้ามใจ
.
.
.
ตำหนักหยงฝู
ราตรียามวิกาล...ผู้คนในวังหลวงต่างหลับใหล แสงเทียนในแต่ละห้องปิดดับลงเสียนานแล้ว หากแต่ยังมีบุคคลหนึ่งที่ตื่นเหนือนิทรารมย์ แสงจันทร์ในคืนเดือนแรมอำพรางกายร่างของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาอยู่ในชุดรัดกุมสีดำทั้งตัว ที่ห้อยไว้ข้างเอวคือกระบี่ชั้นดีคู่กาย หลังจากตรวจอาวุธและเสบียง เขาย่างก้าวอย่างเงียบกริบจากห้องด้วยวิชาตัวเบาที่เป็นเลิศ เมื่อเห็นว่าปลอดภัย เขาถีบตัวพุ่งทะยานขึ้นหลังคาอย่างแผ่วเบาโดยใช้ตะเกียงหินในสวนเป็นตัวส่ง
เงียบ....
ไม่มีใครรู้ว่ามีคนขึ้นมาเดินบนหลังคาในเวลานี้...และห้ามรู้อย่างเด็ดขาด
เขาไม่สามารถพลาดได้แม้แต่ก้าวเดียว หากว่าพวกทหารเวรยามเห็นแล้วแตกตื่นล่ะก็จะยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ แม้ว่านี่จะเป็นตำหนักของเขาเองก็ตาม.. ชายหนุ่มกระโดดข้ามหลังคาไปเรื่อยจนถึงประตูวังหลวง หลังจากหลบเร้นสายตาเวรยามทหารดีแล้วจึงกระโดดลงมาจากป้อมด้วยวิชาตัวเบา เขาลงพื้นอย่างเงียบเชียบเหมือนเวลาที่ขนนกสักเส้นร่วงลงพื้น
ไร้เสียงและนิ่มนวลอย่างที่สุด
แต่เขาก็ได้ยินเสียงผิดปกติ... เสียงฝีเท้าที่เงียบเชียบเช่นเดียวกับเขาติดตามเขาอยู่ห่างๆ เขาเงี่ยหูฟังและตัดสินใจว่าจะแกล้งทำเป็นว่าไม่รู้ตัวว่าถูกสะกดรอย
ไม่ได้มีคนเดียว...แต่มีถึงสองคน
ฝีเท้าจัดว่าเยี่ยม... ยิ่งในเมืองหลวงแล้วระดับวิชาตัวเบาเยี่ยงนี้มีไม่กี่คน เขาทิ้งระยะห่างออกไปเรื่อยๆราวกับไม่จงใจให้มากที่สุด แต่สองเงานั่นยังตามติดไม่ลดละ
ฤาเผชิญหน้าเสียดีกว่า...
ท้องถนนในเมืองยามหลับใหลเงียบไร้เสียงสิ่งมีชีวิตใดๆ แม้แต่สุนัขที่จะเห่าหอนยามค่ำคืนก็ไม่มีให้เห็นสักตัว ชายหนุ่มล่อพวกมันไปยังถนนหลักของเมือง ให้พ้นกำแพงวังหลวงเป็นใช้ได้ เขาหยุดฝีเท้า...และหายตัวท่ามกลางกลุ่มหมอก สองร่างในชุดดำที่สะกดรอยพลันชะงักกับภาพเบื้องหน้า ไม่เห็นแม้เงาซึ่งเคลื่อนย้าย...
"อี้ชิน...เจ้าเห็นหรือไม่ ....หายไปไหนกัน"
"ชี่...ฉางเล่อฟังสิ...เราจะโดนโจม..."และไม่ทันขาดคำปลายกระบี่คมกริบก็จ่อเข้าที่กลางหลังของผู้ถูกเตือน ชายหนุ่มซึ่งรูปร่างบอบบางกว่าหันไปเผชิญหน้ากับผู้ถือกระบี่พร้อมกับทรุดตัวลงคุกเข่าหนึ่งข้างทำความเคารพ
"องค์ชายเฮยหลง...ทรงอนุญาตให้พวกกระหม่อมขอติดตามไปด้วยเถิดพะยะค่ะ"ชายหนุ่มลดกระบี่ลงใส่ฝักอย่างแม่นยำ ฉางเล่อรีบคุกเข่าตามเพื่อนองครักษ์เสริมแรงขอร้อง
"ได้โปรดเถิดองค์ชาย...พวกกระหม่อมเป็นห่วงองค์ชายจริงๆ"สององครักษ์คุกเข่าก้มหน้าไม่ยอมเงย ท่าทางแข็งขันและมุ่งมั่น ...ลงแบบนี้คงไม่ยอมลุกขึ้นจนกว่าจะอนุญาตแน่ๆ องค์ชายทอดเนตรสององครักษ์ก่อนถอนพระทัย
"พวกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะออกมาวันนี้?"
"พวกกระหม่อม...เอ่อ...คาดเดาพะยะค่ะ" สายตาของสององครักษ์หลุกหลิกชวนสงสัยพิกล
"จริงรึ"
"เอ่อ....กระหม่อม"
"คงจะติดตามดูข้ามาหลายวันแล้วสิ...พวกเจ้าน่ะ"
สององครักษ์มองหน้ากันก่อนพยักหน้าเล็กน้อย พวกเขาจำต้องยอมรับสารภาพอย่างหมดข้อสงสัย
"พะยะค่ะ..."
"เฮ้อ...พวกเจ้านี่นะ..."ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งถอดผ้าดำที่คลุมใบหน้าออกแล้วผูกกลับเข้าชายพก ผมส่วนที่เหลือจากรวบปลิวล้อแรงลม อี้ชินและฉางเล่อลอบสังเกตสีหน้าเจ้านายของตนเองแล้วประเมินว่าควรทำอย่างไรต่อไป
"เอา...ลุกขึ้น"
"ไม่จนกว่าองค์ชายจะทรงอนุญาตให้พวกกระหม่อมร่วมทางไปด้วย"
"เจ้ากลับไปเสีย...ข้าเพียงแค่อยากจะ... ก่อนที่ข้าจะไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้ เมื่อข้าพอใจแล้วจะกลับไปเอง ข้าฝากบอกเสด็จพ่อและท่านอาเก้าด้วย"ชายหนุ่มหันหลังกำลังจะก้าวจากไปจากที่สององครักษ์คุกเข่า ฉางเล่อกระตุกมือยื่นไปข้างหน้าแต่ไม่กล้าเอ่ยคำใด
"ไม่จนกว่าท่านจะอนุญาตให้พวกข้าร่วมทางไปด้วย" องครักษ์ร่างบอบบางตะโกนก้องอย่างเด็ดเดี่ยวและโค้งคำนับจนหน้าผากกระแทกกรวดหิน ชายหนุ่มอยากจะฉุดให้ร่างบางหยุดทำร้ายตนเองแต่เมื่อเห็นสายตาเยี่ยงนั้น ฉางเล่อกำหมัดแน่นและก้มลงคำนับด้วยอีกแรง
ครานี้สององครักษ์คุกเข่าไปพร้อมกับโขกศีรษะอย่างพร้อมเพรียง เสียงกระทบถนนหินลูกรังดังก้องไปทั่ว ชายหนุ่มหยุดยืนนิ่งเพื่อหยุดยื้อตัดสินใจ ร่างสูงหันหลังมองและออกปากทันที
"....หยุดเดี๋ยวนี้...ข้าอนุญาตแล้ว"ชายหนุ่มส่ายหน้าไม่ว่ากี่ปีต่อกี่ปีก็แพ้แก่ลูกตื้อแบบนี้
"ขอบพระทัยองค์ชาย...พวกกระหม่อมจะติดตามท่านไปทุกที่ ไม่ให้ท่านมีอันตรายแม้แต่น้อยเลยขอรับ แม้ว่าพวกกระหม่อมจะหาไม่"
ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาใจอีกหน เขาดึงผ้าขาวออกจากสาบเสื้อสองผืน ผืนหนึ่งยื่นให้ฉางเล่อส่วน ผืนสุดท้ายเขาเช็ดให้อี้ชินด้วยมือของเขาเอง ใบหน้าขององครักษ์นั้นพลันมีสีแดงแต่งแต้มแต่ยังดีที่ราตรีคืนแรมนี้ได้ช่วยปิดบังไว้
เขาเอ่ยขอบคุณองค์ชายเบาๆและเก็บผ้าเช็ดหน้านั้นไว้เป็นอย่างดีตรงตำแหน่งหัวใจ ฉางเล่อมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เจ็บแปลบในอก...แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเพราะอะไร
...ทั้งสามออกเดินทาง
+++++
TBC







เก่งมากองค์ชายวิชาตัวเบาของท่านช่างแนบเนียน หาที่ติ แต่องค์รักษ์ของท่านนั้น ก็ตามมาทันจนได้ แง่ววว
ฉางเล่อ อี้ชิน
องค์ชายทำไมต้องเช็ดหน้าผากให้อี้ชิน
องค์ชายคิดไรป่าววะ? กรี๊ดดดดดดดดดดดด อยากจะบอกว่า อ่านตอนนี้แล้วยิ้มเว่ยคับ เอ๊ะๆๆๆ
แล้วฉางเล่อที่เจ็บในอกนั้น หึง?
หึงองค์ชาย?
หรือหึงอี้ชิน?
อ่านมาถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าใครเปนเมะ ใครเป็นเคะ ((กูนี่ก็โง่เนอะ))
อ๋อยยยย ชอบบบบบบมากกกกกกกกกกกก
ไปอ่านตอนต่อไปแล้วเน้
ปล.แอบเหลือบไปเห็นเรทฟิค โอ๊ววววววว รอๆๆ
#1 By kumameaw on 2008-10-28 16:29