[Original nov.] หงส์มิได้คู่มังกร #2
posted on 28 Oct 2008 00:57 by sussurro in novelTitle: หงส์มิได้คู่มังกร #2
Author: hephaestion
Rate: NC-17[overall story]
Status: incomplete
Genre: Chinese Period, Drama, Yaoi
Author's note: เรื่องนี้คือนิยายจีนโบราณเรื่องแรกทึ่เฮเขียน ซึ่งก็ผ่านมานานน่าดู...เมื่อไรหนอจะจบสักที
+++
ตอนที่2
นารีแดงหอม สิเน่หา
มิเท่าวาจา เจ้าเฉลย
.
.
ค่ำคืนนี้...หอหลันฮัวกำลังมีงานใหญ่
โคมแดงซึ่งเรียงรายมากมายในยามปกติก็ยิ่งหนาตา เหล่าชายหนุ่มมาเที่ยวแน่นขนัดเป็นพิเศษเนื่องจากคืนนี้ไป๋ชงจะลงรับแขก...
"พี่ไป๋...ดูสิๆ คนมาเต็มหอเลย วันนี้ใครจะโชคดีนะ"หลิงจูวิ่งพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับปิดประตูเสียงดังโครม ไป๋ชงยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่ได้แต่งตัว เสื้อขาวบางห่อไหล่ไว้หมิ่นเหม่ ร่างระหงเหม่อมองตนเองอยู่ในคันฉ่องบานใหญ่ดั่งว่าหลิงจูไม่ได้วิ่งเข้ามาในห้อง
"ทำไมถึงยังไม่แต่งตัว"
"อ้าว...หลิงจูเจ้ามาเมื่อไร ข้าไม่เห็นเจ้าเข้ามานี่"
"จะเห็นได้ไงล่ะ ก็พี่ไป๋เอาแต่นั่งเหม่อนี่ เอาล่ะแต่งตัวได้แล้ว"
หลิงจูฉุดแขนอาไป๋ลุกขึ้นแล้วยื่นชุดบางเบาสีแดงทับทิมให้ ไป๋ชงรับมาแล้วสวมใส่โดยดีก่อนนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้งร่างโปร่งหยิบแป้งขึ้นมาผัดหน้าบางๆ หลิงจูหวีผมและเกล้าผมให้
นางชอบตอนนี้ที่สุด...
ผมสีดำมีน้ำหนักถูกเกล้าขึ้นเป็นช่อๆ ...แต่ละช่อเงางาม หลิงจูเลือกเครื่องประดับผมอย่างพิถีพิถันประณีตอย่างที่สุด ปิ่นหยกสีแดงถูกนำมาใช้พร้อมต่างหูทับทิมพวงระย้า เด็กสาวจำได้ว่านี่เป็นของที่ขุนนางจากแดนไกลซื้อกำนัลแก่พี่ไป๋ของนาง แม้ว่าขุนนางผู้นั้นจะไม่ได้ขึ้นห้องกับพี่ไป๋ก็ตาม ...เรียกได้ว่าของทุกอย่างเจ้าตัวไม่ได้เป็นผู้ซื้อและผู้เรียกร้องสักชิ้นเดียว แม้ชิ้นเล็กที่สุดก็ตาม ปิ่นหยกแดงนี้ก็เช่นกัน หลิงจูนึกไม่ออกว่าเป็นของใคร
ไป๋ชงหยิบแผ่นชาดขึ้นใช้ปากเม้มเพียงเล็กน้อยและแต้มเปลือกตาด้วยผงมุกแดงเล็กน้อยตรงหัวตา ร่างระหงลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมออกไปด้านนอก
"เดี๋ยวๆพี่ไป๋...ข้าหาสร้อยมุกอยู่ รอข้าก่อน"
"แค่นี้ก็พอแล้วล่ะน่าหลิงจู"อาไป๋ส่องดูในคันฉ่องบานใหญ่
"อา...อยู่นี่เอง มาๆข้าใส่ให้พี่นะ"หลิงจูเอื้อมมือไปสวมสร้อยด้านหลังอาไป๋ นางได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างสูงโปร่ง แสงสีนวลกระทบประกายของสร้อยมุก เด็กน้อยเขย่งจนสุดมือ...เมื่อสวมเสร็จแทบไม่อยากถอยห่างร่างนี้
...อา ข้าเป็นอะไรนี่ พี่ไป๋ไม่ใช่ผู้ชายนะ
ไป๋ชงหันมายิ้มให้อย่างอ่อนหวาน หลิงจูเหมือนน้องสาวแท้ๆร่าเริงและเบิกบานทำให้รู้สึกดีได้เสมอเมื่ออยู่ใกล้ มือเรียวยาวเอื้อมไปลูบแผ่วเบาบนศีรษะทุย สีแดงแต้มแต่งเห็นชัดขึ้นบนแก้มเด็กทำให้อาไป๋ยิ้มเอ็นดู
"ได้เวลาแล้ว...ข้าไปล่ะนะ"อาไป๋เดินไปที่ประตูอย่างงามสง่า
แล้วพญาหงส์ก็ออกบิน...
+++
ร่างระหงในชุดทับทิมเบาบาง แพรพรรณเผยให้เนื้อเนียนบางส่วน ยามเยื้องย่างลงบันได ชายผ้าปลิวไหวเหนือพื้นดั่งว่านางฟ้าลอยลงแดนดิน เสียงเซ็งแซ่ในหอเมื่อครู่เงียบลงทันตาเมื่อร่างนั้นปรากฏตัว วงสนทนา ขับขานใดหยุดลงทันที สุราเมรัยที่กำลังถูกรินลงถ้วยก็ล้น ผู้คนต่างลืมหายใจเมื่อได้เห็น...ทว่าเสียงแหลมแทงประสาทของอาฮัวแม่เล้าก็ดังขึ้นทลายภวังค์ของคนทั้งห้องโถง
"ไป๋ชงวันนี้ก็งดงามอีกเช่นเคย... มาดื่มคารวะท่านหูและท่านฟางก่อนเร็ว"อาฮัวโบกมือเรียกเด็กสาวใช้ให้ยกถาดสุรามาใกล้ๆ อาไป๋มองชายวัยกลางคนทั้งสองคนและยิ้มให้อย่างที่หลิงจูชอบเรียกว่า...'ยิ้มของนางหงส์'
"ดื่มคารวะนายท่านเสียสิ"อาฮัวยื่นจอกเหล้าให้ตรงหน้า ไป๋ชงรับมาถือไว้ไม่อิดออด สองขุนนางที่มาวันนี้ไม่เคยมาที่นี่มาก่อนแต่เคยได้ยินว่าเป็นขุนนางที่มีชื่อเสียงจากเมืองหลวง
"ไป๋ชงไม่ทราบว่าท่านทั้งสองจะเดินทางมาที่นี่จึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับให้สมฐานะ ไป๋ชงต้องดื่มขออภัย"สองขุนนางยกจอกขึ้นดื่มพร้อมไป๋ชง ทั้งสองมีสีหน้าพึงพอใจในกิริยามารยาทที่อ่อนน้อมของไป๋ชง แววตาอ่อนแสงจับจ้องที่โครงหน้าโศก ไป๋ชงเรียกเหล้าอีกหนึ่งจอก
"จอกนี้คือการคารวะท่านทั้งสอง ได้โปรดรับน้ำใจของข้าด้วย"อาไป๋โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนยกขึ้นดื่ม สายตาที่มิอาจจะละได้จากผิวเนียน ยิ่งแนบแน่นกับดวงหน้าอ่อนหวาน หน่วยตาเรียวยาวของร่างโปร่งตรึงติดจนมิอาจละ
"...เล่นเพลงให้ท่านทั้งสองเพลงสักเพลงสองเพลงสิ ...เด็กๆยกพิณมา"อาฮัวปรบมือเรียกเด็กสาวใช้ยกพิณไม้แกะสลักมาตั้งไว้บนตั่ง ตั่งนั้นตกแต่งด้วยแพรไหมสีขาวสวยงาม ไป๋ชงยิ้มให้กับเด็กรับใช้ที่ยกพิณมาให้อย่างขอบใจ...ทำให้หลิงจูที่แอบดูอยู่นั้นไม่พอใจยิ่งนัก ไป๋ชงเยาะย่างไปที่ตั่งแล้วสะบัดผ้าลงนั่งอย่างสง่างาม
นิ้วเรียวยาวกรีดไล่สายเพื่อทดสอบเสียงอยู่ครู่ก่อนลงมือดีด เสียงพิณที่ดังออกมานั้นโศกเศร้าจับใจ
เอื้อนอิดออดอ้อน...เสียงพิณ
ขุนนางทั้งสองต่างนั่งนิ่งไม่ขยับกายแต่จิตใจนั้นดื่มด่ำกับเสียงดนตรีหยาดหวานเจือเศร้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จบเพลงเสียงปรบมือเกรียวกราวลั่นห้องโถง ไป๋ชงลงมือดีดอีกหนึ่งเพลง เพลงสั้นๆแต่ท่วงทำนองค่อนข้างสนุกสนานเป็นการเรียกบรรยากาศครื้นเครงกลับมาอีกครั้ง ท่านหูและท่านฟางคลี่ยิ้มอย่างพอใจและเรียกอาฮัวเข้าไปคุยเบาๆ
ไป๋ชงขอตัวและออกเดินไปคุยกับแขกทั่วงานด้วยยิ้มแย้มแจ่มใส คุยทั้งนางคณิกาด้วยกันและแขกที่มาเยือน ร่างระหงไม่ยอมหยุดอยู่กับใครนานจนเกินไป อาฮัวเดินเรียบเคียงเข้าหาแล้วดึงร่างนั้นไปยังมุมลับตา นางโบกพัดรัวเร็ว
"อาฮัว...ให้รับแขกทีละสองคนข้าไม่เอาเด็ดขาดนะ"อาไป๋พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"โถๆ เจ้านี่รู้ไปเสียทุกอย่าง แล้วจะให้อาฮัวคนนี้ทำอย่างไร"ไป๋ชงถอนหายใจแผ่วเบา
"ให้ท่านทั้งสองตกลงกันเอง...ถ้าตกลงไม่ได้ข้าไม่รับทั้งสองคน"
"อาไป๋...ตกลงทั้งสองท่านนี่ผ่านใช่ไหม?"อาฮัวพับพัดรูปนกกระเรียนริมน้ำอย่างดีใจ
"ใช่..."
"ข้าจะรีบไปบอกท่านหูและท่านฟางเดี๋ยวนี้แหละ"อาฮัวเดินนวดนาดไปที่ห้องรับรองแขกที่ขุนนางทั้งสองนั่งดื่มสุราอยู่เพื่อแจ้งข่าวดีให้ทราบ
"จะซ่อนตรงนั้นอีกนานไหม? หลิงจู"เด็กสาวเดินเอียงอายออกมาจากมุมมืดข้างเสาแล้วเข้ากระโดดเกาะแขนเสื้อของไป๋ชงทันที
"แหม...พี่ไป๋คราวนี้ผ่านสองคนเลยเหรอ?"อาไป๋ยิ้มเอ็นดูเมื่อรู้ว่าเด็กสาวจะพูดอะไร
"ก็ท่านทั้งสองดูสุภาพดี"
"แต่ข้าไม่ชอบนี่"หลิงจูกอดแขนอาไป๋แน่น ร่างโปร่งโน้มตัวลงมาขยี้ผมเล่นเหมือนกับทุกที
"หึ...เจ้าควรรู้หน้าที่สิ...ไปเรียกเปาเปามาที่ห้องด้วย"หลิงจูผละจากแขนอาไป๋อย่างอิดออดแต่ก็ยอมวิ่งไปโดยดี เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่ต้องรับแขกอาไป๋จะต้องเรียกนางคณิกาคนอื่นมาที่ห้องด้วยทุกครั้ง แต่เพิ่งจะเข้าใจเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง หลิงจูวิ่งมาถึงห้องของเปาเปาแล้วเคาะประตูเรียก
"เปาเปาท่านอยู่ในห้องไหม พี่ไป๋ให้มาเรียก"
ประตูกระชากออกทันที
หญิงสาวในชุดบางเบาสีเขียวอ่อนที่แทบจะเห็นทุกสัดส่วนแสนเย้ายวนเปิดประตูก่อนตรงเข้าปิดปากเด็กสาวแทบทันใด แขนเรียวยาวดึงหลิงจูเข้าห้องแล้วลั่นดาลประตูตามอย่างเร่งร้อน
"เจ้าเด็กโง่อยากให้พี่ไป๋ของเจ้าเดือดร้อนหรือไง? ตะโกนเสียดังขนาดนั้นน่ะ"เปาเปาจุดเทียนที่โต๊ะกลางห้อง ห้องสว่างขึ้นมาเล็กน้อย
"ข้าขอโทษ..."แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าผิดเพราะอะไร ...ถึงอย่างไรก็ติดนิสัยขอโทษไว้ก่อนตามที่ไป๋ชงสั่งสอนเสียแล้ว เทียนถูกจุดขึ้นอีกสองสามเล่ม
ใบหน้าของเปาเปาสะท้อนกับแสงเทียน...งดงาม
ตอนแรกที่หลิงจูมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ หลิงจูสับสนระหว่างเปาเปาและไป๋ชงด้วยว่าทั้งสองคนมีรูปร่างคล้ายคลึงกันมาก ซ้ำยังน้ำเสียงคล้ายๆกัน ยามเดินตามระเบียงตอนค่ำๆหลิงจูทักผิดเป็นประจำ แต่นิสัยทั้งสองคนนั้นกลับไม่เหมือนกันสักนิดและหลิงจูก็คิดว่าพี่ไป๋ของนางน่ะสวยกว่า...
"มาอะไรจงว่ามา"
"พี่ไป๋ให้ไปหาที่ห้องคืนนี้"
"อย่างนั้นหรือ"เปาเปากำลังจะแต่งตัวเสียใหม่แต่เกิดนึกขึ้นได้
"หลิงจู วันนี้พี่ไป๋เจ้าใส่ชุดสีอะไร?"
"สีแดงทับทิม...ข้าเลือกเครื่องประดับให้เองเลยนะ"หลิงจูอวดอย่างภูมิใจ
"ตอบเท่าที่ข้าถามก็พอแล้ว...พูดมากน่ารำคาญ อาไป๋ทนเด็กอย่างเจ้าไปได้ยังไงนะ"นางพูดอย่างหงุดหงิดก่อนหยิบชุดสีแดงสวมใส่แต่สีเข้มกว่าเล็กน้อย หลิงจูนั่งหน้างออยู่ที่โต๊ะกลางห้อง
"...มานั่งตอกตะปูรึไง มาช่วยข้าแต่งตัวสิ เร็วเข้า"หลิงจูบ่นอุบอิบก่อนจะเดินสะบัดๆไปช่วยเปาเปาแต่งตัว
+++++
ในห้องของไป๋ชง แขกท่านหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ฉลุกลางห้อง โครงร่างเอนโอนอ่อนเปียก นั่นคือขุนนางแซ่หู ร่างระหงรินเหล้าจอกต่อจอกพลางชวนคุยไปตามหัวข้อที่ท่านหูสนใจ
....และแล้วฤทธิ์สุราก็เข้าครอบงำ
"ข้าไม่เคยเห็นสาวงามที่ไหนงามเท่าเจ้ามาก่อนเลย..."แล้วก็ยกเหล้าจอกนั้นจ่อปากทันที
"ท่านหูกล่าวชมหนักไปแล้ว"อาไป๋รินเหล้าลงจอกนั้นตาม
...มิยอมให้พร่อง
"คืนนี้เป็นคืนเดือนแรม แต่ไม่เห็นแสงจันทร์ไม่เป็นไร...เพราะข้าได้เห็นหน้าเจ้าแล้ว"ท่านหูยกจอกขึ้นดื่มอีกครา
"กล่าวหนัก...กล่าวหนักจริงๆ"ไป๋ชงรินจอกนั้นจนเต็มแต่มือของท่านหูเอื้อมมาจับข้อมือยั้งไว้
"ขอเพียงได้ยลโฉมเจ้าในคืนนี้เท่านั้น"ท่านหูค่อยๆยกมือเรียวนุ่มนั้นขึ้นมาจุมพิตเบาแผ่วบนหลังมือ อาไป๋ยิ้มบางและลุกขึ้นยืนเดินนำท่านหูไปที่เตียงสี่เสาหยกขาว เตียงคลุมแพรสีฟ้าอ่อน ม่านบางสีขาวคลี่ปิดสี่ด้าน ไป๋ชงปลดเสื้อคลุมของตนเองไว้ที่ปลายเตียง เพียงท่านหูโน้มกายเข้าหอมลำคอระหงก็หมดสติ ร่างหนาฟุบลงกับพื้นเตียงด้านข้าง ไป๋ชงตรวจชีพจรและจังหวะกลอกลูกตาด้วยความชำนาญ เมื่อเห็นว่าหลับสนิทแน่แล้วจึงส่งเสียงเรียก
"เปาเปา...เป็นหน้าที่เจ้าแล้ว"เปาเปาแหวกม่านบางเข้าขึ้นมาบนเตียงแทนที่อาไป๋ก่อนที่ยาสลบจะหมดฤทธิ์ เพราะจำนวนยาเพียงน้อยนิดเท่านั้น ร่างบางปลีกตัวลงมาจากเตียงแล้วก็เจอกับดวงตากลมโตที่แอบดูอยู่หลังม่านห้อง
"ไปนอนได้แล้วหลิงจู"
"แล้วข้าไปนอนกับท่านได้ไหม?"อาไป๋มีสีหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก
"วันนี้คงไม่ได้...เจ้าไปนอนก่อนเถอะนะ"เด็กสาวมีสีหน้าเสียดายอย่างชัดเจน
"แต่ว่า..."
"...นะเด็กดี"อาไป๋ยิ้มเอ็นดูหลอกล่อ ร่างระหงโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเบาๆ หลิงจูรู้สึกว่าผิวหน้าแทบละลาย สองขาวิ่งออกไปทันที มิใช่เพราะเขินอายแต่กลัวความคิดตัวเองต่างหากเล่า ...มันแปลกขึ้นทุกวัน กลัวตัวเองจะพูดอะไรอะไรออกไป ขณะวิ่งพลางคิดแล้วพี่ไป๋จะไปที่ใดกัน แล้วเพราะเหตุใดถึงให้เปาเปามาแทน แต่ข้อหลังนางรู้สึกดีใจเหลือเกินที่พี่ไป๋ทำเยี่ยงนั้น เมื่อปิดประตูห้องของตน เด็กน้อยกระโดดขึ้นเตียง ซุกใบหน้ากับผ้าห่มและจมสู่นิทรารมย์ไปด้วยความเหนื่อยอ่อนอย่างรวดเร็ว
+++++
TBC







อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อาไป๋ ฉลาดมากกกกกกกกกก สรุปอาไป๋เป็นผู้ชายชิมิ
อาเป๋าก็...แทนสินะ
แล้วน้องหลิงจู ไม่นะลูก มาขงมาเขินได้ไง
แนวหนังจีนโบราณ แต่ภาษาที่ให้สละสรวยเข้าใจง่าย จะยากก็ตรงชื่อนี่แล่ะ เหอะๆๆๆ
อาไป๋คงจะเป็นคนที่งดงามจริงๆนั่นแล่ะ บรรยายซะทุกอย่างหยุดนิ่ง คิดภาพออกเลยว่ะ
น้องหลิงจูง๊า แง่งงๆๆๆๆๆ
ปล.เฮ เค้าคิดถึงองค์ชายเฮยหลงอ่ะ อิอิ
ติดตามจ้า
#1 By kumameaw on 2008-10-28 16:42