Title: หงส์มิได้คู่มังกร #2

Author: hephaestion

Rate: NC-17[overall story]

Status: incomplete

Genre: Chinese Period, Drama, Yaoi

Author's note: เรื่องนี้คือนิยายจีนโบราณเรื่องแรกทึ่เฮเขียน  ซึ่งก็ผ่านมานานน่าดู...เมื่อไรหนอจะจบสักที

+++

 

 

ตอนที่2

นารีแดงหอม สิเน่หา

มิเท่าวาจา เจ้าเฉลย

 

 

 

 

.

.

ค่ำคืนนี้...หอหลันฮัวกำลังมีงานใหญ่

 

โคมแดงซึ่งเรียงรายมากมายในยามปกติก็ยิ่งหนาตา   เหล่าชายหนุ่มมาเที่ยวแน่นขนัดเป็นพิเศษเนื่องจากคืนนี้ไป๋ชงจะลงรับแขก...

 

"พี่ไป๋...ดูสิๆ คนมาเต็มหอเลย วันนี้ใครจะโชคดีนะ"หลิงจูวิ่งพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับปิดประตูเสียงดังโครม   ไป๋ชงยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่ได้แต่งตัว    เสื้อขาวบางห่อไหล่ไว้หมิ่นเหม่   ร่างระหงเหม่อมองตนเองอยู่ในคันฉ่องบานใหญ่ดั่งว่าหลิงจูไม่ได้วิ่งเข้ามาในห้อง

 

"ทำไมถึงยังไม่แต่งตัว"

 

"อ้าว...หลิงจูเจ้ามาเมื่อไร ข้าไม่เห็นเจ้าเข้ามานี่"

 

"จะเห็นได้ไงล่ะ   ก็พี่ไป๋เอาแต่นั่งเหม่อนี่ เอาล่ะแต่งตัวได้แล้ว"

 

หลิงจูฉุดแขนอาไป๋ลุกขึ้นแล้วยื่นชุดบางเบาสีแดงทับทิมให้    ไป๋ชงรับมาแล้วสวมใส่โดยดีก่อนนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้งร่างโปร่งหยิบแป้งขึ้นมาผัดหน้าบางๆ    หลิงจูหวีผมและเกล้าผมให้  

 

นางชอบตอนนี้ที่สุด...

 

ผมสีดำมีน้ำหนักถูกเกล้าขึ้นเป็นช่อๆ ...แต่ละช่อเงางาม    หลิงจูเลือกเครื่องประดับผมอย่างพิถีพิถันประณีตอย่างที่สุด  ปิ่นหยกสีแดงถูกนำมาใช้พร้อมต่างหูทับทิมพวงระย้า  เด็กสาวจำได้ว่านี่เป็นของที่ขุนนางจากแดนไกลซื้อกำนัลแก่พี่ไป๋ของนาง   แม้ว่าขุนนางผู้นั้นจะไม่ได้ขึ้นห้องกับพี่ไป๋ก็ตาม   ...เรียกได้ว่าของทุกอย่างเจ้าตัวไม่ได้เป็นผู้ซื้อและผู้เรียกร้องสักชิ้นเดียว   แม้ชิ้นเล็กที่สุดก็ตาม   ปิ่นหยกแดงนี้ก็เช่นกัน หลิงจูนึกไม่ออกว่าเป็นของใคร      

 

ไป๋ชงหยิบแผ่นชาดขึ้นใช้ปากเม้มเพียงเล็กน้อยและแต้มเปลือกตาด้วยผงมุกแดงเล็กน้อยตรงหัวตา   ร่างระหงลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อมออกไปด้านนอก

 

"เดี๋ยวๆพี่ไป๋...ข้าหาสร้อยมุกอยู่   รอข้าก่อน"

 

"แค่นี้ก็พอแล้วล่ะน่าหลิงจู"อาไป๋ส่องดูในคันฉ่องบานใหญ่

 

"อา...อยู่นี่เอง    มาๆข้าใส่ให้พี่นะ"หลิงจูเอื้อมมือไปสวมสร้อยด้านหลังอาไป๋    นางได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างสูงโปร่ง   แสงสีนวลกระทบประกายของสร้อยมุก   เด็กน้อยเขย่งจนสุดมือ...เมื่อสวมเสร็จแทบไม่อยากถอยห่างร่างนี้

 

...อา ข้าเป็นอะไรนี่   พี่ไป๋ไม่ใช่ผู้ชายนะ

 

ไป๋ชงหันมายิ้มให้อย่างอ่อนหวาน   หลิงจูเหมือนน้องสาวแท้ๆร่าเริงและเบิกบานทำให้รู้สึกดีได้เสมอเมื่ออยู่ใกล้   มือเรียวยาวเอื้อมไปลูบแผ่วเบาบนศีรษะทุย   สีแดงแต้มแต่งเห็นชัดขึ้นบนแก้มเด็กทำให้อาไป๋ยิ้มเอ็นดู

 

"ได้เวลาแล้ว...ข้าไปล่ะนะ"อาไป๋เดินไปที่ประตูอย่างงามสง่า

 

แล้วพญาหงส์ก็ออกบิน...

 

+++

 

ร่างระหงในชุดทับทิมเบาบาง   แพรพรรณเผยให้เนื้อเนียนบางส่วน  ยามเยื้องย่างลงบันได ชายผ้าปลิวไหวเหนือพื้นดั่งว่านางฟ้าลอยลงแดนดิน   เสียงเซ็งแซ่ในหอเมื่อครู่เงียบลงทันตาเมื่อร่างนั้นปรากฏตัว       วงสนทนา ขับขานใดหยุดลงทันที สุราเมรัยที่กำลังถูกรินลงถ้วยก็ล้น   ผู้คนต่างลืมหายใจเมื่อได้เห็น...ทว่าเสียงแหลมแทงประสาทของอาฮัวแม่เล้าก็ดังขึ้นทลายภวังค์ของคนทั้งห้องโถง

 

"ไป๋ชงวันนี้ก็งดงามอีกเช่นเคย...   มาดื่มคารวะท่านหูและท่านฟางก่อนเร็ว"อาฮัวโบกมือเรียกเด็กสาวใช้ให้ยกถาดสุรามาใกล้ๆ   อาไป๋มองชายวัยกลางคนทั้งสองคนและยิ้มให้อย่างที่หลิงจูชอบเรียกว่า...'ยิ้มของนางหงส์'

 

"ดื่มคารวะนายท่านเสียสิ"อาฮัวยื่นจอกเหล้าให้ตรงหน้า ไป๋ชงรับมาถือไว้ไม่อิดออด   สองขุนนางที่มาวันนี้ไม่เคยมาที่นี่มาก่อนแต่เคยได้ยินว่าเป็นขุนนางที่มีชื่อเสียงจากเมืองหลวง

 

"ไป๋ชงไม่ทราบว่าท่านทั้งสองจะเดินทางมาที่นี่จึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับให้สมฐานะ  ไป๋ชงต้องดื่มขออภัย"สองขุนนางยกจอกขึ้นดื่มพร้อมไป๋ชง  ทั้งสองมีสีหน้าพึงพอใจในกิริยามารยาทที่อ่อนน้อมของไป๋ชง  แววตาอ่อนแสงจับจ้องที่โครงหน้าโศก   ไป๋ชงเรียกเหล้าอีกหนึ่งจอก

 

"จอกนี้คือการคารวะท่านทั้งสอง ได้โปรดรับน้ำใจของข้าด้วย"อาไป๋โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนยกขึ้นดื่ม   สายตาที่มิอาจจะละได้จากผิวเนียน ยิ่งแนบแน่นกับดวงหน้าอ่อนหวาน   หน่วยตาเรียวยาวของร่างโปร่งตรึงติดจนมิอาจละ

 

"...เล่นเพลงให้ท่านทั้งสองเพลงสักเพลงสองเพลงสิ    ...เด็กๆยกพิณมา"อาฮัวปรบมือเรียกเด็กสาวใช้ยกพิณไม้แกะสลักมาตั้งไว้บนตั่ง   ตั่งนั้นตกแต่งด้วยแพรไหมสีขาวสวยงาม ไป๋ชงยิ้มให้กับเด็กรับใช้ที่ยกพิณมาให้อย่างขอบใจ...ทำให้หลิงจูที่แอบดูอยู่นั้นไม่พอใจยิ่งนัก   ไป๋ชงเยาะย่างไปที่ตั่งแล้วสะบัดผ้าลงนั่งอย่างสง่างาม

 

นิ้วเรียวยาวกรีดไล่สายเพื่อทดสอบเสียงอยู่ครู่ก่อนลงมือดีด   เสียงพิณที่ดังออกมานั้นโศกเศร้าจับใจ  

 

เอื้อนอิดออดอ้อน...เสียงพิณ  

 

ขุนนางทั้งสองต่างนั่งนิ่งไม่ขยับกายแต่จิตใจนั้นดื่มด่ำกับเสียงดนตรีหยาดหวานเจือเศร้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น   จบเพลงเสียงปรบมือเกรียวกราวลั่นห้องโถง    ไป๋ชงลงมือดีดอีกหนึ่งเพลง    เพลงสั้นๆแต่ท่วงทำนองค่อนข้างสนุกสนานเป็นการเรียกบรรยากาศครื้นเครงกลับมาอีกครั้ง   ท่านหูและท่านฟางคลี่ยิ้มอย่างพอใจและเรียกอาฮัวเข้าไปคุยเบาๆ   

 

ไป๋ชงขอตัวและออกเดินไปคุยกับแขกทั่วงานด้วยยิ้มแย้มแจ่มใส   คุยทั้งนางคณิกาด้วยกันและแขกที่มาเยือน   ร่างระหงไม่ยอมหยุดอยู่กับใครนานจนเกินไป   อาฮัวเดินเรียบเคียงเข้าหาแล้วดึงร่างนั้นไปยังมุมลับตา   นางโบกพัดรัวเร็ว

 

"อาฮัว...ให้รับแขกทีละสองคนข้าไม่เอาเด็ดขาดนะ"อาไป๋พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

 

"โถๆ   เจ้านี่รู้ไปเสียทุกอย่าง แล้วจะให้อาฮัวคนนี้ทำอย่างไร"ไป๋ชงถอนหายใจแผ่วเบา

 

"ให้ท่านทั้งสองตกลงกันเอง...ถ้าตกลงไม่ได้ข้าไม่รับทั้งสองคน"

 

"อาไป๋...ตกลงทั้งสองท่านนี่ผ่านใช่ไหม?"อาฮัวพับพัดรูปนกกระเรียนริมน้ำอย่างดีใจ

 

"ใช่..."

 

"ข้าจะรีบไปบอกท่านหูและท่านฟางเดี๋ยวนี้แหละ"อาฮัวเดินนวดนาดไปที่ห้องรับรองแขกที่ขุนนางทั้งสองนั่งดื่มสุราอยู่เพื่อแจ้งข่าวดีให้ทราบ

 

"จะซ่อนตรงนั้นอีกนานไหม? หลิงจู"เด็กสาวเดินเอียงอายออกมาจากมุมมืดข้างเสาแล้วเข้ากระโดดเกาะแขนเสื้อของไป๋ชงทันที

 

"แหม...พี่ไป๋คราวนี้ผ่านสองคนเลยเหรอ?"อาไป๋ยิ้มเอ็นดูเมื่อรู้ว่าเด็กสาวจะพูดอะไร

 

"ก็ท่านทั้งสองดูสุภาพดี"

 

"แต่ข้าไม่ชอบนี่"หลิงจูกอดแขนอาไป๋แน่น ร่างโปร่งโน้มตัวลงมาขยี้ผมเล่นเหมือนกับทุกที

 

"หึ...เจ้าควรรู้หน้าที่สิ...ไปเรียกเปาเปามาที่ห้องด้วย"หลิงจูผละจากแขนอาไป๋อย่างอิดออดแต่ก็ยอมวิ่งไปโดยดี   เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่ต้องรับแขกอาไป๋จะต้องเรียกนางคณิกาคนอื่นมาที่ห้องด้วยทุกครั้ง   แต่เพิ่งจะเข้าใจเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง หลิงจูวิ่งมาถึงห้องของเปาเปาแล้วเคาะประตูเรียก

 

"เปาเปาท่านอยู่ในห้องไหม พี่ไป๋ให้มาเรียก"

 

ประตูกระชากออกทันที

 

หญิงสาวในชุดบางเบาสีเขียวอ่อนที่แทบจะเห็นทุกสัดส่วนแสนเย้ายวนเปิดประตูก่อนตรงเข้าปิดปากเด็กสาวแทบทันใด   แขนเรียวยาวดึงหลิงจูเข้าห้องแล้วลั่นดาลประตูตามอย่างเร่งร้อน

 

"เจ้าเด็กโง่อยากให้พี่ไป๋ของเจ้าเดือดร้อนหรือไง? ตะโกนเสียดังขนาดนั้นน่ะ"เปาเปาจุดเทียนที่โต๊ะกลางห้อง   ห้องสว่างขึ้นมาเล็กน้อย

 

"ข้าขอโทษ..."แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าผิดเพราะอะไร   ...ถึงอย่างไรก็ติดนิสัยขอโทษไว้ก่อนตามที่ไป๋ชงสั่งสอนเสียแล้ว   เทียนถูกจุดขึ้นอีกสองสามเล่ม  

 

ใบหน้าของเปาเปาสะท้อนกับแสงเทียน...งดงาม

 

ตอนแรกที่หลิงจูมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ หลิงจูสับสนระหว่างเปาเปาและไป๋ชงด้วยว่าทั้งสองคนมีรูปร่างคล้ายคลึงกันมาก   ซ้ำยังน้ำเสียงคล้ายๆกัน   ยามเดินตามระเบียงตอนค่ำๆหลิงจูทักผิดเป็นประจำ   แต่นิสัยทั้งสองคนนั้นกลับไม่เหมือนกันสักนิดและหลิงจูก็คิดว่าพี่ไป๋ของนางน่ะสวยกว่า...

 

"มาอะไรจงว่ามา"

 

"พี่ไป๋ให้ไปหาที่ห้องคืนนี้"

 

"อย่างนั้นหรือ"เปาเปากำลังจะแต่งตัวเสียใหม่แต่เกิดนึกขึ้นได้

 

"หลิงจู วันนี้พี่ไป๋เจ้าใส่ชุดสีอะไร?"

 

"สีแดงทับทิม...ข้าเลือกเครื่องประดับให้เองเลยนะ"หลิงจูอวดอย่างภูมิใจ

 

"ตอบเท่าที่ข้าถามก็พอแล้ว...พูดมากน่ารำคาญ   อาไป๋ทนเด็กอย่างเจ้าไปได้ยังไงนะ"นางพูดอย่างหงุดหงิดก่อนหยิบชุดสีแดงสวมใส่แต่สีเข้มกว่าเล็กน้อย   หลิงจูนั่งหน้างออยู่ที่โต๊ะกลางห้อง

 

"...มานั่งตอกตะปูรึไง   มาช่วยข้าแต่งตัวสิ เร็วเข้า"หลิงจูบ่นอุบอิบก่อนจะเดินสะบัดๆไปช่วยเปาเปาแต่งตัว

 

+++++

 

ในห้องของไป๋ชง แขกท่านหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ฉลุกลางห้อง  โครงร่างเอนโอนอ่อนเปียก   นั่นคือขุนนางแซ่หู ร่างระหงรินเหล้าจอกต่อจอกพลางชวนคุยไปตามหัวข้อที่ท่านหูสนใจ

 

....และแล้วฤทธิ์สุราก็เข้าครอบงำ

 

"ข้าไม่เคยเห็นสาวงามที่ไหนงามเท่าเจ้ามาก่อนเลย..."แล้วก็ยกเหล้าจอกนั้นจ่อปากทันที

 

"ท่านหูกล่าวชมหนักไปแล้ว"อาไป๋รินเหล้าลงจอกนั้นตาม

 

...มิยอมให้พร่อง

 

"คืนนี้เป็นคืนเดือนแรม   แต่ไม่เห็นแสงจันทร์ไม่เป็นไร...เพราะข้าได้เห็นหน้าเจ้าแล้ว"ท่านหูยกจอกขึ้นดื่มอีกครา

 

"กล่าวหนัก...กล่าวหนักจริงๆ"ไป๋ชงรินจอกนั้นจนเต็มแต่มือของท่านหูเอื้อมมาจับข้อมือยั้งไว้

 

"ขอเพียงได้ยลโฉมเจ้าในคืนนี้เท่านั้น"ท่านหูค่อยๆยกมือเรียวนุ่มนั้นขึ้นมาจุมพิตเบาแผ่วบนหลังมือ อาไป๋ยิ้มบางและลุกขึ้นยืนเดินนำท่านหูไปที่เตียงสี่เสาหยกขาว   เตียงคลุมแพรสีฟ้าอ่อน   ม่านบางสีขาวคลี่ปิดสี่ด้าน   ไป๋ชงปลดเสื้อคลุมของตนเองไว้ที่ปลายเตียง เพียงท่านหูโน้มกายเข้าหอมลำคอระหงก็หมดสติ    ร่างหนาฟุบลงกับพื้นเตียงด้านข้าง  ไป๋ชงตรวจชีพจรและจังหวะกลอกลูกตาด้วยความชำนาญ    เมื่อเห็นว่าหลับสนิทแน่แล้วจึงส่งเสียงเรียก

 

"เปาเปา...เป็นหน้าที่เจ้าแล้ว"เปาเปาแหวกม่านบางเข้าขึ้นมาบนเตียงแทนที่อาไป๋ก่อนที่ยาสลบจะหมดฤทธิ์  เพราะจำนวนยาเพียงน้อยนิดเท่านั้น   ร่างบางปลีกตัวลงมาจากเตียงแล้วก็เจอกับดวงตากลมโตที่แอบดูอยู่หลังม่านห้อง

 

"ไปนอนได้แล้วหลิงจู"

 

"แล้วข้าไปนอนกับท่านได้ไหม?"อาไป๋มีสีหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก

 

"วันนี้คงไม่ได้...เจ้าไปนอนก่อนเถอะนะ"เด็กสาวมีสีหน้าเสียดายอย่างชัดเจน

 

"แต่ว่า..."

 

"...นะเด็กดี"อาไป๋ยิ้มเอ็นดูหลอกล่อ ร่างระหงโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากเบาๆ หลิงจูรู้สึกว่าผิวหน้าแทบละลาย    สองขาวิ่งออกไปทันที   มิใช่เพราะเขินอายแต่กลัวความคิดตัวเองต่างหากเล่า    ...มันแปลกขึ้นทุกวัน    กลัวตัวเองจะพูดอะไรอะไรออกไป   ขณะวิ่งพลางคิดแล้วพี่ไป๋จะไปที่ใดกัน แล้วเพราะเหตุใดถึงให้เปาเปามาแทน   แต่ข้อหลังนางรู้สึกดีใจเหลือเกินที่พี่ไป๋ทำเยี่ยงนั้น   เมื่อปิดประตูห้องของตน เด็กน้อยกระโดดขึ้นเตียง ซุกใบหน้ากับผ้าห่มและจมสู่นิทรารมย์ไปด้วยความเหนื่อยอ่อนอย่างรวดเร็ว

 

+++++

 

TBC

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ที่แท้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

อาไป๋ ฉลาดมากกกกกกกกกก สรุปอาไป๋เป็นผู้ชายชิมิ
อาเป๋าก็...แทนสินะ

แล้วน้องหลิงจู ไม่นะลูก มาขงมาเขินได้ไง

แนวหนังจีนโบราณ แต่ภาษาที่ให้สละสรวยเข้าใจง่าย จะยากก็ตรงชื่อนี่แล่ะ เหอะๆๆๆ

อาไป๋คงจะเป็นคนที่งดงามจริงๆนั่นแล่ะ บรรยายซะทุกอย่างหยุดนิ่ง คิดภาพออกเลยว่ะ

น้องหลิงจูง๊า แง่งงๆๆๆๆๆ

ปล.เฮ เค้าคิดถึงองค์ชายเฮยหลงอ่ะ อิอิ

ติดตามจ้า

#1 By kumameaw on 2008-10-28 16:42

แบบว่า ... ไป๋ชง นี่คือชายหนุ่มรูปงาม งามกว่าสตรี ...
แต่อยู่ในที่แบบนั้น เพราะ ??? เพียงเพื่อเงิน รึว่ามีภารกิจอะไรที่ต้องทำมั๊ยอ่ะ

แล้วแบบว่า ทำให้หลิงจูสับสนในชีวิตเหอะ หึหึ
แล้วทำไมวันนี้ ถึงให้หลินจูไปนอนด้วยไม่ได้อ่ะ ???

ส่วนเปาเปา คือทำหน้าที่ของตนได้ ด้วยความสมัครใจจริงๆใช่มั๊ยอ่ะ
ขออย่าให้เป็นคนมีพิษสงเลยน๊า ^^ เริ่มคิดไกล ~


ชอบภาษาที่ใช้อ่ะ เหมือนกำลังอ่านนิยายจีนกำลังภายใน ^^
เยี่ยม มากมาย (^o^)v

#2 By BigBoyLittleGirl (125.25.150.3) on 2008-10-28 23:22

เข้าใจแล้ว ๆ ๆ

อาไป๋เปนผู้ชายใช่มั๊ย !!

ตอนแรกนึกว่าอาไป๋เปนผู้หญิง

ดีจัง ~

#3 By Posh (61.7.168.144) on 2008-10-29 00:54

อืมมม อ่านๆดูแล้วฟันธงได้เลยว่าน้องนู๋จูหลิงแอบมีใจให้พี่สาว?ไป๋ซะแล้วน่ะซิ เหอะๆๆ ยังเด็กแท้ๆเลยนะนั้น แต่ก็แอบกลัวว่าซักวันนึงความจะแตกรึเปล่าเรื่องของอาไป๋ แต่ว่า เเม่เล้าอาฮัวนั้นก็โลภเกิ๊นน แบบว่ากะเอาเงินอย่างเดียวไม่ได้คิดถึงใจคนอื่นเลย อืมมม ยังไม่รู้ว่าคุณชายที่หนีออกมาจากวังจะไปท่องเที่ยวที่ไหนไ เดี๋ยวไม่แน่คงจะมาเจออาไป๋ที่นี่แน่ๆเลย