[Crossband fic.] 'Once'

posted on 16 Nov 2008 23:25 by sussurro  in fiction

.

 

Warning: This is a cross- band fiction, if you cannot stand of this couple please shut up your mouth and your page. Thank for respecting my right. I warned you.

 

( คำเตือน -  นี่คือฟิกข้ามสายพันธุ์  ถ้าคุณรับคู่นี้ไม่ได้  กรุณาปิดปากให้สนิทและปิดหน้านี้ไปเสีย   ขอบคุณที่เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน   เราเตือนคุณแล้ว)

 

 

Title: ‘Once'

Author: ENIGMA

Pairing: YunhoxTOP||TOPxYunho [Bigbang&TVXQ]

Genre: Yaoi, AU, Reverse

Rate: NC-17

Status: complete

Disclaimer: Not for money, just for my need

Credit: Miss ‘P', you are my -great- inspiration and the one who asks me to write this ‘unique' fiction. I'll give it all to you.

Author's note: Please turn ‘Stay Gold' of Utada Hikaru on

+++

 

 


.

 

ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้มันเริ่มต้นที่ไหน   เพียงแค่พริบตา-เขาก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว

 

...

..

.

 

แสงสีทองกระทบผิวเรียบใสของกระจกกันกระสุน   ร่างที่นั่งอยู่ด้านในขยับสายเนกไทให้เข้าที่   วอลเธอร์บรรจุแมกกาซีนเต็มอัตรากระชับมั่นในอุ้งมือ   ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเอนหลังผ่อนคลายเล็กน้อย   วอลเธอร์สีดำเลื่อมถูกสอดกลับเข้าไปสาบเสื้อสูท   บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีกรมท่าเคลื่อนตัวผ่านจัตุรัส   ยอดโดมโค้งบิดเบี้ยวบนเงาปลาบของรถยนต์   แม่น้ำไตเบอร์ไหลเอื่อยขนาบด้านข้าง   แต่เขาไม่มีเวลาจ้องมองประกายระยิบระยับของมัน   ทุกวินาทีเขาครุ่นคิดแต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า   สายของชายหนุ่มมองผ่านทะลุกลุ่มนักท่องเที่ยว

 

--วุ่นวายน่ารำคาญ

 

ดวงตาเรียวยาวหม่นแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรถมินิสีขาวที่หมายตา   คนขับรถของเขาตีวงเลี้ยวไม่รอช้า   ไม่จำเป็นต้องเร่งเพราะเป้าหมายถูกระบุมาอย่างแม่นยำ   ทันทีที่รถคันนี้จอดนิ่ง..ที่เหลือคือหน้าที่ของเขา   สายตาเย็นชาจากเพื่อนร่วมงานสะท้อนบนกระจกมองหลัง   เขาหันมองแม่น้ำด้วยความเบื่อหน่าย

 

ชินเสียแล้วกับเรื่องแบบนี้...

 

ช่วยไม่ได้ที่เขาเป็นคนเอเชียเพียงคนเดียวในองค์กร   ผิวเหลืองขาวและผมสีน้ำตาลเข้มสะดุดตาคนทั่วไปในแถบนี้   ไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอม   ใบหน้าของเขายิ่งทำให้บุคลิกโดดเด่น   รถแตะเบรกอย่างนิ่มนวลพอดีกับมินิข้างหน้าดับเครื่อง   ปลายเท้าในรองเท้าหนังชั้นดีก้าวลงมาทางด้านซ้าย

 

ชายหนุ่มรอให้บุคคลที่สามก้าวลงมาจนปิดประตูรถ   การเคลื่อนไหวของเป้าหมายไม่สามารถเล็ดลอดสายตา   ท่าทางใจเย็นของเขาเรียกสายตาขุ่นเคืองจากเพื่อนร่วมงาน  เขาลูบเหรียญคร่ำคร่าในมืออย่างเชื่องช้า   โยนขึ้นในอากาศและตบมันไว้ลงมือ   มือใหญ่เลื่อนดูผล   ถนนแห่งกรุงโรมปรากฏขึ้นบนหน้าเหรียญ   เขาซุกมันมันกลับลงกระเป๋าและผลักประตูรถออกไป

 

สายตาเหยียดหยันผ่านมาทางกระจก-เขาไม่สนใจ

 

เป้าหมายกำลังอุ้มลูกสุนัขในกล่องสีน้ำตาลไว้ในอ้อมแขน   ตามข้อมูลที่ระบุไว้ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวแทนพรรค   เขาสาวเท้าอย่างเงียบเชียบด้านหลัง   เสียงฮัมเพลงของแฟรงค์ ซิเนทราดังแว่วมาตามสายลม   น่าเสียดายที่เสียงเพลงนั้นสะบั้นลงวินาทีที่เสียงปังตันๆดังขึ้น

 

ชายวัยกลางคนหันหน้ามาสบสายตา   ดวงตายิบหยีเบิกโพลงขึ้น   ริมฝีปากขยับจะร้องตะโกน   ..ทุกอย่างเป็นภาพที่เขาชินชา  

 

ความตายในแววตา...

 

ปลายนิ้วของเขาเลื่อนจากโกร่งปืนและลั่นไก   รูกระสุนขนาดเก้ามิลลิเมตรเกิดขึ้นที่หน้าผากล้านเลี่ยน   ร่างหนาล้มคว่ำลง   เลือดยังไม่ทันไหลทะลัก...ความตายก็หายไปจากดวงตา   ชายหนุ่มรอเล็กน้อยให้วอลเธอร์ของเขาเย็นลงก่อนสวมมันกลับในซองด้านในเสื้อสูท   กล่องสีน้ำตาลกระเด็นหลุดจากร่างตรงหน้ามากองแทบเท้า   เขาก้มลงมองลูกสุนัขสีเทาเข้ม   มันครางหงิงในความมืด   สี่ขาต้วมเตี้ยมของมันคลานสะเปะสะปะ

 

"โทษทีนะ   ...ที่ทำให้แกต้องไร้เจ้าของ"

 

ร่างที่ไร้วิญญาณ..   สีแดงอาบชุ่มบนใบหน้าเสี้ยวหนึ่งที่หันออกถนน   ชายหนุ่มมองไปโดยรอบ..แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าอำพรางใบหน้าของเขาได้ดี   คงใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะพบศพ   ...และกว่ารู้ว่าเป็นใคร เขาก็คงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว   ชายหนุ่มยิ้มเย็นอย่างพึงใจ    สองเท้าก้าวอย่างมั่นคงกลับไปที่รถสีเงิน

 

+++

 

ปลายนิ้วเรียวยาวดันแก้วเปล่าให้บาร์เทนเดอร์ซึ่งกำลังส่งแก้วใหม่ให้เขาทางขวามือ   วิสกี้ออนเดอะร็อก...เหมาะกับเวลาหลังเลิกงานเฉื่อยๆแบบนี้ที่สุด   บาร์สีแดงหม่นเปิดเพลงแจ็สคลอเบาบางกับเสียงเปียโนหลังใหญ่ด้านหน้า   ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะเดินไปนั่งยังมุมโปรดของเขา   เมื่อเริ่มดึกคนในบาร์จะเริ่มพลุกพล่าน   มุมหลบริมกระจกด้านข้างเป็นที่สำหรับสังเกตการณ์ที่ดี   เขาเอนหลังพลางละเลียดน้ำอำพัน

 

--มองไปทางไหนก็มีแต่ชาวต่างชาติ

 

ก้อนน้ำแข็งกระทบกริกกับเนื้อแก้วคริสตัล   ร่างสูงใหญ่โผล่ขึ้นในกรอบสายตาอย่างเงียบเชียบ   เขาไม่มีท่าทีตื่นตกใจเพราะเสียงฝีเท้าและจังหวะก้าวแบบนี้คือหัวหน้าหน่วยของเขาเอง

 

"งานไม่ค่อยยากใช่ไหมคราวนี้ ยุนโฮ"สำเนียงอังกฤษหนักๆแบบสกอตเอ่ยขึ้น   ยุนโฮเหลือบมองหัวหน้าหน่วยเขาชั่วครู่...   ชายหนุ่มเพียงพยักหน้า ไม่มีสาเหตุให้ถ่อมตัวหากว่าเป็นเรื่องจริง   งานนี้ไม่จำเป็นต้องใช้คนระดับเขาด้วยซ้ำ   หัวหน้าของเขาจิบไวน์ในมือก่อนจะหันมองหน้าต่างบานสูงจรดเพดาน   ยุนโฮสังเกตหนังสือพิมพ์ในวงแขนของหัวหน้าหน่วย  

 

รอให้หัวหน้าเป็นคนเฉลยจะดีกว่า..

 

"มีข่าวผลงานของนายลงถึงสามฉบับ"ชายรูปหน้าคมสันยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นแก่เขา    มือใหญ่รับมาถือไว้แต่ยังไม่คลี่ออกอ่าน

"บอสพอใจมากที่นายทำงานได้ไร้ร่องรอย" เขาเงียบไปเล็กน้อยเพื่อจิบไวน์ "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคราวนี้ นายได้พักร้อนยาวพร้อมโบนัสแน่   ไอ้แก่นั่นเป็นก้างขวางบอสมานาน"

 

ยุนโฮพยักหน้า   เขาไม่อยากล้วงลึกว่าเป้าหมายมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับบอส   เขาไม่อยากรู้แม้กระทั่งชื่อของเป้าหมายแต่ทว่ามันจำเป็น   มิให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้...เขาแค่ทำตามคำสั่ง   ...แม้แต่ชื่อของนายจ้างเขาก็ยังไม่รู้   น้ำแข็งในแก้ววิสกี้ละลายหายในน้ำสีจาง   เขาเริ่มกางหนังสือพิมพ์ออกอ่าน   สายตาไล่ในทุกบรรทัด

 

"เรื่องค่าตอบแทน   ก็เหมือนเดิม...แต่คราวนี้คือสองเท่า   ฐานที่นายจัดการให้เรื่องเรียบร้อยได้ขนาดนี้"

 

ข้อความบางข้อความในคอลัมน์ข่าวก่อความกังวลเล็กๆขึ้นในใจ   ยุนโฮปิดหนังสือพิมพ์ลงและพับมันเก็บเหมือนเดิม   สายตาของหัวหน้าหน่วยในตอนนี้จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเขา

 

"นายเป็นลูกน้องเอเชียเพียงคนเดียว    แต่นายก็คือคนเดียวที่ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง"

 

เขายกแก้วขึ้นประกอบคำพูดและยกดื่มให้กับเขา   ยุนโฮมองหนังสือพิมพ์สลับกับแก้วไวน์ในมือของหัวหน้า   สายตาคมเข้มของเขาเป็นประกายขึ้นมาชั่วขณะพลางกำม้วนกระดาษในมือแน่น

 

"ถ้าอย่างนั้น..ผมขอลาหยุดตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป" สิ้นคำขอ น้ำสีอำพันจางเจือไหลผ่านคอของเขาในครั้งเดียว

 

+++

 

ในข่าวบ้าๆนั่นไม่มีการพูดถึงลูกสุนัขอายุสองเดือน   ไม่มีการพูดถึงกล่องสีน้ำตาลที่ตกอยู่ที่เกิดเหตุ   ไม่มีการพูดถึงของขวัญที่หายไป ไม่มีเลยสักฉบับเดียว   ปลายนิ้วเลื่อนสกอลบาร์จนสุดหน้าเวบ   เขาอ่านทุกหัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้องกับฆาตกรรมสมาชิกพรรคการเมืองชื่อดัง--เปรโด ปุชชีนี   ยุนโฮดึงขาแว่นออกวางและบีบนวดที่ขมับเบาๆ  

 

เป็นไปไม่ได้ที่พวกยูโรโปลจะไม่สนใจหลักฐานในที่เกิดเหตุแม้ว่าจะเป็นแค่ขยะสักชิ้นก็ตาม   แล้ว..นี่คือลูกสุนัขทั้งตัว   นอกเสียจากว่าพวกนั้นต้องการล่อให้มือปืนกลับไปอีกครั้ง  

 

มือปืนที่ฉลาดพอและโง่พอ...

 

ยุนโฮปัดความคิดนั้นทิ้ง   เขาเรียนทฤษฏีอาชญกรรมมาจนครบหลักสูตร   การกลับไปจุดเกิดเหตุไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย   พวกที่ถูกจับได้ก็เพราะความอ่อนหัดของพวกมันต่างหาก   ที่สำคัญกว่านั้น หากว่านี่คือการล่อจับมือปืนจริง   ทำไมเอ่ยถึงวันเกิดของลูกสาวและของขวัญราคาแพง

 

ราคาแพงงั้นหรือ

 

นั่นก็แสดงว่าไม่มีใครรู้ว่าเปรโดเลือกอะไรให้ลูกสาว   มิหนำซ้ำยังไม่รู้ด้วยว่าหมอนั่นหิ้วกล่องของขวัญนั่นกลับมาบ้านก่อนวันเกิดลูกสาวหนึ่งวัน   ยุนโฮเลื่อนเมาส์กดปิดโปรแกรมและสุดท้ายก็ปิดเครื่องลง   เสียงวิทยุรายงานข่าวยามเช้าตามปกติแต่สิ่งที่เขารอฟังคือความเคลื่อนไหวของคดีส.ส.เปรโด

 

ถ้า...อย่างนั้น   พวกยูโรโปลไม่รู้ว่าของขวัญคืออะไร หมายความว่า...เจ้าลูกหมาตัวนั้นไม่ได้อยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก   แม้แต่กล่องก็ไม่ปรากฏ   ...และเป็นไปไม่ได้ที่มันจะคลานหายไปเองพร้อมกล่อง   ยุนโฮยกมือขึ้นเสยผมโดยแรง

 

--ต้องเก็บกวาดให้สิ้นซากสินะ

 

+++

 

จัตุรัสแห่งนี้ไม่เคยร้างราผู้คนแม้แต่---นก  

 

พิราบสีด่างและเขียวน้ำเงินบินเวียนวนอยู่รอบๆ  เหล่านักท่องเที่ยวโปรยเศษขนมปังแห้ง ทั้งที่ป้ายห้ามให้อาหารเขียนไว้เรียงรายโดยรอบ   พวกมันแตกฮือบินขึ้นและลงราวกับว่าสถานที่แห่งนี้คือวังของมัน  เขาไม่ได้มีปัญหากับพวกมันแต่บางครั้งการถ่ายรูปยอดโดมก็ทำได้ยาก   สบโอกาสเหมาะแสงสวยทีไรพิราบฝูงใหญ่มักบินพาดผ่าน   

 

แล้วยังมูลของมันที่ไม่รู้จะร่วงมาเมื่อไร

 

แดมน์...

 

เฟรมจากเลนส์ไลก้าในมือของเขาล้อมรอบชายคนหนึ่ง   ผมเส้นเล็กและโครงร่างที่เพรียวกว่าชาวยุโรป..   เสื้อสูทคัตติ้งเนี้ยบและคอปกเชิ้ตขาวสะอาดที่ลอดออกมาจากสาบสูท..   เขาค้างมุมกล้องไว้ที่ร่างนั้น   ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนและริมฝีปากรูปกระจับเม้มแน่น   สายตาของเขาไม่ได้สนใจมองมาทางนี้เลยสักนิด   ...มันจดจ่อและมุ่งมั่นไปทางตรอกแห่งหนึ่ง    เขาเพิ่งสังเกตว่าในมือของชายผู้นั้นมีถ้วยกาแฟกระดาษ  

 

เขาเห็นแม้กระทั่งควันเบาบางของมัน..

 

กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินสวนตัดผ่านหน้ากล้อง   ชายหนุ่มร่างสูงยกไลก้าของเขาขึ้น   สายตาเพ่งตรงไปด้านที่ชายคนนั้นนั่งอยู่   แม้ว่าพยายามชะเง้อมองหาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้ผู้คนผ่านไป   เสร็จกัน...หายไปแล้ว   เขาสอดสายตามองจนทั่วแต่ไร้วี่แววของร่างนั้น   เขาไม่ลืมที่จะสะพายเป้ใบเขื่องพาดบ่าก่อนออกเดิน

 

มือเรียวยาวรองตัวกล้องไว้อย่างทะนุถนอม   หางตาของเขาเหลือบเห็นแผ่นหลังกว้างนั่น   เขาหันตามและรีบจ้ำตามไม่ลังเล   จังหวะก้าวเดินสบายๆของร่างนั้นแต่มันกลับรวดเร็วขนาดว่าเขาวิ่งตามไม่ทันสักที   แล้วไหนจะพวกนักท่องเที่ยวซึ่งเดินสะเปะสะปะตามกรุ๊ปทัวร์   น่าแปลกที่พวกยูโรโปลเดินแถวนี้ให้ว่อน   บางนายถืออาวุธปืนอยู่ในมือด้วยซ้ำ   บางนายร้องตะโกนเป็นภาษาอังกฤษให้ถอยห่างเส้นเหลืองดำที่กำลังถืออยู่ในมือ  แต่เขาไม่ได้สนใจมัน..กล้องและชายคนนั้นต่างหากที่สายตาเขาตรึงแน่น    

 

เบื้องหน้าเขาคือแสงแดดจัดๆเท่าที่เมฆยามบ่ายแก่ในวันฟ้าหลัวจะอำนวย   เขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้นทีละนิด  ...ถ้าเป็นอย่างนี้ล่ะก็...ภาพยอดโดมต้องสวยสุดยอด   ชายหนุ่มสลับมองเสื้อสูทที่กำลังห่างออกไปเรื่อยๆ  

 

พระเจ้าเท่านั้นถึงจะตอบได้ว่าเขาตามผู้ชายคนนี้ไปทำไม...

 

...สองขาเรียวยาวออกวิ่งอีกครั้ง

 

+++

 

.

ยุนโฮได้กลิ่นไม่ชอบมาพากล...  

 

เขานั่งที่จัตุรัสปะปนไปกับนักท่องเที่ยว   แม้จะรู้ว่าเสื้อผ้าของตนไม่ได้กลมกลืนกับฝูงชนเลยก็ตาม   กาแฟลาเต้รสนุ่มในมือส่งไอร้อนมาได้สักพัก  เขาจิบมันไปเพียงสองอึกก่อนจะโยนลงทิ้งถังขยะ   ยูโรโปลเดินเฉียดมาทางเขาสองสามครั้ง   ก้มหัวขออภัยเขาด้วยซ้ำเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น  ชายหนุ่มยิ้มบางเบา   เห็นทีว่าเขาต้องออกไปจากที่นี่

 

พวกยูโรโปลไม่ได้ละเลยสิ่งของที่หายไปในที่เกิดเหตุ   พวกเขาไม่พบมันจริงๆแต่ก็ไม่ละเลยกับรอยตีนเล็กๆของมัน   เขารู้เพราะหน่วยผู้เชี่ยวชาญกำลังปัดผงแป้งเบาๆลงพื้นถนนบางส่วน   อีกนานกว่าพวกนั้นจะแยกแยะออกว่ารอยใดเป็นรอยใดบ้าง   เขาน่าจะมีเวลาหาสาเหตุว่าเจ้าลูกสุนัขตัวนั้นหายไปไหน

 

ถ้ามีคนเก็บไป...

 

เก็บไปตอนไหน?   หลังที่เขาไป?   แน่ละ..ก็ตอนนั้นเจ้าลูกสุนัขยังอยู่นี่   หากว่าเป็นหลังจากนั้น..แล้วเห็นเหตุการณ์แค่ไหน  เพิ่งมาถึงหรือว่า -รอ- จนเขาจากไป?

 

 ปริศนาที่เขายังขบไม่แตก...

 

สองขาก้าวยาวๆไปตามทางเดินหินสีน้ำตาลคล้ำ   ศิลปะแกะสลักบนหน้าถนนมีให้เห็นทั่วไป   เทพซีอุสและวัวโรมรันอยู่บนพื้นหินด้านล่าง   เขาก้าวข้ามมันไป   ส้นรองเท้าหนังก้องสะท้อนกับหินเรียบ   หรือว่าเขากำลังมองข้ามอะไรไป?   เสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีแผ่วเบาด้านหลังแม้ว่าจากระยะไกล   ชายหนุ่มลูบสันปกสูท   มีคนสะกดรอยไม่ผิดแน่...

 

พวกไหนกัน?

 

เขาเร่งจังหวะการเดินด้วยท่วงท่าเดินสบายๆเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต   ยุนโฮเลี้ยวเข้าตรอกแคบด้านซ้ายมือ   แล้ววกออกอีกทางของหลังตึกแถวทางขวามือ   เขาเดินไปเรื่อยๆจนสุดตรอกแล้วเลี้ยวขวาที่ถนนแรก   กลุ่มคนเดินสวนเขาไปด้านหลัง   ยุนโฮรีบเดินตัดถนนเข้าตรอกทางซ้ายมือ

 

เขาเร้นกายหลังเสาหินและรอคอย...

 

ชายหนุ่มในสเวตเตอร์สีเทาพร้อมกระเป๋าเป้เดินผ่านเสาต้นใหญ่ไป   สีหน้าฉายความผิดหวัง..สองมือประคองกล้องนิคอนไว้ในมือ   ราวไหล่กว้างและดวงตาแบบนั้น...เขาไม่ได้เห็นชาวเอเชียด้วยกันมานานเท่าไรแล้วนะ?   ยุนโฮประชิดตัวพร้อมกางแขนล็อกคอร่างตรงหน้า   มืออีกข้างปิดปากร่างนั้นไว้แน่น   ดวงตาเบิกโพลงจ้องตอบเขาท่ามกลางเงามืดหลังเสา     ร่างนั้นขัดขืนเพียงเล็กน้อยก่อนยอมให้เขาลากเข้ามาหลังจุดเดิมที่เขาเคยยืน

 

ปลายกระบอกวอลเธอร์พีเก้าเก้าคู่ใจดุนดันที่ด้านข้างของชายหนุ่ม   ยุนโฮกดปลายกระบอกลงเน้น   ชายหนุ่มถือกล้องหยุดยืนนิ่ง  ไม่นานนักเขาถูกปล่อยเป็นอิสระแต่ปากกระบอกปืนเลื่อนมาจรดที่แผ่นอก   ต่างฝ่ายต่างสังเกตซึ่งกันและกัน..   เรียวโค้งของดวงตาคู่นี้เรียกได้ว่าคมคาย..ยุนโฮจ้องมองอยู่ครู่   วินาทีที่อาวุธกดแน่นลงผิวหนัง..ชายหนุ่มไม่กล้าแม้กระทั่งจะหลบตา

 

"คนของใคร?"ยุนโฮกระชากเสียงเป็นภาษาอังกฤษแต่ว่าเสียงนั้นไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ   ร่างนั้นเพียงลดสายตาลงมองปืนสีดำมะเลื่อมในมือของคนถาม   ดวงตาลนลาน...เขาขยับตัวไปไม่มากกว่าการหายใจ   ยุนโฮคุ้นชินกับสายตาแบบนี้...เวลาที่เป้าหมายของเขาต้องเผชิญกับเขาโดยไม่คาดหมาย   ไม่มีเป้าหมายคนไหนทั้งนั้นที่คิดว่าเขาจะถือปืนได้มั่นคง   กว่าจะรู้ซึ้ง...เขาก็ส่งวิญญาณพวกนั้นไปแล้ว

 

แสงแดดยามบ่ายจัดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน   แสงส้มระรินเข้ามาในตรอกรับกับผิวเปลือยของหินรอบตัว   เขาครุ่นคิดและสำรวจชายตรงหน้า   สองมือไม่ยอมปล่อยกล้องเก่าๆแม้ว่ากระบอกปืนจะจ่อที่หน้าอก 

 

ชั่วอึดใจ...เสียงแผ่วเบาของฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งดังขึ้นด้านหลัง   

 

มืออาชีพ...

 

"นกต่อเรอะ?"ยุนโฮเหลือบมองต้นเสียงแต่ไม่ยอมลดปืนลง    มืออาชีพที่ตามมามีถึงสองคน ถ้ารวมเจ้านี่ก็เป็นสาม   แต่เขาก็ตัดกำลังมันได้นี่

 

แค่เหนี่ยวไก...

 

"บ้าฉิบ.." เขาสบถเป็นภาษาบ้านเกิด   หนุ่มถือกล้องรีบยิ้มออกมาทั้งที่ยังมีความกลัวในแววตา   น้ำเสียงยินดีปะปนออกมากับประโยคนั่น

 

"ผมชื่อซึงฮยอน  ...เชวซึงฮยอน"ชายหนุ่มตอบออกมาเป็นภาษาเดียวกันกับที่เขาสบถ   ยุนโฮรู้สึกแปลกใจ..ราวกับว่ามันไม่ใช่ภาษาที่เขารู้จัก   ไม่คิดว่าจะได้ยินอีกแล้วด้วยซ้ำ..   คล้ายการเดิมพันอย่างหนึ่งที่แลกด้วยชีวิตของเขา..แต่เขาก็ลดปืนลง   เสียงฝีเท้าดังชัดเจนขึ้นแต่ไม่มากนัก   พวกมันวิ่งเข้ามาในตรอกนี้แล้ว   เสียงปลดเซฟและขึ้นสไลด์สองกระบอกพร้อมๆกันยิ่งตอกย้ำความแม่นยำ   ยุนโฮผลักชายหนุ่มกระแทกผนัง

 

"อย่าออกมา  ถ้าไม่อยากตาย"เขาพูดด้วยภาษาอังกฤษ   ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับและคุกเข่าลงกับพื้นอย่างว่าง่าย   ยุนโฮจ้องมองอยู่ครู่..จะอยู่หรือตายมันหลังจากนี้ไปต่างหาก

 

เขาอาจจะแค่โหยหา..ประเทศที่จากมา

 

ความไว้วางใจโง่ๆนำไปสู่ความหายนะ   เขาเห็นมานักต่อนักแล้ว..แต่เขาก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น   ยุนโฮพิงหลังกับเสาขนาดห้าคนโอบ   วอลเธอร์ดำพร้อมลั่นไกกระชับมั่นอยู่ในมือ   เสียงฝีเท้าพวกนั้นใกล้เข้ามาแล้วก็จางหายไป

 

เป็นไปไม่ได้..

 

ปัง..

 

กระสุนนัดหนึ่งเฉียดปลายผมไปเพียงเล็กน้อย  จากวิถีทำให้เขารู้ว่าศัตรูอยู่ที่สูงกว่า   ห้องว่างชั้นสองจากตึกตรงข้าม   ยุนโฮมองเห็นบันไดหินที่เลี้ยวหายไปด้านหลังห้องว่างนั่นจึงเข้าใจว่าจู่ๆเสียงฝีเท้าหายไปได้อย่างไร   ชายหนุ่มประเมินสถานการณ์..   ตรอกค่อนข้างแคบ  มีชั้นระเบียงเล็กยื่นออกมาในแต่ละชั้น..  ถ้าเขาวิ่งตัดถนนและเลาะริมใต้เงาระเบียงไปยังหลังรูปปั้น   เขาน่าจะมีโอกาสยิงพวกมันได้มากกว่านี้

 

ร่างสูงกระชากตัวออกวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ใต้ระเบียง   กระสุนสามนัดซ้อนเจาะไชพื้นหินรอบตัวเขากระจุย   ยุนโฮฉลาดพอที่จะวิ่งซิกแซก    แต่เมื่อเขาวิ่งออกมายังที่โล่งแจ้ง กระสุนหนึ่งนัดทะลุราวไหล่ด้านขวา  

 

เขาลืมคู่หูของมันไปสนิท!

 

คนหนึ่งอยู่ที่ด้านบนตึกส่วนอีกคนยืนแอบอยู่ด้านล่าง   ทำไมเขาไม่ทันเฉลียวใจ...   จุดที่กระสุนตัดผ่านยังไม่ออกฤทธิ์..เขายังไม่รู้สึกอะไรกับมัน   แต่เขารู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ไหลซึมไปทั่วเนื้อผ้า   ชายหนุ่มยกวอลเธอร์ยิงสวนไปสองนัด   มันวิ่งหลบเสาต้นแรกและลั่นไกมาอีกหนึ่งนัด   ยุนโฮวิ่งหลบหลังถังขยะใบโตแสนน่าเกลียดแต่มันจำเป็น  เขาไม่สามารถวิ่งออกไปจากใต้ระเบียงนี้ได้

 

เจ้าคนข้างบนคงรอเป่าหัวของเขาทันทีที่ยื่นออกไปแน่ๆ

 

แดมน์

 

แคร้ง..กระสุนปักที่ถังเหล็ก   กลิ่นไหม้หลอมละลายของเนื้อเหล็กกระทบจมูกคละกลิ่นขยะสด   ยุนโฮพยายามสังเกตลักษณะของพวกมันเพื่อหาสังกัด   บ้าชิบ...ความปวดหนึบไล่ตื้นปะทุทั่วราวไหล่    ...เขากำลังจะยกแขนไม่ขึ้น   ราวกับว่าเหล็กร้อนๆกำลังชอนไชลงไปในเนื้อหนัง   ทุกครั้งที่เขาขยับแขน กล้ามเนื้อบนไหล่จะลั่นประท้วง   เลือดทะลักออกมาไม่หยุดแม้ว่าเขาจะพยายามกดปากแผลแล้วก็ตาม  

 

ขอบคุณพระเจ้าที่พวกมันไม่ได้ใช้กระสุนลูกปราย  

 

ยุนโฮกัดฟันเฮือกที่เหลือพยายามเล็งวอลเธอร์ออกไป   แต่เขาไม่คิดจะทิ้งขว้างกระสุนอย่างไร้ประโยชน์   ท่ามกลางควันปืนและเสียงสนั่นของมัน เขากำหนดตนเองให้ยิงโต้ตอบได้อีกไม่เกินห้านัด   รอจนกว่าจะเห็นช่องว่างของมัน..   ถ้ามันมีแค่สองคนจริงๆ พวกยูโรโปลนั้นก็ตัดทิ้งไปได้เลย   มาล้อมจับผู้ร้ายไม่เคยต่ำกว่าสามนาย   ..แล้วยิ่งเป็นมือปืนระดับเขา  สองนายก็คือความประมาท   เสี้ยววินาทีที่ปลายกระบอกกล็อกยื่นออกมาจากหลังรูปปั้น   ยุนโฮเหนี่ยวไกเล็งเป้าข้อมือของอีกฝ่าย   ..วัดกันที่ความไวเถอะ 

 

ได้ผล!  

 

กระบอกสีเงินร่วงลงพื้นพร้อมเสียงโอยโหยหวน   เขายิงซ้ำลงพื้นสกัดมือข้างนั้นซึ่งพยายามเอื้อมมาหยิบปืน   มันแฉลบกับหลุมปักเข้าฐานของรูปปั้น   หินที่ถูกป่นด้วยลูกปืนสลายกลายเป็นฝุ่นควัน  

 

เสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้นหลังรูปปั้นและเสียงตะโกนคำสั่งถอย   ร่างสูงไม่ไว้ใจไปกับคำสั่งมัน   เขารอจังหวะที่คู่หูของมันต้องวิ่งผ่านช่องว่างของตรอก   แต่กลับกลายเป็นคนซึ่งบาดเจ็บที่ข้อมือวิ่งตัดแทน   ไม่รอช้า...โอกาสแบบนี้ ยุนโฮลั่นไกไปที่น่องซ้าย  ร่างนั้นทรุดตัวลงพื้นทันตา   ...อย่างน้อยก็วิ่งไม่ได้ไปชั่วขณะ   คู่หูจะต้องเสียเวลาพยุงเพื่อนที่บาดเจ็บจะหนีได้ช้าลง

 

แต่เขาคิดผิด..

 

ชายอีกคนเหนี่ยวไกแสกหน้าร่างซึ่งกำลังกุมข้อมือและท่อนขา   ร่างไร้วิญญาณทิ้งตัวลงกระทบพื้น   กระตุกเพียงสองครั้งก่อนแน่นิ่ง   กระสุนหกนัดซ้อนยิงสะเปะสะปะมาทางเขาเพื่อขู่   เปรี้ยงปร้างดังสนั่นเมื่อหัวเหล็กเจาะถังขยะ   ยุนโฮก้มลงหลบสุดมุม...เจ้าบ้านี่ใช้ไรเฟิลเชียวเรอะ   เขาสงสัยเหลือเกินว่ามันถือเอ็กซ์เอ็มแปดฝ่าฝูงชนมาได้อย่างไรถ้าไม่ใช้รถ  

 

เสียงปืนเงียบลงไปแล้ว

 

ความเงียบและความตายเดินเคียงกันเสมอ...ไม่มีคนตายที่ไหนเสียงดัง

 

 ถึงตอนนี้ให้เขาออกไปไล่ตามก็คงไม่ไหว   แค่หายใจยังแปลบปลาบราวไหล่ด้วยความทุรนทุราย   ความรู้สึกที่เขาไม่ได้สัมผัสมันอีกเลยตั้งแต่เริ่มเป็นมืออาชีพ  เทียบกับตอนนั้น..ครั้งนี้ถือว่าไม่หนักหนา   ความเงียบซึ่งลอยวนอยู่ในตรอกนี้ ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเป็นกลลวงหรือไม่..   เจ้านั่นอาจจะแค่หลอกให้เขาเดินออกไปสำรวจ  

 

จนกระทั่งร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในกรอบสายตา  

 

ยุนโฮยั้งปลายนิ้วไว้ได้ทัน..   ในมือนั่นยังถือกล้องเอาไว้ไม่ปล่อย   แววตาที่ฉายแสงแบบนั้นน่ะ..เขาไม่ได้เห็นมานานเท่าไรแล้วนะ    อา...ไม่เคยมีใครมองเขาแบบนี้มานานแสนนาน    บางทีมันอาจจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ   เขากำลังเพ้อพกเรื่องบ้าอะไรกัน..   เสียงของเจ้านี่ก็เหมือนมาจากที่ไกลๆ   สูทชุ่มน้ำของเขาเหนียวติดผิวแต่เขาไม่มีแรงจะถอดมัน

 

สติเส้นสุดท้ายกำลังจะหลุดลอย

 

"ซึงฮยอน...?"  

 

+++

 

ร่างในสูทล้มลงกับพื้น   เขารีบถลาประคองร่างนั้นขึ้น   ทันทีที่มือของเขาแตะต้อง..ความเปียกต้อนรับเขาจนชุ่มมือ   เมื่อหงายขึ้นดู...ประกายสีแดงแวววาวในอาทิตย์อัสดง   เขาตระหนกเกินกว่าที่จะปล่อยมือและลงมือห้ามเลือด   ของเหลวสีเข้มบางส่วนไหลลามบนพื้นหิน   ซึงฮยอนกัดฟันเช็ดมือกับเสื้อตนเองและเก็บกล้องลงกระเป๋าสะพาย

 

เจ้าคนที่ถือปืนโตรีบเก็บปืนของอีกคนและวิ่งจากไป   เขาคิดว่าอีกไม่นานยูโรโปลต้องแห่มาที่นี่   มันไม่ได้ไกลจากจัตุรัสสักเท่าไร   ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี่คืออะไร   ผู้ชายคนนี้คือใคร?   คงไม่มีผู้กำกับเดินหน้าระรื่นมาบอกว่านี่คือการถ่ายทำภาพยนตร์ฉากหนึ่ง   เขาพันปืนสีดำของร่างตรงหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้า   มันยังอุ่นๆโดยเฉพาะปลายกระบอก   ซึงฮยอนหย่อนมันลงกระเป๋าสะพาย   เสื้อสเวตเตอร์ของเขาถูกถอดมาเพื่อคลุมร่างและห้ามเลือดอีกชั้น   เขาเอาทุกอย่างใส่ลงเป้สะพายหลังเพราะเขาจะต้องใช้ทั้งสองมืออุ้มร่างนี้ไปหารถแท็กซี่สักคัน  

 

หวังว่าความมืดจะช่วยอำพรางเลือดที่กำลังทะลักสเวตเตอร์ของเขา 

 

 ...หรือว่าเขาควรจะพาชายหนุ่มส่งโรงพยาบาล?

 

"คุณ.....คุณได้ยินผมไหม?"

 

"......................."

 

"ผมพาคุณไปโรงพยาบาลนะ?"

 

"ไม่..." เสียงแผ่วเบาซึ่งไม่ต่างกับลมหายใจตอบเขา   ซึงฮยอนกำลังจะถามเรื่องอื่นแต่ร่างในวงแขนฟุบหน้าลงกับซอกคอเขา  ..ควรจะเชื่อร่างนี้หรือว่าทำตามทำนองคลองธรรม?  

 

เปลือกตาโค้งพริ้มกับผิวละเอียด  

 

ชายหนุ่มร่างสูงตัดสินใจอุ้มร่างนั้นอย่างทุลักทุเลไปที่ถนนใหญ่   รถแท็กซี่หนึ่งคันแล่นปราดมาจอดเทียบทันทีที่เขาโบกเรียก   ภาษาอิตาเลียโนรัวเร็วถามเขาถึงจุดหมายปลายทาง   เขาค่อยๆวางอีกฝ่ายลงเบาะแต่เขานึกขึ้นได้ว่าเลือดอาจจะเปื้อน   เรื่องชวนสงสัยอีกหลายอย่างก็จะตามมา   เขาจึงกอดร่างนั้นไว้บนตักตลอดทาง 

 

 ในกระจกมองหลัง ซึงฮยอนสังเกตสายตาโชเฟอร์ที่มองมาพลางขมวดคิ้ว   มันคงจะพิลึกพอดู    ผู้ชายคนหนึ่งให้ผู้ชายอีกคนนั่งซ้อนตักทั้งที่มีเบาะว่าง..   แต่จะคิดอย่างไรก็ช่างเถอะ   เขาปล่อยให้ศีรษะของอีกฝ่ายพิงพักที่ไหล่ขวา   ซึงฮยอนสังเกตผมสีน้ำตาลเส้นเล็กและมุมปากหยักรั้ง  

 

ซีดลงทุกที...

 

ขณะสวมกอด เขาถือโอกาสกดปากแผลไปพร้อมกัน   ความอบอุ่นของร่างนี้อย่าเพิ่งจางหายเลยได้ไหม   ...เพิ่งได้มาไว้ในอ้อมกอดแท้ๆ   เสียงหัวใจเต้นหลีกเร้นจากการสังเกต...สิ่งเดียวที่ทำให้เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายยังไม่ตาย คือ ลมหายใจแผ่วที่รินรดต้นคอ   สายลมกระทบเนินผิวเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวสำหรับเขา  

 

เสียงดนตรีเอื้อนหวานของนักร้องสาวในวิทยุ...เร่งเร้าให้เขาร้อนใจ

 

+++

 

ความมืดโรยตัวลงปิดบังแม้กระทั่งแสงจันทร์   ซึงฮยอนหย่อนสัมภาระลงพื้นและปิดประตูลง   รถแท็กซี่กระชากตัวออกไปโดยไม่รอช้า   เขาประคองร่างปวกเปียกไว้ในวงแขนขณะขึ้นบันไดอพาร์ตเมนต์แคบๆ   ตัวตึกเป็นหินแกรนิตหยาบสีน้ำตาลแดง   ลวดลายจำหลักเถาไอวี่เลื้อยทั่วตัวอาคาร   แสงไฟจากตะเกียงผนังเรียงรายเป็นแนวยาวขนานกับบันได  ร่างสูงเดินอย่างระมัดระวัง   ห้องของเขาอยู่สุดระเบียงทางเดิน   เขาไม่ปล่อยให้ร่างนั้นห่างกายแม้แต่ขณะไขกุญแจ

 

อย่างน้อย..ให้ความอบอุ่นของเขาถ่ายทอดไปยังร่างนั้นบ้างก็ยังดี  

 

เมื่อมีเตียงและผ้าห่ม..เขาเร่งมือปลดเสื้อผ้าของชายหนุ่มทิ้ง   เลือดชุ่มสเวตเตอร์เป็นดวงใหญ่ เขายังพอซักเก็บได้   แต่เสื้อสูทและเชิ้ตด้านในเปียกไปทั้งตัว เขาขยุ้มมันลงถุงพลาสติกและผูกปากไว้มุมห้อง   ซึงฮยอนกลับมามองแผลบนไหล่ด้านขวาของอีกฝ่าย   มันเจาะลึกลงไปโดยเรียบสนิท   ดังว่าเนื้อส่วนนั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย   รูขนาดสอดแท่งดินสอได้ยังมีเลือดซึมปริ่ม   ร่างสูงจัดแจงหาผ้าสะอาดและน้ำร้อนมาเช็ดแผล  

 

เขาไม่รู้เรื่องปฐมพยาบาลสักเท่าใดนักแต่อาศัยจำจากดูหนังหลายเรื่อง  ซึงฮยอนไล้ผ้าชุบน้ำอย่างเบามือ   ผ้าขาวสะอาดซับเลือดเผยผิวเนียน   ทุกครั้งที่เขาจุ่มผ้าขนหนูลงในอ่าง น้ำใสจะถูกย้อมให้เป็นสีกุหลาบ  

 

 ผ้ากอซทบกันหนาปิดปากแผลหลังจากใส่ยาสมานแผลและฆ่าเชื้อ   มือเรียวพันผ้ากอซอย่างเงอะงะ   มันไม่ได้ออกมาอย่างที่ควรจะเป็นอย่างในหนังแต่เขาก็ทำดีที่สุดแล้ว  เลือดหยุดไหล...มีเพียงจุดสีแดงเล็กๆบนผ้ากอซขาว   สาละวนหายาแก้ปวดมาเตรียมวางไว้ใกล้มือ   เหยือกน้ำและแก้วน้ำวางบนโต๊ะไม้ข้างหัวเตียง   เหงื่อใสซึมบนหน้าผากของชายหนุ่ม   ซึงฮยอนเอื้อมมือลงแตะที่ต้นคอของอีกฝ่าย

 

ร้อน..

 

การเสียเลือดเป็นจำนวนมากน่าจะส่งผลให้เขาจับไข้   เสียงอือบ่งบอกความทรมานแต่เขาไม่รู้จะช่วยบรรเทาได้อย่างไร   เขามองยาแก้ปวดในมือ   ถ้าอีกฝ่ายลุกขึ้นมากินได้ก็ดีสิ...มันคงจะช่วยอะไรได้บ้าง    ซึงฮยอนกำลังจะวางมันลงตามเดิมทว่าความคิดหนึ่งแล่นสวนขึ้นมา...

 

ถ้าเขาป้อนล่ะ?

 

ชายหนุ่มไล้ปลายนิ้วที่ริมฝีปากซีดเซียวนั่น   เขาสอดเม็ดยาเข้าไปเพียงแค่หนึ่ง   แก้วน้ำในมืออีกข้างถูกยกขึ้นดื่ม   เขากักน้ำไว้ช่องปากก่อนบรรจงโน้มลงประทับ   มือเรียวกดกรามของร่างที่นอนนิ่งให้อ้าออก   ปฏิกิริยาตอบสนองน่าพึงพอใจ..น้ำไหลผ่านไปอย่างช้าๆ   ร่างสูงสำรวจให้แน่ใจว่าเม็ดยาถูกกลืนไปเรียบร้อย   ซึงฮยอนสอดยาเม็ดที่สองและยกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้ง  

 

แม้น้ำจะหมดไปแล้วแต่เขาไม่สามารถถอนริมฝีปาก..

 

รสนุ่ม..ร้อนรุ่มอาจด้วยพิษไข้..หรือสาเหตุใดก็แล้วแต่  

 

ถ้าจูบตอบกลับมาจะดีแค่ไหน...

 

+++

 

แสงจากหน้าต่างบานแคบทอดลงบนเปลือกตา   รังสีเรืองรองของมันนำความร้อนมาเช่นกัน   เขาเผยอดวงตาขึ้นทีละน้อย   แสงขาวของยามเที่ยงสาดผ่านม่านพลิ้วไหว   เตียงที่เขากำลังนอนอยู่มีสัมผัสแตกต่างไปจากทุกวัน   พยายามลุกขึ้นพิงพนักเตียงเพื่อกวาดสายตาไปรอบๆ   อิฐเปลือย..ไม่สิหินแกรนิตสีแดงเปลือย มีการตกแต่งด้วยสายโยงระย้าเต็มห้อง   สายเชือกพาดผ่านข้ามห้องซ้ายทีขวาทีแต่ที่เขาสนใจคือรูปที่ถูกหนีบติดไว้กับเชือกเหล่านั้น

 

รูปทิวทัศน์ทั้งนั้น..   เขามองเห็นหมู่เกาะ  เห็นเมืองนาโปลี มิลาน โรม ดูโอโม เซนต์ปีเตอร์...ทั้งหมดถูกแขวนบนเส้นเชือก   สายลมอ่อนๆพัดโครงเชือกให้แกว่งกวัด   ไม่มีรูปคน..เขาละสายตาจากรูปเหล่านั้น    สายตาสังเกตเห็นม่านดำที่สุดมุมห้องและเสียงน้ำไหล...   อยากรู้ว่าอะไรอยู่หลังม่านนั่นแต่เมื่อขยับกายกล้ามเนื้อไหล่ลั่นประท้วง   มือเรียวคลำเปะปะไปที่ด้านขวา   ผ้ากอซใหม่เอี่ยมพันไว้อย่างหลวมและกำลังจะหลุด

 

ฝีมือแย่ชะมัด..

 

เขารื้อแถบผ้ากอซออกและตั้งต้นพันใหม่   มือของเขาพลิกพันอย่างชำนาญ..มันเป็นเรื่องเบื้องต้นที่ต้องทำให้ได้ก่อนจะจับปืนเสียอีก   ปลายกอซถูกพับซ่อนไว้และกลัดด้วยตะขอตัวเล็กเป็นการปิดท้าย   ทั้งร่าง..เขามีแค่กางเกงยืดตัวหลวมผูกเอวไว้   ชายหนุ่มสัมผัสเนื้อผ้า   มันไม่ใช่ของเขา   แผ่นไม้ขัดมันให้ความรู้สึกลื่นยามก้าวเดิน   โต๊ะน้ำชาด้านข้างมีจานซุปและขนมปังแถวเล็ก  ไม่รู้สึกหิวเท่าไรแต่เขาพอใจที่จะนั่งลงยังเก้าอี้โครงเหล็กสีขาว   เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานแคบ ทิวตึกลดหลั่นไล่ลึกไปจนสุดสายตา   เขามองเห็นยอดโดมลิบๆและธงสีแดงวับแวมใต้ฟ้าคราม   ทางซ้ายมือคือทุ่งหญ้าเล็กๆ เด็กสามคนกำลังวิ่งไล่กันอย่างรื่นเริง   เสียงหัวเราะสดใสแว่วตามมา  

 

ทุกอย่างสงบนิ่ง..สายลมแสงแดดและเมฆขาว

 

"คุณสลบไปสองวัน..."เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังของเขา   โครงร่างสูงเกือบเท่าเขาแหวกม่านดำพร้อมถาดเงินในมือ   ผมยาวดำปรกเสี้ยวหน้าไว้..   อายุอานามไม่น่าเกินยี่สิบห้าปี..  

 

เด็กหนุ่ม..น่าจะเหมาะกว่า

 

"นายคือใคร?"

 

"อ่า...ผมนึกว่าคุณจำชื่อผมได้แล้วเสียอีก   ผมชื่อซึงฮยอน   เชวซึงฮยอน"เขาวางถาดลงที่โต๊ะอีกฟากห้อง   ไม้หนีบถูกหยิบขึ้นจากโหลแก้ว   เขาบรรจงหนีบมุมของกระดาษเปียกน้ำกับเชือก   ...ยังมีหยดน้ำไหลหยาดจากเหลี่ยมใบ   ยุนโฮนั่งมองปลายนิ้วเรียวยาวลงมือทำงานอย่างประณีตราวกับกับกระดาษเหล่านั้นคือเจ้าหญิงตัวน้อยๆ

 

ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้..เขาสังเกตเห็นขนตายาวตรง

 

"แล้วคุณล่ะ?"

 

"ยุนโฮ..   เรียกฉันว่ายุนโฮ"เขาประสานมือไว้บนโต๊ะขณะมองเด็กหนุ่มคว่ำถาดไว้ที่ชั้นวางริมห้อง   รอยยิ้มบางๆแนบแน่นบนใบหน้านั่น   เขาไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ยังยิ้มอยู่ได้ทั้งที่มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ   เขาก้มลงมองซุปเย็นชืด   เมื่อเงยหน้าขึ้นจึงเห็นสายตาใคร่รู้ของซึงฮยอน   เด็กหนุ่มเบือนสายตาหนีและฝังตัวนั่งที่หน้าต่างบานแคบ

 

"นั่นซุป..ของคุณ"

 

"...ขอบใจ"ยุนโฮพึมพำเบาๆ   ร่างสูงทิ้งน้ำหนักลงพิงพนัก   เขามองแสงจ้าจัดของตะวันยามบ่ายที่กำลังส่องลงผิวคนตรงหน้า   ร่างนั้นไม่ยอมหันมาสบตาเขาอีกครั้ง   ดวงตาคมคายทอดนิ่งออกไปด้านนอก   เสื้อเชิ้ตสีขาวยับๆที่เจ้าตัวสวมใส่ปล่อยให้แสงลอดผ่านจนเห็นโครงร่าง  

 

เสียงโมบายแก้วดังพลิ้วมาจากที่แสนไกล

 

"คุณชอบเล่นกับเด็กๆไหม?"ซึงฮยอนเอ่ยถามขึ้นหลังจากความเงียบสีสว่างจับจองพื้นที่ในบทสนทนา   ยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ   มีเรื่องอีกหลายเรื่องที่เขาอยากถามแต่ปล่อยเวลาผ่านไปอีกสักพัก...คงไม่เป็นไร

 

+++

 

ลมสดชื่นท่ามกลางทุ่งขจี   เงาของต้นไม้ใหญ่โอบล้อมพวกเขาไว้ด้วยความร่มรื่น   ต้นหญ้าเอนระไหวไปตามแรง   สายตาเขากำลังจับจ้องอยู่ที่ล้อเกวียนผุพังริมรั้วไม้   แพนซีดอกเล็กๆชูก้านเรียงราย   เสียงหัวเราะจากเด็กๆดึงความคิดของเขาให้กลับมาสู่ปัจจุบัน   ดวงตากลมโตของราเชลกำลังจ้องมองเขาและชี้สลับไปที่ซึงฮยอนก่อนตบมืออย่างดีใจ   เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขณะอุ้มเอลซ่าไว้บนตัก    เจ้าหนูวีกอร์วิ่งไปรอบๆกับซัลซ่า..ขนสีทองของมันเป็นประกายสลวย  

 

เด็กๆซึ่งเขาเห็นจากหน้าต่างห้องยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและวิ่งไปหาพี่ชายที่ท่าทางจะคุ้นเคยกันดี   ซึงฮยอนไม่ลืมที่จะหยิบนิคอนคู่ใจลงมา   เขาสอนให้เอลซ่ามองผ่านเลนส์และปรับโฟกัสดอกแพนซีกำลังหยุดนิ่งท่ามกลางกระแสลม   เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาวของซึงฮยอนแต่ไม่ได้กลัดกระดุม   ผิวเนื้อสัมผัสกับสายลมอ่อนของท้องทุ่ง   ราเชลผู้มีผมสีทรายกำลังขะมักเขม้นกับการร้อยมงกุฏดอกหญ้า   เขาเองก็ไม่ได้เห็นของแบบนี้มานานแล้ว   มือเล็กๆสีชมพูกำลังดึงต้นหญ้ารัดรอบวงแหวนสีเขียว   เอลซ่าผละออกจากตักของเด็กหนุ่มและลงมือทำมงกุฎอย่างที่พี่สาวเธอกำลังทำ   แม้ว่าเอลซ่าจะทำได้ไม่ดีเท่าราเชลแต่เด็กน้อยก็มุ่งมั่นต่อไป         

 

ยุนโฮคลี่ยิ้มบาง

 

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ   หน้ากล้องหันมาทางเขาพร้อมปลายนิ้วเรียวซึ่งกำลังหมุนเปลี่ยนโฟกัสอย่างระมัดระวัง   เขามองตรงเข้าไปในเลนส์ใส   แสงแดดทอระยิบในมุมสะท้อนของมัน   ร่างสูงลดกล้องลงและมองหน้าเขา   ริมฝีปากนั่นเม้มลงเป็นเส้นตรง   เขาเฝ้ามองประกายในแววตาของเจ้าของกล้อง..  

 

เอลซ่ากำลังเล่นบทพระราชาซึ่งกำลังมอบบังลังก์ต่อให้เจ้าชาย   มือเล็กๆของเอลซ่าวางมงกุฎดอกหญ้าหลุดลุ่ยบนศีรษะเขา   ยุนโฮแสดงความยินดีเมื่อพระราชาทอดมงกุฎลงบนศีรษะ   ตรงปลายของวงมงกุฎมัดไม่ค่อยแน่นจึงไม่เป็นวงแหวนเท่าใดนัก  

 

...เจ้าชายในจินตนาการ  

 

ยุนโฮลูบพวงหญ้าที่ถูกมัดรวมกันไว้   ความปวดลั่นแปลบยามยกเงื้อท่อนแขน   ดอกหนึ่งร่วงลงกระเป๋าเสื้อ   เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอีกครั้งแต่ร่างสูงไม่หันมอง   เขาโค้งศีรษะให้เอลซ่าตัวน้อยซึ่งกำลังลูบเครายาวล่องหนของเธอ   ไหล่บางไหวเล็กๆเมื่อวีกอร์น้องชายร้องเรียกแต่สุดท้ายก็ออกวิ่งไล่เด็กชายไปรอบๆ   ยุนโฮมองราเชลซึ่งกำลังเพ่งสมาธิกับมงกุฎก่อนจะชูมันขึ้นชื่นชม   เด็กหญิงผละจากมงกุฏดอกหญ้าพวงงามโดยไม่ลืมยื่นให้เขา   รอยยิ้มกว้างของราเชลทำให้เขารับมันไว้

 

สองขาเล็กๆของเธอออกวิ่งไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ   ซัลซ่าเห่ารับก่อนวิ่งไล่ตามจานร่อนสีแสบที่วีกอร์เหวี่ยงออกไป   เหล่าเด็กๆวิ่งแข่งเพื่อไปเก็บมัน   ยุนโฮมองมงกุฎดอกหญ้าในมือและเงยหน้าขึ้น   หน้ากล้องสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า   ร่างสูงสบตากับมัน..เขารู้ดีว่าอีกฟากหนึ่งคือสายตาที่กำลังจับจ้อง   มือเรียวยาวเอื้อมวางพวงมงกุฎลงบนศีรษะซึงฮยอน  

 

ค่อยๆบรรจงวาง..

 

ซึงฮยอนเลื่อนกล้องออกจากใบหน้า   พวกเขาสบตา..  ดวงตาคมคายกะพริบลงเชื่องช้า    ริมฝีปากของยุนโฮห่างไกลจากคำว่ายิ้ม   ซึงฮยอนก็เช่นกัน..   แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มอยากเอ่ยถามบางอย่าง   ซึงฮยอนเคลื่อนปากลงปิดสนิท  สายลมปัดผมดำลงบังเสี้ยวหน้า   มันบดบังดวงตาเรียวยาวนั่น..ไม่ชอบเลย

 

"ถามสิ..   อะไรก็ได้ที่นายอยากรู้"ยุนโฮกระซิบ

 

...เงาวาววับเคลือบนัยน์ตาคู่นั้นของซึงฮยอน

 

+++

 

.

 

"คุณ...ทำอาชีพอะไร"

 

"ฉันเป็นแค่คนในเงา"

 

"ที่ถือปืน?"

 

"นั่นก็อย่างหนึ่ง..ที่เงาอำพรางไว้"ยุนโฮนั่งบนเตียงพลางเอนหลังพิงโลหะเย็นหัวเตียง   เสื้อเชิ้ตสีเทาร่นกองที่สองข้าง   บนแผ่นอกของเขามีผ้ากอซพันรอบแน่นหนา  แสงส้มแก่ล้อกระจกห้องสะท้อนหักเห   เสี้ยวหนึ่งของมันทอดลงบนเตียงฉาบให้กางเกงยืดสีดำลออด้วยสีแสงอัสดง   เขาถกแขนเสื้อข้างขวาขึ้นเล็กน้อย

 

"แล้วพวกนั้นล่ะ"

 

"ศัตรู.."

 

"คุณไม่รู้จัก?"

 

"อาจจะไม่หรืออาจจะใช่    ...ฉันไม่แน่ใจ"

 

"คุณจะกลับไปสู่เงาอีกหรือเปล่า?"ซึงฮยอนนั่งมองถ้วยว่างเปล่าและแถวขนมปังที่ถูกฉีก   เงยหน้าจ้องร่างบนเตียงซึ่งถูกย้อมด้วยแสงสวย   อยากจะหยิบกล้องในกระเป๋านวมขึ้นมาชะงัด   ผมสีน้ำตาล..กำลังซึมซับแสงส้มระริน  

 

"ฉันไม่มีที่อื่น"

 

"แต่เงามีทุกที่ในโลก"       

 

"...ฉันจำได้รางๆถึงบางสิ่งที่อ่อนนุ่ม   ...ที่ตรงนี้"ยุนโฮเลื่อนปลายนิ้วไปทั่วริมฝีปาก   ปฏิกิริยาจากร่างนั่นทำให้เขายิ่งมั่นใจในบางอย่าง   ความอ่อนนุ่มที่ร้างลา..แสนนาน   กระโจนดิ่งสู่ความคิดเบื้องลึก..ความรู้สึกนี้ควรเรียกว่าอะไร   ยุนโฮลดมือลงวางที่แผลบนราวไหล่   เขาสัมผัสมันอย่างเบามือ   บางที..การที่ปล่อยให้ตนเองอ่อนแอก็ควรรับผลเช่นนี้   เขาไล้ผ้ากอซเนื้อหยาบ   สัมผัสจากเส้นใยโปร่งอยู่ใต้ปลายนิ้ว  

 

ความมืดโรยตัว...

 

"ผมน่ะ..."ซึงฮยอนขยับนั่งที่อีกฟากของเตียง   ..ตั้งแต่เมื่อไรนั้นเขาไม่ทันสังเกต   แผ่นหลังกว้างหันมาทางเขา   สิ่งที่เห็นจากมุมนี้คือผมสั้นสีดำสนิทและกล้ามเนื้อลำคอซึ่งโผล่พ้นขอบเชิ้ตขาว   จากปลายเส้นผม...  

 

ร่างนี้กำลังสั่น...

 

ร่างสูงขยับมาสบตาเขา   แสงจันทร์อ่อนแรงจากด้านนอกทอดทาบบนโครงหน้าคม   ในมือของซึงฮยอนมีกระดาษมันวาวหนึ่งใบ...เขาทำท่าจะยื่นมาให้แต่มือเรียวนั่นก็ชักกลับไป   ชายผมดำเอี้ยวตัวกลับไป  ยุนโฮมองแผ่นหลังโค้งนั่นอีกครั้ง   เด็กหนุ่มก้มหน้าลงเกือบชิดอก   เขากำลังทำอะไร...ไร้ความจำเป็นที่จะทำแบบนี้   แค่อยากให้หันมา   ทำไมต้องหันหลังให้กับเขา..

 

ไม่ชอบเลย...ไม่ชอบจริงๆ

 

กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงพื้นขัดมันอย่างเงียบเชียบ   มือของเด็กหนุ่มอ่อนแรงเมื่อยุนโฮโอบกอดจากด้านหลัง   แผ่นอกซึ่งพันด้วยผ้ากอซให้สัมผัสที่แปลกไป   พื้นเตียงยุบยวบเมื่อเคลื่อนไหว   สิ่งที่ซึงฮยอนเคยคิดไว้บัดนี้มันกำลังเกิดขึ้น   การได้รับการตอบสนองมัน..วิเศษอย่างนี้เอง   ความอุ่นแทรกซึมที่เรียวปากผสานสัมผัสจากมือกร้านซึ่งไล้ทั่วราวไหล่

 

มันทำให้เขาหันไปได้ไม่ยาก..

 

เสียงแผ่วเบาของลมหายใจดังที่ริมหู   เขารับรู้ถึงการมีชีวิตอยู่ผ่านแอ่งชีพจรซึ่งแนบชิด   มันเต้นพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง   ราวกับเป็นภาพต่อจากที่เขาโอบกอดร่างนี้ไว้   แค่เรียวลิ้นซึ่งพันวนอยู่ก็มากเกินไป   ...มากเกินไป  

 

ฝัน?

 

เขายอมหลับตาไปตลอดเพื่อแลกกับฝันนิรันดร

 

เพื่อจูบนี้..

 

ซึงฮยอนถอนหายใจพรั่งพรูก่อนที่ผิวกายจะสัมผัสกับอากาศเย็น   ปลายนิ้วของเขาสัมผัสเนื้อหยาบของกอซพันแผล   เขาหยุดชะงักที่นั่นคล้ายทวงถาม   ไม่เป็นไรแน่หรือ...   ผมสีน้ำตาลอ่อนขยับไหวตามแรงพยักหน้าก่อนจะโน้มริมฝีปากกลับมาที่ต้นคอเขาอีกครั้ง   ลิ้มรสริลองรสหวาน   สิ่งที่ผ่านเข้ามาในความคิดคือเสียงปริศนาว่าทำไม

 

แต่หาได้หยุดมือ..

 

บดเบียดละเมียดละไม   ซึงฮยอนเสยผมยาวขึ้นให้พ้นหน้า  ผมซึ่งชื้นเหงื่อ...   แผ่นหลังของเขาแนบกับผืนเตียงนุ่ม   ฝ่ามือร้อนท่องเที่ยวผ่านเนินเนื้อจนสุดปลาย   ร่างสูงขยับอุ้งมือกลับไปกลับมาอ้อยอิ่ง เขาถูกมอบความสุขผ่านปลายนิ้วอย่างเหลือล้น   ไล่ตีจากส่วนล่างจนสันหลังแอ่นโค้ง   เสียงครางหนักแผ่วเบาจากลำคอแย่งพื้นที่กับเสียงหอบแผ่วเบาของอีกฝ่าย

 

ร่างนั้นโน้มลงเสียดสี   แม้เชื่องช้าแต่เร่งร้อนแรงเร้า จังหวะทวีความเร็วขึ้นแต่ไม่ได้มากนัก  ความเจ็บปวดจากแผลก็มีหลงเหลือทว่าหายง่ายดายเมื่อพานพบสายสุขซึ่งแล่นผ่าน   สุดท้ายของความปรารถนาเขาเลื่อนกายลงสู่ส่วนอ่อนไหว   เพียงครั้งแรกที่แทรกผ่าน..หายใจติดขัดจากร่างเบื้องใต้ดังขึ้นประท้วง   เขาเห็นเส้นขอบตาโค้งหลับลงแน่น   ทรมานแต่ไม่สามารถหยุดลงได้แล้ว

 

ความอ่อนนุ่มซึ่งโอบรัดผลักดันให้ท่วงทำนองต้องดำเนินต่อไป   สายตาคมคายปรือขึ้นมองร่างสูง   เสียงพึมพำลอดจากลำคอ   ยุนโฮจับได้เพียงกระท่อนกระแท่น

 

"เงา..  ของผม..   เป็นเงา..ผม  ...ได้ไหม?"

 

...

..

.

พายุผ่านพ้นไป..ทิ้งอุ่นไอบนผิว  

 

ร่างสูงหยุดนิ่งเพื่อรับทราบถึงกระแสภายใน   สงบลงนิ่ง..ยุนโฮผละจากร่างเนียน   สายตาของเขาทั้งสองสบนิ่ง

 

"เลนส์ของนาย..ตอนนี้มีแต่ฉัน   .....ใช่ไหม?"ซึงฮยอนไม่ตอบ  แววตาคมในเงาจันทร์ระหวั่นแสงทอง   ความปรารถนาในความมืด...   ครอบครองซึ่งกันและกัน   ฉับพลันมือเรียวของชายหนุ่มผมดำดึงร่างซึ่งกำลังจะล้มตัวลงนอนราบ   ยุนโฮถูกพลิกให้คว่ำหน้า   ผิวแก้มของเขาสัมผัสหมอนนุ่มด้านล่าง   แผ่นหลังของเขาแบกรับน้ำหนักที่ถาโถม   ความร้อนแผ่ซ่าน..ผ้ากอซของเขาไร้ความเรียบร้อย   ตัวกลัดสีเงินหล่นหายไปเสียเมื่อใด..เขาไม่รู้

 

เขาหลับตาลง..

 

รู้เพียงแต่ว่า ‘เงา' กำลังสอดประสานในตัวเขา...แรงดัน ความร้อน ผิวอ่อน  

 

...อีกค่ำคืนที่ยาวนาน

 

+++

 

ซึงฮยอนค่อยๆลืมตาขึ้น   แสงแดดอบอุ่นทักทายเขาดั่งเช่นทุกเช้า   เขาได้ยินเสียงไม่เคยคุ้นหู   พยายามขยับตัวขึ้นพิงพนักเพื่อมอง   ร่างสูงในกางเกงยืดผูกเอวกำลังคลี่ห่อผ้าในมือ   วัตถุสีดำกลับมาอยู่ในครอบครองของเขาอีกครั้ง   ซึงฮยอนนิ่งงัน

 

มันเป็นภาพที่เขาไม่อยากเห็น..

 

ยุนโฮกับปืนกระบอกนั้น

 

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลหันมาทางเขา   ปลายกระบอกชี้ลงพื้นไม้   เขาคิดว่าน่าจะทิ้งมันไป..มันเหมือนปิศาจร้าย..ฉกาจฉกรรจ์   หรือซ่อนที่ไหนก็ได้ไม่ให้ยุนโฮหาเจอ..แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

 

"ขอบใจ..แต่ทำไมเพิ่งให้ฉันดู"เสียงทุ้มนุ่มเชิงตำหนิของยุนโฮลอยข้ามห้องมา   ปลายคางพยักพเยิดไปที่รูปถ่ายยับๆข้างที่นอน   มันเป็นรูปที่ไม่น่าสนใจอะไรหากจะมองผิวเผิน   อาคารหินและรูปปั้นที่ไม่ใช่สถาปัตยกรรมชั้นเลิศใดเลยปรากฏในสี่เหลี่ยม แต่สาระสำคัญของมันอยู่ที่เสี้ยวหน้าของชายผู้ถือปืนไรเฟิล   เพียงแค่เสี้ยวหน้า...ยุนโฮก็ทราบทันที

 

ไม่มีใครลืมคนที่มอบสายตาชิงชังให้ผ่านกระจกมองหลังตลอดการเดินทาง

 

"..ได้เวลากำจัดคนทรยศ"ร่างสูงกระซิบแผ่วเบาท้ายประโยค   เขานึกสีหน้าของหัวหน้าหน่วยไม่ออกถ้ารู้ว่าคนในหน่วยเดียวกันห่ำหั่นกันเอง   เขาพอจะนึกออกว่าทำไมคนในหน่วยเดียวกับเขาถึงหันกระบอกปืนใส่    บ้าชิบ..ถ้าจะโทษที่ตนเองตกอันดับก็โทษฝีมือห่วยๆของตนเองสิ   สุดท้ายเป็นได้แค่คนขับรถในภารกิจ   ปืนเย็นในอุ้งมือพลันร้อนฉ่าในความรู้สึก  

 

ถ้าไม่ล่ามันแล้วฆ่าให้ตายกับมือ..อย่าเรียกเขาว่ายุนโฮ  

 

"คุณกำลังจะจากไป?"ยุนโฮหยุดนิ่งและกระชับปืนกระบอกนั้นในมือ  เสียงของเด็กหนุ่มทำให้เขาต้องหันมอง   กระเป๋าเงินและเหรียญทองเก่าคร่ำคร่าวางอยู่บนโต๊ะ    สายตาคมท่ามกลางแสงตะวันยามสายดูอ่อนโยนเหลือเกินในความคิดของซึงฮยอน   วูบหนึ่งดั่งว่าเขาจะเห็นความอาลัยเจือจางแต่มันก็หายไปในบัดดล

 

"ฉันแค่ผ่านมา"

 

"ผมคิดไปเองสินะ"เด็กหนุ่มลูบต้นแขนเปลือยเปล่าของตน   เขาคิดว่าเช้านี้อากาศหนาวจับใจ   ชายหนุ่มร่างสูงกวาดเอากระเป๋าเงินใส่ลงกระเป๋ากางเกง   เหรียญทองหนึ่งเหรียญสงบนิ่งอยู่ที่ของมัน   ยุนโฮปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น

 

"นึกว่าฝันไปแล้วกัน   ...เสื้อนี่ฉันขอนะ"ร่างสูงสอดวอลเธอร์พีเก้าเก้าไว้ที่ขอบกางเกงด้านหลัง   หยิบเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาวขึ้นสวมและลงมือกลัดกระดุมอย่างเชื่องช้า   ตอนตื่นขึ้นมาปวดไหล่ราวกับตกนรก ความเจ็บที่สะโพกเทียบกันไม่ติด   เขาเดินไปเดินมาสักพักแต่ซึงฮยอนยังไม่ปริปากพูด   ยุนโฮเอนหลังพิงกำแพงมองความดื้อแพ่งที่กำลังดำเนินไปในความเงียบของเด็กหนุ่ม   เขามองเส้นผมสีดำและดวงตาคมคาย

 

"...ฝันเรอะ?   แต่ผมไม่มีทางลืมมันเด็ดขาด"ซึงฮยอนตะโกนก้องแม้ว่าร่างสูงจะเปิดประตูออกไปแล้ว   ประตูหนาหนักกระแทกตัวลงปิดอย่างเดิม  นุ่มนวล...    จากไปแล้ว..ล่องหนและเปราะบางดังเช่นสายลม   เด็กหนุ่มเบือนหน้าออกจากแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า   เขาทนมองมันไม่ได้

 

เงา..ที่ไหนก็มี

 

เงา...

 

...

 

..

 

.

 

ชายหนุ่มร่างสูงเดินเรื่อยไปจนถึงถนนใหญ่   เขาล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อด้วยความเคยชิน   ..นึกขึ้นได้ว่าเขาทิ้งเหรียญนั่นไปแล้ว   สิ่งที่ติดมือเขาขึ้นมาคือดอกหญ้า   ...ดอกหญ้าดอกเล็กๆเหี่ยวๆอวดโฉมของมันอย่างด้อยฤทธิ์   ไร้สีสันและความงาม   ก้านจิ๋วของมันหักลงอย่างน่าเสียดาย   มือเรียวยกมันขึ้นจูบอย่างแผ่วเบา

 

"รู้ไหม..   ฉันก็เหมือนกัน"

 

เขาหย่อนมันลงกระเป๋าเสื้อตามเดิม

 

.

.

 

+++

 

 

 

 

 

-END-

 

 

 


 

  .ภาคผนวก.

 

ปืนของยุนโฮในเรื่องคือ วอลเธอร์พีนายน์นายน์ (Walther P99)  ใหญ่ไปสักหน่อย แต่เทียบกับหุ่นของยุนโฮแล้วคิดว่าโอเค
 

 

 

หน้าตาปืนเอ็กซ์เอ็มแปด ไรเฟิล (XM8 Rifle) เป็นอย่างนี้  คนยิงต้องใช้ทั้งสองมือเลยล่ะเพราะว่าแรงสะบัดแรงมาก ขนาดว่าเป็นรุ่นที่เล็กที่สุดของซี่รี่ส์นี้  อันนี้คือแบบcompact นะคะ ยาวประมาณไม่เกินศอก ปืนออโตเมติก

 

 

 
ปืนกล็อก (Glock17) ที่ใช้ในเรื่องนี้  ไม่ค่อยเด่นเท่าไร


 

.

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฟิค CBครั้งสุดท้ายที่ได้อ่านก็คือตอนเรียนจบมหา'ลัย(จะบอกว่าแก่เพราะ5-6ปีมาแล้ว Y_Y)ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเจร๊อค

ไม่คิดว่าจะได้อ่านอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่มุมมองเดิมที่เคยอ่านก็ตาม แต่ก็แสนจะดีใจ เพราะมาจากคนแต่งที่แสนจะสุดปลื้มคนนี้

ดีใจและยินดีอย่างยิ่งที่จะได้อ่านค่ะ

#1 By แค่ผ่านมา (125.24.184.229) on 2008-11-17 00:37

สุดยอด รอมานานกับฟิค CB อยากแต่งอยู่แต่กลัวโดนแบน วะฮู๊วววว ขอบคุณพี่เฮ เหมี่ยวได้อ่านแล้ว เย้ๆๆ

สนุกอ่ะ มากด้วย ภาษาที่ใช้เข้าใจง่ายแต่บรรยายขั้นเทพ ชอบอ่ะ ชอบที่มันค่อยเป็นค่อยไป ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันไม่กี่วัน แต่อ่านแล้วเหมือนมันใช้ชีวิตช่วงสั้นๆนี้ยาวนานมากมาย

คาแรคเตอร์เข้ามากก เหมาะมากกับบทแบบนี้ จะให้ยุนโฮกับซึงฮยอนมารักกันแบบนุ้งนิ้ง มันก็ไม่ใช่ มันต้องเท่ๆ ขรึมๆ อบอุ่นๆ รักกันแบบเงียบๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ทันทีแบบนี้เซ่ ถึงจะเป็นซึงฮยอนและยุนโฮ ฮ่าๆๆ

ชอบตอนที่ไปเล่นกับเด็กๆ อ๊ากกกก เชวซึงฮยอนในมาดอ่อนโยน กรี๊ดดดดดดด ค่ะกรี๊ด
ชอบที่สุดคงจะเป็น ตอนที่ยุนโฮมอบมงกุฏดอกไม้ให้ซึงฮยอน โรแมนติกมากกกกกกก น้ำตาแทบไหล

ตอนแรกลุ้นมากมายว่าใครจะเคะใครจะเมะ แต่ท้ายสุด อ่ะนะ ทั้งคู่เลย ((แบบลุ้นมาก ว่าใครจะเป็น "ร่างสูง" ใครจะเป็น "ร่างเล็ก")) ฉากเอ็นซีของพี่เฮให้ความรู้สึกดีเสมอในแง่ของการมีเซ็กส์ด้วยความรัก ค่อยเป็นค่อยไป แม้จะเจ็บปวด แต่ตัวละครก็รู้สึกดี ((นี่กูจะส่อไปมั้ย))

"เงา..เป็นเงาของผมได้มั้ย"

โหยยย สุดยอดอ่ะ คลั่งเลย คลั่งสุดๆ ชอบมากกก เชวซึงฮยอน บทจะน่ารัก มึงก็ทำได้ดีนี่หว่า อ๊ากกกกก

"เลนส์ของนาย..ตอนนี้มีแต่ฉันใช่ไหม"

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก พวกเมิงขยันฆ่ากูด้วยคำพูดเหล่านี้เรอะ โฮกกกกกกก ละลายค่ะ ขนลุกเกรียว ได้อีกค่ะ ได้อีก

แต่ตอนจบก็ต้องจากสินะ ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกมั้ย ถ้ายุนโฮรอดก็ไม่แน่นะซึงฮยอน แต่ถ้าเหมี่ยวเป็นยุนโฮ เหมี่ยวจะไม่กลับมาหาซึงฮยอนนะพี่เฮ เหมี่ยวกลัวซึงฮยอนได้รับอันตราย กรี๊ดดดดด ((นี่กูหวังอะไร))

สนุกมากๆค่ะ

โอ๋ยยยย หลงรักช่างภาพผู้อบอุ่นและนุ่มนวล

ปล.เหมี่ยวชอบฟิคแนว Yaoi ค่ะพี่เฮ เหมี่ยวอ่านทุกคู่ อ่านได้ทุกแนว ไม่แอนตี้คู่ใดทั้งสิ้น

ปลล.แต่งมาอีกนะคะ รีเควซคู่นี้ค่ะ กร๊ากกกก ติดใจ

ปลลล.อยากอ่านหงษ์ฯ

#2 By kumameaw on 2008-11-17 01:46

ไม่นะ !!
แค่ฝันไปอย่างนั้นเร๋อ
ไม่มีทาง !!

สงสารเทมป์อ่ะ
แค่ฝันไป ~
คนในเงา ~

#3 By Posh (61.7.133.8) on 2008-11-17 09:09

เป็นการข้ามสายพันธ์ที่เร้าใจมากน้องเฮ
การบรรยายลื่นไหล
คล้ายๆจะเห็นแต่ฉากในหัวเลย

ไม่คิดว่าคู่นี้จะลงตัวได้
คืออ่านแล้วไม่มีขัดใจหรืออย่างไรเลย

ยุนโฮ .. ท่าทางพี่ต้องเริ่มทำความรู้จักกับชายคนนี้แล้วสิ

ปล.ดีใจที่เทมไม่ได้ Under My(ยุนโฮ) Skin อย่างเดียว หุหุ

ปล2.ไม่สนใจจับคู่ฮยองจุง ss กะเทมบ้างเหรอจ้ะ
เห็น special stage ที่ทั้งคู่ไปโชว์แล้วชวนจิ้นไม่หยอก

#4 By TG 656 (58.8.170.111) on 2008-11-18 11:11

พี่ออยคะ เฮก็ดูอันนั้นแล้วเหมือนกันน่าสนใจมากกก

แต่เฮเห็นว่ามันเป็นเทมป์ฮยอนจุงค่ะพี่55+

แล้วเพลงที่เอามาเล่นก็เพลงที่ชอบเสียด้วย Rise and Fall

น่าเขียนอยู่เหมือนกันopen-mounthed smile

#5 By ENIGMA on 2008-11-18 18:11

เข้ามาอ่านฟิคที่นี้เมื่อไร...เป็นต้องพบกับความแปลกใหม่เสมอ...ตอนแรกที่เห็นน่ะ...เฮ้ย!!! คู่นี้เหรอมันจะเป็นไปได้อย่างนั้นเหรอ ตรูจะอ่านได้เหรอ ไม่..ไม่อ่าน มันไม่ใช่เลย ไม่ใช่คนของตรู แต่สุดท้ายก็ทนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไม่ได้ อยากรู้ว่า...ฟิคเรื่องนี้มันจะออกมาในรูปแบบไหนกันน่ะ

ตอนแรกที่ตั้งใจจะอ่านก็เลื่อนลงมาดูเรื่อย ๆ ว่ามีอะไรที่พอจะทำให้เราอ่านได้มั้ยน่ะ แล้วก็มาเห็นรูปปืน...อ่า!!! น่าสน น่าสน ก็เลยรอให้เพลงโหลดเสร็จก่อน แล้วก็ตั้งใจอ่ามัน ดูซิ...คนเรากว่าจะอ่านฟิคเรื่องหนึ่งมันมากเรื่องจริง ๆ ว่ามั้ย 555+

อ่านแรก ๆ ก็แบบว่า...โห่!!! บรรยายได้แบบว่า เหมือนตัวเองเป็นตัวละครหนึ่งที่เป็นเหมือนคนเดินไปเดินมาที่จัตุรัสนั้น เห็นภาพเลยว่าบรรยากาศรอบ ๆ เป็นอย่างไร ผู้คนที่มาท่องเที่ยว บ้างก็ถือกล้องจับภาพ บางก็เดินเที่ยว สำรอง บางก็เป็นทางผ่าน เข้ามาแล้วจากไป

การบรรยายที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยจริง ๆ ค่ะ เราอ่านมาก็หลายเรื่อง....ชอบวิธีการบรรยายของ enigma มาก ๆ เลย เรื่อย ๆ แต่มีลำดับ...และมีความรู้สึกผสมผสานอยู่ในตัวเรื่อง ทำให้เราลืมไปเลยว่า...เรื่องนี้เป็นคู่...yuntop or topyon ซึ่งไม่คิดว่าจะอ่านได้

การดำเนินเรื่องน่าติดตามมาก ๆ เลยอ่ะ คาแรกเตอร์ที่ได้รับ เหมาะกับทั้งคู่มาก ๆ ก็น่ะ..จะให้มาเป็นคุณหนูคุณชายที่มารักกันแบบหวานแหววก็คงไม่ใช่เลย ถ้าเป็นแบบนั้น...เรารับรองคงได้อ้วกแตกออกมาแน่ ๆ บึก ๆ บึน ๆ แมน ๆ เท่ห์ ๆ แต่มาแต๋วแตกก็ใช่เรื่อง ต้องเป็นคาแรกเตอร์แบบนี้แหละ...เหมาะเลยล่ะ

นักฆ่า...มือปืน...
...ช่างภาพอิสระ...
เป็นเงาของกันและกัน ...อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก โดนมากกกกกกกกก เงามีทุกที่...ก็น่ะเงาน่ะติดตามคนเราไปทุกที อยู่ที่ว่าจะปรากฏให้เห็นหรือป่าว การที่ขอให้เงาเนี๊ยะ...เหมือนขอแต่งงานหรือให้ใช้ชิวิตร่วมกันเลยอ่ะ....อ่านแล้วก็น่ะ..เขิลเหมือนกันน่ะเนี๊ยะ...เป็นเงาของผมได้มั้ย เทมป์ใครสอนแกว่ะ ฮึ่ย!!! น่ารักเกินไปล่ะ

คิดว่า...ถ้าเจอฉากนั้น...คงจะอ่านแบบผ่าน ๆ ไม่สนใจอะไรมากมาย เพราะคิดไม่ออกว่าใครจะเมะจะเคะ ใครจะ ontop or under กันแน่...ตอนแรกก็น่ะ อ่า!!! เทมป์เสร็จไปซะล่ะ แต่ตอนท้าย...555+ ยุน..แกก็เสร็จเหมือนกัน

แต่ฉากที่ชอบที่สุด จะเป็นฉากที่บรรยายการมองของแต่ละคน อย่างตอนที่เทมป์มองตอนที่อยู่ทีทุ่งกับเด็ก ๆ ทัง 3 คน ให้ตาย!!! เทมป์แกเป็นคนที่อบอุ่นมาก ๆ เลยล่ะ แล้วยุน...การที่แกสับสนมันทำให้เห็นส่วนที่น่ารักของแกออกมาได้เลยล่ะ 555+

คงไม่ถึงกับ add เข้ามาในชีวิตหรอกสำหรับคู่นี้ แต่ถ้ามีให้อ่านก็คิดกับตัวเองแล้วว่า...ไม่ว่าจะคู่ไหนก็ตาม เราว่าเราอ่านได้แล้วละ...แต่ไม่ใช่ว่าจะอ่านได้ทุกคนที่เขียนน่ะ ... เรายกให้คุณคนหนึ่งเลยล่ะ

เอามาเลย...พร้อมที่จะอ่านเสมอ 555+
ความรักถึงจะไม่สมหวังแต่สุดท้าย...ต่างฝ่ายต่างก็มีความสุข...big smile

#6 By G_ryuka_D on 2008-11-19 10:57

สั้นๆได้ใจความ...



จินนี่แอบหวั่นไหว
>////<


มีฉันเพียงคนเดียว.

#7 By GINSVIPZ on 2008-11-20 23:12

...

...

...

เขียนสตอรี่บอร์ดหนังสั้นรางวัลคานส์ให้กรูอ่านทำไม?

...เป็นจุดของเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะชัดเจนในหัวขนาดนี้
แม้จะไม่มีแบ๊คกราวนด์เพื่อสนับสนุนนิสัยและความคิดของตัวละคร แต่นั่นไม่จำเป็นเลย
หลายๆสิ่งๆหลายๆอย่างเช่นบทบรรยายของฉากแอ๊คชั่นทำให้เหมือนได้เป็นตัวละครเสียเอง
ได้รู้สึกถึงความเจ็บ ความลำบากในการหลบหนี มุมกล้องและไมค์ทำให้เหมือนเรานั่งดูหนังจอใหญ่อยู่แถวหน้า
ได้กระทั่งเสียงหอบ ..เหนื่อย และความรู้สึกขัดเคืองใจ

ชะงักมือเมื่อได้พบเพื่อนร่วมชาติ

ความไว้วางใจอย่างน่าประหลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น

อีกหนึ่งเด็กหนุ่มที่พานพบกับเรื่องที่จะพบเห็นในหนังเท่านั้น
เมื่อเกิดขึ้นต่อหน้า ...กับคนที่เขาละสายตาไม่ได้...

ชอบประโยค

"แม้น้ำจะหมดไปแล้วแต่เขาไม่สามารถถอนริมฝีปาก.. "

เพียงแค่นั้น สะท้อนถึง deep infatuation...


..บรรยากาศรอบกายที่ขัดกันอย่างชัดเจนของตากล้องหนุ่ม
บรรยายเห็นแม้กระทั่งจำนวนภาพมากมายที่แขวนไว้
ความอยากรู้อยากเห็นต่อโลกกว้างอันไม่มีที่สิ้นสุด...
ภาพที่ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใด มาวันนี้ไม่ต้องการละจากคนตรงหน้าไปไหนอีก

โลกที่แตกต่าง อากาศที่บางเบา สดชื่น...
คนอ่านรับรู้ได้แม้ดอกหญ้าละเลียดข้าง
...มองดูภาพที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งนั่งลูบกิ่งอ่อนของต้นหญ้าไปพลาง
แสงแดด เสียงหัวเราะใส
...ภาพของมือปืนหนุ่มที่ถูกจับผ่านเลนส์กล้อง

แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ..เหมือนโลกที่ไม่ใช่ของเขา
มาถึงจุดนี้คนอ่านพอเดาได้แล้วว่า ถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้นมือปืนผู้นี้คงไม่สามารถใช้ที่นี่เป็นแหล่งพักกายได้ยาวนาน
ไม่อยากทำลายภาพอันแสนสุข ...จะแปดเปื้อนด้วยรอยเลือดและผ้าพันแผลที่พันได้ไม่เป็นระเบียบ

สัมผัสที่เกิดขึ้น ...ไม่มั่นใจว่าฝ่ายมือปืนนั้นทำเพื่อตอบแทน?
เมื่อรู้ว่ากำลังถูกมองด้วยสายตาโหยหา ...ในคราแรกนั้นอาจคิดเพียงจะตอบสนอง?
ด้วยเขาเองคงไม่ได้รู้สึกถึงสัมผัสที่อ่อนหวาน และการพักผ่อน... การปล่อยใจอย่างแท้จริงมาเนิ่นนาน
กับคนที่ช่วยเขาไว้ ..คนที่น่าทะนุถนอม

ตากล้องที่เป็นฝ่ายหลงใหลมากกว่า อยากจะฉุดรั้งเขาไว้
แม้รู้ว่าเป็นไม่ได้ ...เอาปืนเขาไปซ่อนเพียงเพื่อประวิงเวลาเท่านั้น

...จนถึงคราวลาจาก


ภาพถ่ายของเขาในแสงแดด.. รอยยิ้มอ่อนโยนติดมุมปาก..
กับดอกหญ้าแสนเปราะบางแทนช่วงเวลาที่อบอุ่น

เพียงเท่านี้แม้ไม่จีรัง...

ทั้งสองคงไม่ลืม

...

ขอบคุณมากค่ะ *โค้ง*






#8 By kai on 2008-11-22 20:04

หนุกอะถ้าไม่ตัวตน
ก้อคงไม่มีเงา

#9 By sompoi (124.157.231.38) on 2008-11-23 20:10

“ใบหน้าของเขายิ่งทำให้บุคลิกโดดเด่น”
ข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้ แต่ยูโนว..เย็นชาจริงๆ
แม้แต่การนำความตายมาให้กับเป้าหมายก็ยังทำได้หน้าตาเฉย
การกลับไปเก็บหลักฐานที่เหลืออยู่ก็เพราะต้องทำงานให้เสร็จสิ้นสินะ

ตอนที่ยูโนว มองเห็นท็อปผ่านเลนส์ไลกา
...เราเห็นภาพสีหน้าของยูโนวด้วยล่ะ…
จินตนาการล้ำเลิศมากเลยอ่ะ55+

“ร่างนั้นขัดขืนเพียงเล็กน้อยก่อนยอมให้เขาลาก…”
ถ้าเป็นเรา เราก็จะไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
เมื่อรู้ว่าคนที่เข้ามาประชิดตัวเป็นยูโนว ...ไปไหนไปกันค่ะพี่....

การที่ได้อยู่ต่อหน้าเชวซึงฮยอน ทำให้ยูโนวเปลี่ยนไปขนาดนั้นเชียว?
ยูโนว..คนที่ลั่นไกใส่คนอื่นได้ง่ายๆ
แต่ต่อหน้าคนชื่อซึงฮยอน..กลับไม่ลั่นไกใส่ในทันที
เพราะซึงฮยอน...ไม่เหมือนใคร ใช่มั้ยคะ?

ดีใจจังที่ซึงฮยอนกลับมา....นายโชคดีจังว่ะยูโนว -0-
กอดที่เหมือนกับการกดปากแผลกลายๆนั่น..มันทำให้ฉันอิจฉา -*-
กอดไม่ดี เลือดคงไหลหมดตัว -*-
ไหนยัง “จูบ”ป้อนน้ำ ป้อนยานั่นอีก
สาธุ..ยาไม่ติดคอก็บุญโขแล้วยูโนวเอ๋ย
……………………………

"...ฉันจำได้รางๆถึงบางสิ่งที่อ่อนนุ่ม...ที่ตรงนี้"
เฮ๊ย..เอ็งจะเปลี่ยนเรื่องจากเงา ไปเป็นริมฝีปากได้ไงวะ
เรื่องเงานั่นชั้นยังไม่เคลียร์เลย -*-

---ความเจ็บปวดจากแผลก็มีหลงเหลือทว่าหายง่ายดายเมื่อพานพบสายสุขซึ่งแล่นผ่าน---
แอบวิ่งไปที่ระเบียงแล้วแหกปากดังๆ...
“เชสสสส ซีนเน้.......ได้ใจกรูไป 100 %”

………"ฉันเป็นแค่คนในเงา"
………“โปรดเป็นเงาของผมได้ไหม”
โปรดเป็นเงาให้กับเชวซึงฮยอน นับแต่นี้และตลอดไปเถอะ

---ครอบครองซึ่งกันและกัน--- หุๆ ฉันจิ้นไปไกล๊ ...ไกล
นึกถึง GV…ของ Smart พาร์ท Nagi+Sho … แอร๊ กำเดาจะพุ่ง

“ฉันแค่ผ่านมา” กับ “นึกว่าฝันไปแล้วกัน”
เป็นคำพูดที่กระชากความรู้สึกฉันลงเหวมากค่ะ
---ฝันที่ไม่มีทางลืมได้--- ของคนทั้งสองช่างน่าเศร้า


อยากให้มีการสานฝันต่อค่ะ

จะเป็นไปได้ไหมคะ ....
ถ้าหากเงาตัดสินใจกลับมาหาคนที่สมควรจะเป็นเจ้าของ
และในเลนส์ของเชวซึงฮยอนก็จะมีแต่ยุนโฮ...ตลอดไป

...........................

มาเม้นช้าไม่ว่ากันนะ อยากอ่านอย่างตั้งใจอ่ะ
น้องสาวฝากบอกมาว่า.."ฟิคพี่เฮสนุก"
confused smile สู้ๆ นะจ๊ะ...

ปล. อยากให้มีตอนที่เงากลับมาหาเชวซึงฮยอน อยากทราบความเป็นไป 55
ได้โปรดสานฝันให้หน่อยซี...อิๆๆๆ

#10 By ~WIwIZARD~ on 2008-11-30 00:20

อ่านตอนแรกก็คิดแล้วล่ะว่าเค้าสองคนคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่พออ่านตอนจบก็แอบเศร้าอยู่ดี

ขอบคุณสำหรับฟิคสวยๆค่ะ


....ว่าแต่ขออีกได้ป่ะคะคู่นี้

รู้สึกไม่พอยังไงไม่รู้ ฮ่าฮ่าฮ่า

#11 By freespace (202.176.100.80) on 2008-11-30 19:32


^
^
Ti amo troppo

#13 By ENIGMA on 2008-12-01 03:33

อ่าาา
ก่อนอื่นขอบอกว่าพอเห็นชื่อคู่แล้วแบบว่า เห้ยยยยย จิงปะเนี่ยยยยย
นั่งเอาเม้าเลื่อนเพจขึ้นลงอยู่หลายรอบเพราะนึกว่าคอมรวน ฮาๆๆๆๆๆๆ
ก็คู่มันอิมแพคแระแทกม้ามขนาดหนัก ห้าๆๆๆ

ฟิคสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แบบว่าอ่านแล้วก็ต้องคิดตาม อารมณ์นั้นเลยฮ่ะ
ภาษาคุณพี่ก็สไตล์เดิมตามที่เคยอ่านนะฮ้า เนิบๆนุ่บๆ อร่อย แผล่บๆๆ
คือต้องอ่านช้าๆนั้นแล (คือถ้าอ่านเร็วภาพจะblankๆๆหมดเรย -..-*)

แต่ว่าไม่รู้ว่าต้นโง่วเองรึเปล่า เพราะอ่านแล้วประมาณว่าเรื่องมันน่าจะยาวกว่านี้
เพราะเหมือนยังไม่ทันผูกพันกับอารมณ์ตัวละคร(อียุน)เท่าไหร่เลย
แต่อีเทมก็เข้ามาแล้ว เลยเหมือนเรื่องจะเนิบๆไป ...อย่าฆ่าหนู ToT
แต่โดยองค์รวมแล้วมันก็สวยอยู่ดี โดยเฉพาะตอนท้ายๆ มีการขอให้เป็นงงเป็นเงา กว๊าซซซซซซ อยากจะขอไปเป็นด้วย 5555555555555+
ถลกหนังหัวอ่านไม่พอ อนาคตต้องถลกหนังจักแร้อ่านแน่ๆด้วยความอยากกรีดร้องให้ตายไปข้าง -*-

สารภาพว่าจิ้นหน้าเทมไม่ออกอะ คือเห็นเป็นอะไร blankๆ บนหน้ามีคำว่า
อะไรเอ่ย แปะอยู่ =_______=''
สงสัยเพราะอีเทมเป็นฝ่ายไล่ตามมั้ง พูดไม่ถูกแหะ คือนิสัยในเรื่อง กับหน้าอีเทมมันดูไม่ไปด้วยกัน(สำหรับต้นนะ) แต่จิ้นอียุนหล่อมาก ย้ำว่ามากกกกกกกกกกกกกกกก น้ำหมากกระเซ็นติดจอกันเลยทีเดียว ฮาๆๆๆๆ
(ถึงประโยคที่ว่า ผิวเหลืองขาวและผมสีน้ำตาล จะทำให้จิ้นว่าอียุนทาขมิ้นไปฆ่าคนอยู่แป๊บนึงก็เหอะ T_T)

... เอาเป็นว่า ถ้ารีเควสภาคต่อไ้ด้ไหมเนี่ย กร๊ากกกกกกกกกกกกก(ทั้งๆที่มันก็บริบูรณ์ในตัวไปแล้ว เอิ๊ก กิเลสหนาจริงๆตรู)

เอ่อ นึกไม่ออกแล้วว่าจะเม้นอะไร
พักนี้สมองตันๆขอโทษคุณพี่ด้วยนะฮ้า ~

#14 By Tonn ★ on 2008-12-04 00:10

แสงกับเงาเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับช่างถ่ายภาพนะ
ลืมไม่ได้หรอก ที่ไหนๆก็มีเงาทั้งนั้น
TT^TT
โฮก~มาก
และอื่นๆอีกหลายอย่างที่คนอื่นพูดไปแล้ว
กับที่เค้าไม่ได้พูด แต่ผมเองก็อธิบายไม่ถูก

ผมหายโง่แล้วนะ - -*
พอดีได้เบิ่งตามอง content ข้างบน
แห่ะๆๆ...

จะขอเป็นผีเฝ้าตามอ่านผลงานของท่านทุกเรื่องไป
TT^TT
นับว่าเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผมเลยนะเนี่ย..

#15 By YBknight (124.122.244.79) on 2009-06-21 22:24

นี่มัน.. แอคชั่น ดราม่า โรแมนติก พิศวาส.....?

ฮ่าๆ

ต้องขอแซวก่อนเลยว่าผู้แต่งมีจินตนาการอันสูงส่งมากกก.. บังเกิดคู่นี้ขึ้นมาได้ มิใช่ธรรมดาค่ะ... ขั้นเมพแล้วคุณเฮ *ยกนิ้ว*

เราก็แสนจะชอบความเนิบนาบของเรื่อง ไปเรื่อยๆไหลๆคิดตามได้เป็นฉากๆเลย ชอบความสมจริง กับบรรยากาศสถานที่ กลิ่นแบบผู้ชายๆของคู่นี้ด้วย... (อยากกรี๊ด หุหุ)


สำหรับเรา ท็อปใสได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซื่อแถมดูเป็นคนอบอุ่นด้วยแหน่ะ แม้จะขัดกับใบหน้ามัน แถมนึกหน้าตอนซื่อๆเซ่อๆ หรือยิ้มอบอุ่นเล่นกับเด็กๆไม่ค่อยออกไปบ้าง(กรั่กๆ) แต่เราก็โอเคนะคะ เนื้อเรื่องมันส่ง ไปติดใจยุนโฮมากกว่า...ฟีโรโมนฟุ้งเชียวย่ะ ไม่แปลกใจที่ซึงฮยอนจะ..ติดบ่วง ก๊าก



เรื่องความงดงามของภาษาไม่ต้องพูดถึงค่า อะไรกันนี่..


มีอะไรอีกล่ะ.. นึกไม่ออกแล้ว(เห็นคนอื่นเม้นยาวมากสามบ้านแปดบ้าน อยากเอาบ้าง ฮ่าๆ)


ก็นะคะ สุดท้ายนี้ นึกอะไรไม่ค่อยออกไปกว่า ชอบมากมากเลย ประทับจิตประทับใจ.. TTvTTb
สวยงามตราตรึง ความรักบนสมรภูมิรบ(ปานนั้น)
ฮ่าๆๆ ชอบอ่ะคุณเฮ๊!




cry cry cry

#16 By blank on 2009-07-07 16:31

ชอบจังแฮะ
ฟิคมือปืน นักฆ่า
ข้อมูลแน่นเสมอ big smile



จะเป็นไรมั้ย เกรียนไปมั้ย
ถ้าจะบอกว่า อ่านอย่างลุ้นสุดๆๆ
ว่า ....























ใครจะรุก-ใครจะรับ

sad smile 55555+



ปล. ตอนแรกแอบเดาไปว่า
ที่เทมป์ตามเพราะไปถ่ายติดตอนยุนเป่าคนรึป่าว ?
ที่ไหนได้งิ ก็.. ชอบสินะ

#17 By iKWAN ,,★ on 2009-10-04 03:09

เม้นตะกี้ค่อนข้างไร้สาระไปแฮะ


ยุนเหมาะกับบทมือปืนดีอ่ะ
คาแรคเตอมันไม่โดด ค่อนข้างให้เลย
แล้วไอ้ตอนลงไปเล่นกับเด็กๆ
ให้อารมอบอุ่นดีแฮะ
แบบเออ ... เอาคนแข็งๆมาทำแบบนี้
ชอบอ่ะ contrast ได้ใจดี
ชอบอะไรแบบ ขัดแย้งๆ 5555+








อีกคนล่นไก่ อีกคนลั่นชัตเตอร์สินะ
ไม่ได้ฝันไปหรอก .....

#18 By iKWAN ,,★ on 2009-10-04 03:11