[Crossband fic.] 'Once'
posted on 16 Nov 2008 23:25 by sussurro in fiction.
Warning: This is a cross- band fiction, if you cannot stand of this couple please shut up your mouth and your page. Thank for respecting my right. I warned you.
( คำเตือน - นี่คือฟิกข้ามสายพันธุ์ ถ้าคุณรับคู่นี้ไม่ได้ กรุณาปิดปากให้สนิทและปิดหน้านี้ไปเสีย ขอบคุณที่เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เราเตือนคุณแล้ว)
Title: ‘Once'
Author: ENIGMA
Pairing: YunhoxTOP||TOPxYunho [Bigbang&TVXQ]
Genre: Yaoi, AU, Reverse
Rate: NC-17
Status: complete
Disclaimer: Not for money, just for my need
Credit: Miss ‘P', you are my -great- inspiration and the one who asks me to write this ‘unique' fiction. I'll give it all to you.
Author's note: Please turn ‘Stay Gold' of Utada Hikaru on
+++

.
ผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้มันเริ่มต้นที่ไหน เพียงแค่พริบตา-เขาก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว
...
..
.
แสงสีทองกระทบผิวเรียบใสของกระจกกันกระสุน ร่างที่นั่งอยู่ด้านในขยับสายเนกไทให้เข้าที่ วอลเธอร์บรรจุแมกกาซีนเต็มอัตรากระชับมั่นในอุ้งมือ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเอนหลังผ่อนคลายเล็กน้อย วอลเธอร์สีดำเลื่อมถูกสอดกลับเข้าไปสาบเสื้อสูท บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีกรมท่าเคลื่อนตัวผ่านจัตุรัส ยอดโดมโค้งบิดเบี้ยวบนเงาปลาบของรถยนต์ แม่น้ำไตเบอร์ไหลเอื่อยขนาบด้านข้าง แต่เขาไม่มีเวลาจ้องมองประกายระยิบระยับของมัน ทุกวินาทีเขาครุ่นคิดแต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า สายของชายหนุ่มมองผ่านทะลุกลุ่มนักท่องเที่ยว
--วุ่นวายน่ารำคาญ
ดวงตาเรียวยาวหม่นแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรถมินิสีขาวที่หมายตา คนขับรถของเขาตีวงเลี้ยวไม่รอช้า ไม่จำเป็นต้องเร่งเพราะเป้าหมายถูกระบุมาอย่างแม่นยำ ทันทีที่รถคันนี้จอดนิ่ง..ที่เหลือคือหน้าที่ของเขา สายตาเย็นชาจากเพื่อนร่วมงานสะท้อนบนกระจกมองหลัง เขาหันมองแม่น้ำด้วยความเบื่อหน่าย
ชินเสียแล้วกับเรื่องแบบนี้...
ช่วยไม่ได้ที่เขาเป็นคนเอเชียเพียงคนเดียวในองค์กร ผิวเหลืองขาวและผมสีน้ำตาลเข้มสะดุดตาคนทั่วไปในแถบนี้ ไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอม ใบหน้าของเขายิ่งทำให้บุคลิกโดดเด่น รถแตะเบรกอย่างนิ่มนวลพอดีกับมินิข้างหน้าดับเครื่อง ปลายเท้าในรองเท้าหนังชั้นดีก้าวลงมาทางด้านซ้าย
ชายหนุ่มรอให้บุคคลที่สามก้าวลงมาจนปิดประตูรถ การเคลื่อนไหวของเป้าหมายไม่สามารถเล็ดลอดสายตา ท่าทางใจเย็นของเขาเรียกสายตาขุ่นเคืองจากเพื่อนร่วมงาน เขาลูบเหรียญคร่ำคร่าในมืออย่างเชื่องช้า โยนขึ้นในอากาศและตบมันไว้ลงมือ มือใหญ่เลื่อนดูผล ถนนแห่งกรุงโรมปรากฏขึ้นบนหน้าเหรียญ เขาซุกมันมันกลับลงกระเป๋าและผลักประตูรถออกไป
สายตาเหยียดหยันผ่านมาทางกระจก-เขาไม่สนใจ
เป้าหมายกำลังอุ้มลูกสุนัขในกล่องสีน้ำตาลไว้ในอ้อมแขน ตามข้อมูลที่ระบุไว้ พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวแทนพรรค เขาสาวเท้าอย่างเงียบเชียบด้านหลัง เสียงฮัมเพลงของแฟรงค์ ซิเนทราดังแว่วมาตามสายลม น่าเสียดายที่เสียงเพลงนั้นสะบั้นลงวินาทีที่เสียงปังตันๆดังขึ้น
ชายวัยกลางคนหันหน้ามาสบสายตา ดวงตายิบหยีเบิกโพลงขึ้น ริมฝีปากขยับจะร้องตะโกน ..ทุกอย่างเป็นภาพที่เขาชินชา
ความตายในแววตา...
ปลายนิ้วของเขาเลื่อนจากโกร่งปืนและลั่นไก รูกระสุนขนาดเก้ามิลลิเมตรเกิดขึ้นที่หน้าผากล้านเลี่ยน ร่างหนาล้มคว่ำลง เลือดยังไม่ทันไหลทะลัก...ความตายก็หายไปจากดวงตา ชายหนุ่มรอเล็กน้อยให้วอลเธอร์ของเขาเย็นลงก่อนสวมมันกลับในซองด้านในเสื้อสูท กล่องสีน้ำตาลกระเด็นหลุดจากร่างตรงหน้ามากองแทบเท้า เขาก้มลงมองลูกสุนัขสีเทาเข้ม มันครางหงิงในความมืด สี่ขาต้วมเตี้ยมของมันคลานสะเปะสะปะ
"โทษทีนะ ...ที่ทำให้แกต้องไร้เจ้าของ"
ร่างที่ไร้วิญญาณ.. สีแดงอาบชุ่มบนใบหน้าเสี้ยวหนึ่งที่หันออกถนน ชายหนุ่มมองไปโดยรอบ..แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าอำพรางใบหน้าของเขาได้ดี คงใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะพบศพ ...และกว่ารู้ว่าเป็นใคร เขาก็คงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ชายหนุ่มยิ้มเย็นอย่างพึงใจ สองเท้าก้าวอย่างมั่นคงกลับไปที่รถสีเงิน
+++
ปลายนิ้วเรียวยาวดันแก้วเปล่าให้บาร์เทนเดอร์ซึ่งกำลังส่งแก้วใหม่ให้เขาทางขวามือ วิสกี้ออนเดอะร็อก...เหมาะกับเวลาหลังเลิกงานเฉื่อยๆแบบนี้ที่สุด บาร์สีแดงหม่นเปิดเพลงแจ็สคลอเบาบางกับเสียงเปียโนหลังใหญ่ด้านหน้า ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะเดินไปนั่งยังมุมโปรดของเขา เมื่อเริ่มดึกคนในบาร์จะเริ่มพลุกพล่าน มุมหลบริมกระจกด้านข้างเป็นที่สำหรับสังเกตการณ์ที่ดี เขาเอนหลังพลางละเลียดน้ำอำพัน
--มองไปทางไหนก็มีแต่ชาวต่างชาติ
ก้อนน้ำแข็งกระทบกริกกับเนื้อแก้วคริสตัล ร่างสูงใหญ่โผล่ขึ้นในกรอบสายตาอย่างเงียบเชียบ เขาไม่มีท่าทีตื่นตกใจเพราะเสียงฝีเท้าและจังหวะก้าวแบบนี้คือหัวหน้าหน่วยของเขาเอง
"งานไม่ค่อยยากใช่ไหมคราวนี้ ยุนโฮ"สำเนียงอังกฤษหนักๆแบบสกอตเอ่ยขึ้น ยุนโฮเหลือบมองหัวหน้าหน่วยเขาชั่วครู่... ชายหนุ่มเพียงพยักหน้า ไม่มีสาเหตุให้ถ่อมตัวหากว่าเป็นเรื่องจริง งานนี้ไม่จำเป็นต้องใช้คนระดับเขาด้วยซ้ำ หัวหน้าของเขาจิบไวน์ในมือก่อนจะหันมองหน้าต่างบานสูงจรดเพดาน ยุนโฮสังเกตหนังสือพิมพ์ในวงแขนของหัวหน้าหน่วย
รอให้หัวหน้าเป็นคนเฉลยจะดีกว่า..
"มีข่าวผลงานของนายลงถึงสามฉบับ"ชายรูปหน้าคมสันยื่นหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นแก่เขา มือใหญ่รับมาถือไว้แต่ยังไม่คลี่ออกอ่าน
"บอสพอใจมากที่นายทำงานได้ไร้ร่องรอย" เขาเงียบไปเล็กน้อยเพื่อจิบไวน์ "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคราวนี้ นายได้พักร้อนยาวพร้อมโบนัสแน่ ไอ้แก่นั่นเป็นก้างขวางบอสมานาน"
ยุนโฮพยักหน้า เขาไม่อยากล้วงลึกว่าเป้าหมายมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับบอส เขาไม่อยากรู้แม้กระทั่งชื่อของเป้าหมายแต่ทว่ามันจำเป็น มิให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้...เขาแค่ทำตามคำสั่ง ...แม้แต่ชื่อของนายจ้างเขาก็ยังไม่รู้ น้ำแข็งในแก้ววิสกี้ละลายหายในน้ำสีจาง เขาเริ่มกางหนังสือพิมพ์ออกอ่าน สายตาไล่ในทุกบรรทัด
"เรื่องค่าตอบแทน ก็เหมือนเดิม...แต่คราวนี้คือสองเท่า ฐานที่นายจัดการให้เรื่องเรียบร้อยได้ขนาดนี้"
ข้อความบางข้อความในคอลัมน์ข่าวก่อความกังวลเล็กๆขึ้นในใจ ยุนโฮปิดหนังสือพิมพ์ลงและพับมันเก็บเหมือนเดิม สายตาของหัวหน้าหน่วยในตอนนี้จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเขา
"นายเป็นลูกน้องเอเชียเพียงคนเดียว แต่นายก็คือคนเดียวที่ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง"
เขายกแก้วขึ้นประกอบคำพูดและยกดื่มให้กับเขา ยุนโฮมองหนังสือพิมพ์สลับกับแก้วไวน์ในมือของหัวหน้า สายตาคมเข้มของเขาเป็นประกายขึ้นมาชั่วขณะพลางกำม้วนกระดาษในมือแน่น
"ถ้าอย่างนั้น..ผมขอลาหยุดตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป" สิ้นคำขอ น้ำสีอำพันจางเจือไหลผ่านคอของเขาในครั้งเดียว
+++
ในข่าวบ้าๆนั่นไม่มีการพูดถึงลูกสุนัขอายุสองเดือน ไม่มีการพูดถึงกล่องสีน้ำตาลที่ตกอยู่ที่เกิดเหตุ ไม่มีการพูดถึงของขวัญที่หายไป ไม่มีเลยสักฉบับเดียว ปลายนิ้วเลื่อนสกอลบาร์จนสุดหน้าเวบ เขาอ่านทุกหัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้องกับฆาตกรรมสมาชิกพรรคการเมืองชื่อดัง--เปรโด ปุชชีนี ยุนโฮดึงขาแว่นออกวางและบีบนวดที่ขมับเบาๆ
เป็นไปไม่ได้ที่พวกยูโรโปลจะไม่สนใจหลักฐานในที่เกิดเหตุแม้ว่าจะเป็นแค่ขยะสักชิ้นก็ตาม แล้ว..นี่คือลูกสุนัขทั้งตัว นอกเสียจากว่าพวกนั้นต้องการล่อให้มือปืนกลับไปอีกครั้ง
มือปืนที่ฉลาดพอและโง่พอ...
ยุนโฮปัดความคิดนั้นทิ้ง เขาเรียนทฤษฏีอาชญกรรมมาจนครบหลักสูตร การกลับไปจุดเกิดเหตุไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย พวกที่ถูกจับได้ก็เพราะความอ่อนหัดของพวกมันต่างหาก ที่สำคัญกว่านั้น หากว่านี่คือการล่อจับมือปืนจริง ทำไมเอ่ยถึงวันเกิดของลูกสาวและของขวัญราคาแพง
ราคาแพงงั้นหรือ
นั่นก็แสดงว่าไม่มีใครรู้ว่าเปรโดเลือกอะไรให้ลูกสาว มิหนำซ้ำยังไม่รู้ด้วยว่าหมอนั่นหิ้วกล่องของขวัญนั่นกลับมาบ้านก่อนวันเกิดลูกสาวหนึ่งวัน ยุนโฮเลื่อนเมาส์กดปิดโปรแกรมและสุดท้ายก็ปิดเครื่องลง เสียงวิทยุรายงานข่าวยามเช้าตามปกติแต่สิ่งที่เขารอฟังคือความเคลื่อนไหวของคดีส.ส.เปรโด
ถ้า...อย่างนั้น พวกยูโรโปลไม่รู้ว่าของขวัญคืออะไร หมายความว่า...เจ้าลูกหมาตัวนั้นไม่ได้อยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก แม้แต่กล่องก็ไม่ปรากฏ ...และเป็นไปไม่ได้ที่มันจะคลานหายไปเองพร้อมกล่อง ยุนโฮยกมือขึ้นเสยผมโดยแรง
--ต้องเก็บกวาดให้สิ้นซากสินะ
+++
จัตุรัสแห่งนี้ไม่เคยร้างราผู้คนแม้แต่---นก
พิราบสีด่างและเขียวน้ำเงินบินเวียนวนอยู่รอบๆ เหล่านักท่องเที่ยวโปรยเศษขนมปังแห้ง ทั้งที่ป้ายห้ามให้อาหารเขียนไว้เรียงรายโดยรอบ พวกมันแตกฮือบินขึ้นและลงราวกับว่าสถานที่แห่งนี้คือวังของมัน เขาไม่ได้มีปัญหากับพวกมันแต่บางครั้งการถ่ายรูปยอดโดมก็ทำได้ยาก สบโอกาสเหมาะแสงสวยทีไรพิราบฝูงใหญ่มักบินพาดผ่าน
แล้วยังมูลของมันที่ไม่รู้จะร่วงมาเมื่อไร
แดมน์...
เฟรมจากเลนส์ไลก้าในมือของเขาล้อมรอบชายคนหนึ่ง ผมเส้นเล็กและโครงร่างที่เพรียวกว่าชาวยุโรป.. เสื้อสูทคัตติ้งเนี้ยบและคอปกเชิ้ตขาวสะอาดที่ลอดออกมาจากสาบสูท.. เขาค้างมุมกล้องไว้ที่ร่างนั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนและริมฝีปากรูปกระจับเม้มแน่น สายตาของเขาไม่ได้สนใจมองมาทางนี้เลยสักนิด ...มันจดจ่อและมุ่งมั่นไปทางตรอกแห่งหนึ่ง เขาเพิ่งสังเกตว่าในมือของชายผู้นั้นมีถ้วยกาแฟกระดาษ
เขาเห็นแม้กระทั่งควันเบาบางของมัน..
กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินสวนตัดผ่านหน้ากล้อง ชายหนุ่มร่างสูงยกไลก้าของเขาขึ้น สายตาเพ่งตรงไปด้านที่ชายคนนั้นนั่งอยู่ แม้ว่าพยายามชะเง้อมองหาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้ผู้คนผ่านไป เสร็จกัน...หายไปแล้ว เขาสอดสายตามองจนทั่วแต่ไร้วี่แววของร่างนั้น เขาไม่ลืมที่จะสะพายเป้ใบเขื่องพาดบ่าก่อนออกเดิน
มือเรียวยาวรองตัวกล้องไว้อย่างทะนุถนอม หางตาของเขาเหลือบเห็นแผ่นหลังกว้างนั่น เขาหันตามและรีบจ้ำตามไม่ลังเล จังหวะก้าวเดินสบายๆของร่างนั้นแต่มันกลับรวดเร็วขนาดว่าเขาวิ่งตามไม่ทันสักที แล้วไหนจะพวกนักท่องเที่ยวซึ่งเดินสะเปะสะปะตามกรุ๊ปทัวร์ น่าแปลกที่พวกยูโรโปลเดินแถวนี้ให้ว่อน บางนายถืออาวุธปืนอยู่ในมือด้วยซ้ำ บางนายร้องตะโกนเป็นภาษาอังกฤษให้ถอยห่างเส้นเหลืองดำที่กำลังถืออยู่ในมือ แต่เขาไม่ได้สนใจมัน..กล้องและชายคนนั้นต่างหากที่สายตาเขาตรึงแน่น
เบื้องหน้าเขาคือแสงแดดจัดๆเท่าที่เมฆยามบ่ายแก่ในวันฟ้าหลัวจะอำนวย เขาเงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้นทีละนิด ...ถ้าเป็นอย่างนี้ล่ะก็...ภาพยอดโดมต้องสวยสุดยอด ชายหนุ่มสลับมองเสื้อสูทที่กำลังห่างออกไปเรื่อยๆ
พระเจ้าเท่านั้นถึงจะตอบได้ว่าเขาตามผู้ชายคนนี้ไปทำไม...
...สองขาเรียวยาวออกวิ่งอีกครั้ง
+++
.
ยุนโฮได้กลิ่นไม่ชอบมาพากล...
เขานั่งที่จัตุรัสปะปนไปกับนักท่องเที่ยว แม้จะรู้ว่าเสื้อผ้าของตนไม่ได้กลมกลืนกับฝูงชนเลยก็ตาม กาแฟลาเต้รสนุ่มในมือส่งไอร้อนมาได้สักพัก เขาจิบมันไปเพียงสองอึกก่อนจะโยนลงทิ้งถังขยะ ยูโรโปลเดินเฉียดมาทางเขาสองสามครั้ง ก้มหัวขออภัยเขาด้วยซ้ำเนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มยิ้มบางเบา เห็นทีว่าเขาต้องออกไปจากที่นี่
พวกยูโรโปลไม่ได้ละเลยสิ่งของที่หายไปในที่เกิดเหตุ พวกเขาไม่พบมันจริงๆแต่ก็ไม่ละเลยกับรอยตีนเล็กๆของมัน เขารู้เพราะหน่วยผู้เชี่ยวชาญกำลังปัดผงแป้งเบาๆลงพื้นถนนบางส่วน อีกนานกว่าพวกนั้นจะแยกแยะออกว่ารอยใดเป็นรอยใดบ้าง เขาน่าจะมีเวลาหาสาเหตุว่าเจ้าลูกสุนัขตัวนั้นหายไปไหน
ถ้ามีคนเก็บไป...
เก็บไปตอนไหน? หลังที่เขาไป? แน่ละ..ก็ตอนนั้นเจ้าลูกสุนัขยังอยู่นี่ หากว่าเป็นหลังจากนั้น..แล้วเห็นเหตุการณ์แค่ไหน เพิ่งมาถึงหรือว่า -รอ- จนเขาจากไป?
ปริศนาที่เขายังขบไม่แตก...
สองขาก้าวยาวๆไปตามทางเดินหินสีน้ำตาลคล้ำ ศิลปะแกะสลักบนหน้าถนนมีให้เห็นทั่วไป เทพซีอุสและวัวโรมรันอยู่บนพื้นหินด้านล่าง เขาก้าวข้ามมันไป ส้นรองเท้าหนังก้องสะท้อนกับหินเรียบ หรือว่าเขากำลังมองข้ามอะไรไป? เสียงรองเท้าผ้าใบเสียดสีแผ่วเบาด้านหลังแม้ว่าจากระยะไกล ชายหนุ่มลูบสันปกสูท มีคนสะกดรอยไม่ผิดแน่...
พวกไหนกัน?
เขาเร่งจังหวะการเดินด้วยท่วงท่าเดินสบายๆเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ยุนโฮเลี้ยวเข้าตรอกแคบด้านซ้ายมือ แล้ววกออกอีกทางของหลังตึกแถวทางขวามือ เขาเดินไปเรื่อยๆจนสุดตรอกแล้วเลี้ยวขวาที่ถนนแรก กลุ่มคนเดินสวนเขาไปด้านหลัง ยุนโฮรีบเดินตัดถนนเข้าตรอกทางซ้ายมือ
เขาเร้นกายหลังเสาหินและรอคอย...
ชายหนุ่มในสเวตเตอร์สีเทาพร้อมกระเป๋าเป้เดินผ่านเสาต้นใหญ่ไป สีหน้าฉายความผิดหวัง..สองมือประคองกล้องนิคอนไว้ในมือ ราวไหล่กว้างและดวงตาแบบนั้น...เขาไม่ได้เห็นชาวเอเชียด้วยกันมานานเท่าไรแล้วนะ? ยุนโฮประชิดตัวพร้อมกางแขนล็อกคอร่างตรงหน้า มืออีกข้างปิดปากร่างนั้นไว้แน่น ดวงตาเบิกโพลงจ้องตอบเขาท่ามกลางเงามืดหลังเสา ร่างนั้นขัดขืนเพียงเล็กน้อยก่อนยอมให้เขาลากเข้ามาหลังจุดเดิมที่เขาเคยยืน
ปลายกระบอกวอลเธอร์พีเก้าเก้าคู่ใจดุนดันที่ด้านข้างของชายหนุ่ม ยุนโฮกดปลายกระบอกลงเน้น ชายหนุ่มถือกล้องหยุดยืนนิ่ง ไม่นานนักเขาถูกปล่อยเป็นอิสระแต่ปากกระบอกปืนเลื่อนมาจรดที่แผ่นอก ต่างฝ่ายต่างสังเกตซึ่งกันและกัน.. เรียวโค้งของดวงตาคู่นี้เรียกได้ว่าคมคาย..ยุนโฮจ้องมองอยู่ครู่ วินาทีที่อาวุธกดแน่นลงผิวหนัง..ชายหนุ่มไม่กล้าแม้กระทั่งจะหลบตา
"คนของใคร?"ยุนโฮกระชากเสียงเป็นภาษาอังกฤษแต่ว่าเสียงนั้นไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ ร่างนั้นเพียงลดสายตาลงมองปืนสีดำมะเลื่อมในมือของคนถาม ดวงตาลนลาน...เขาขยับตัวไปไม่มากกว่าการหายใจ ยุนโฮคุ้นชินกับสายตาแบบนี้...เวลาที่เป้าหมายของเขาต้องเผชิญกับเขาโดยไม่คาดหมาย ไม่มีเป้าหมายคนไหนทั้งนั้นที่คิดว่าเขาจะถือปืนได้มั่นคง กว่าจะรู้ซึ้ง...เขาก็ส่งวิญญาณพวกนั้นไปแล้ว
แสงแดดยามบ่ายจัดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน แสงส้มระรินเข้ามาในตรอกรับกับผิวเปลือยของหินรอบตัว เขาครุ่นคิดและสำรวจชายตรงหน้า สองมือไม่ยอมปล่อยกล้องเก่าๆแม้ว่ากระบอกปืนจะจ่อที่หน้าอก
ชั่วอึดใจ...เสียงแผ่วเบาของฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งดังขึ้นด้านหลัง
มืออาชีพ...
"นกต่อเรอะ?"ยุนโฮเหลือบมองต้นเสียงแต่ไม่ยอมลดปืนลง มืออาชีพที่ตามมามีถึงสองคน ถ้ารวมเจ้านี่ก็เป็นสาม แต่เขาก็ตัดกำลังมันได้นี่
แค่เหนี่ยวไก...
"บ้าฉิบ.." เขาสบถเป็นภาษาบ้านเกิด หนุ่มถือกล้องรีบยิ้มออกมาทั้งที่ยังมีความกลัวในแววตา น้ำเสียงยินดีปะปนออกมากับประโยคนั่น
"ผมชื่อซึงฮยอน ...เชวซึงฮยอน"ชายหนุ่มตอบออกมาเป็นภาษาเดียวกันกับที่เขาสบถ ยุนโฮรู้สึกแปลกใจ..ราวกับว่ามันไม่ใช่ภาษาที่เขารู้จัก ไม่คิดว่าจะได้ยินอีกแล้วด้วยซ้ำ.. คล้ายการเดิมพันอย่างหนึ่งที่แลกด้วยชีวิตของเขา..แต่เขาก็ลดปืนลง เสียงฝีเท้าดังชัดเจนขึ้นแต่ไม่มากนัก พวกมันวิ่งเข้ามาในตรอกนี้แล้ว เสียงปลดเซฟและขึ้นสไลด์สองกระบอกพร้อมๆกันยิ่งตอกย้ำความแม่นยำ ยุนโฮผลักชายหนุ่มกระแทกผนัง
"อย่าออกมา ถ้าไม่อยากตาย"เขาพูดด้วยภาษาอังกฤษ ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับและคุกเข่าลงกับพื้นอย่างว่าง่าย ยุนโฮจ้องมองอยู่ครู่..จะอยู่หรือตายมันหลังจากนี้ไปต่างหาก
เขาอาจจะแค่โหยหา..ประเทศที่จากมา
ความไว้วางใจโง่ๆนำไปสู่ความหายนะ เขาเห็นมานักต่อนักแล้ว..แต่เขาก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น ยุนโฮพิงหลังกับเสาขนาดห้าคนโอบ วอลเธอร์ดำพร้อมลั่นไกกระชับมั่นอยู่ในมือ เสียงฝีเท้าพวกนั้นใกล้เข้ามาแล้วก็จางหายไป
เป็นไปไม่ได้..
ปัง..
กระสุนนัดหนึ่งเฉียดปลายผมไปเพียงเล็กน้อย จากวิถีทำให้เขารู้ว่าศัตรูอยู่ที่สูงกว่า ห้องว่างชั้นสองจากตึกตรงข้าม ยุนโฮมองเห็นบันไดหินที่เลี้ยวหายไปด้านหลังห้องว่างนั่นจึงเข้าใจว่าจู่ๆเสียงฝีเท้าหายไปได้อย่างไร ชายหนุ่มประเมินสถานการณ์.. ตรอกค่อนข้างแคบ มีชั้นระเบียงเล็กยื่นออกมาในแต่ละชั้น.. ถ้าเขาวิ่งตัดถนนและเลาะริมใต้เงาระเบียงไปยังหลังรูปปั้น เขาน่าจะมีโอกาสยิงพวกมันได้มากกว่านี้
ร่างสูงกระชากตัวออกวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ใต้ระเบียง กระสุนสามนัดซ้อนเจาะไชพื้นหินรอบตัวเขากระจุย ยุนโฮฉลาดพอที่จะวิ่งซิกแซก แต่เมื่อเขาวิ่งออกมายังที่โล่งแจ้ง กระสุนหนึ่งนัดทะลุราวไหล่ด้านขวา
เขาลืมคู่หูของมันไปสนิท!
คนหนึ่งอยู่ที่ด้านบนตึกส่วนอีกคนยืนแอบอยู่ด้านล่าง ทำไมเขาไม่ทันเฉลียวใจ... จุดที่กระสุนตัดผ่านยังไม่ออกฤทธิ์..เขายังไม่รู้สึกอะไรกับมัน แต่เขารู้สึกได้ถึงความอุ่นที่ไหลซึมไปทั่วเนื้อผ้า ชายหนุ่มยกวอลเธอร์ยิงสวนไปสองนัด มันวิ่งหลบเสาต้นแรกและลั่นไกมาอีกหนึ่งนัด ยุนโฮวิ่งหลบหลังถังขยะใบโตแสนน่าเกลียดแต่มันจำเป็น เขาไม่สามารถวิ่งออกไปจากใต้ระเบียงนี้ได้
เจ้าคนข้างบนคงรอเป่าหัวของเขาทันทีที่ยื่นออกไปแน่ๆ
แดมน์
แคร้ง..กระสุนปักที่ถังเหล็ก กลิ่นไหม้หลอมละลายของเนื้อเหล็กกระทบจมูกคละกลิ่นขยะสด ยุนโฮพยายามสังเกตลักษณะของพวกมันเพื่อหาสังกัด บ้าชิบ...ความปวดหนึบไล่ตื้นปะทุทั่วราวไหล่ ...เขากำลังจะยกแขนไม่ขึ้น ราวกับว่าเหล็กร้อนๆกำลังชอนไชลงไปในเนื้อหนัง ทุกครั้งที่เขาขยับแขน กล้ามเนื้อบนไหล่จะลั่นประท้วง เลือดทะลักออกมาไม่หยุดแม้ว่าเขาจะพยายามกดปากแผลแล้วก็ตาม
ขอบคุณพระเจ้าที่พวกมันไม่ได้ใช้กระสุนลูกปราย
ยุนโฮกัดฟันเฮือกที่เหลือพยายามเล็งวอลเธอร์ออกไป แต่เขาไม่คิดจะทิ้งขว้างกระสุนอย่างไร้ประโยชน์ ท่ามกลางควันปืนและเสียงสนั่นของมัน เขากำหนดตนเองให้ยิงโต้ตอบได้อีกไม่เกินห้านัด รอจนกว่าจะเห็นช่องว่างของมัน.. ถ้ามันมีแค่สองคนจริงๆ พวกยูโรโปลนั้นก็ตัดทิ้งไปได้เลย มาล้อมจับผู้ร้ายไม่เคยต่ำกว่าสามนาย ..แล้วยิ่งเป็นมือปืนระดับเขา สองนายก็คือความประมาท เสี้ยววินาทีที่ปลายกระบอกกล็อกยื่นออกมาจากหลังรูปปั้น ยุนโฮเหนี่ยวไกเล็งเป้าข้อมือของอีกฝ่าย ..วัดกันที่ความไวเถอะ
ได้ผล!
กระบอกสีเงินร่วงลงพื้นพร้อมเสียงโอยโหยหวน เขายิงซ้ำลงพื้นสกัดมือข้างนั้นซึ่งพยายามเอื้อมมาหยิบปืน มันแฉลบกับหลุมปักเข้าฐานของรูปปั้น หินที่ถูกป่นด้วยลูกปืนสลายกลายเป็นฝุ่นควัน
เสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้นหลังรูปปั้นและเสียงตะโกนคำสั่งถอย ร่างสูงไม่ไว้ใจไปกับคำสั่งมัน เขารอจังหวะที่คู่หูของมันต้องวิ่งผ่านช่องว่างของตรอก แต่กลับกลายเป็นคนซึ่งบาดเจ็บที่ข้อมือวิ่งตัดแทน ไม่รอช้า...โอกาสแบบนี้ ยุนโฮลั่นไกไปที่น่องซ้าย ร่างนั้นทรุดตัวลงพื้นทันตา ...อย่างน้อยก็วิ่งไม่ได้ไปชั่วขณะ คู่หูจะต้องเสียเวลาพยุงเพื่อนที่บาดเจ็บจะหนีได้ช้าลง
แต่เขาคิดผิด..
ชายอีกคนเหนี่ยวไกแสกหน้าร่างซึ่งกำลังกุมข้อมือและท่อนขา ร่างไร้วิญญาณทิ้งตัวลงกระทบพื้น กระตุกเพียงสองครั้งก่อนแน่นิ่ง กระสุนหกนัดซ้อนยิงสะเปะสะปะมาทางเขาเพื่อขู่ เปรี้ยงปร้างดังสนั่นเมื่อหัวเหล็กเจาะถังขยะ ยุนโฮก้มลงหลบสุดมุม...เจ้าบ้านี่ใช้ไรเฟิลเชียวเรอะ เขาสงสัยเหลือเกินว่ามันถือเอ็กซ์เอ็มแปดฝ่าฝูงชนมาได้อย่างไรถ้าไม่ใช้รถ
เสียงปืนเงียบลงไปแล้ว
ความเงียบและความตายเดินเคียงกันเสมอ...ไม่มีคนตายที่ไหนเสียงดัง
ถึงตอนนี้ให้เขาออกไปไล่ตามก็คงไม่ไหว แค่หายใจยังแปลบปลาบราวไหล่ด้วยความทุรนทุราย ความรู้สึกที่เขาไม่ได้สัมผัสมันอีกเลยตั้งแต่เริ่มเป็นมืออาชีพ เทียบกับตอนนั้น..ครั้งนี้ถือว่าไม่หนักหนา ความเงียบซึ่งลอยวนอยู่ในตรอกนี้ ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเป็นกลลวงหรือไม่.. เจ้านั่นอาจจะแค่หลอกให้เขาเดินออกไปสำรวจ
จนกระทั่งร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในกรอบสายตา
ยุนโฮยั้งปลายนิ้วไว้ได้ทัน.. ในมือนั่นยังถือกล้องเอาไว้ไม่ปล่อย แววตาที่ฉายแสงแบบนั้นน่ะ..เขาไม่ได้เห็นมานานเท่าไรแล้วนะ อา...ไม่เคยมีใครมองเขาแบบนี้มานานแสนนาน บางทีมันอาจจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เขากำลังเพ้อพกเรื่องบ้าอะไรกัน.. เสียงของเจ้านี่ก็เหมือนมาจากที่ไกลๆ สูทชุ่มน้ำของเขาเหนียวติดผิวแต่เขาไม่มีแรงจะถอดมัน
สติเส้นสุดท้ายกำลังจะหลุดลอย
"ซึงฮยอน...?"
+++
ร่างในสูทล้มลงกับพื้น เขารีบถลาประคองร่างนั้นขึ้น ทันทีที่มือของเขาแตะต้อง..ความเปียกต้อนรับเขาจนชุ่มมือ เมื่อหงายขึ้นดู...ประกายสีแดงแวววาวในอาทิตย์อัสดง เขาตระหนกเกินกว่าที่จะปล่อยมือและลงมือห้ามเลือด ของเหลวสีเข้มบางส่วนไหลลามบนพื้นหิน ซึงฮยอนกัดฟันเช็ดมือกับเสื้อตนเองและเก็บกล้องลงกระเป๋าสะพาย
เจ้าคนที่ถือปืนโตรีบเก็บปืนของอีกคนและวิ่งจากไป เขาคิดว่าอีกไม่นานยูโรโปลต้องแห่มาที่นี่ มันไม่ได้ไกลจากจัตุรัสสักเท่าไร ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดนี่คืออะไร ผู้ชายคนนี้คือใคร? คงไม่มีผู้กำกับเดินหน้าระรื่นมาบอกว่านี่คือการถ่ายทำภาพยนตร์ฉากหนึ่ง เขาพันปืนสีดำของร่างตรงหน้าด้วยผ้าเช็ดหน้า มันยังอุ่นๆโดยเฉพาะปลายกระบอก ซึงฮยอนหย่อนมันลงกระเป๋าสะพาย เสื้อสเวตเตอร์ของเขาถูกถอดมาเพื่อคลุมร่างและห้ามเลือดอีกชั้น เขาเอาทุกอย่างใส่ลงเป้สะพายหลังเพราะเขาจะต้องใช้ทั้งสองมืออุ้มร่างนี้ไปหารถแท็กซี่สักคัน
หวังว่าความมืดจะช่วยอำพรางเลือดที่กำลังทะลักสเวตเตอร์ของเขา
...หรือว่าเขาควรจะพาชายหนุ่มส่งโรงพยาบาล?
"คุณ.....คุณได้ยินผมไหม?"
"......................."
"ผมพาคุณไปโรงพยาบาลนะ?"
"ไม่..." เสียงแผ่วเบาซึ่งไม่ต่างกับลมหายใจตอบเขา ซึงฮยอนกำลังจะถามเรื่องอื่นแต่ร่างในวงแขนฟุบหน้าลงกับซอกคอเขา ..ควรจะเชื่อร่างนี้หรือว่าทำตามทำนองคลองธรรม?
เปลือกตาโค้งพริ้มกับผิวละเอียด
ชายหนุ่มร่างสูงตัดสินใจอุ้มร่างนั้นอย่างทุลักทุเลไปที่ถนนใหญ่ รถแท็กซี่หนึ่งคันแล่นปราดมาจอดเทียบทันทีที่เขาโบกเรียก ภาษาอิตาเลียโนรัวเร็วถามเขาถึงจุดหมายปลายทาง เขาค่อยๆวางอีกฝ่ายลงเบาะแต่เขานึกขึ้นได้ว่าเลือดอาจจะเปื้อน เรื่องชวนสงสัยอีกหลายอย่างก็จะตามมา เขาจึงกอดร่างนั้นไว้บนตักตลอดทาง
ในกระจกมองหลัง ซึงฮยอนสังเกตสายตาโชเฟอร์ที่มองมาพลางขมวดคิ้ว มันคงจะพิลึกพอดู ผู้ชายคนหนึ่งให้ผู้ชายอีกคนนั่งซ้อนตักทั้งที่มีเบาะว่าง.. แต่จะคิดอย่างไรก็ช่างเถอะ เขาปล่อยให้ศีรษะของอีกฝ่ายพิงพักที่ไหล่ขวา ซึงฮยอนสังเกตผมสีน้ำตาลเส้นเล็กและมุมปากหยักรั้ง
ซีดลงทุกที...
ขณะสวมกอด เขาถือโอกาสกดปากแผลไปพร้อมกัน ความอบอุ่นของร่างนี้อย่าเพิ่งจางหายเลยได้ไหม ...เพิ่งได้มาไว้ในอ้อมกอดแท้ๆ เสียงหัวใจเต้นหลีกเร้นจากการสังเกต...สิ่งเดียวที่ทำให้เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายยังไม่ตาย คือ ลมหายใจแผ่วที่รินรดต้นคอ สายลมกระทบเนินผิวเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวสำหรับเขา
เสียงดนตรีเอื้อนหวานของนักร้องสาวในวิทยุ...เร่งเร้าให้เขาร้อนใจ
+++
ความมืดโรยตัวลงปิดบังแม้กระทั่งแสงจันทร์ ซึงฮยอนหย่อนสัมภาระลงพื้นและปิดประตูลง รถแท็กซี่กระชากตัวออกไปโดยไม่รอช้า เขาประคองร่างปวกเปียกไว้ในวงแขนขณะขึ้นบันไดอพาร์ตเมนต์แคบๆ ตัวตึกเป็นหินแกรนิตหยาบสีน้ำตาลแดง ลวดลายจำหลักเถาไอวี่เลื้อยทั่วตัวอาคาร แสงไฟจากตะเกียงผนังเรียงรายเป็นแนวยาวขนานกับบันได ร่างสูงเดินอย่างระมัดระวัง ห้องของเขาอยู่สุดระเบียงทางเดิน เขาไม่ปล่อยให้ร่างนั้นห่างกายแม้แต่ขณะไขกุญแจ
อย่างน้อย..ให้ความอบอุ่นของเขาถ่ายทอดไปยังร่างนั้นบ้างก็ยังดี
เมื่อมีเตียงและผ้าห่ม..เขาเร่งมือปลดเสื้อผ้าของชายหนุ่มทิ้ง เลือดชุ่มสเวตเตอร์เป็นดวงใหญ่ เขายังพอซักเก็บได้ แต่เสื้อสูทและเชิ้ตด้านในเปียกไปทั้งตัว เขาขยุ้มมันลงถุงพลาสติกและผูกปากไว้มุมห้อง ซึงฮยอนกลับมามองแผลบนไหล่ด้านขวาของอีกฝ่าย มันเจาะลึกลงไปโดยเรียบสนิท ดังว่าเนื้อส่วนนั้นได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย รูขนาดสอดแท่งดินสอได้ยังมีเลือดซึมปริ่ม ร่างสูงจัดแจงหาผ้าสะอาดและน้ำร้อนมาเช็ดแผล
เขาไม่รู้เรื่องปฐมพยาบาลสักเท่าใดนักแต่อาศัยจำจากดูหนังหลายเรื่อง ซึงฮยอนไล้ผ้าชุบน้ำอย่างเบามือ ผ้าขาวสะอาดซับเลือดเผยผิวเนียน ทุกครั้งที่เขาจุ่มผ้าขนหนูลงในอ่าง น้ำใสจะถูกย้อมให้เป็นสีกุหลาบ
ผ้ากอซทบกันหนาปิดปากแผลหลังจากใส่ยาสมานแผลและฆ่าเชื้อ มือเรียวพันผ้ากอซอย่างเงอะงะ มันไม่ได้ออกมาอย่างที่ควรจะเป็นอย่างในหนังแต่เขาก็ทำดีที่สุดแล้ว เลือดหยุดไหล...มีเพียงจุดสีแดงเล็กๆบนผ้ากอซขาว สาละวนหายาแก้ปวดมาเตรียมวางไว้ใกล้มือ เหยือกน้ำและแก้วน้ำวางบนโต๊ะไม้ข้างหัวเตียง เหงื่อใสซึมบนหน้าผากของชายหนุ่ม ซึงฮยอนเอื้อมมือลงแตะที่ต้นคอของอีกฝ่าย
ร้อน..
การเสียเลือดเป็นจำนวนมากน่าจะส่งผลให้เขาจับไข้ เสียงอือบ่งบอกความทรมานแต่เขาไม่รู้จะช่วยบรรเทาได้อย่างไร เขามองยาแก้ปวดในมือ ถ้าอีกฝ่ายลุกขึ้นมากินได้ก็ดีสิ...มันคงจะช่วยอะไรได้บ้าง ซึงฮยอนกำลังจะวางมันลงตามเดิมทว่าความคิดหนึ่งแล่นสวนขึ้นมา...
ถ้าเขาป้อนล่ะ?
ชายหนุ่มไล้ปลายนิ้วที่ริมฝีปากซีดเซียวนั่น เขาสอดเม็ดยาเข้าไปเพียงแค่หนึ่ง แก้วน้ำในมืออีกข้างถูกยกขึ้นดื่ม เขากักน้ำไว้ช่องปากก่อนบรรจงโน้มลงประทับ มือเรียวกดกรามของร่างที่นอนนิ่งให้อ้าออก ปฏิกิริยาตอบสนองน่าพึงพอใจ..น้ำไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ร่างสูงสำรวจให้แน่ใจว่าเม็ดยาถูกกลืนไปเรียบร้อย ซึงฮยอนสอดยาเม็ดที่สองและยกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้ง
แม้น้ำจะหมดไปแล้วแต่เขาไม่สามารถถอนริมฝีปาก..
รสนุ่ม..ร้อนรุ่มอาจด้วยพิษไข้..หรือสาเหตุใดก็แล้วแต่
ถ้าจูบตอบกลับมาจะดีแค่ไหน...
+++
แสงจากหน้าต่างบานแคบทอดลงบนเปลือกตา รังสีเรืองรองของมันนำความร้อนมาเช่นกัน เขาเผยอดวงตาขึ้นทีละน้อย แสงขาวของยามเที่ยงสาดผ่านม่านพลิ้วไหว เตียงที่เขากำลังนอนอยู่มีสัมผัสแตกต่างไปจากทุกวัน พยายามลุกขึ้นพิงพนักเตียงเพื่อกวาดสายตาไปรอบๆ อิฐเปลือย..ไม่สิหินแกรนิตสีแดงเปลือย มีการตกแต่งด้วยสายโยงระย้าเต็มห้อง สายเชือกพาดผ่านข้ามห้องซ้ายทีขวาทีแต่ที่เขาสนใจคือรูปที่ถูกหนีบติดไว้กับเชือกเหล่านั้น
รูปทิวทัศน์ทั้งนั้น.. เขามองเห็นหมู่เกาะ เห็นเมืองนาโปลี มิลาน โรม ดูโอโม เซนต์ปีเตอร์...ทั้งหมดถูกแขวนบนเส้นเชือก สายลมอ่อนๆพัดโครงเชือกให้แกว่งกวัด ไม่มีรูปคน..เขาละสายตาจากรูปเหล่านั้น สายตาสังเกตเห็นม่านดำที่สุดมุมห้องและเสียงน้ำไหล... อยากรู้ว่าอะไรอยู่หลังม่านนั่นแต่เมื่อขยับกายกล้ามเนื้อไหล่ลั่นประท้วง มือเรียวคลำเปะปะไปที่ด้านขวา ผ้ากอซใหม่เอี่ยมพันไว้อย่างหลวมและกำลังจะหลุด
ฝีมือแย่ชะมัด..
เขารื้อแถบผ้ากอซออกและตั้งต้นพันใหม่ มือของเขาพลิกพันอย่างชำนาญ..มันเป็นเรื่องเบื้องต้นที่ต้องทำให้ได้ก่อนจะจับปืนเสียอีก ปลายกอซถูกพับซ่อนไว้และกลัดด้วยตะขอตัวเล็กเป็นการปิดท้าย ทั้งร่าง..เขามีแค่กางเกงยืดตัวหลวมผูกเอวไว้ ชายหนุ่มสัมผัสเนื้อผ้า มันไม่ใช่ของเขา แผ่นไม้ขัดมันให้ความรู้สึกลื่นยามก้าวเดิน โต๊ะน้ำชาด้านข้างมีจานซุปและขนมปังแถวเล็ก ไม่รู้สึกหิวเท่าไรแต่เขาพอใจที่จะนั่งลงยังเก้าอี้โครงเหล็กสีขาว เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานแคบ ทิวตึกลดหลั่นไล่ลึกไปจนสุดสายตา เขามองเห็นยอดโดมลิบๆและธงสีแดงวับแวมใต้ฟ้าคราม ทางซ้ายมือคือทุ่งหญ้าเล็กๆ เด็กสามคนกำลังวิ่งไล่กันอย่างรื่นเริง เสียงหัวเราะสดใสแว่วตามมา
ทุกอย่างสงบนิ่ง..สายลมแสงแดดและเมฆขาว
"คุณสลบไปสองวัน..."เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังของเขา โครงร่างสูงเกือบเท่าเขาแหวกม่านดำพร้อมถาดเงินในมือ ผมยาวดำปรกเสี้ยวหน้าไว้.. อายุอานามไม่น่าเกินยี่สิบห้าปี..
เด็กหนุ่ม..น่าจะเหมาะกว่า
"นายคือใคร?"
"อ่า...ผมนึกว่าคุณจำชื่อผมได้แล้วเสียอีก ผมชื่อซึงฮยอน เชวซึงฮยอน"เขาวางถาดลงที่โต๊ะอีกฟากห้อง ไม้หนีบถูกหยิบขึ้นจากโหลแก้ว เขาบรรจงหนีบมุมของกระดาษเปียกน้ำกับเชือก ...ยังมีหยดน้ำไหลหยาดจากเหลี่ยมใบ ยุนโฮนั่งมองปลายนิ้วเรียวยาวลงมือทำงานอย่างประณีตราวกับกับกระดาษเหล่านั้นคือเจ้าหญิงตัวน้อยๆ
ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้..เขาสังเกตเห็นขนตายาวตรง
"แล้วคุณล่ะ?"
"ยุนโฮ.. เรียกฉันว่ายุนโฮ"เขาประสานมือไว้บนโต๊ะขณะมองเด็กหนุ่มคว่ำถาดไว้ที่ชั้นวางริมห้อง รอยยิ้มบางๆแนบแน่นบนใบหน้านั่น เขาไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ยังยิ้มอยู่ได้ทั้งที่มันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เขาก้มลงมองซุปเย็นชืด เมื่อเงยหน้าขึ้นจึงเห็นสายตาใคร่รู้ของซึงฮยอน เด็กหนุ่มเบือนสายตาหนีและฝังตัวนั่งที่หน้าต่างบานแคบ
"นั่นซุป..ของคุณ"
"...ขอบใจ"ยุนโฮพึมพำเบาๆ ร่างสูงทิ้งน้ำหนักลงพิงพนัก เขามองแสงจ้าจัดของตะวันยามบ่ายที่กำลังส่องลงผิวคนตรงหน้า ร่างนั้นไม่ยอมหันมาสบตาเขาอีกครั้ง ดวงตาคมคายทอดนิ่งออกไปด้านนอก เสื้อเชิ้ตสีขาวยับๆที่เจ้าตัวสวมใส่ปล่อยให้แสงลอดผ่านจนเห็นโครงร่าง
เสียงโมบายแก้วดังพลิ้วมาจากที่แสนไกล
"คุณชอบเล่นกับเด็กๆไหม?"ซึงฮยอนเอ่ยถามขึ้นหลังจากความเงียบสีสว่างจับจองพื้นที่ในบทสนทนา ยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ มีเรื่องอีกหลายเรื่องที่เขาอยากถามแต่ปล่อยเวลาผ่านไปอีกสักพัก...คงไม่เป็นไร
+++
ลมสดชื่นท่ามกลางทุ่งขจี เงาของต้นไม้ใหญ่โอบล้อมพวกเขาไว้ด้วยความร่มรื่น ต้นหญ้าเอนระไหวไปตามแรง สายตาเขากำลังจับจ้องอยู่ที่ล้อเกวียนผุพังริมรั้วไม้ แพนซีดอกเล็กๆชูก้านเรียงราย เสียงหัวเราะจากเด็กๆดึงความคิดของเขาให้กลับมาสู่ปัจจุบัน ดวงตากลมโตของราเชลกำลังจ้องมองเขาและชี้สลับไปที่ซึงฮยอนก่อนตบมืออย่างดีใจ เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขณะอุ้มเอลซ่าไว้บนตัก เจ้าหนูวีกอร์วิ่งไปรอบๆกับซัลซ่า..ขนสีทองของมันเป็นประกายสลวย
เด็กๆซึ่งเขาเห็นจากหน้าต่างห้องยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและวิ่งไปหาพี่ชายที่ท่าทางจะคุ้นเคยกันดี ซึงฮยอนไม่ลืมที่จะหยิบนิคอนคู่ใจลงมา เขาสอนให้เอลซ่ามองผ่านเลนส์และปรับโฟกัสดอกแพนซีกำลังหยุดนิ่งท่ามกลางกระแสลม เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาวของซึงฮยอนแต่ไม่ได้กลัดกระดุม ผิวเนื้อสัมผัสกับสายลมอ่อนของท้องทุ่ง ราเชลผู้มีผมสีทรายกำลังขะมักเขม้นกับการร้อยมงกุฏดอกหญ้า เขาเองก็ไม่ได้เห็นของแบบนี้มานานแล้ว มือเล็กๆสีชมพูกำลังดึงต้นหญ้ารัดรอบวงแหวนสีเขียว เอลซ่าผละออกจากตักของเด็กหนุ่มและลงมือทำมงกุฎอย่างที่พี่สาวเธอกำลังทำ แม้ว่าเอลซ่าจะทำได้ไม่ดีเท่าราเชลแต่เด็กน้อยก็มุ่งมั่นต่อไป
ยุนโฮคลี่ยิ้มบาง
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ หน้ากล้องหันมาทางเขาพร้อมปลายนิ้วเรียวซึ่งกำลังหมุนเปลี่ยนโฟกัสอย่างระมัดระวัง เขามองตรงเข้าไปในเลนส์ใส แสงแดดทอระยิบในมุมสะท้อนของมัน ร่างสูงลดกล้องลงและมองหน้าเขา ริมฝีปากนั่นเม้มลงเป็นเส้นตรง เขาเฝ้ามองประกายในแววตาของเจ้าของกล้อง..
เอลซ่ากำลังเล่นบทพระราชาซึ่งกำลังมอบบังลังก์ต่อให้เจ้าชาย มือเล็กๆของเอลซ่าวางมงกุฎดอกหญ้าหลุดลุ่ยบนศีรษะเขา ยุนโฮแสดงความยินดีเมื่อพระราชาทอดมงกุฎลงบนศีรษะ ตรงปลายของวงมงกุฎมัดไม่ค่อยแน่นจึงไม่เป็นวงแหวนเท่าใดนัก
...เจ้าชายในจินตนาการ
ยุนโฮลูบพวงหญ้าที่ถูกมัดรวมกันไว้ ความปวดลั่นแปลบยามยกเงื้อท่อนแขน ดอกหนึ่งร่วงลงกระเป๋าเสื้อ เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นอีกครั้งแต่ร่างสูงไม่หันมอง เขาโค้งศีรษะให้เอลซ่าตัวน้อยซึ่งกำลังลูบเครายาวล่องหนของเธอ ไหล่บางไหวเล็กๆเมื่อวีกอร์น้องชายร้องเรียกแต่สุดท้ายก็ออกวิ่งไล่เด็กชายไปรอบๆ ยุนโฮมองราเชลซึ่งกำลังเพ่งสมาธิกับมงกุฎก่อนจะชูมันขึ้นชื่นชม เด็กหญิงผละจากมงกุฏดอกหญ้าพวงงามโดยไม่ลืมยื่นให้เขา รอยยิ้มกว้างของราเชลทำให้เขารับมันไว้
สองขาเล็กๆของเธอออกวิ่งไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ ซัลซ่าเห่ารับก่อนวิ่งไล่ตามจานร่อนสีแสบที่วีกอร์เหวี่ยงออกไป เหล่าเด็กๆวิ่งแข่งเพื่อไปเก็บมัน ยุนโฮมองมงกุฎดอกหญ้าในมือและเงยหน้าขึ้น หน้ากล้องสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า ร่างสูงสบตากับมัน..เขารู้ดีว่าอีกฟากหนึ่งคือสายตาที่กำลังจับจ้อง มือเรียวยาวเอื้อมวางพวงมงกุฎลงบนศีรษะซึงฮยอน
ค่อยๆบรรจงวาง..
ซึงฮยอนเลื่อนกล้องออกจากใบหน้า พวกเขาสบตา.. ดวงตาคมคายกะพริบลงเชื่องช้า ริมฝีปากของยุนโฮห่างไกลจากคำว่ายิ้ม ซึงฮยอนก็เช่นกัน.. แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มอยากเอ่ยถามบางอย่าง ซึงฮยอนเคลื่อนปากลงปิดสนิท สายลมปัดผมดำลงบังเสี้ยวหน้า มันบดบังดวงตาเรียวยาวนั่น..ไม่ชอบเลย
"ถามสิ.. อะไรก็ได้ที่นายอยากรู้"ยุนโฮกระซิบ
...เงาวาววับเคลือบนัยน์ตาคู่นั้นของซึงฮยอน
+++
.
"คุณ...ทำอาชีพอะไร"
"ฉันเป็นแค่คนในเงา"
"ที่ถือปืน?"
"นั่นก็อย่างหนึ่ง..ที่เงาอำพรางไว้"ยุนโฮนั่งบนเตียงพลางเอนหลังพิงโลหะเย็นหัวเตียง เสื้อเชิ้ตสีเทาร่นกองที่สองข้าง บนแผ่นอกของเขามีผ้ากอซพันรอบแน่นหนา แสงส้มแก่ล้อกระจกห้องสะท้อนหักเห เสี้ยวหนึ่งของมันทอดลงบนเตียงฉาบให้กางเกงยืดสีดำลออด้วยสีแสงอัสดง เขาถกแขนเสื้อข้างขวาขึ้นเล็กน้อย
"แล้วพวกนั้นล่ะ"
"ศัตรู.."
"คุณไม่รู้จัก?"
"อาจจะไม่หรืออาจจะใช่ ...ฉันไม่แน่ใจ"
"คุณจะกลับไปสู่เงาอีกหรือเปล่า?"ซึงฮยอนนั่งมองถ้วยว่างเปล่าและแถวขนมปังที่ถูกฉีก เงยหน้าจ้องร่างบนเตียงซึ่งถูกย้อมด้วยแสงสวย อยากจะหยิบกล้องในกระเป๋านวมขึ้นมาชะงัด ผมสีน้ำตาล..กำลังซึมซับแสงส้มระริน
"ฉันไม่มีที่อื่น"
"แต่เงามีทุกที่ในโลก"
"...ฉันจำได้รางๆถึงบางสิ่งที่อ่อนนุ่ม ...ที่ตรงนี้"ยุนโฮเลื่อนปลายนิ้วไปทั่วริมฝีปาก ปฏิกิริยาจากร่างนั่นทำให้เขายิ่งมั่นใจในบางอย่าง ความอ่อนนุ่มที่ร้างลา..แสนนาน กระโจนดิ่งสู่ความคิดเบื้องลึก..ความรู้สึกนี้ควรเรียกว่าอะไร ยุนโฮลดมือลงวางที่แผลบนราวไหล่ เขาสัมผัสมันอย่างเบามือ บางที..การที่ปล่อยให้ตนเองอ่อนแอก็ควรรับผลเช่นนี้ เขาไล้ผ้ากอซเนื้อหยาบ สัมผัสจากเส้นใยโปร่งอยู่ใต้ปลายนิ้ว
ความมืดโรยตัว...
"ผมน่ะ..."ซึงฮยอนขยับนั่งที่อีกฟากของเตียง ..ตั้งแต่เมื่อไรนั้นเขาไม่ทันสังเกต แผ่นหลังกว้างหันมาทางเขา สิ่งที่เห็นจากมุมนี้คือผมสั้นสีดำสนิทและกล้ามเนื้อลำคอซึ่งโผล่พ้นขอบเชิ้ตขาว จากปลายเส้นผม...
ร่างนี้กำลังสั่น...
ร่างสูงขยับมาสบตาเขา แสงจันทร์อ่อนแรงจากด้านนอกทอดทาบบนโครงหน้าคม ในมือของซึงฮยอนมีกระดาษมันวาวหนึ่งใบ...เขาทำท่าจะยื่นมาให้แต่มือเรียวนั่นก็ชักกลับไป ชายผมดำเอี้ยวตัวกลับไป ยุนโฮมองแผ่นหลังโค้งนั่นอีกครั้ง เด็กหนุ่มก้มหน้าลงเกือบชิดอก เขากำลังทำอะไร...ไร้ความจำเป็นที่จะทำแบบนี้ แค่อยากให้หันมา ทำไมต้องหันหลังให้กับเขา..
ไม่ชอบเลย...ไม่ชอบจริงๆ
กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงพื้นขัดมันอย่างเงียบเชียบ มือของเด็กหนุ่มอ่อนแรงเมื่อยุนโฮโอบกอดจากด้านหลัง แผ่นอกซึ่งพันด้วยผ้ากอซให้สัมผัสที่แปลกไป พื้นเตียงยุบยวบเมื่อเคลื่อนไหว สิ่งที่ซึงฮยอนเคยคิดไว้บัดนี้มันกำลังเกิดขึ้น การได้รับการตอบสนองมัน..วิเศษอย่างนี้เอง ความอุ่นแทรกซึมที่เรียวปากผสานสัมผัสจากมือกร้านซึ่งไล้ทั่วราวไหล่
มันทำให้เขาหันไปได้ไม่ยาก..
เสียงแผ่วเบาของลมหายใจดังที่ริมหู เขารับรู้ถึงการมีชีวิตอยู่ผ่านแอ่งชีพจรซึ่งแนบชิด มันเต้นพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง ราวกับเป็นภาพต่อจากที่เขาโอบกอดร่างนี้ไว้ แค่เรียวลิ้นซึ่งพันวนอยู่ก็มากเกินไป ...มากเกินไป
ฝัน?
เขายอมหลับตาไปตลอดเพื่อแลกกับฝันนิรันดร
เพื่อจูบนี้..
ซึงฮยอนถอนหายใจพรั่งพรูก่อนที่ผิวกายจะสัมผัสกับอากาศเย็น ปลายนิ้วของเขาสัมผัสเนื้อหยาบของกอซพันแผล เขาหยุดชะงักที่นั่นคล้ายทวงถาม ไม่เป็นไรแน่หรือ... ผมสีน้ำตาลอ่อนขยับไหวตามแรงพยักหน้าก่อนจะโน้มริมฝีปากกลับมาที่ต้นคอเขาอีกครั้ง ลิ้มรสริลองรสหวาน สิ่งที่ผ่านเข้ามาในความคิดคือเสียงปริศนาว่าทำไม
แต่หาได้หยุดมือ..
บดเบียดละเมียดละไม ซึงฮยอนเสยผมยาวขึ้นให้พ้นหน้า ผมซึ่งชื้นเหงื่อ... แผ่นหลังของเขาแนบกับผืนเตียงนุ่ม ฝ่ามือร้อนท่องเที่ยวผ่านเนินเนื้อจนสุดปลาย ร่างสูงขยับอุ้งมือกลับไปกลับมาอ้อยอิ่ง เขาถูกมอบความสุขผ่านปลายนิ้วอย่างเหลือล้น ไล่ตีจากส่วนล่างจนสันหลังแอ่นโค้ง เสียงครางหนักแผ่วเบาจากลำคอแย่งพื้นที่กับเสียงหอบแผ่วเบาของอีกฝ่าย
ร่างนั้นโน้มลงเสียดสี แม้เชื่องช้าแต่เร่งร้อนแรงเร้า จังหวะทวีความเร็วขึ้นแต่ไม่ได้มากนัก ความเจ็บปวดจากแผลก็มีหลงเหลือทว่าหายง่ายดายเมื่อพานพบสายสุขซึ่งแล่นผ่าน สุดท้ายของความปรารถนาเขาเลื่อนกายลงสู่ส่วนอ่อนไหว เพียงครั้งแรกที่แทรกผ่าน..หายใจติดขัดจากร่างเบื้องใต้ดังขึ้นประท้วง เขาเห็นเส้นขอบตาโค้งหลับลงแน่น ทรมานแต่ไม่สามารถหยุดลงได้แล้ว
ความอ่อนนุ่มซึ่งโอบรัดผลักดันให้ท่วงทำนองต้องดำเนินต่อไป สายตาคมคายปรือขึ้นมองร่างสูง เสียงพึมพำลอดจากลำคอ ยุนโฮจับได้เพียงกระท่อนกระแท่น
"เงา.. ของผม.. เป็นเงา..ผม ...ได้ไหม?"
...
..
.
พายุผ่านพ้นไป..ทิ้งอุ่นไอบนผิว
ร่างสูงหยุดนิ่งเพื่อรับทราบถึงกระแสภายใน สงบลงนิ่ง..ยุนโฮผละจากร่างเนียน สายตาของเขาทั้งสองสบนิ่ง
"เลนส์ของนาย..ตอนนี้มีแต่ฉัน .....ใช่ไหม?"ซึงฮยอนไม่ตอบ แววตาคมในเงาจันทร์ระหวั่นแสงทอง ความปรารถนาในความมืด... ครอบครองซึ่งกันและกัน ฉับพลันมือเรียวของชายหนุ่มผมดำดึงร่างซึ่งกำลังจะล้มตัวลงนอนราบ ยุนโฮถูกพลิกให้คว่ำหน้า ผิวแก้มของเขาสัมผัสหมอนนุ่มด้านล่าง แผ่นหลังของเขาแบกรับน้ำหนักที่ถาโถม ความร้อนแผ่ซ่าน..ผ้ากอซของเขาไร้ความเรียบร้อย ตัวกลัดสีเงินหล่นหายไปเสียเมื่อใด..เขาไม่รู้
เขาหลับตาลง..
รู้เพียงแต่ว่า ‘เงา' กำลังสอดประสานในตัวเขา...แรงดัน ความร้อน ผิวอ่อน
...อีกค่ำคืนที่ยาวนาน
+++
ซึงฮยอนค่อยๆลืมตาขึ้น แสงแดดอบอุ่นทักทายเขาดั่งเช่นทุกเช้า เขาได้ยินเสียงไม่เคยคุ้นหู พยายามขยับตัวขึ้นพิงพนักเพื่อมอง ร่างสูงในกางเกงยืดผูกเอวกำลังคลี่ห่อผ้าในมือ วัตถุสีดำกลับมาอยู่ในครอบครองของเขาอีกครั้ง ซึงฮยอนนิ่งงัน
มันเป็นภาพที่เขาไม่อยากเห็น..
ยุนโฮกับปืนกระบอกนั้น
ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลหันมาทางเขา ปลายกระบอกชี้ลงพื้นไม้ เขาคิดว่าน่าจะทิ้งมันไป..มันเหมือนปิศาจร้าย..ฉกาจฉกรรจ์ หรือซ่อนที่ไหนก็ได้ไม่ให้ยุนโฮหาเจอ..แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
"ขอบใจ..แต่ทำไมเพิ่งให้ฉันดู"เสียงทุ้มนุ่มเชิงตำหนิของยุนโฮลอยข้ามห้องมา ปลายคางพยักพเยิดไปที่รูปถ่ายยับๆข้างที่นอน มันเป็นรูปที่ไม่น่าสนใจอะไรหากจะมองผิวเผิน อาคารหินและรูปปั้นที่ไม่ใช่สถาปัตยกรรมชั้นเลิศใดเลยปรากฏในสี่เหลี่ยม แต่สาระสำคัญของมันอยู่ที่เสี้ยวหน้าของชายผู้ถือปืนไรเฟิล เพียงแค่เสี้ยวหน้า...ยุนโฮก็ทราบทันที
ไม่มีใครลืมคนที่มอบสายตาชิงชังให้ผ่านกระจกมองหลังตลอดการเดินทาง
"..ได้เวลากำจัดคนทรยศ"ร่างสูงกระซิบแผ่วเบาท้ายประโยค เขานึกสีหน้าของหัวหน้าหน่วยไม่ออกถ้ารู้ว่าคนในหน่วยเดียวกันห่ำหั่นกันเอง เขาพอจะนึกออกว่าทำไมคนในหน่วยเดียวกับเขาถึงหันกระบอกปืนใส่ บ้าชิบ..ถ้าจะโทษที่ตนเองตกอันดับก็โทษฝีมือห่วยๆของตนเองสิ สุดท้ายเป็นได้แค่คนขับรถในภารกิจ ปืนเย็นในอุ้งมือพลันร้อนฉ่าในความรู้สึก
ถ้าไม่ล่ามันแล้วฆ่าให้ตายกับมือ..อย่าเรียกเขาว่ายุนโฮ
"คุณกำลังจะจากไป?"ยุนโฮหยุดนิ่งและกระชับปืนกระบอกนั้นในมือ เสียงของเด็กหนุ่มทำให้เขาต้องหันมอง กระเป๋าเงินและเหรียญทองเก่าคร่ำคร่าวางอยู่บนโต๊ะ สายตาคมท่ามกลางแสงตะวันยามสายดูอ่อนโยนเหลือเกินในความคิดของซึงฮยอน วูบหนึ่งดั่งว่าเขาจะเห็นความอาลัยเจือจางแต่มันก็หายไปในบัดดล
"ฉันแค่ผ่านมา"
"ผมคิดไปเองสินะ"เด็กหนุ่มลูบต้นแขนเปลือยเปล่าของตน เขาคิดว่าเช้านี้อากาศหนาวจับใจ ชายหนุ่มร่างสูงกวาดเอากระเป๋าเงินใส่ลงกระเป๋ากางเกง เหรียญทองหนึ่งเหรียญสงบนิ่งอยู่ที่ของมัน ยุนโฮปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น
"นึกว่าฝันไปแล้วกัน ...เสื้อนี่ฉันขอนะ"ร่างสูงสอดวอลเธอร์พีเก้าเก้าไว้ที่ขอบกางเกงด้านหลัง หยิบเสื้อเชิ้ตสีเทาแขนยาวขึ้นสวมและลงมือกลัดกระดุมอย่างเชื่องช้า ตอนตื่นขึ้นมาปวดไหล่ราวกับตกนรก ความเจ็บที่สะโพกเทียบกันไม่ติด เขาเดินไปเดินมาสักพักแต่ซึงฮยอนยังไม่ปริปากพูด ยุนโฮเอนหลังพิงกำแพงมองความดื้อแพ่งที่กำลังดำเนินไปในความเงียบของเด็กหนุ่ม เขามองเส้นผมสีดำและดวงตาคมคาย
"...ฝันเรอะ? แต่ผมไม่มีทางลืมมันเด็ดขาด"ซึงฮยอนตะโกนก้องแม้ว่าร่างสูงจะเปิดประตูออกไปแล้ว ประตูหนาหนักกระแทกตัวลงปิดอย่างเดิม นุ่มนวล... จากไปแล้ว..ล่องหนและเปราะบางดังเช่นสายลม เด็กหนุ่มเบือนหน้าออกจากแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า เขาทนมองมันไม่ได้
เงา..ที่ไหนก็มี
เงา...
...
..
.
ชายหนุ่มร่างสูงเดินเรื่อยไปจนถึงถนนใหญ่ เขาล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อด้วยความเคยชิน ..นึกขึ้นได้ว่าเขาทิ้งเหรียญนั่นไปแล้ว สิ่งที่ติดมือเขาขึ้นมาคือดอกหญ้า ...ดอกหญ้าดอกเล็กๆเหี่ยวๆอวดโฉมของมันอย่างด้อยฤทธิ์ ไร้สีสันและความงาม ก้านจิ๋วของมันหักลงอย่างน่าเสียดาย มือเรียวยกมันขึ้นจูบอย่างแผ่วเบา
"รู้ไหม.. ฉันก็เหมือนกัน"
เขาหย่อนมันลงกระเป๋าเสื้อตามเดิม
.
.
+++
-END-
.ภาคผนวก.
ปืนของยุนโฮในเรื่องคือ วอลเธอร์พีนายน์นายน์ (Walther P99) ใหญ่ไปสักหน่อย แต่เทียบกับหุ่นของยุนโฮแล้วคิดว่าโอเค
หน้าตาปืนเอ็กซ์เอ็มแปด ไรเฟิล (XM8 Rifle) เป็นอย่างนี้ คนยิงต้องใช้ทั้งสองมือเลยล่ะเพราะว่าแรงสะบัดแรงมาก ขนาดว่าเป็นรุ่นที่เล็กที่สุดของซี่รี่ส์นี้ อันนี้คือแบบcompact นะคะ ยาวประมาณไม่เกินศอก ปืนออโตเมติก
ปืนกล็อก (Glock17) ที่ใช้ในเรื่องนี้
ไม่ค่อยเด่นเท่าไร

.







สู้ๆ นะจ๊ะ...
)
55555+
ไม่คิดว่าจะได้อ่านอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่มุมมองเดิมที่เคยอ่านก็ตาม แต่ก็แสนจะดีใจ เพราะมาจากคนแต่งที่แสนจะสุดปลื้มคนนี้
ดีใจและยินดีอย่างยิ่งที่จะได้อ่านค่ะ
#1 By แค่ผ่านมา (125.24.184.229) on 2008-11-17 00:37