[BB.fic] Enigma #3

posted on 13 Jan 2009 23:00 by sussurro  in fiction

.

Title: Enigma #3

Subtitle: Before the Moon Rise

Author: ENIGMA

Fandom: BIGBANG

Genre: Romantic drama, AU, Yaoi, Flashback

Rate: NC-17 [overall story]

Status: Miserable ongoing [can't see the end]

Author's note: Don't expect for anything because I've started it from nothing. Don't copy any part of it without my permission. All happens here is just my imagination. Hope you would have some fun.

 

ปล. เรื่อย.. เอื่อย.. เหนื่อยอ่อน.. ถอนใจ...

+++

.

.

‘What's important is promising something to the people, not actually keeping those promises. The people have always lived on hope alone.'

Hermann Broch

 

#3

.

.

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ..

 

เชวซึงฮยอนมองร่างในเสื้อสูทขาวกับกางเกงยีนส์ปอนๆจากสุดมุมห้อง   ช่อดอกไม้สีม่วงเล็กๆกลัดบนปกสูท   ผมเผ้ายังปล่อยให้ยุ่ง   ร่างเพรียวในสูทขาวเดินเรื่อยเอื่อยพร้อมรอยยิ้มแห้งแล้ง   เป็นคนข้างกายมากกว่าที่พูดคุยและทักทายแขกคนอื่น   มีอะไรที่แปลกไปนะ?   ซึงฮยอนมองหา ‘เงา' ของควอนจียงแต่ก็ไม่พบ   น่าประหลาด..ที่หมอนั่นไม่มาเฝ้าจียงไว้    ยิ้มบางๆมีไว้ประดับบนใบหน้า...แต่ดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นไม่ได้ยิ้มตาม

 

เสแสร้งทั้งเพ..

 

ชายหนุ่มสนใจมองผู้หญิงร่างสูงโปร่งด้านข้างของจียง   เรียวแขนคล้องสอดไว้ราวกับเป็นเจ้าของ   ซึงฮยอนสังเกตเห็นช่อดอกไม้กลัดอกของทั้งคู่..มันเหมือนกัน   ที่ยองเบบอกว่าหมอนั่นติดธุระก็คืองานเดียวกับเขานี่เอง    วันนี้มันเป็นวันอะไรกันแน่นะ   เขาปรายตามองเจ้าสาวร่างเล็กซึ่งยืนคู่กับรุ่นน้องของเขา   สองคนในชุดขาวโค้งคำนับผู้คนที่กำลังทยอยเข้ามาในงานฉลอง   ร่างสูงยกกล่องของขวัญในมือเพื่อคะเนน้ำหนัก   เจ้าเลขาฯพอยื่นของขวัญให้เขาแล้วก็รีบร้อนขอตัว   ยังไม่ได้ถามว่าข้างในคืออะไรด้วยซ้ำ

 

อย่างไรเสีย เขาก็ต้องเข้าไปทักทายรุ่นน้องก่อน   ดวงตายิบหยียิ่งเล็กกว่าเดิมเมื่อเห็นเขาเดินเข้าไปใกล้   รอยยิ้มบนหน้าเจ้าสาวซีดลงไปเพียงครู่เดียวก่อนจะยิ้มหวานดั่งเดิม   ซึงฮยอนหยุดยืนเพื่อจ้องมองหล่อน..อีฮโยริ   วันนี้หล่อนสวยที่สุดเท่าที่เขาจำได้   ชุดเจ้าสาวสีขาวกระจ่างและผ้าคลุมหน้าพลิ้วระบาย..ทำไมเขารู้สึกว่ามันไม่จริง

 

"ขอบคุณพี่ซึงฮยอนนะฮะที่เจียดเวลามางานของผม"

 

"ไม่ได้หรอก  งานของนายทั้งที  ยินดีด้วยนะ...อ้อ..กับคุณก็ด้วยฮโยริ"

 

"ขอบคุณค่ะ   ฉันคิดไม่ผิดที่เลือกเขา"รอยยิ้มหวานนั่นลดเลือนเหลือเพียงเจือจาง   คังแดซองมิทันได้สังเกตอากัปกิริยาที่ปรับเปลี่ยนไปของหล่อนแต่เขาเห็น   เครื่องสำอางซึ่งฉาบไว้ดูจะร่อนหลุดให้หล่อนได้แสดงสีหน้าแท้จริงชั่ววูบ   ร่างสูงพยักหน้า   คิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นพลันยิ่งขมวดแน่น

 

"คุณไม่เคยคิดผิด"ซึงฮยอนกระซิบพลางส่งกล่องของขวัญให้ฮโยริ   น้ำหนักที่อยู่ในมือยักย้ายถ่ายเทไปที่อื่นแต่เขายังรู้สึกหนักอึ้ง   เขาถอยห่างออกมาเมื่อคู่อื่นเดินเข้าไปทักทายคู่บ่าวสาว  เสมองไปรอบๆไม่มีใครไร้คู่   งานครึกครื้นในแบบที่มันควรจะเป็น   เขาเหลือบมองนาฬิกา..เพิ่งสองทุ่มครึ่ง   อาหารเรียกน้ำย่อยเพิ่งตั้งโต๊ะ   คนกลุ่มหนึ่งวนเวียนอยู่รอบโต๊ะบุฟเฟต์  

 

ตอนนี้เขาเองก็อยากได้ค็อกเทลสักแก้ว

 

แค่ค็อกเทล..

 

+++

 

เป็นงานที่น่าเบื่อชะมัด    เขารู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ทั้งๆที่ไม่ได้ปริปากคุยกับคนในงานสักคำ   มินอายิ้มอย่างสวยหวานและลากเขาเดินไปรอบๆ   ปลายนิ้วของหล่อนลูบผ่านช่อดอกไม้บ่อยครั้ง  

 

คงชอบมันมาก?  

 

จียงสะบัดหน้าเล็กๆก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะริมห้อง   มินอาหันมากระซิบบอกเขาว่าจะไปเติมแป้งกับเพื่อนๆในห้องน้ำ   รอยยิ้มมุมปากแบบนั้นท่าทางจะหายเข้าไปนาน   ชายหนุ่มคู่ควงคนอื่นๆก็หันมาสบตาอย่างเข้าใจ   เขายิ้มรับไปแกนๆก่อนจะจ้องมองนาฬิกาบนข้อมือ   สามทุ่มสิบ...

 

เจ้าสาวจากระยะไกลดูสวยงาม   เขานึกภาพงานของตัวเองไม่ออก  ถ้าถามถึงใบหน้าของเจ้าสาว...เขาเองก็ไม่รู้   จียงมองสีขาวที่กำลังล้อแสงไฟนวลแต่พลันสะดุดกับสีดำและโครงร่างสูง   ในวูบแรกมันหายไปก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง   ร่างเพรียวตวัดมองห้องน้ำทางขวามือ   มินอายังไม่ออกมา   อย่างน้อยก็ในตอนนี้..อย่าเพิ่งออกมาเลย   หรือเขาเองที่ตาฝาดไป    จียงเหลียวมองอีกครั้งแต่ไม่พบกับแผ่นหลังกว้างอีก   ห้องยกเพดานสูงอวลอึงด้วยเสียงพูดคุยและดนตรี  

 

"มองหาใครอยู่หรือไง"

 

ร่างเพรียวเงยหน้าในทันที   สายตาหรี่แสงจ้องมองเขาจากมุมสูง   สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่วงท่าสบายๆ   ชุดสีดำตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า   จียงอ้าปากก่อนเม้มปากแน่น   ผู้มาทักทายถือโอกาสนั่งเก้าอี้ตัวว่างด้านข้าง   เขาอยากจะผุดลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากตรงนั้นแต่มันไม่มีเหตุจำเป็น   เพราะอะไรผู้ชายคนหนึ่งต้องรีบผละลนลานเมื่ออีกคนทรุดตัวลงนั่งข้างๆ  

 

เขาไม่ได้กลัวหมอนี่.. เขาเปล่า  

 

ร่างสูงนั่งพิงพนัก   สายตามุ่งตรงไปด้านหน้า   จียงเองก็มองไปเช่นกัน   บ่าวสาวกำลังเดินขึ้นไปข้างบนเวที   ทุกเหยาะย่าง..พร้อมกับแสงไฟซึ่งมืดลง   ทุกวินาทีเหมือนกับภาพช้า  พิธีกรกล่าวทักทายกับแขกเหรื่อ   เสียงปรบมือดังก้องทั่วแต่เขาได้ยินเพียงเสียงหนึ่งข้างกาย   เสียงกระทบฝ่ามือที่ลากช้าและแผ่วเบา   ห้องบอลรูมมืดสนิทเหลือเพียงบนเวทีซึ่งสุกสว่าง   ชุดขาวยิ่งเจิดจ้าบาดตา...

 

"ไม่ตอบงั้นหรือ?"

 

เขายังคงเงียบ..

 

ความร้อนแผ่ซ่านจากหัวไหล่ซึ่งแนบชิด   แต่ไหนเลยจะฉ่าร้อนเท่ากับผิวส่วนแตะต้องช่วงหัวเข่า   ผ้าแสล็กเรียบลื่นของร่างสูงเสียดผ่านเนื้อยีนส์   ท่อนขาแนบชิดกับของอีกฝ่าย...ร้อนเร้นลากเป็นทางยาว   จียงข่มสายตาให้จับจ้องที่เวที  

 

ไม่กล้าที่จะขยับตัว..

 

เพราะมันหมายถึงการสัมผัสกันยิ่งขึ้น

 

ไม่กล้าที่จะหายใจ

 

เพราะมันหมายถึงจังหวะการบดเบียดที่ผสานกัน

 

ไม่กล้าที่จะลุกหนี

 

เพราะมันหมายถึงเขากำลังพ่ายแพ้

 

ในความมืด...ทุกอย่างดูเหมือนจีรัง   ทั้งลมหายใจและเสียงกระซิบ   เขาถูกผลักให้จมลงในช่วงเวลาที่มายาขวางกั้น   เสียงปรบมือและคำขอบคุณของบ่าวสาวไม่เข้าหัวสักนิด   แค่เขาหันไปตะคอก แค่เขา...   ไหลลามราวกับถูกจองจำแต่พลันสะบั้นขาดเมื่อไฟสว่างโล่งทั่วบอลรูม   ร่างสูงผละลุกขึ้นยืนและออกเดิน

 

"...อย่างไรเราก็ต้องได้เจอกันอีก  ..จริงไหมจียง"

 

ร่างเพรียวมองแผ่นหลังที่ค่อยๆหายลับสายตา   ศีรษะของร่างนั้นเอียงน้อยๆพร้อมกับสองมือสะบัดคอปกเสื้อ   เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงรองเท้าหนังกระทบผืนพรมซึ่งค่อยๆเลือนหายไป   แต่เขาไม่ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงที่มาหยุดยืนข้างๆ   มินอากำลังยิ้มให้เขา

 

"หน้าซีดจังค่ะจียง   เรากลับก่อนดีไหม"

 

"...ยังไม่ได้ทักทายรุ่นพี่เธอไม่ใช่หรือไง"

 

หล่อนเลิกคิ้วแต่ก็รีบดึงเขาไปด้านข้างเวที   สีขาวฟูฟ่องปรากฏเด่นแต่ไกล   เขาเพิ่งได้เห็นเจ้าสาวอย่างถนัดตาเป็นครั้งแรก  หล่อนยิ้มกว้างให้เพื่อสร้างความประทับใจ   อีฮโยรี...   เขามองเจ้าสาวอย่างตกตะลึง   ชิท..วันนี้มันวันอะไรกัน...   เจ้าบ่าวตาตี่หันมายิ้มกว้าง   มินอาคุยกับรุ่นพี่ของหล่อนอย่างออกรสออกชาติ   เขาไม่รู้จักกับอีฮโยริเป็นการส่วนตัว   ไม่เคยแม้กระทั่งจะทักทาย   หล่อนคงไม่รู้ว่าเขามีตัวตนด้วยซ้ำไป  แต่เขารู้จักหล่อน   เขาไม่มีทางลืมคนที่เคยเห็นหน้าในสถานการณ์แบบนั้น

 

จียงเหลือบมองนาฬิกา    อีกหนึ่งชั่วโมงจะถึงเวลานัด

 

เขาไม่พร้อมเลยพับผ่า

 

+++

 

แบล็กเพิร์ล..ยังคงหนาแน่นด้วยเสียงดนตรีเช่นเดิม  

 

สีแดงหม่นและแสงแวววาวจากเครื่องแก้วให้บรรยากาศเหมือนทุกครั้ง   จียงเลื่อนประตูหน้าและเดินผ่านเคาน์เตอร์ไปยังโต๊ะประจำ   คนไม่ค่อยพลุ่กพล่านเท่าที่ควร      เขาจำด้านหลังของเพื่อนได้   หมวกสีขาวนั่นเขาก็เลือกซื้อให้เองกับมือ   ขอบคุณพระเจ้าที่มีแค่เพื่อนเขาเพียงคนเดียว  ร่างสันทัดพิงเบาะโซฟาขณะยกโทรศัพท์แนบหู    คงกำลังคุยธุระอะไรสักอย่างจนไม่สนใจสิ่งรอบตัว   รีบๆบอกขอกลับก่อนดีที่สุดก่อนหมอนั่นจะมา จียงเร่งจังหวะการเดินแต่พลันชะงักงันเพราะวงแขนแกร่งหนึ่งตวัดรัดรอบเอว   ร่างนั้นฉุดเอวง่ายดาย   มันรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะคิดทัน  

 

ประตูลิฟต์ปิดลง  

 

กระจกรอบตัวฉายภาพของชายสองคนในห้องแคบ   ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองและพยายามฝืนตัวออกห่างแต่แรงรัดมิได้ผ่อนลง   ประตูลิฟต์เปิดขึ้นอีกครั้ง   ปลายเท้าลอยเหนือพรมก่อนมาหยุดนิ่งที่โถงทางเดินชั้นสาม   ร่างเพรียวจ้องมองวงแขนที่คลายออก   แรงรั้งลดหลั่นร้างจรดปลายนิ้วสะกิด  

 

เชวซึงฮยอน

 

เสียงคลิ้กของกุญแจในมือของร่างสูงลอยอยู่ตรงหน้า   ท้าทายให้เขาเอื้อมหยิบ  ชายหญิงคู่หนึ่งเดินผ่านไป   จียงกัดลิ้นแน่นเพื่อห้ามตนเองไม่ให้ตะโกน   ...ส่งเสียงไปก็เท่านั้น   ...ให้ตัวเองอับอายก็เท่านั้น..

 

"ขอบใจฉันได้ของที่ต้องการแล้ว   ดีล..แค่นี้นะ"  

 

"นาย...?"

 

ซึงฮยอนเก็บโทรศัพท์เครื่องบางลงกระเป๋ากางเกง   ปลายนิ้วเกี่ยวห่วงเงินไว้หมิ่นๆ   ร่างเพรียวจ้องมองมันอย่างไม่เข้าใจ   กุญแจบิดตัวกลางอากาศ...กวัดแกว่ง   ดวงตากะพริบหนึ่งครั้งเพื่อจดจำแสงเงินในไฟสลัว   หนึ่งครั้งเพื่อสบตากับผู้หยิบยื่น   ร่างสูงหรี่สายตามองอย่างไร้อารมณ์   มุมปากที่เหยียดยกในเงานั่นควรจะเรียกว่าอะไร   หัวคิ้วคมขยับเข้าหากันเล็กน้อย   จียงยกมือขึ้นบีบต้นแขนอีกข้างของตน   ...ทั้งที่อากาศไม่หนาว

 

ใช่..ไม่หนาว

 

จียงรู้ว่าเบื้องลึกแล้วมันคืออะไร   ตรงกันข้ามกับความหนาวโดยสิ้นเชิง   สิ่งที่เขาปฏิเสธตั้งแต่วันนั้น   ท้งไม่เข้าใจและสับสน   เชวซึงฮยอนคือกล่องปริศนา   กล่องที่เขาพยายามขว้างทิ้งเท่าไรๆก็ไม่เคยหายลับตา

 

"ถ้าไม่มียองเบ   ฉันขอตัว"

 

"ฉันเป็นฝ่ายยอมนายมาทุกครั้งและครั้งนี้..."

 

"นายกำลังพูดเรื่องอะไร?"

 

"งานแต่งงานของฮโยรีน่าประทับใจนะว่าไหม?"

 

จียงตอบไม่ได้ว่างานมันเป็นอย่างไร   เพียงพริบตาที่ก้าวออกจากงาน สิ่งที่เขาจดจำได้ก็คือสีขาวพราวท่ามกลางแสงสลัว...จำได้แค่นี้เท่านั้น   ร่างเพรียวนึกแล้วสมเพชเจ้าบ่าวขึ้นมาอย่างจับใจ   รวมทั้งสมเพชตัวเอง..   งานแต่งงานบ้าบออะไรนั่น..มันก็แค่งานรวม ‘ของเหลือ' ของผู้ชายตรงหน้านี่เท่านั้น

 

"ยังมีหน้ามาอวยพรอีกหรือนาย?"

 

รอยยิ้มหนึ่งถูกจุดขึ้นเล็กบนเรียวปากซึงฮยอน   ประกายในนัยน์ตายาวรีวูบไหวอย่างน่าชัง   จียงเกลียดวิธีที่ผู้ชายคนนี้หัวเราะ  เกลียดวิถีที่ชายคนนี้มองโลก...มองเขา   เขาไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไรแต่เขาเกลียดมัน

 

เสียงโทรศัพท์แผดก้องแหวกความสงัดงัน   เงาเงียบฉีกขาดตามรอยผ่าของมัน  จียงเลื่อนดูหน้าจอ   ช่างมาได้ถูกที่แต่ผิดเวลา

 

"สายนั่นของมินอาใช่ไหม?   หล่อนสบายดี?"

 

ร่างเพรียวกดตัดสายทิ้ง

 

"ทำไมไม่รับสาย..."

 

เมื่อชื่อของมินอาหลุดออกจากปากของหมอนี่ เขาสะดุ้ง   ร่างเพรียวไม่อยากให้แม้กระทั่งชายคนนี้ได้ยินบทสนทนาระหว่างเขาและหล่อน   ร่างสูงเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะปล่อยโลหะร่วงหล่นลงพื้น   จียงมองมันกองนิ่งแทบเท้า

 

"เราคงได้เจอกันอีก..    ไม่สิ...เราต้องได้เจอกันอีก"เสียงทุ้มนุ่มลอยลมเหมือนมาจากที่แสนไกล   ซึงฮยอนกลับเข้าไปในลิฟต์ตัวเดิม   กรอบประตูของมันเลื่อนประสานกันแช่มช้าในความรู้สึก   ดวงตาคมโตจับจ้องเขาจนลับเลือน   

 

สุญญากาศเกิดขึ้นในช่องอก   โหวงบีบตีบตันที่ด้านซ้าย   ทำไม?  ไม่เข้าใจความหมายของกุญแจดอกนี้  

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง....

 

มินอา..

 

"ขอโทษ..   กำลังจะออกจากร้าน"

 

"........................................."

 

"รอได้ไหม?"

 

"........"

 

"อืม"

 

ฉับเดียวการติดต่อสิ้นสุดลง   จียงมองลูกกุญแจใต้ฝ่าเท้าอย่างชั่งใจ

 

+++

.

.

.

"ฝังเสร็จแล้วต้องทำไงต่อล่ะ?"เสียงเจื้อยแจ้วของร่างเล็กดังขึ้นใต้ต้นไม้สูงใหญ่  

 

ดวงตะวันเพิ่งลาจาก   แสงสีส้มจัดปริ่มขอบฟ้าราวหลบหนีราตรีที่คืบคลาน   เพื่อนตัวโตใช้พลั่วคันเล็กตบเนินดินให้แน่น   ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มพลางมองเพื่อนตัวเล็กนั่งจ้องมองหลุมที่เพิ่งกลบไป   พวงแก้มชื้นเหงื่อนิดๆแต่เจ้าตัวไม่ใส่ใจจะเช็ดมัน

 

"ก็แค่รอ..."

 

"เราจะได้เห็นมันอีกเมื่อไรล่ะ?"

 

"อีกสิบปีค่อยมาขุดกันดีไหม?"

 

"ไม่เอา...มันนานไปนะ   ฉันว่าพอเราอยู่ม.ปลายก็มาขุดกันได้แล้ว"

 

"ม.ปลายเหรอ?   อีกสามปีสินะ?"

 

"อือ...ม.ปลาย"       

 

"อีกสามปี...ก่อนพระจันทร์ขึ้น เรามาเจอกันที่นี่   สัญญาได้ไหม..."เพื่อนตัวโตยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ตัวเล็ก   แต่เพื่อนร่างบางเอามันปัดรอยดินบนใบหน้าซึงฮยอน  

 

"สัญญาสิ"

 

เด็กชายเงยหน้ามองดวงจันทร์สีขาวจางซึ่งกำลังไต่ปลายฟ้าอย่างเชื่องช้า   ผ้าเนื้อนุ่มปัดตามไรผมของเขา  

 

ทำไม...ถึงรู้สึกว่าพระจันทร์กำลังยิ้มหวานให้เขาอยู่นะ?                  

 

+++

 

TBC

 

 

ปล.เรื่องนี้ลงกันข้ามปีเลยเชียว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ment ไม่ออกจริงๆ สัญญาจะกลับมา............................................................................................ยักซกเก.

#1 By ... (124.120.144.235) on 2009-01-14 00:22

อ่อก!!!~

พี่เฮ เหมี่ยวเหนื่อย โหยยยยยยยยยย อะไรอ่ะ
การกระทำของคนพวกนี้ มันซัมติงชัวร์ ((ใช่มั้ย??))

บทพูดน้อย หากแต่การกระทำนั้นบีบคั้นมากกกก
อึดอัดแทนว่ะค่ะ ดูท่าทางชเวซึงฮยอนจะเป็นต่อทุกสถานการณ์เลย ควอนจียงเหมือนถูกไล่ต้อน แต่ไล่ต้อนด้วยอะไรนั้น เหมี่ยวไม่กล้าเดาอ่ะ

"ของเหลือ"

เฮียวรี เจ้จ๋า เจ้เป็นของเหลือ??????????
พี่เฮเข้าใจเลือกตัวละคร แดซองกับเฮียวรี กร๊าซซซซ

กุญแจห้อง
อ่านตอนนี้แล้วแบบอื้อหืออออออออออออ
เชวซึงฮยอนนนนนนนนนนน จะให้อ่ะ ยื่นให้แล้วมันไม่เท่ใช่มะ ต้องปล่อยลงพื้น แล้วให้จียงตัดสินใจเอง
กุญแจห้องงงงงงงงงง หยิบเลยจี ถ้าไม่เอา กูเอาเอง กูจะบุกห้องแม่งทุกวันเลย ฮา....((อินี่เริ่มบ้า))

ชอบอ่ะ ชอบฉากกุญแจห้อง จริงๆนะ
ดูแล้วแบบ..ยังไงล่ะ บางทีเหมี่ยวคิดว่าตัวเองเป็นจียงนะ((หัวเราะ)) จะหยิบ? ดีมั้ย???

เอาเหอะ

เหมี่ยวจะรออ่านตอนต่อไปละกันนะคะ

ตอนเด็กๆ ยังสติลปริศนาต่อไป


แต่ชอบ พระจันทร์ยิ้มหวานได้ป่ะล่ะ
มันสองคนคงมีความสุขกันเนอะ



ขอบคุณค่า
กรุงเทพหนาวเนอะ พี่เฮรักษาสุขภาพด้วยนะ




((วิ่งไปซุกผ้าห่มนอน))

#2 By kumameaw on 2009-01-14 00:27

เห้ออออออออออ


ขอถอนหายใจ และสูดดดด มันเข้าไปลึกๆค่ะ

**เหมือนกลั้นหายใจไว้ตอนอ่าน ....


เม้นไม่ออก เหมือนคนที่1

และเหนื่อย เหมือนคนที่ 2

แต่คนที่ 3 จะบอกว่า จะตามอ่านเรื่อยๆค่ะ ภาษา สุดยอดมาก

อะไรๆ ที่ ปกปิดไว้ มันทำให้หายใจไม่ออกจิงๆ

ให้ตายสิ !!!

#3 By topxp on 2009-01-14 03:27

อ่ะ

ถึงกับพูดไม่ออก

แต่บอกได้แค่ว่า ชอบมากกกกก

อ๊ายย จะข้ามไปปีไหนก็รอได้ค่ะ TT

#4 By kubkang (202.12.97.114) on 2009-01-14 11:13

เม้นไปเยอะอยู่นะ...จากในเอ็ม = =

เอ่อ...เอาไงดีล่ะ ท่าน

เม้นตรงๆเลยละกัน 555+

ไอ้ที่บอกว่ากลิ่นน้ำคลองน่ะ อย่าเครียดไปล่ะ

มันก็เเค่คำพูดที่ต้องการจะสื่อว่า เราพอจะมองความเป็นไปของเนื้อเรื่องได้บ้างเเล้วก็เท่านั้น
(ยกโทษให้เราเต๊อะ....อันที่จริง หนทางการคาดเดา สำหรับเรื่องนี้เเล้ว เราตาบอดสนิท...= =")

เดาใจมันไม่ออกกันเลยจริงๆ

รู้เเค่ว่ามันต้องมีอะไรในกล่องนั้น

มันต้องเป็นความสัมพันธ์อะไรสักอย่าวที่ ถูก ไอ้คุณชายชเว ruin...

เดาเอานะ ขอย้ำว่านี่คือการคาดเดา...จากสมองถั่วๆของผมเอง

แอบใจสะใจเล็กๆ 555 ฮโยริ...เอ๊ะ ทำไมต้องฮโยริ?

อ่านๆไป เเอบจับได้ถึงความรู้สึกหมั่นใส้ตัวละครนี้ ของผู้เขียน โอ๊ะ รึเราคิดไปเองกันน๊า?? 5555+
คนที่น่าเวทนาที่สุด คงหนีไม่พ้น โดราคุง เเดซอง

ชอบมากมาย กับความเพิกเฉยของจียงที่มีต่อมินอา

ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้พิศวาทขนาดนั้น

มองเขาเป็นอะไรล่ะจียง...

กันชน? หรือว่า ตุ๊กตา?

(ไปเเปลเอาเองนะ...คนเม้นก็เเอบไม่เข้าใจ - -" ฮึ้ย..)

ฉากสุดท้ายนั้น ขยี้ใจกันมากมาย..

กุญเเจใต้ฝ่าเท้า...

ให้ตายยยยยยเถอะ~

ท่านนี่...ชอบเเต่งฟิคอิโรติก (ทางความรู้สึก) อยู่เรื่อย

ชำเรา เราได้ด้วยคำพูดง่ายๆ...= =" หนอยๆ

เอาเถอะ กุญเเจน้อยๆนั้น..หวังว่าจะไขกล่องออกได้สำเร็จนะ (มันจะนำพาไปสู่อะไรหนอ..)

สงสัยเป็นกำลังเถอะเฮ้ยยย

อย่าปล่อยให้รอนานเลยพี่ท่าน..

ถ้าต่อไว จะจุ๊บ 3 ทีที่นวลปรางค์เลยเอา!

กร๊ากกกกกกกกกกก

#5 By ผมเอง (125.24.147.160) on 2009-01-21 00:45

ทำไมไม่หยิบกุญแจล่ะค๊า !!~ ควอนจี !!!!~

แล้วก้อไปเคลียร์กันซักทีจิ

คนอ่านอยากรู้

ว่ามันมีซํมติงรองอะไรกันมั้ย ??

โฮกกกก

การบรรยายบีบคั้นหัวใจกันสุดๆเล๊ยยยยย

ตอนนี้รุสึกหัวใจกระตุก

ระทึกมากกก

เจ๊ฮโยรี เปนของเหลือเหรอเนี่ย ??

โฮกกกกกกก

สงสารนู๋แดง่ะ

ทำไมเจ้ทำงี้ ??

#6 By ::-ด่-J@nNaLiz-ด่-:: on 2009-04-23 12:59

เชวซึงฮยอนคือกล่องปริศนา กล่องที่เขาพยายามขว้างทิ้งเท่าไรๆก็ไม่เคยหายลับตา

ประโยคนี้โดนมาก

แล้ว แบบว่าๆ เจ๊ฮโยรี มีอดีตไรกะสองคนนี้นี่ สงสัย
อ้ากกกกกกกกกก

#7 By kmze on 2009-04-24 10:59