[BB.fic] Enigma #5
posted on 07 Feb 2009 21:11 by sussurro in fiction
.
Title: Enigma #5
Subtitle: Before the Moon Rise
Author: ENIGMA
Fandom: BIGBANG
Genre: Romantic drama, AU, Yaoi, Flashback
Rate: NC-17 [overall story]
Status: Miserable ongoing [can't see the end]
Author's note: เรื่อย.. เอื่อย.. เหนื่อยอ่อน.. ถอนใจ... และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นจินตนาการของผู้แต่ง
+++
.
.
‘What's important is promising something to the people, not actually keeping those promises. The people have always lived on hope alone.'
#5
.
.
"จียง..นี่งานของนาย หวังว่านายคงเข้าใจอย่างคร่าวๆแล้วนะ"
ร่างเพรียวพยักหน้าก่อนจะรับแฟ้มและอัลบั้มรูปเล่มใหญ่มาถือไว้ ยองเบเลิกคิ้วมองเพื่อนที่พยายามเบี่ยงตัวเฉียงใส่เขา
"ถ้าอย่างนั้นฉันขอกลับเลย นี่คือครั้งสุดท้ายแล้วใช่ไหมจนกว่าจะพรีเซนท์งาน? มีอะไรก็ติดต่อผ่านยองเบแล้วกัน"
ประโยคหลังเขาพูดลอยๆไม่ได้เจาะจงว่าพูดกับใคร ร่างเพรียวหอบแฟ้มและอัลบั้มรูปเดินปัดออกจากแบล็กเพิร์ลทันที ยองเบยกค็อกเทลขึ้นจิบ แผ่นหลังของเพื่อนสนิทหายไปหลังประตูหน้าร้าน เขาชำเลืองร่างสูงฝั่งตรงข้ามก่อนเอ่ยถาม
"ไม่ตามไปหรือไง?"
"..........................."
"นี่...จะไปไหนต่อไหมคะ?"ซอนเยม้วนปลายผมเล่นอย่างหน่ายๆ สายตาของหล่อนแทบไม่หลุดจากโครงหน้าคม ความหวามไหวแฝงกายโลดแล่นในน้ำเสียง ดวงตายาวรีของซึงฮยอนทอดนิ่งที่เตกิล่าซันเซท สีส้มของมันกระท่อนกระแท่นใต้แสงไฟนวลนิ่ง..หรือเขาตาฝาดไป?
"คิดว่าไม่...เธออยากไปไหนล่ะ?"
"แล้วคุณล่ะ?"
"บ้านเธอเป็นไง?"
ซอนเยหลุดหัวเราะเล็กๆและลุกขึ้นแทนคำตอบ หล่อนพร้อมที่จะไปจากที่นี่นานแล้ว เรื่องที่คุยมีแต่เรื่องน่าเบื่อ ยองเบนั่งพิงพนักอย่างสงบนิ่งมองหญิงสาวและชายหนุ่มตรงหน้า ซึงฮยอนล้วงกระเป๋าเพื่อจะหยิบกระเป๋าเงินแต่ร่างสันทัดโบกมือเชิงปฏิเสธ
"ถือว่าฉันเลี้ยง.."
"อย่ารับของฟรีจากพ่อค้า"เสียงทุ้มพูดอย่างเรียบเฉย
"นั่นหลักการของนายหรือไงซึงฮยอน? ...ขอเตือนไว้นิดว่าจะเล่นอะไรก็เพลาๆบ้าง"ร่างสันทัดปรายตาไปที่ร่างบางซึ่งฉอเลาะไม่ห่างชายชุดดำ ยองเบดื่มราวกับกระหาย "อย่าลืมว่าฉันจะขายสินค้าของฉันให้กับผู้ที่ให้ราคาดีที่สุดเท่านั้น"
"...........นั่นนายหมายถึง?"
ซอนเยกระตุกแขนเรียวยาวของซึงฮยอนเพื่อเร่งเร้า เพลงแจ็สทอดเวิ้งบรรเลงเสียงนิ่งจนน่าใจหาย หล่อนไม่เข้าใจว่ามีอะไรในประโยคของยองเบที่ทำให้คู่ควงของหล่อนถลึงตาจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย กล้ามเนื้อแท่นแขนใต้ร่มผ้าเกร็งแน่นฝืนแรงดึงของหล่อนไว้ทันที ซอนเยนิ่วหน้าและเดินออกจากร้าน ซึงฮยอนไม่มองตามหล่อนไปด้วยซ้ำ ยองเบยกแก้วขึ้นดื่มอึกสุดท้าย..
"ไม่ตามไปหรือไง?"
"ที่นายพูดอย่างนั้นหมายความว่าไง?"
"...หมายความว่าเกมนี้ไม่ได้มีแค่นายน่ะสิ"ร่างสันทัดยกแก้วส่องประกายล้อแสงไฟด้านบน
.
.
เท่าที่มองผ่านเนื้อแก้ว..สีหน้าของซึงฮยอนเป็นกับแกล้มชั้นดี
+++
.
บ้าชิบ...ควอนจียงคลำลำคออย่างเบามือ มันแสบนิดๆหวังว่ามันคงจะแค่ถลอก? กลับบ้านไป..เขาจะอาบน้ำเป็นอย่างแรก เขาไม่มีทางมองแผลเด็ดขาด เรื่องแค่นี้...
แต่ทำไมหมอนั่นจะต้อง...
บนรถไฟใต้ดิน เขารู้สึกเหมือนทุกสายตาจับจ้องมาที่ซอกคอ จากทางซ้าย...ทางขวาหรือแม้แต่คนที่กำลังยืนพิงที่ว่างข้างหน้าต่างตรงนั้น ทุกคนล้วนจ้องมอง.. จียงมองกระจกฝั่งตรงข้าม เขาดูปกติดี..แต่การมีอยู่ของแผลบ้าๆนี่ต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกเป็นจุดสนใจ ความรู้สึกโดดเดี่ยวในฝูงชนปนเปกลับไปกลับมากับความกลัวการถูกเพ่งมอง ห้องขาวของตู้ขบวน..ความมืดด้านนอกกระจก..อากาศเย็นยิ่งทำให้เขาตัวเล็กลีบ
เขาอยากได้ไม้ขีดไฟ..
ความคิดแปลกประหลาดพุ่งทะลุทุกความคิดขึ้นมา เขาอดหัวเราะกับตัวเองไม่ได้ ถ้าอยากจะได้..เอาไฟแช็กไม่ดีกว่าหรือไงนะควอนจียง? ทำไมต้องเป็นไม้ขีด..
คนบางตาลงเมื่อถึงปลายสถานี ร่างเพรียวเดินหอบแฟ้มเอกสารและอัลบั้มรูปขึ้นห้อง ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปแทบอยากจะขว้างพวกมันออกนอกหน้าต่างเพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจ สุดท้ายแล้วจียงโยนพวกมันลงบนโต๊ะตัวเตี้ย เขาถอดแหวนเงินลงกล่องและปลดเสื้ออย่างรวดเร็ว
ปลายเท้าก้าวเข้าห้องน้ำทางซ้ายมืออย่างไม่รีรอ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเสี้ยววินาทีที่จียงปิดประตูลง น้ำจากฝักบัวหยดแรกไล้ผ่านแผลยังไร้ความรู้สึก จนเมื่อน้ำสาดซัด ความแสบเกิดขึ้นที่หน้าผิว ตอนนี้มันเริ่มบวมเล็กน้อย จียงรู้เพราะส่วนนูนโค้งใต้ปลายนิ้ว แม้ว่าเขาไม่อยากจะโดนมันสักเท่าไร
โลกภายนอกเป็นอย่างไรไม่รู้..ที่เขารู้คือโลกใต้สายน้ำและความรู้สึกที่ยังหลงเหลือบนแผลนี่
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นต่อเนื่องเมื่อร่างเพรียวเดินออกมา ชุดคลุมอาบน้ำหลวมเปียกชื้น เขาไม่เร่งร้อนรับโทรศัพท์เท่าที่ควร อย่างไรที่มีเบอร์ของเขาก็คือคนสนิทและก็รู้ดีว่า-จียง-กับ-มือถือ-ไม่ได้ถูกโรคกัน เบอร์แปลกตาขึ้นบนหน้าจอ แต่เขารู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหน ผ่านไปห้านาทีปลายสายไม่ลดความพยายาม
ใคร...?
จียงตัดใจกดรับด้วยเสียงเงียบ
"....................................."
".............................................."
"ครับ? อย่าบอกนะว่า.."
"......................................"
"ผมไม่รู้ว่าเป็นเบอร์ของพี่"
"......................................................................................................."
"เอาสิครับ ผมไม่ได้จับมานานแล้วด้วย ตั้งแต่จบมาผมปล่อยร้างไปเลย"
"....................................................."
"ก็สบายดีครับ พี่ได้เบอร์มาได้ไง"
"...................."
"อาฮะ...เปล่าฮะ พี่คิดถูกแล้วเพราะผมไม่ค่อยเปิดเครื่อง"
"........................................"
"ได้ครับพี่ไว้คุยกันคราวหน้า"
"......................................................................................"
"บาย"
จียงวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะตัวเดิม อากาศเย็นเลี้ยวลดพันกาย เขานึกถึงบรรยากาศเก่าๆสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เสียงดังสนั่นที่คุ้นเคยหรือแม้แต่สัมผัสเยียบเย็นของโลหะ วันที่เขามีโอกาสดีๆและความจำแสนเลวร้ายไปพร้อมๆกัน
ไม้ขีดกับไฟแช็ก ตอนนี้เขายังไม่รู้ถึงความต่างของมันเท่าใดนัก
.
.
อย่างน้อย..มันก็อุ่นเหมือนกันล่ะนะ
+++
.
.
"หมอนั่นใครน่ะ?"เพื่อนตัวโตถามเด็กชายผอมบางซึ่งกำลังเก็บหนังสือลงกระเป๋า ร่างเล็กไหวไหล่อย่างไม่ใคร่ใส่ใจ ก่อนมองไปทางที่อีกคนเพิ่งเดินจากไป
"อ้อ...เจ้านั่นน่ะเหรอ ฉันเจอที่ร้านเกม เพิ่งรู้ว่าเป็นเด็กโรงเรียนเดียวกัน"
"เมื่อไร?"
"เมื่อวานไง ที่นายติดชมรมแล้วไปไม่ได้"
"นายไม่รอเองต่างหาก"
"ฉันบอกนายล่วงหน้าไปสามวันแล้วว่าเกมภาคต่อล่าสุดจะลงร้านเมื่อวานนี้ ฉัน ...รอนายสามวันแล้ว"
"โอเค..แล้ววันนี้จะไป..."
"โทษทีนะซึงฮยอน ฉันกำลังติดเกมที่เพิ่งได้มาน่ะ ถึงนายไปที่บ้านฉันก็ไม่ได้คุยกันหรอก เจอกันพรุ่งนี้นะ"เพื่อนร่างเล็กเหวี่ยงเป้ขึ้นพาดไหล่ก่อนโบกมือเดินออกไปจากห้องเรียน เด็กชายตัวสูงใหญ่ยืนคว้างอยู่ลำพังในห้องร้างนักเรียน ร่างเล็กปิดประตูกระแทกปัง..ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งห่างออกไป
สายตาคมขัดมองเงาของเพื่อนสนิทจากเบื้องหลังผ่านหน้าต่างห้องเรียน เด็กนักเรียนทยอยเดินออกจากโรงเรียน แผ่นหลังบางๆของจียงถูกกลืนหายไปกับชุดเครื่องแบบที่เหมือนๆกันนับร้อยนับพัน
หันหลัง.. มองจากเบื้องหลัง.. เพื่อนใหม่...
เขาเกลียดคำเหล่านี้
รอยโหว่เล็กๆระหว่างเขาและจียงมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรนะ พยายามมองเมินและคิดว่าสักวันมันจะหายไป แต่เพราะในวันนั้น...วันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนมัธยมต้น.. เขาถึงรู้ว่ารอยโหว่เล็กๆขยายกว้างเป็นปากเหวในฉับพลัน..
ชายหนุ่มร่างสูงถอนหายใจเมื่อนึกถึง เขาหมุนรูบิกในมือกลับไปกลับมา ปริศนาก้อนสี่เหลี่ยมในมือ เขาเหลือเพียงสีเดียวก็จะเสร็จสมบูรณ์...อีกแค่สีเดียวแท้ๆ แต่มันก็ทำให้เขาหมดความอดทนได้ทุกครั้ง โยนมันทิ้งไปสุดมุมห้องก็หลายหนแต่เขาก็ต้องเอามันกลับมานั่งพิจารณา รื้อให้มันกลับสลับสีเหมือนเดิมน่ะง่ายกว่ามากนัก
และครั้งนี้ก็เหลืออีกสีเดียวอีกเช่นเคย
ซึงฮยอนโยนปริศนาในมือลงพรมห้องก่อนทิ้งตัวลงนอน คำพูดของยองเบลอยวนดุจว่าสามารถคงอยู่นิรันดรในห้วงความคิด กลับมาที่ห้องตอนไหนเขาจำไม่ได้ เจ้าของเล่นที่เขาเพิ่งโยนทิ้งจ้องตอบเขามาจากพื้นห้อง เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทาย..
คนอย่างเชวซึงฮยอนกับเจ้าปริศนาตัวจ้อย?
"เกม...ในมือของฉันก็คือเกมของฉัน"
.
.
+++
TBC







ยิ่งอ่านยิ่งอยากอ่าน
อ๊ากกกกก
#1 By kubkang (202.12.97.111) on 2009-02-07 21:31