[BB.fic] What 'Lies' Beneath Special Chapter #3
posted on 13 Feb 2009 01:56 by sussurro in fiction
.
Title: What ‘Lies' Beneath Special Chapter #3
Author: ENIGMA
Genre: AU, YAOI
Rate: PG-13
Status: complete
Author's note: เอาเข้าไป เขียนแล้วหยุดมะได้...ทำไงดี๊ เหมือนเดิมค่ะ...อย่าคาดหวังอะไรเพราะมันอาจไม่เป็นอย่างที่คิดนะคะ
Ps. Happy Valentine's Day to all depth of souls ( แต่ดันลงวันศุกร์ 13 -*-)
+++
#3
.
.
ร่างเพรียวนั่งอ่านนิตยสารเล่มหนาบนเก้าอี้สีเทา ปลายนิ้วคีบหน้ากระดาษหน้าต่อไปไว้อย่างหมิ่นๆ สายตาของเขาไล่ตามบรรทัดก็จริงแต่สมองกลับจดจำเรื่องราวที่ร้อยเรียงตรงหน้าไม่ได้สักอย่าง สายฝนของเมืองนี้หนาวจับใจและที่แย่ไปกว่านั้นคือท้องฟ้าสีเทาทึบทึมด้านนอก ไม่ว่าเมื่อไรเขาก็ไม่สามารถคุ้นเคยกับมันได้สักที
ควอนจียงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเอื้อมหยิบถ้วยกาแฟเบื้องหน้า กาแฟลาเต้..และลายใบไม้ขาว เขาจิบมันเล็กน้อย.. สายตาที่พุ่งตรงมาทางเขาอย่างไม่ปิดบังทำให้เขารู้สึกเกร็ง รสชาตินุ่มลิ้นของกาแฟไม่ได้แสดงความอร่อยเท่าที่มันควรจะเป็น บังคับตนเองไม่ให้หันมอง.. สายตาคู่นั้นยังไล่มองจนเขาวางถ้วยสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ
ร่างเพรียวดึงนิตยสารเข้าประชิดตัวมากขึ้น ร้านกาแฟในเมืองนี้ค่อนข้างพลุ่กพล่าน ถ้าสายตาคู่นี้แค่มองทิวทัศน์ด้านนอกกระจกล่ะ...เขาจะไม่ได้สำคัญตัวเองผิดไปงั้นหรือ มองนาฬิกาข้อมืออีกไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึงเวลานัด หรือว่าจะไปเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นเลยดี เขาชักเกรงสายตาคู่นั้น.. เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากทางขวาและตรงมาที่เขา จียงรีบปิดหนังสือและเตรียมลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่เงาซึ่งเคลื่อนตัวเมื่อครู่ปรากฏขึ้นขวางทางเดินของเขาอย่างจงใจ
สายตาคู่นี้แหละที่จ้องมองเขา ...ตอนนี้มันอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ผมสีดำและโครงหน้าและกรามเรียวเล็กกว่าชาวยุโรปแต่กระนั้นก็คมกว่าหน้าของร่างเพรียวเอง คนเอเชียไม่ผิดหรอกแต่..เพราะอะไรล่ะ ทำไมถึงได้จ้องมองเขาไม่วางตา..
เขาไม่รู้จักคนๆนี้แต่......มันกลับทำให้เขาคิดถึงคนอีกคน
อีกฝ่ายยกถ้วยกาแฟเชิงชวนดื่มมาทางเขา จียงได้แต่จ้องมองสิ่งที่ผู้ชายนั้นทำอย่างเฉยชา ผู้ชายคนนี้อาจจะแค่ต้องการเพื่อนชาติเดียวกันหรือว่าอยากจะทอดสะพานสัมพันธ์บางอย่าง ร่างเพรียวไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตนเองได้ ราวกับว่าเขาไม่มีสิทธิในร่างกายของเขาเองอีกต่อไปแล้ว..ไม่มีสิทธิกระทั่งเหนือหัวใจของตนเอง
จียงสะบั้นทุกอย่างลงโดยยกหนังสือขึ้นบังหน้าอีกครั้ง สักพักชายคนนั้นลุกขึ้นจ่ายออกจากร้านไป จียงลดหนังสือลงวางพาดตัก ...กาแฟหายร้อนแล้ว
เป็นไปได้ไหม..ถ้าเขาจะเริ่มต้นใหม่กับคนใหม่
เป็นไปได้ไหม..ถ้าเขาจะเปลี่ยนมุมมอง
..ถ้าเขาจะเปลี่ยนใจ
.
.
มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไร.. วินาทีแรกที่เขาสบตาหรือเสี้ยววินาทีที่เดินผ่านกัน
ทุกอย่างมันคลุมเครือและยับเยิน...
ละอองฝนบางโปรยปรายลงแต้มกระจก เขาเป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเรียนได้ไม่ถึงเดือน อากาศเดือนนั้นแย่สุดๆ ทางเดินมักเฉอะแฉะด้วยน้ำฝนและดินโคลน รองเท้าของเขามักจะเปื้อนสีน้ำตาลคล้ำก่อนจะถึงห้องเรียนทุกครั้งไป
อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาไม่ลืมร่มในวันนั้น..
รถรับส่งในมหาวิทยาลัยวิ่งช้ากว่าเดิมเมื่อฝนตก ร่างเพรียวยืนรอรถที่ใต้ตึกเรียน แม้ว่ามันจะไกลจากป้ายแต่เขาไม่อยากจะเปียกเพราะละอองฝน มันทำให้เขาไม่สบายง่ายกว่าฝนเม็ดใหญ่ แปลก...แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา
มันอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวแต่เขาไม่เหมือนคนอื่นในหลายๆเรื่อง
จียงรู้สึกอย่างนี้มาตั้งนานแล้วแต่เขาไม่ได้บอกใคร เขาชอบอะไรที่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาของคนอื่น แม้แต่แม่ที่สนิทที่สุดก็พูดออกไปไม่ได้ เขาไม่กล้าคิดว่าแม่จะรับได้ไหม หากว่ามันจะให้แม่เขาต้องเสียใจ เขาเลือกที่จะเก็บงำมันไว้ตลอดไปดีกว่า
ร่างสูงหนึ่งหยุดยืนที่ข้างเขา..
สาบานว่ามันยาวนานไม่ถึงหนึ่งนาที
.
.
แรงชักจูงแรกมันอาจคือความปรารถนาทางร่างกาย เขาคิดว่าอย่างนั้นขณะที่แผ่นหลังกว้างผ่านสายตา... ไหล่กว้าง ผมดำสนิท โครงหน้าเรียวยาวและดวงตาคู่นั้น...
ถ้าสบตากันตรงๆจะดีแค่ไหนนะ?
จียงนั่งกอดเข่าบนขั้นบันไดและเอียงคอน้อยๆมองร่างสูงที่ตั้งท่าจะวิ่งฝ่าฝนออกไป กระเป๋าเป้ไนกี้สะพายพาดหลัง แม้ว่าในมือจะมีร่มหนึ่งคันแต่ก็ตั้งใจจะวิ่งไปที่ป้ายรอรถเหรอ?
ร่างเพรียวอมยิ้มและซุกใบหน้ากับท่อนแขนตนเอง ผมส่วนหนึ่งตกลงปรกหน้าเคลียหน้าผาก เขาปรับสีหน้าไม่ทันเมื่อชายหนุ่มอีกคนวิ่งสวนขึ้นตึกมา รอยยิ้มเอ็นดูของจียงยังคงค้างบนใบหน้า ร่างสันทัดในชุดขาวพร้อมหมวกสีเดียวกันหยุดนิ่งชั่วขณะเมื่อสบตา เขาจ้องมองจียงก่อนเอ่ยปากพูดคุยกับชายหนุ่มคนแรก
มันดังพอที่ร่างเพรียวจะได้ยินโดยไม่เสียมารยาท
"โทษทีชมรมเพิ่งเลิก ฉันเอามาให้แล้ว"
"ถ้านายไม่วิ่งมา ฉันว่าจะวิ่งไปรับอยู่พอดี หนังสือกับรายงานไม่เปียกนะ?"
"จะกางร่มเดินมารับฉันหรือไง?"
"ชิท...เดินในร่มกับผู้ชายสองต่อสองน่าแขยงจะตายห่ะ ฉันไม่ใช่โฮโมนี่หว่า"
.
.
จียงรู้สึกเหมือนถูกผู้ชายคนนี้ชกหน้า
น้ำเสียงตะคั้นตะคอก รู้ว่าอาจจะใส่อารมณ์หยอกกับเพื่อนสนิท แต่ดวงตาเฉี่ยวคม..รั้นดื้อเสริมความหนักแน่นของคำพูด อีกคนแค่ส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆแต่สายตาของเขาประสานนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียว ถ้าทำได้หรือว่าล่วงรู้ถึงเส้นด้ายแห่งความเจ็บปวดของพวกเขาทั้งหมด เขาจะไม่ปล่อยให้ตนเองถูกช่วงชิงสายตา เขาจะลุกขึ้นและเดินออกไปจากที่ตรงนั้น เขาจะปฏิเสธร่มจากมือคู่นั้น
เขาจะ...
สายเกินรู้ตัว ปมด้ายที่เขาก่อ...มันรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ถ้าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นและตายอย่างเงียบๆในใจของเขา... ตายตั้งแต่คำพูดหักหาญแบบนั้นของซึงฮยอน เจียมตนว่ามันเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ครั้งนั้น.. มันคงจะเจ็บน้อยกว่านี้มาก...มาก
แต่เขาก็รับร่มจากมือของทงยองเบ
ผู้ชายคนนี้ยิ้มอย่างอบอุ่น เสนอร่มให้ในวันฝนพรำ ก่อนจะออกวิ่งฝ่าละอองน้ำไปที่ป้ายรอรถกันกับเขาคนนั้น ชั่ววูบหนึ่งจียงหวังว่าเจ้าของร่มที่แท้จริงจะใยดีกับสิ่งที่เพื่อนกำลังทำ ทงยองเบ...ถ้าไม่เข้าใจว่าเขาเป็นทอมก็คงจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ผู้หญิง ทำไมเขาไม่ฉุกคิดถึงแววตาเทิดทูนของยองเบในตอนนั้น..
ไม่มีประโยชน์สักนิดควอนจียง..
เขาคิดอะไรอยู่กันแน่ในตอนนั้น รอยความทรงจำสีจางย้อมทับด้วยความรู้สึกรุนแรงสีเข้ม เขาพยายามจะลบมันออกไปเพื่อมองเห็นอดีต แต่เขาทำได้เพียงโยกย้ายความรู้สึกเจียนล้นไปอีกที่ช่วงเวลาสั้นๆพอให้อดีตแทงยอดขึ้นมา ...พลุ่งพล่านพลันพรั่นพรึง
แค่อยากจะจับร่มที่คนๆนั้นเคยจับ
เท่านั้นเอง...
.................ตัวตนที่น่ารังเกียจ
เขาโค้งแนะนำตัวกับหมอนั่นพูดทักทายเพียงสิบห้าวินาทีและคืนร่มให้ ร่างสูงก็เบือนหน้าไปทางอื่น มีเรื่องพูดคุยกับคนอื่นมากมายแต่ไม่สักเรื่องสำหรับเขา ในบางครั้งที่เขาไม่รู้ตัว สายตาของซึงฮยอนจะจับจ้องอย่างจับผิด ทอดมองเพียงชั่ววูบ..ก่อนละสายตาไป หลายครั้งที่เขาแกล้งเหม่อลอยเพื่อลวงล่อให้สายตาคมของหมอนั่นหยุดที่เขานานอีกนิด
...แค่อีกนิด
เขาและซึงฮยอน...แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องรู้จักกันด้วยซ้ำ..ที่เขาคบด้วยคือทงยองเบ ทงยองเบ...คนที่ยิ้มและเลิกนิสัยเพลย์บอยเพื่อเขา
จียงไม่ได้ห้าม..
จียงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่ผู้ชายกับผู้ชายคบกันต้องทำอย่างไร มันจะให้ความรู้สึกแบบไหน เขาไม่ค่อยเข้าใจเพราะคนที่คบและคนที่ทำให้เขารู้สึกร้อนรนคือคนละคนกัน เขาไม่รู้แย่สักนิดถ้ายองเบจะเพลย์บอยเหมือนเดิม เขาไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังโดนหลอกหากว่ายองเบจะไปกับคนอื่นบ้าง พอเถอะ...มันก็แค่คนแย่ๆหาข้ออ้างให้ตนเองรู้สึกผิดน้อยลง..
.
.
ยองเบเป็นคนดีเกินกว่าจะเลือกคนรักมากกว่าเพื่อน
..และเลือกเพื่อนมากกว่าคนรัก
นึกชังหลายครั้งในเวลาที่อยู่กับยองเบแต่เมื่อคิดถึงช่วงเวลาที่เขาสามารถเดินผ่านใกล้ๆหรือนั่งโต๊ะเดียวกันกับซึงฮยอน...แม้จากระยะไกล หรือช่วงเวลาที่เขาสามารถมองแผ่นหลังซึงฮยอนขณะแข่งบาสเก็ตบอล ...ไปเชียร์ ไปกินข้าวหรือแม้แต่รอยยิ้มเล็กๆเมื่อเดินสวนกันที่ระเบียงตึกเรียน เขามีความรู้สึกไร้รูปร่างพองคับอัดแน่นในช่องอก มันจะเต้นตุ้บเมื่อเจอหน้าคนๆนั้น...มันช่างต่างจากที่เขาพยายามให้เกิดขึ้นเมื่อพบยองเบ
แน่นอนว่าทุกสิ่งที่ทำ...ฉลากหนึ่งใบประทับตัวเขาแน่น
...มันเขียนไว้ว่า ‘คนรักของยองเบ'
ไม่ว่าจะทำอะไร...เขาก็คือนาย‘คนรักของยองเบ' เท่านั้น ระยะห่างที่ร่นเข้ามาระหว่างเขากับหมอนั่นเพิ่มช่องว่างระหว่างการพูดการจาการวางตัวระหว่างกัน ชื่อของเขา..จียงไม่คิดว่าซึงฮยอนจะรู้ด้วยซ้ำ น่าขำ...ยองเบและเขามาถึงจุดสูงสุดของความสัมพันธ์แต่ราวกับว่ามันร่วงถึงจุดต่ำสุด
รู้ตัวอีกครั้งเมื่อสำเหนียกได้ว่ารอยมือบนร่มมันก็คือรอยมือเย็นๆ สิ่งที่เขาไล่ตามมันไม่มีตัวตนสักนิด แววตาของหมอนั่นเวลามองเขาก็คือมองอากาศธาตุ รู้สึกอิจฉารุ่นน้องชมรมบาสตอนมัธยมปลายที่หมอนั่นพูดถึงบ่อยๆ เปล่า..หมอนั่นไม่ได้เล่าให้ฟัง เขารู้จากหัวข้อสนทนาในหมู่เพื่อนฝูงที่จียงตั้งใจฟังภายใต้สีหน้าเบื่อหน่าย ความหนักแน่นยังปรากฏในแววตาทุกครั้ง มันตอกย้ำ..ขณะเดียวกันก็ทำให้เขามั่นใจว่ายังไงก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจไปจากคนๆนี้
แต่..ทุกอย่างมีขีดจำกัด
สักวันการเฝ้ามองก็ไม่สามารถตอบความโหยหาส่วนลึกได้ มันไม่สามารถเต็มเติม ยิ่งใช้อีกฝ่ายเพื่อเข้าหาอีกฝ่ายที่หลบเลี่ยงและรังเกียจเขายิ่งกว่าเชื้อโรค มันต่างอะไรกับการวิ่งชนกำแพงทุกวัน?
เหนื่อยทั้งวิ่งตามและแสร้งว่าไม่ใส่ใจ
เหนื่อยกับการวิ่งชนกำแพง
ปีเดียวทุกอย่างพังทลาย...
ทุกวันนี้เขามักจะครุ่นคิดหาเหตุผลที่เขาบอกความจริงท่วมท้นในใจให้ยองเบฟังเพราะอะไร มันเพราะความเห็นใจหรือไง? ถ้ามันเป็นเพราะความเห็นใจ..เขาคงไม่ทำอย่างนี้ตั้งแต่แรก เพราะเขาเริ่ม-ชอบ-ยองเบ....? เขาคิดว่ามันอาจจะใช่ความรู้สึกนั้น...แม้ว่ามันจะเบาบางและบีบรัดหัวใจของเขาได้น้อยกว่าที่อีกคนสามารถทำได้ ...โดยที่หมอนั่นไม่ต้องพยายามเลยแม้แต่น้อย
ไม่อยากให้ยองเบต้องเจ็บปวดอีกต่อไป..
ฝนพรำ..
วันสุดท้ายของความสัมพันธ์หลอกลวงของเขาและยองเบคือวันแรกของชะตาคู่ขนาน...
.
.
..ในเมฆหมอกของคำลวง
+++
END #3
PS. น่าจะจบได้แล้วนะเนี่ย? ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นภาคสองไปเสียอย่างนั้น ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะ







เหมี่ยวจะลงพรุ่งนี้เช้า ศุกร์ 13 คือกัน
ไปอ่านของเค้าด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ
แปะก่อน ทำรายงานก่อนจะมาเมนท์
รวมเล่มเหอะ เหมี่ยวชอบฟิคเรื่องนี้
จริงๆนะ
#1 By kumameaw on 2009-02-13 02:30