[BB.fic] Enigma #10

posted on 02 May 2009 17:41 by sussurro  in fiction

 

.

Title: Enigma #10

Subtitle: Before the Moon Rise

Author: ENIGMA

Fandom: BIGBANG

Genre: Romantic drama, AU, Yaoi, Flashback

Rate: NC-17 [overall story]

Status: Miserable ongoing [can't see the end]

Author's note: เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นจินตนาการของผู้แต่งค่ะ   (มันกลายเป็นเรื่องอิโรติกไปตอนไหนนะ?)    

+++

.

.

‘What's important is promising something to the people, not actually keeping those promises. The people have always lived on hope alone.'

Hermann Broch

 

 

 

 

#10

.

.

แสงแดดอ่อนๆพรมปลายนิ้วบนเปลือกตา   จียงยันกายลุกขึ้นช้าๆก่อนมองห้องสว่างซึ่งโล่งหันหน้าออกทะเลสาบ   เกล็ดระยิบระยับของคลื่นสะท้อนเข้าตา   ร่างเพรียวจึงเลื่อนผ้าม่านสีขาวเข้าหากัน   ห้องกว้างมีมิติมากขึ้นเมื่อแสงจากภายนอกจืดจาง   จียงมองหาเสื้อผ้าที่เคยกองระเกะระกะตามพื้น   แต่ตอนนี้พวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย   อย่างน้อยเขาคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กได้หนึ่ง   พันกายท่อนล่างไว้หมิ่นขอบพลางเดินสำรวจรอบห้อง

 

 

ห้องของซึงฮยอน...

 

 

เขามองรูปกรอบสีน้ำตาล แหวนและนาฬิกาที่ถอดวางไว้ใกล้ๆกัน   เก้าอี้หนังเข้าชุดสีดำ   ข้างผ้าม่านหันหน้าออกทะเลสาบมีเก้าอี้ขาวไว้เอนหลัง   เตียงหลังใหญ่ที่ยับย่น   โต๊ะข้างเตียงมีเพียงขวดน้ำและมือถือของเขาวางไว้    จียงไม่เห็นเงาของใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง   รูบิกที่เล่นไว้ครึ่งๆกลางๆสงบนิ่งอยู่ริมระเบียง   ร่างเพรียวคว้ามันมาเล่นอีกครั้ง   เรียวนิ้วบิดกลับไปกลับมาโดยไม่ทันสังเกตร่างที่เคลื่อนเข้าใกล้  

 

 

"ไม่หิวข้าวหรือไง?"เสียงทุ้มของอีกฝ่ายถามขึ้นเบาบางแต่จียงได้ยินมันชัดเจน  เขาเงยหน้าจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่   ร่างสูงโน้มกายเข้าหาดูสูงใหญ่กว่าที่เป็นจริง

 

 

ในห้องเหลี่ยมมีเพียงแค่เขาและซึงฮยอน...ดั่งเช่นวันวาน

 

 

"ไม่หรอก..คิดว่าไม่หิว"

 

 

ซึงฮยอนจ้องมองปริศนาในมือของร่างเพรียว   สีทั้งหกเลื่อนผ่านไปผ่านมาเหมือนเจ้าตัวกำลังทำให้มันแย่ลงกว่าเดิม   เขารินเครื่องดื่มมาวางไว้ที่พื้นห้องก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตาม  ...จ้องมองเขม็ง   ไม่มีใครปริปาก   ซึงฮยอนละเลียดเครื่องดื่มของตนอ้อยอิ่ง  ร่างเพรียวจดจ่อกับปริศนาในมือ..     

 

 

ทุกอย่างมีเวลาของมันเอง..

 

 

จียงใคร่ครวญถึงสิ่งที่เขากำลังทำอยู่   มันเหมือนกับคนที่กำลังหาทางออกจากทะเลทราย   แผนที่ในมือก็มีแล้ว   เส้นทางก็มีอยู่   แต่ระหว่างย่ำไปในแต่ละก้าว กลับรู้สึกเหมือนไม่ทางออกและดูไร้หนทางสิ้นสุด   หวั่นใจว่ากำลังหลง..  หวั่นใจว่าจะจมลง..  ..ราวกับยืนบนยอดของปัญหา   กำลังเดินอยู่ในทะเลทราย

 

 

เวลาอย่างนั้นหรือ?

 

 

จียงหยุดมือลง  เขาน่าจะหยุดมานานเกินไปแล้ว   งานที่ค้างไว้เหลือเพียงแค่เขียนรายละเอียดปลีกย่อย   พร้อมส่งแต่ยังมีบางจุดที่เขารู้สึกไม่พอใจ   รูปแบบฉลากและวัสดุที่ใช้..มันไม่ใช่ที่เขาต้องการ  ร่างเพรียวขัดสมาธิและกำสี่เหลี่ยมรูบิกเอาไว้   ถ้ามีกระดาษอยู่แถวนี้สักหน่อย...    เขาเหลียวมองไปรอบกาย   บังเอิญสบสายตากับเจ้าของห้อง   ...นั่นทำให้รู้ว่าตนตกอยู่ในเป้าสายตาของอีกฝ่ายตลอด...ตลอดเวลา

 

 

"นายเหม่ออย่างนี้ประจำ"ซึงฮยอนพูดขึ้นเสียงเรียบ   มันคือการต่อว่า..หรือมาจากการสังเกตกันนะ

 

 

"ฉันคิด...ไม่ใช่เหม่อ"

 

 

"ท่าทางของนายเหมือนเหม่อ...ใจลอย"

 

 

"บางครั้งอย่าเชื่อสิ่งที่เห็น..จะดีกว่า"...จียงสะอึกในคำพูดของตนเอง  ผุดลุกขึ้นยืนฉับพลัน   สองขาก้าวจากเก้าอี้ริมระเบียงแต่ซึงฮยอนคว้าข้อแขนไว้ทัน   แรงบีบที่เหมือนเร่งรัดทว่าอ่อนโยน   น่าแปลกที่เขาเดินตามไปอย่างว่าง่าย...เพราะดวงตาเชื่อมแสงคู่นั้นน่ะหรือ?  

 

 

หากเป็นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาอาจจะไม่มีโอกาสมาเหยียบแม้กระทั่งห้องนี้ด้วยซ้ำไป  

 

...ถือว่าเป็นความก้าวหน้าได้หรือเปล่า?

 

 

โต๊ะตัวยาวมีเพียงผ้าขาวพาดกึ่งกลางและถ้วยสองใบ   ลายผ้า..ความขาวสะอาดบ่งบอกว่าเจ้าของห้องไม่ใคร่ใช้มันเท่าไร   สลัดง่ายๆพูนสองถ้วย   หน้าตาของพวกมันไม่ต่างอะไรกับเศษผักรวม   สีเขียวช้ำ สีม่วงคล้ำและสีส้มเข้มปะปนกันอย่างไร้ศิลปะ   เขาหันมองซึงฮยอนซึ่งกำลังนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามและลงมือกับถ้วยตรงหน้า

 

"นายทำเอง?"

 

"นั่งลงเถอะน่า.."

 

 

ควอนจียงเสมองห้องครัวที่เปิดโล่ง   ไซด์บาร์ด้านหน้ายังมีรอยเปียกเล็กน้อย   เขาจดจ้องผู้ชายที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้า คนสลัดโดยไม่เงยหน้ามาสบตา   จียงสามารถเห็นดวงตายาวรีที่เลี้ยวลับไปในขนตายาว   คิ้วที่เชิดอย่างทระนงกำลังซ่อนตัวอยู่หลังม่านผมสีดำ   ...และสีแดงเล็กๆนั่น    สุดท้ายแล้วเขาก็นั่งลงและจับช้อนส้อมขึ้นมา 

 

 

หน้าตาไม่เอาไหน..

 

 

เขาคลุกเคล้าสลัดพวกนั้นให้เข้ากับน้ำสลัดแล้วตักชิม   ..รสชาติก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก   อาหารเช้าควบอาหารกลางวันท่ามกลางความเงียบงัน   จียงไม่เคยรู้สึกว่าส้อมจะกระทบกับแก้วได้ดังกังวานขนาดนี้   เขายกส้อมขึ้นเชื่องช้าผิดกับเจ้าของห้องที่จังหวะการกินรวดเร็ว   นั่นสินะถ้ากินเสร็จแล้ว..เขาจะกลับ

 

กลับ..

 

กลับบ้าน

 

 

จียงรวบช้อนและส้อมไว้ด้วยกัน   อาจจะเพราะว่าเขาหิวโหย..หรือจะกำลังโรยแรง สลัดถ้วยนี้จึงไม่เหลือ   ร่างสูงดึงถ้วยของเขาไปโดยไม่พูดอะไร   มันดูตลกสิ้นดีที่มองแผ่นหลังกว้างของซึงฮยอนกับอ่างล้างจานอยู่ด้วยกัน   แต่เขาก็กำลังจ้องมอง..จ้องมองมันเกิดขึ้น  

 

 

"ทำไมวันนั้นนายถึง..."ร่างเพรียวหยุดชะงักก่อนจะจบประโยค 

 

 

เขาเกือบลืมว่าเกมยังไม่จบ..

 

 

เสียงน้ำไหลกลบคำถามที่เขาพลั้งเผลอไปหมดสิ้น   ชายหนุ่มร่างสูงไม่ขานรับคำเขาด้วยซ้ำ   ร่างเพรียวเอนหลังกับเก้าอี้..เรื่องที่อยากรู้แต่ถามไม่ได้   เรื่องที่ค้างคามาตลอดเหมือนหนามคอยยอกแปลบ   ไม่ว่าเมื่อไร มันก็ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด 

 

 

 แม้เบาบาง..แต่ก็เจ็บปวด

 

 

ซึงฮยอนมาหยุดยืนเคียงโดยที่เขาไม่ทันสังเกต   มือหมาดน้ำกำรอบต้นแขนพลางออกแรงฉุดให้ลุกขึ้นยืน   ความงุนงันปรากฏชัดบนใบหน้าของจียง   มือเย็น..แต่รู้สึกได้ถึงเลือดเนื้อที่ไหลวน  

 

 

มนุษย์ที่ยังมีชีวิต จิตใจ..มีอารมณ์         

 

 

"เมื่อนอนเต็มตาและอิ่มท้อง..ที่เหลือก็คือเซ็กซ์ไม่ใช่เหรอ?"

 

"....................."

 

เรื่องง่ายๆที่พูดออกมาแล้วช่างน่าเกลียดในความรู้สึก  

 

 

เซ็กซ์?  จียงครุ่นคิดถึงประโยคนั้น   ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองคนที่อยู่เหนือร่าง   นั่นพูดออกมาจากใจหรือเปล่า?   นั่นคือตัวตนของนายหรือเปล่า?   นั่นนายหมายความอย่างนั้นๆจริงใช่ไหม? 

 

 

"ดวงตาของนายมีแต่คำถาม   ...หวังว่านายยังจำกติกาได้นะ?"คำเตือนของซึงฮยอนทุ้มนุ่มแต่เขากลับคิดว่ามันไม่ได้มีความจริงใจแม้แต่น้อย   มือของอีกฝ่ายเลื่อนลงต่ำ..

 

 

ผ้าขนหนูผืนเล็กแค่สะกิดก็ปลิวปลิด   มันไม่ได้สำคัญอะไรมากไปกว่าเศษผงชิ้นหนึ่ง   เบา..และเป็นปราการที่อ่อนด้อยเหลือเกิน  ปล่อยปลดให้ศัตรูรุกไล่ไปตามพื้นผิว    แล่นและท่องไปบนเนินเนื้อ   ที่ระคาย..ไม่ใช่ปลายนิ้วหรือความร้อนที่ส่งผ่าน

 

 

สายตาต่างหาก..

 

 

 "นายรู้อะไรไหม..ในบางครั้ง ฉันคิดถึงเรื่องระหว่างเรา...ฉันพยายามคิดหาหลายวิธีที่จะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น    และทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้..ทำไมมันต้องจบแบบนี้   จบในแบบที่ฉันเลือกไม่ได้" กระซิบแผ่วเบา

 

"เรื่องมันยังไม่จบ.."ซึงฮยอนนิ่วหน้า   ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนตอนที่เขาเล่นเจ้าปริศนารูบิกนั่นไม่มีผิด   ซับซ้อนขณะเดียวกันก็ง่ายที่จะเห็นทุกมุม   ปริศนา..ที่พัดพาเขาออกไปจากเหตุผล  อยากจะชนะ..อยากจะควบคุม

 

"จบเถอะ..นายไม่รู้หรอกว่าฉันพยายามมากแค่ไหน   นายไม่รู้หรอกว่าฉันทำอะไรไปบ้าง   นายไม่รู้หรอกว่าฉันต้องเจอกับอะไร   ผลของการฝืนกับสิ่งที่พังไปแล้วน่ะ"

 

เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงตะโกน   จียงไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องตะโกนทั้งที่อยู่ใกล้เพียงแค่นี้   อีกไม่กี่นิ้วก็แทบสัมผัสริมฝีปากซึ่งกันและกัน   เสียงสั่น...เขาห้ามตัวเองไม่ได้

 

"เราซ่อมใหม่ได้..เราเริ่มใหม่ได้"

 

"ไม่..นายคิดว่าอะไรคือหลักประกันถ้าเราจะ...  อะไรคือปลายทาง?"

 

"เรา..."

 

"หยุดใช้คำว่า ‘เรา' จะได้ไหม?   ทำไมวันนั้นนายถึงไม่มา   ฉันรอนาย...ฉันรอนายเกือบทั้งคืน   รู้สึกเหมือนไอ้งั่งที่ไปนั่งกลางสวนอยู่ดึกดื่นกับความหวังลมๆแล้งๆบนสัญญาว่างเปล่า   นายตอบฉันได้ไหม?   นายทำไม..ถึง"เสียงสั่นพลันลดระดับความดังลงเหลือเพียงกระซิบ   จียงยกสองมือขึ้นปิดใบหน้า   เขาเกลียดตัวเอง..เกลียดที่สุด  

 

 

ซึงฮยอนมองภาพตรงหน้า..   ร่างเพรียวนอนหงายบนเตียงกว้าง   แผ่นอกที่สะท้อนขึ้นลงโดยแรง..เสียงลมหายใจที่สะอื้นฮั่ก  ผ้าขาวและผิวสีอ่อน..เสริมกันจนดูเลือนราง   ถ้าหากว่าเขาไม่จับไว้ให้มั่น..  ร่างสูงปล่อยให้ความเงียบครอบพื้นที่ในห้อง  เขาปล่อยให้มันกดทับท่วมบ่าทั้งสองและเขารู้ดีว่าจียงเองก็สัมผัสมันได้เป็นอย่างดีเหมือนกับเขา

 

 

"นายแพ้แล้ว..จียง"

 

"..................."

 

ซึงฮยอนเอื้อมดึงฝ่ามือที่ซ้อนเร้นใบหน้าออก  ร่างเพรียวไม่ได้ฝืน...   เขารู้ดีว่ามันเปียก..เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายอยากจะบดบังอารมณ์อ่อนแอ   อีกฝ่ายอาจจะโกรธจัดจนหลั่งน้ำตา   แต่ที่แน่ๆคืออีกฝ่ายไม่อยากมองเขาหรือรับรู้การมีตัวตนของเขาในตอนนี้ 

 

 

...แต่เขาก็อยากจะเห็น

 

เห็นน้ำตา..

 

 

"ฉันขอโทษ..นั่นเป็นเพราะว่าฉันตั้งใจจะตัดใจ   ...แต่พอเจอหน้านายอีกครั้งฉันก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้..ไม่สิมันอาจจะล้มเหลวมาตั้งนานแล้วก็ได้"

 

"หมายความว่า?"สายตาของจียงเปิดเผยอารมณ์มากกว่าครั้งไหนๆแม้จะยังพราวด้วยหยาดใส   สิ่งที่ซึงฮยอนพูด...ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถจะคาดเดาถึง   เรื่องง่ายๆ..เรื่องที่เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขา   คำว่า ‘ทำไม' ก้องตะโกนจนแสบแก้วหู..ทั้งที่โลกภายนอกเงียบสงบมีเพียงลมหายใจและผิวเนื้อเปลือยเบียดไซ้เสียดสี

 

"นายปกติ..ฉันรู้   แล้วฉันก็เป็นเพื่อนของนาย"

 

"เพื่อนอะไรกัน?  ที่นายทำเรียกว่าเพื่อนหรือไง?  ...นายคิดว่าฉันจะไล่ตะเพิดนายเพราะว่านายไม่ปกติอย่างนั้นเหรอไง?"

 

"......................."ดวงตาของซึงฮยอนกำลังตอบคำถามของเขา   ที่แล้วมามันไม่ใช่อย่างที่คิด..แล้วที่เขาทำลงไปล่ะ?  

 

"ที่นายห่างเหินไปเฉยๆโดยไม่มีสาเหตุก็เพราะเรื่องนี้?   เย็นชาตั้งแง่เหมือนคนแปลกหน้าแบบนี้เรียกว่าเพื่อน?   โธ่เว้ย..นายรู้ไหมว่า.."จียงเลือกที่จะหลับตาลง ก้อนแข็งเลื่อนขึ้นมาอุดตันที่ลำคอ  

 

 

เขาอยากร้องไห้อีกครั้ง...

 

 

"แล้วนายจะให้ฉันทำอย่างไร   เข้าไปบอกว่านายว่าฉัน..อยากจะ...มี.."ซึงฮยอนถอนหายใจลั่นและขบริมฝีปากแน่น   มือใหญ่บีบราวไหล่ของร่างเบื้องใต้แน่นเข้า "ขอโทษทีเถอะ ‘เพื่อน' อย่างนายจะให้ฉันได้หรือไง    นายเข้าใจฉันดีแค่ไหนจียง?   ควอนจียงนายเข้าใจฉันดีแค่ไหน?   ฉัน..ที่ต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของนายจากในฝัน   คืนแล้วคืนเล่าที่ฉันได้แต่จินตนาการ    เด็กโง่ๆที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร   ต้องทนมองนายยิ้ม หัวเราะให้คนอื่น..และ...จูบ..."

 

 

น้ำหนักที่โถมเข้ามาทำให้จียงเงียบแบบไร้เงื่อนไข   เขามองประกายตาที่มุ่งมั่นของซึงฮยอน..   มันจะดีแค่ไหนถ้าเขารู้..

 

มันจะดีแค่ไหน...

 

"ฉันแค่..." จียงลังเลที่จะบอกออกไป   เขารู้ดีว่าเหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นเมื่อไร  ภาพของสายลมหนาวยังประทับเด่นแต่ไม่ใช่หน้าของผู้หญิงคนนั้นที่ชัดเจน..  

 

 

"ถ้าฉันทำได้..ตอนนั้น ฉันจะไม่ลังเลที่จะทำแบบนี้    ฉันคงไม่กลัวนายจะเกลียดฉัน..หากว่าฉันรู้วิธีที่จะให้ได้นายมา   ...ทำให้นายหลงและไม่สามารถไปจากฉันเหมือนตอนนี้..."

 

 

"นายมั่นใจแล้วหรือ..ว่านายทำได้"

 

"...ฉันเปิดไพ่ให้นายดูหมดแล้ว..นี่คือเดิมพันของฉัน"

 

"...มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย...."ร่างเพรียวเบือนหน้าออก   หยดหนึ่งเปียกลงผืนผ้าขาว.. ก่อนจะซึมหายลงไปอย่างอ้อยอิ่ง   ไม่มีหยดใดไหลจากหน่วยตาคู่เดิม

 

"อยู่ข้างๆกันแบบนี้ไม่ได้เหรอ   .....มันสายไปแล้วใช่ไหม?"เสียงของซึงฮยอนแหบพร่า..

 

จียงไม่คิดว่านั่นคือคำถาม..จียงไม่ตอบ...   

 

มันช่างคล้ายกับเสียงตัดพ้อกับดวงจันทร์หรือใครสักคน  

 

 

เดิมพันของซึงฮยอน..เดิมพันของจียง

 

 

ด้วยสายตาเหม่อลอยและเสียงนาฬิกาแสนแผ่วเบา ใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นเชื่องช้าแต่เรืองชัดจนยากลบเลือน

 

...มินอา

 

+++

.

.

ยองเบกดโทรศัพท์เป็นครั้งที่สิบสามของวัน   ปลายสายไม่สามารถติดต่อได้มาตลอดห้าวันนี้    มันหายไปไหนของมัน?   กำหนดงานก็งวดเข้ามาทุกที   อย่าบอกเขาว่าเจ้านั่นมัวแต่ทำตามแผนของตัวเองจนลืมงาน   แบบนี้เขาไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย..เสียทั้งงานและเวลา   ติดต่อใครไม่ได้สักคน..เลขาของหมอนั่นบอกแค่ว่าซึงฮยอนลายาวถึงวันจันทร์  

 

 

มันเรื่องอะไรกันนักหนา..

 

 

คนมาคลับเพื่อผ่อนคลายแต่เขารู้สึกเหมือนมาทำงาน   สอดส่ายสายตาเพื่อมองหา   เขาไม่น่าเสนอแผนพวกนั้นด้วยความอยากลองฝีมือเลย   แน่นอนว่าไม่มีสินค้าตัวไหนที่ผ่านมือเขาแล้วขายไม่ได้และไม่มีลูกค้าคนไหนที่ผิดหวังเมื่อสั่งของจากเขา   ถ้ามันจะส่งผลให้เตลิดได้ขนาดนี้ เขาก็คงจะปราม...  มันเป็นผลข้างเคียงที่เขาไม่ได้คำนวณไว้นี่นะ   ผลข้างเคียง...คำนี้เขาก็ไม่ชอบ  

 

 

ยองเบนึกถึงรถมินิสีเหลืองสะดุดตาที่ยังจอดในลานจอดรถข้างนอก   ถ้าเขาสามารถสังเกตได้..คนอื่นก็เห็นได้เช่นกัน   ให้ตายสิ...เขาไม่อยากจะคิดว่าใครจะเห็นบ้าง   พี่แทบินล่ะ   แล้วยังจะมินอา?

 

 

 

ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์ลงที่ข้างตัว ..ตอนนี้มันไม่มีค่างวดอะไรเท่าไรเมื่อไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้   เขาชักเริ่มเกลียดอะไรที่เป็นคู่..   มันมักจะไร้ประสิทธิภาพเมื่อไร้อีกฝ่าย  มันไม่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดได้โดยลำพัง..   ยองเบจิบแจ็กโรสอีกครั้งก่อนจะยกมือให้เอาแบบเดิมมาส่งที่โต๊ะ  

 

 

 

อดไม่ได้สุดท้าย..ก็ต้องหยิบเทคโนโลยีการสื่อสารขึ้นมอง

 

หน้าจอโล่งไร้วี่แววใดๆ...

 

 

"บ้าชะมัด  จะเอาไปกกกันถึงไหนวะ?"เขาสบถกับตนเอง

 

 

ชายผ้าสีแดงเคลื่อนผ่านรอบโต๊ะของเขา   เหลื่อมพลิ้วเหมือนผีเสื้อเริงระบำ..สุดท้ายแล้วก็หยุดลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกับเขา   เสียงนุ่มของหล่อนทำไมเขาจะจำไม่ได้   ผมยาวเป็นลอนสลวย..   ปัญหาคือน้ำเสียง..ไม่เร่งรัดแต่รบเร้าอยู่ในที   นี่สินะ...ผลข้างเคียงที่ไม่ได้คำนวณไว้อีกข้อ

 

 

"ใคร 'กก' อะไรหรือคะ?"

 

 

ยองเบเกลียดอะไรที่เป็นคู่แล้วจริงๆ...

 

+++

 

 

          .

          .

          Stay tuned

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นฟิคที่อ่านแล้วจะเป็นโรคหัวใจ?

เฮ้อ..คลี่คลายซะที่...ไม่ค่อยบีบหัวใจแล้ว

"อยู่ข้างๆกันแบบนี้ไม่ได้เหรอ .....มันสายไปแล้วใช่ไหม?"เสียงของซึงฮยอนแหบพร่า.

ซึงฮยอนเผยไต๋แล้ว...จียงจะใจแข็งไปหนายอะ

สงสารซึงฮยอนมันเตอะ..นะนะ






#1 By TJ (125.26.10.216) on 2009-05-02 19:27

อ๊า..ดีนะ
เห็นเป็นเม้นท์ที่บล็อค
ขอบใจมากๆนะ
confused smile
ชื่อ เกรท
- " -
ขอโทษนะที่ไม่ได้เม้นท์ฟิคให้อ่า
แบบว่าเราไม่ค่อยกับคู่นี้
นึกไม่ออกsad smile
ขอโทษมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คะ

#2 By YB 's GiRL on 2009-05-02 20:27


อยากรู้เรื่องจะจบยังไง??

ไรท์เทอร์จะกันมินอาออกจากเรื่องยังไง??

หรือจะกันเทมป์ออกจากเรื่องแทน??

โอ๊ย ย ย ย

ปวดสมอง ง ง

อยากอ่านต่อ โฮก ก ก ก

สู้ๆค่ะ ^^



#3 By Assure of 80per for sweet flavor! (114.128.82.192) on 2009-05-03 00:54

แอร๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ถ้าเป็ฯโรคหัวใจคงจะตายไปพราะเรื่องน้ตั้งแต่สองตอนแรกแล้ว
ซึงฮยอนเปิดไพ่ในมืออกมาหมดแล้ว...
แต่ผู้เล่นคนอื่นๆบนดตียังควมีอิทธิพลกับเกมนี้อยู่มาก

...ให้ตายเหอะ รักไรท์เตอร์จริงๆนะเนี่ย

#4 By ma_o ~mode Fighting~ on 2009-05-03 01:07

กระเป๋าดีไซน์เก๋สำหรับแฟนๆ Big Bang
สนใจกระเป๋า เข้าไปดูรายละเอียดที่
http://sizzygal.exteen.com/20090402/artist-s-bag

ปล. เรามีกระเป๋าสำหรับแฟนๆวง Girls' Generation & Wonder Girls ด้วยค่ะ

#5 By sizzygal on 2009-05-03 05:11

พี่เฮ ขาาาา

ตอนนี้บีบจิตมากกกกกกก

แค่ เทมจี ก็บีบพอ

นี่มีสตรี โผล่มาตอนท้าย

อยากอ่านต่อค่าาาาาาาาาาาาา

จัดมาด่วนนนนนนนน

ตอนนี้ต้องหาหมอแล้ว

โรคหัวใจกำเริบ

เกือบช็อคตายกับความในใจของเชวซึงฮยอน

แถมด้วยความคิดถึงควอนจียง

รบกวนมารักษาที

ขออีึกซักตอน

ให้มันกระจ่างกว่านี้ค่า

อร๊ากกกกกกกกกกก

#6 By ::-ด่-J@nNaLiz-ด่-:: on 2009-05-03 14:03

T^T อ่านแล้วอยากร้องไห้


มันไม่ควรเป็นแบบนี้จริง ๆ...




แต่ไม่ว่ายังงัยก็ดูเหมือนว่า เกมส์จะยังไม่จบจริง ๆ


สุดท้ายแล้ว จะมีใครกัน ... ที่ไม่เจ็บปวด

#7 By natsu (58.10.9.237) on 2009-05-03 21:34

อ่านแล้วลุ้นๆ อยากอ่านต่อจริงๆเลยค่ะ

อะไรๆก็ดูเหมือนจะเป็นปริศนาไปซะหมด

เดี๋ยวคนนั้นคนนี้ก็โผล่มา วุ่นวายไปเรื่อย

ตอนนี้รู้สึกเหมือนกับว่าคนที่สามารถจะคลี่คลายอะไรได้

คงจะเป็นพี่เบ้นี่ล่ะค่ะ เหมือนจะรู้อะไรๆ เยอะกว่าเพื่อน

อู๊ยย ตามอ่านมาทีเดียว 4 ตอนรวด

ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ค่อยๆอ่านค่อยๆเก็บรายละเอียด

ถ้าข้ามหรือพลาดอะไรไปสักฉากคงจะไม่เข้าใจแน่ๆเลยล่ะค่ะ

สู้ๆนะเฮซัง รีบเข็นออกมาอีกหลายๆตอนเลยนะคะ

#8 By Gypsy is VIP on 2009-05-04 16:01

ถ้าเข้าใจกัน..
ทุกอย่าง "เรา" จะผ่านไปได้

เท้มเชื่องั้นเรอะ
แล้วจีล่ะ...คิดอะไร

#9 By :+:+:nenoto:+:+: on 2009-05-04 22:46

อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม....The truth?
ใช่เหรอ..มันคือ The truth? ใช่มั้ย

เหมือนจะได้รับความจริง แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เลย ทำไมกัน ทั้ง ๆ ที่เรารู้สึกว่าเรื่องมันเริ่มที่จะผ่อนคลายออกมาแล้ว แต่ทำไมเรากลับรุ้สึกว่า...มันไม่ใช่เลย ... ปัญหากำลังจะมาต่างหาก

ยองเบ...นายจะรับงานที่เข้ามาได้มั้ยน่ะ
แล้วเธอคนนั้น...จะยอมปล่อยมือง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ

แล้วสองคนนั้นที่ ... "กก"... กันอยู่ (ตามที่ยองเบคิด ฮิ ๆ ๆ)
ความรู้สึกของนาย..ชเวโป้ ทำไมว่ะ มันไม่ยากเลยนะ ถ้าตอนนั้นนายจะแสดงมันออกมาน่ะ มันไม่ยากเลย แค่รวบรวมความกล้า แต่ก็น่ะ เราก็เข้าใจน่ะว่า ตอนนั้นมันมีความเป็นเพื่อนที่มาคั่นอยู่ ความเป็นเพื่อนที่ไม่อยากจะเสียมันไป แต่เห็นมั้ยล่ะ ถึงนายไม่กล้าที่จะบอกไป แต่สุดท้ายความเป็นเพื่อนมันก็หายไปอยุ่ดี แล้วตอนนี้นายมาเรียกร้องอะไรกัน มาเล่นเกมส์อะไรกันอยู่ น้องแพ้เหรอ!!! ทำไมเรารู้สึกว่าคนที่แพ้คือนายกันน่ะ ชเวโป้ แต่มันกลับทำให้เรารู้สึกว่า...นายน่าสงสารจัง...เฮ้อ!!! ยากที่จะพูดจะเขียนออกมาจริง ๆ มันแบบว่า...เข้าใจแต่ก็เหมือนไม่เข้าใจ แล้วที่ผ่าน ๆ มา นายทำอะไรอยู่ว่ะ ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ ตอนที่น้องมีใครอีกคน...ใครที่ทำให้แกรู้สึกไปเองว่าน้องปกติ ทุกคนน่ะปกติทั้งนั้นแหละ และก็ต้องมีส่วนที่ไม่ปกติด้วยเช่นกัน แล้วการที่นายตัดสินใจเอาเองแบบนั้น...มันคือความผิดพลาดของนายเองน่ะ

ตอนนี้ก็หวังว่านายจะสามารถที่จะแก้ไขมันได้

แต่จริง ๆ แล้ว ... เรารู้สึกว่า..น้องก็น่าสงสารน่ะ ทั้ง ๆ ที่ดูเหมือนจะรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ความเป็นเพื่อนเปลี่ยนไปเกิดจากอะไร แต่ก็น่ะ...ถ้าอีกคนไม่แสดงออกใครจะไปรู้ แล้วดูดิ...น้องไปรอตั้งนาน ถ้าเพียงแค่นายมาชเวโป้!!! มันอาจจะไม่เป็นอย่างวันนี้ก็ได้ บ้าว่ะ!!!

แต่เราชอบความรู้สึกของตอนที่ 9 จัง ตอนที่นั่งเล่นรูบิก แล้วปัดออกดึงน้องเข้ามาหา อ่า!!! มันดูหวาน มันใช่ มันแบบว่า..กรูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ ให้ตายดิ แล้วมาตอนที่ 10 ความรู้สึกที่ได้รับรู้หลังจากทานสลัดมันแบบนี้...อีกล่ะ กรูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ ด้วย เกิดมาเพื่อความเป็น TemG รักคู่นี้จัง แต่ที่สำคัญ ไรเตอร์...Cool มากกกกกกกกก...เจ๋งสุด ๆ เลย

จะบีบก็ตาย คลายก็ตายล่ะตอนนี้....อยากอ่านต่อแล้ว่อะ

Enigma ฟิคเรื่องนี้มันคือยาเสพติด เรื่องที่ผ่าน ๆ มาก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน

#10 By G_ryuka_D on 2009-05-07 17:13

ขอโทษที่มาตามอ่านช้าฮ่ะ
พี่เชวซึงเฮ ก่อนอื่นเหมี่ยวขอสครีมเฮดบล็อก
โฮกกก กรี้ดดดดดดดดดดด อ๊ากกกกกกกกกก
หล่อนะย๊า ภาพก็อาร์ทมากๆๆๆๆ หน้าตาก็ยั่วได้อีกฮ่ะ

พี่เฮบอกมึงเข้าเรื่องเหอะ - -

ที่แท้อดีตเป็นแบบนี้นี่เอง
เทมคะ ที่แท้มึง................นะ
เหมี่ยวเป็นเทมก็คงเก็บไว้เหมือนกันนะ
เพราะว่าเพื่อนไง เพราะคำว่าเพื่อนอ่ะ
อีกอย่างเราเองที่เปลี่ยนไป เราเองไที่ไปแอบชอบ
ถ้าบอกไปจียงจะเหมือนเดิมป่าวเหอะ
อย่างว่า
เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้อีกแล้ว
มันก็เหมือนหินที่ขว้างออกจากมือเราไปนั่นแหละ
จะให้มันย้อนกลับมาในมือเหมือนเดิม มันทำไม่ได้

มันอยู่ที่ว่าอนาคตต่อไปต่างหาก
เมื่อซึงฮยอนเลือกที่จะเดิมพันแบบนี้แล้ว
(เหมี่ยวว่ามันมั่นใจ๊มั่นใจเนาะ)
ก็อยากจะดู(หนังหน้า)ต่อไปเหมือนกัน

จียงคะ จียง อ่ะเอิ่ม โดนลากไปกกเนาะ
แบบว่า เอร๊ยยยยยยยย อะไรยะ แหมอิเทมดูมันพูด
เมื่อทองอิ่มนอนพอ เซ็กส์ งี้ ว้ายๆๆ
กูเขินฮ่ะ แสร่ดดดดดดดด
แต่เข้าใจความรู้สึกจียง ณ ตอนนั้นด้วยอ่ะนะ
(สรุปไม่ได้เลยว่าจะเข้าข้างใครดีอ่ะ)

ชินมินอา น่ากลัวฮ่ะ
ความคิดที่หลบซ่อนในวาจาคำพูดของเธอ
มันน่ากลัวมากๆ

รออ่านค่ะ

ขอโทษที่มาช้าจริงๆนะคะ
เค้าไม่ได้ไปไหนนะ
ยังติดตามเสมอฮ่ะ

#11 By kumameaw on 2009-05-08 16:49

ไม่พูดพร่ำทำเพลง

พดกันตรงๆ เลยว่า สุดๆ!!!!!

ปริศนาทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย .... ความอ่อนแอ หรือ อ่อนไหว ของซึงฮยอน ชอบจังเลยอะ จิงๆนะคะ อ่านแล้วจะร้องไห้ตามน้อง

มันเป็นอะไรที่ ละมุนละไม คล้ายจะนิ่ง กร้าว แต่พอเป็นแบบนี้ อาการที่ทำให้ถึงกับพูดว่า "อยู่ข้างๆกันแบบนี้ไม่ได้เหรอ .....มันสายไปแล้วใช่ไหม?" โห มัน มัน มันพูดไม่ออกอะ จิงๆนะ

มันดูสวยงามดีจัง

โอ๊ยยยย ไม่ไหวแล้วอะค่ะ *น้ำตาซึม*


สู้ๆค่ะ มาต่อไวๆ นะคะ

#12 By topxp on 2009-05-10 04:17

ขออนุญาตเม้นรวดเดียว
เพราะไม่ได้เข้ามานานมาก
อ่านตอนที่ 8-10 รวดเดียวเลยค่ะ -*-

ชอบเรื่องนี้ที่สุดที่เคยอ่านฟิคมานะ
ชอบมากๆๆเลยค่ะ
คนเขียนขมวดปมแล้วค่ิิอยๆคลายออกมาเก่งมาก
ฟิคเืรื่องอื่นที่เคยอ่านก็จะเป็นแบบ ชอบ
แต่ว่าไม่ได้รู้สึกว่ามันเจ๋ง
555+

อ่านแล้วเพิ่งเข้าใจ
ที่ขึ้น subtitle ว่า "before the moon rise"
ตอนแรกก็งงๆ (ช่วงเริ่มอ่านตอนแรกๆ)
คือ ดูแล้วมันไม่เห็นเกี่ยวอะไรเลย
แต่แบบ พอเฉลยแล้วมันก็ "โป๊ะ!!" "โอ้โห!!"
ก่อนพระจันทร์ขึ้น..ช่วงเวลาเดิมพันในการตัดสินใจของคนสองคน

ลึกซึ้งจัง~

ตัวเนื้อเรื่องบีบคั้น เครียด แบบตัวละครทุกตัวเห็นแก่ตัวอ่ะ
คิดแต่มุมของตัวเองอย่างเดียวเลย
จนไม่รู้ว่าเรื่องมันจะจบยังไง เหอๆๆ

ความสัมพันธ์ของซึงฮยอนกะจียง
มันก็รู้สึกได้แต่แรกแล้วล่ะค่ะ ว่าคงจะเป็นแบบนี้แหละ
ความลับที่ไรเตอร์ใส่ไว้ในตัวสองคนนี้ก็คงเป็นเรื่องนี้
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องทั่วๆไป
เพราะว่ามันมีตัวละครอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
จนกระทบถึงส่วนสำคัญของเรื่องแน่ๆ
อยากรู้เรื่องว่าคนเขียนจะวางช่วงสุดท้ายของเรื่องแบบไหนค่ะ

ติดตามอยู่เสมอนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#13 By para-selene on 2009-05-10 14:23