[BB.fic] Enigma #10
posted on 02 May 2009 17:41 by sussurro in fiction
.
Title: Enigma #10
Subtitle: Before the Moon Rise
Author: ENIGMA
Fandom: BIGBANG
Genre: Romantic drama, AU, Yaoi, Flashback
Rate: NC-17 [overall story]
Status: Miserable ongoing [can't see the end]
Author's note: เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นจินตนาการของผู้แต่งค่ะ (มันกลายเป็นเรื่องอิโรติกไปตอนไหนนะ?)
+++
.
.
‘What's important is promising something to the people, not actually keeping those promises. The people have always lived on hope alone.'
#10
.
.
แสงแดดอ่อนๆพรมปลายนิ้วบนเปลือกตา จียงยันกายลุกขึ้นช้าๆก่อนมองห้องสว่างซึ่งโล่งหันหน้าออกทะเลสาบ เกล็ดระยิบระยับของคลื่นสะท้อนเข้าตา ร่างเพรียวจึงเลื่อนผ้าม่านสีขาวเข้าหากัน ห้องกว้างมีมิติมากขึ้นเมื่อแสงจากภายนอกจืดจาง จียงมองหาเสื้อผ้าที่เคยกองระเกะระกะตามพื้น แต่ตอนนี้พวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย อย่างน้อยเขาคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กได้หนึ่ง พันกายท่อนล่างไว้หมิ่นขอบพลางเดินสำรวจรอบห้อง
ห้องของซึงฮยอน...
เขามองรูปกรอบสีน้ำตาล แหวนและนาฬิกาที่ถอดวางไว้ใกล้ๆกัน เก้าอี้หนังเข้าชุดสีดำ ข้างผ้าม่านหันหน้าออกทะเลสาบมีเก้าอี้ขาวไว้เอนหลัง เตียงหลังใหญ่ที่ยับย่น โต๊ะข้างเตียงมีเพียงขวดน้ำและมือถือของเขาวางไว้ จียงไม่เห็นเงาของใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง รูบิกที่เล่นไว้ครึ่งๆกลางๆสงบนิ่งอยู่ริมระเบียง ร่างเพรียวคว้ามันมาเล่นอีกครั้ง เรียวนิ้วบิดกลับไปกลับมาโดยไม่ทันสังเกตร่างที่เคลื่อนเข้าใกล้
"ไม่หิวข้าวหรือไง?"เสียงทุ้มของอีกฝ่ายถามขึ้นเบาบางแต่จียงได้ยินมันชัดเจน เขาเงยหน้าจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ร่างสูงโน้มกายเข้าหาดูสูงใหญ่กว่าที่เป็นจริง
ในห้องเหลี่ยมมีเพียงแค่เขาและซึงฮยอน...ดั่งเช่นวันวาน
"ไม่หรอก..คิดว่าไม่หิว"
ซึงฮยอนจ้องมองปริศนาในมือของร่างเพรียว สีทั้งหกเลื่อนผ่านไปผ่านมาเหมือนเจ้าตัวกำลังทำให้มันแย่ลงกว่าเดิม เขารินเครื่องดื่มมาวางไว้ที่พื้นห้องก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตาม ...จ้องมองเขม็ง ไม่มีใครปริปาก ซึงฮยอนละเลียดเครื่องดื่มของตนอ้อยอิ่ง ร่างเพรียวจดจ่อกับปริศนาในมือ..
ทุกอย่างมีเวลาของมันเอง..
จียงใคร่ครวญถึงสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ มันเหมือนกับคนที่กำลังหาทางออกจากทะเลทราย แผนที่ในมือก็มีแล้ว เส้นทางก็มีอยู่ แต่ระหว่างย่ำไปในแต่ละก้าว กลับรู้สึกเหมือนไม่ทางออกและดูไร้หนทางสิ้นสุด หวั่นใจว่ากำลังหลง.. หวั่นใจว่าจะจมลง.. ..ราวกับยืนบนยอดของปัญหา กำลังเดินอยู่ในทะเลทราย
เวลาอย่างนั้นหรือ?
จียงหยุดมือลง เขาน่าจะหยุดมานานเกินไปแล้ว งานที่ค้างไว้เหลือเพียงแค่เขียนรายละเอียดปลีกย่อย พร้อมส่งแต่ยังมีบางจุดที่เขารู้สึกไม่พอใจ รูปแบบฉลากและวัสดุที่ใช้..มันไม่ใช่ที่เขาต้องการ ร่างเพรียวขัดสมาธิและกำสี่เหลี่ยมรูบิกเอาไว้ ถ้ามีกระดาษอยู่แถวนี้สักหน่อย... เขาเหลียวมองไปรอบกาย บังเอิญสบสายตากับเจ้าของห้อง ...นั่นทำให้รู้ว่าตนตกอยู่ในเป้าสายตาของอีกฝ่ายตลอด...ตลอดเวลา
"นายเหม่ออย่างนี้ประจำ"ซึงฮยอนพูดขึ้นเสียงเรียบ มันคือการต่อว่า..หรือมาจากการสังเกตกันนะ
"ฉันคิด...ไม่ใช่เหม่อ"
"ท่าทางของนายเหมือนเหม่อ...ใจลอย"
"บางครั้งอย่าเชื่อสิ่งที่เห็น..จะดีกว่า"...จียงสะอึกในคำพูดของตนเอง ผุดลุกขึ้นยืนฉับพลัน สองขาก้าวจากเก้าอี้ริมระเบียงแต่ซึงฮยอนคว้าข้อแขนไว้ทัน แรงบีบที่เหมือนเร่งรัดทว่าอ่อนโยน น่าแปลกที่เขาเดินตามไปอย่างว่าง่าย...เพราะดวงตาเชื่อมแสงคู่นั้นน่ะหรือ?
หากเป็นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาอาจจะไม่มีโอกาสมาเหยียบแม้กระทั่งห้องนี้ด้วยซ้ำไป
...ถือว่าเป็นความก้าวหน้าได้หรือเปล่า?
โต๊ะตัวยาวมีเพียงผ้าขาวพาดกึ่งกลางและถ้วยสองใบ ลายผ้า..ความขาวสะอาดบ่งบอกว่าเจ้าของห้องไม่ใคร่ใช้มันเท่าไร สลัดง่ายๆพูนสองถ้วย หน้าตาของพวกมันไม่ต่างอะไรกับเศษผักรวม สีเขียวช้ำ สีม่วงคล้ำและสีส้มเข้มปะปนกันอย่างไร้ศิลปะ เขาหันมองซึงฮยอนซึ่งกำลังนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามและลงมือกับถ้วยตรงหน้า
"นายทำเอง?"
"นั่งลงเถอะน่า.."
ควอนจียงเสมองห้องครัวที่เปิดโล่ง ไซด์บาร์ด้านหน้ายังมีรอยเปียกเล็กน้อย เขาจดจ้องผู้ชายที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้า คนสลัดโดยไม่เงยหน้ามาสบตา จียงสามารถเห็นดวงตายาวรีที่เลี้ยวลับไปในขนตายาว คิ้วที่เชิดอย่างทระนงกำลังซ่อนตัวอยู่หลังม่านผมสีดำ ...และสีแดงเล็กๆนั่น สุดท้ายแล้วเขาก็นั่งลงและจับช้อนส้อมขึ้นมา
หน้าตาไม่เอาไหน..
เขาคลุกเคล้าสลัดพวกนั้นให้เข้ากับน้ำสลัดแล้วตักชิม ..รสชาติก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก อาหารเช้าควบอาหารกลางวันท่ามกลางความเงียบงัน จียงไม่เคยรู้สึกว่าส้อมจะกระทบกับแก้วได้ดังกังวานขนาดนี้ เขายกส้อมขึ้นเชื่องช้าผิดกับเจ้าของห้องที่จังหวะการกินรวดเร็ว นั่นสินะถ้ากินเสร็จแล้ว..เขาจะกลับ
กลับ..
กลับบ้าน
จียงรวบช้อนและส้อมไว้ด้วยกัน อาจจะเพราะว่าเขาหิวโหย..หรือจะกำลังโรยแรง สลัดถ้วยนี้จึงไม่เหลือ ร่างสูงดึงถ้วยของเขาไปโดยไม่พูดอะไร มันดูตลกสิ้นดีที่มองแผ่นหลังกว้างของซึงฮยอนกับอ่างล้างจานอยู่ด้วยกัน แต่เขาก็กำลังจ้องมอง..จ้องมองมันเกิดขึ้น
"ทำไมวันนั้นนายถึง..."ร่างเพรียวหยุดชะงักก่อนจะจบประโยค
เขาเกือบลืมว่าเกมยังไม่จบ..
เสียงน้ำไหลกลบคำถามที่เขาพลั้งเผลอไปหมดสิ้น ชายหนุ่มร่างสูงไม่ขานรับคำเขาด้วยซ้ำ ร่างเพรียวเอนหลังกับเก้าอี้..เรื่องที่อยากรู้แต่ถามไม่ได้ เรื่องที่ค้างคามาตลอดเหมือนหนามคอยยอกแปลบ ไม่ว่าเมื่อไร มันก็ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด
แม้เบาบาง..แต่ก็เจ็บปวด
ซึงฮยอนมาหยุดยืนเคียงโดยที่เขาไม่ทันสังเกต มือหมาดน้ำกำรอบต้นแขนพลางออกแรงฉุดให้ลุกขึ้นยืน ความงุนงันปรากฏชัดบนใบหน้าของจียง มือเย็น..แต่รู้สึกได้ถึงเลือดเนื้อที่ไหลวน
มนุษย์ที่ยังมีชีวิต จิตใจ..มีอารมณ์
"เมื่อนอนเต็มตาและอิ่มท้อง..ที่เหลือก็คือเซ็กซ์ไม่ใช่เหรอ?"
"....................."
เรื่องง่ายๆที่พูดออกมาแล้วช่างน่าเกลียดในความรู้สึก
เซ็กซ์? จียงครุ่นคิดถึงประโยคนั้น ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองคนที่อยู่เหนือร่าง นั่นพูดออกมาจากใจหรือเปล่า? นั่นคือตัวตนของนายหรือเปล่า? นั่นนายหมายความอย่างนั้นๆจริงใช่ไหม?
"ดวงตาของนายมีแต่คำถาม ...หวังว่านายยังจำกติกาได้นะ?"คำเตือนของซึงฮยอนทุ้มนุ่มแต่เขากลับคิดว่ามันไม่ได้มีความจริงใจแม้แต่น้อย มือของอีกฝ่ายเลื่อนลงต่ำ..
ผ้าขนหนูผืนเล็กแค่สะกิดก็ปลิวปลิด มันไม่ได้สำคัญอะไรมากไปกว่าเศษผงชิ้นหนึ่ง เบา..และเป็นปราการที่อ่อนด้อยเหลือเกิน ปล่อยปลดให้ศัตรูรุกไล่ไปตามพื้นผิว แล่นและท่องไปบนเนินเนื้อ ที่ระคาย..ไม่ใช่ปลายนิ้วหรือความร้อนที่ส่งผ่าน
สายตาต่างหาก..
"นายรู้อะไรไหม..ในบางครั้ง ฉันคิดถึงเรื่องระหว่างเรา...ฉันพยายามคิดหาหลายวิธีที่จะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้..ทำไมมันต้องจบแบบนี้ จบในแบบที่ฉันเลือกไม่ได้" กระซิบแผ่วเบา
"เรื่องมันยังไม่จบ.."ซึงฮยอนนิ่วหน้า ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนตอนที่เขาเล่นเจ้าปริศนารูบิกนั่นไม่มีผิด ซับซ้อนขณะเดียวกันก็ง่ายที่จะเห็นทุกมุม ปริศนา..ที่พัดพาเขาออกไปจากเหตุผล อยากจะชนะ..อยากจะควบคุม
"จบเถอะ..นายไม่รู้หรอกว่าฉันพยายามมากแค่ไหน นายไม่รู้หรอกว่าฉันทำอะไรไปบ้าง นายไม่รู้หรอกว่าฉันต้องเจอกับอะไร ผลของการฝืนกับสิ่งที่พังไปแล้วน่ะ"
เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงตะโกน จียงไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องตะโกนทั้งที่อยู่ใกล้เพียงแค่นี้ อีกไม่กี่นิ้วก็แทบสัมผัสริมฝีปากซึ่งกันและกัน เสียงสั่น...เขาห้ามตัวเองไม่ได้
"เราซ่อมใหม่ได้..เราเริ่มใหม่ได้"
"ไม่..นายคิดว่าอะไรคือหลักประกันถ้าเราจะ... อะไรคือปลายทาง?"
"เรา..."
"หยุดใช้คำว่า ‘เรา' จะได้ไหม? ทำไมวันนั้นนายถึงไม่มา ฉันรอนาย...ฉันรอนายเกือบทั้งคืน รู้สึกเหมือนไอ้งั่งที่ไปนั่งกลางสวนอยู่ดึกดื่นกับความหวังลมๆแล้งๆบนสัญญาว่างเปล่า นายตอบฉันได้ไหม? นายทำไม..ถึง"เสียงสั่นพลันลดระดับความดังลงเหลือเพียงกระซิบ จียงยกสองมือขึ้นปิดใบหน้า เขาเกลียดตัวเอง..เกลียดที่สุด
ซึงฮยอนมองภาพตรงหน้า.. ร่างเพรียวนอนหงายบนเตียงกว้าง แผ่นอกที่สะท้อนขึ้นลงโดยแรง..เสียงลมหายใจที่สะอื้นฮั่ก ผ้าขาวและผิวสีอ่อน..เสริมกันจนดูเลือนราง ถ้าหากว่าเขาไม่จับไว้ให้มั่น.. ร่างสูงปล่อยให้ความเงียบครอบพื้นที่ในห้อง เขาปล่อยให้มันกดทับท่วมบ่าทั้งสองและเขารู้ดีว่าจียงเองก็สัมผัสมันได้เป็นอย่างดีเหมือนกับเขา
"นายแพ้แล้ว..จียง"
"..................."
ซึงฮยอนเอื้อมดึงฝ่ามือที่ซ้อนเร้นใบหน้าออก ร่างเพรียวไม่ได้ฝืน... เขารู้ดีว่ามันเปียก..เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายอยากจะบดบังอารมณ์อ่อนแอ อีกฝ่ายอาจจะโกรธจัดจนหลั่งน้ำตา แต่ที่แน่ๆคืออีกฝ่ายไม่อยากมองเขาหรือรับรู้การมีตัวตนของเขาในตอนนี้
...แต่เขาก็อยากจะเห็น
เห็นน้ำตา..
"ฉันขอโทษ..นั่นเป็นเพราะว่าฉันตั้งใจจะตัดใจ ...แต่พอเจอหน้านายอีกครั้งฉันก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้..ไม่สิมันอาจจะล้มเหลวมาตั้งนานแล้วก็ได้"
"หมายความว่า?"สายตาของจียงเปิดเผยอารมณ์มากกว่าครั้งไหนๆแม้จะยังพราวด้วยหยาดใส สิ่งที่ซึงฮยอนพูด...ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถจะคาดเดาถึง เรื่องง่ายๆ..เรื่องที่เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขา คำว่า ‘ทำไม' ก้องตะโกนจนแสบแก้วหู..ทั้งที่โลกภายนอกเงียบสงบมีเพียงลมหายใจและผิวเนื้อเปลือยเบียดไซ้เสียดสี
"นายปกติ..ฉันรู้ แล้วฉันก็เป็นเพื่อนของนาย"
"เพื่อนอะไรกัน? ที่นายทำเรียกว่าเพื่อนหรือไง? ...นายคิดว่าฉันจะไล่ตะเพิดนายเพราะว่านายไม่ปกติอย่างนั้นเหรอไง?"
"......................."ดวงตาของซึงฮยอนกำลังตอบคำถามของเขา ที่แล้วมามันไม่ใช่อย่างที่คิด..แล้วที่เขาทำลงไปล่ะ?
"ที่นายห่างเหินไปเฉยๆโดยไม่มีสาเหตุก็เพราะเรื่องนี้? เย็นชาตั้งแง่เหมือนคนแปลกหน้าแบบนี้เรียกว่าเพื่อน? โธ่เว้ย..นายรู้ไหมว่า.."จียงเลือกที่จะหลับตาลง ก้อนแข็งเลื่อนขึ้นมาอุดตันที่ลำคอ
เขาอยากร้องไห้อีกครั้ง...
"แล้วนายจะให้ฉันทำอย่างไร เข้าไปบอกว่านายว่าฉัน..อยากจะ...มี.."ซึงฮยอนถอนหายใจลั่นและขบริมฝีปากแน่น มือใหญ่บีบราวไหล่ของร่างเบื้องใต้แน่นเข้า "ขอโทษทีเถอะ ‘เพื่อน' อย่างนายจะให้ฉันได้หรือไง นายเข้าใจฉันดีแค่ไหนจียง? ควอนจียงนายเข้าใจฉันดีแค่ไหน? ฉัน..ที่ต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของนายจากในฝัน คืนแล้วคืนเล่าที่ฉันได้แต่จินตนาการ เด็กโง่ๆที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ต้องทนมองนายยิ้ม หัวเราะให้คนอื่น..และ...จูบ..."
น้ำหนักที่โถมเข้ามาทำให้จียงเงียบแบบไร้เงื่อนไข เขามองประกายตาที่มุ่งมั่นของซึงฮยอน.. มันจะดีแค่ไหนถ้าเขารู้..
มันจะดีแค่ไหน...
"ฉันแค่..." จียงลังเลที่จะบอกออกไป เขารู้ดีว่าเหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้นเมื่อไร ภาพของสายลมหนาวยังประทับเด่นแต่ไม่ใช่หน้าของผู้หญิงคนนั้นที่ชัดเจน..
"ถ้าฉันทำได้..ตอนนั้น ฉันจะไม่ลังเลที่จะทำแบบนี้ ฉันคงไม่กลัวนายจะเกลียดฉัน..หากว่าฉันรู้วิธีที่จะให้ได้นายมา ...ทำให้นายหลงและไม่สามารถไปจากฉันเหมือนตอนนี้..."
"นายมั่นใจแล้วหรือ..ว่านายทำได้"
"...ฉันเปิดไพ่ให้นายดูหมดแล้ว..นี่คือเดิมพันของฉัน"
"...มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย...."ร่างเพรียวเบือนหน้าออก หยดหนึ่งเปียกลงผืนผ้าขาว.. ก่อนจะซึมหายลงไปอย่างอ้อยอิ่ง ไม่มีหยดใดไหลจากหน่วยตาคู่เดิม
"อยู่ข้างๆกันแบบนี้ไม่ได้เหรอ .....มันสายไปแล้วใช่ไหม?"เสียงของซึงฮยอนแหบพร่า..
จียงไม่คิดว่านั่นคือคำถาม..จียงไม่ตอบ...
มันช่างคล้ายกับเสียงตัดพ้อกับดวงจันทร์หรือใครสักคน
เดิมพันของซึงฮยอน..เดิมพันของจียง
ด้วยสายตาเหม่อลอยและเสียงนาฬิกาแสนแผ่วเบา ใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นเชื่องช้าแต่เรืองชัดจนยากลบเลือน
...มินอา
+++
.
.
ยองเบกดโทรศัพท์เป็นครั้งที่สิบสามของวัน ปลายสายไม่สามารถติดต่อได้มาตลอดห้าวันนี้ มันหายไปไหนของมัน? กำหนดงานก็งวดเข้ามาทุกที อย่าบอกเขาว่าเจ้านั่นมัวแต่ทำตามแผนของตัวเองจนลืมงาน แบบนี้เขาไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย..เสียทั้งงานและเวลา ติดต่อใครไม่ได้สักคน..เลขาของหมอนั่นบอกแค่ว่าซึงฮยอนลายาวถึงวันจันทร์
มันเรื่องอะไรกันนักหนา..
คนมาคลับเพื่อผ่อนคลายแต่เขารู้สึกเหมือนมาทำงาน สอดส่ายสายตาเพื่อมองหา เขาไม่น่าเสนอแผนพวกนั้นด้วยความอยากลองฝีมือเลย แน่นอนว่าไม่มีสินค้าตัวไหนที่ผ่านมือเขาแล้วขายไม่ได้และไม่มีลูกค้าคนไหนที่ผิดหวังเมื่อสั่งของจากเขา ถ้ามันจะส่งผลให้เตลิดได้ขนาดนี้ เขาก็คงจะปราม... มันเป็นผลข้างเคียงที่เขาไม่ได้คำนวณไว้นี่นะ ผลข้างเคียง...คำนี้เขาก็ไม่ชอบ
ยองเบนึกถึงรถมินิสีเหลืองสะดุดตาที่ยังจอดในลานจอดรถข้างนอก ถ้าเขาสามารถสังเกตได้..คนอื่นก็เห็นได้เช่นกัน ให้ตายสิ...เขาไม่อยากจะคิดว่าใครจะเห็นบ้าง พี่แทบินล่ะ แล้วยังจะมินอา?
ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์ลงที่ข้างตัว ..ตอนนี้มันไม่มีค่างวดอะไรเท่าไรเมื่อไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ เขาชักเริ่มเกลียดอะไรที่เป็นคู่.. มันมักจะไร้ประสิทธิภาพเมื่อไร้อีกฝ่าย มันไม่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดได้โดยลำพัง.. ยองเบจิบแจ็กโรสอีกครั้งก่อนจะยกมือให้เอาแบบเดิมมาส่งที่โต๊ะ
อดไม่ได้สุดท้าย..ก็ต้องหยิบเทคโนโลยีการสื่อสารขึ้นมอง
หน้าจอโล่งไร้วี่แววใดๆ...
"บ้าชะมัด จะเอาไปกกกันถึงไหนวะ?"เขาสบถกับตนเอง
ชายผ้าสีแดงเคลื่อนผ่านรอบโต๊ะของเขา เหลื่อมพลิ้วเหมือนผีเสื้อเริงระบำ..สุดท้ายแล้วก็หยุดลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกับเขา เสียงนุ่มของหล่อนทำไมเขาจะจำไม่ได้ ผมยาวเป็นลอนสลวย.. ปัญหาคือน้ำเสียง..ไม่เร่งรัดแต่รบเร้าอยู่ในที นี่สินะ...ผลข้างเคียงที่ไม่ได้คำนวณไว้อีกข้อ
"ใคร 'กก' อะไรหรือคะ?"
ยองเบเกลียดอะไรที่เป็นคู่แล้วจริงๆ...
+++
.
.
Stay tuned







เฮ้อ..คลี่คลายซะที่...ไม่ค่อยบีบหัวใจแล้ว
"อยู่ข้างๆกันแบบนี้ไม่ได้เหรอ .....มันสายไปแล้วใช่ไหม?"เสียงของซึงฮยอนแหบพร่า.
ซึงฮยอนเผยไต๋แล้ว...จียงจะใจแข็งไปหนายอะ
สงสารซึงฮยอนมันเตอะ..นะนะ
#1 By TJ (125.26.10.216) on 2009-05-02 19:27