[BB.fic] Enigma #12-end-
posted on 17 May 2009 20:32 by sussurro in fiction
.
Title: Enigma #12 [end]
Subtitle: Before the Moon Rise
Author: ENIGMA
Fandom: BIGBANG
Genre: Romantic drama, AU, Yaoi, Flashback
Rate: NC-17 [overall story]
Status: complete on May 14, 2009
Author's note: เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นจินตนาการของผู้แต่งค่ะ
+++
.
.
‘What's important is promising something to the people, not actually keeping those promises. The people have always lived on hope alone.'
#12
.
.
ยองเบเดินผ่านรถมินิสีเหลืองอีกครั้งในค่ำคืนนี้ เขาไม่รู้ว่าเมื่อเข้าไปข้างในคลับแล้วจะได้พบใคร ใครกันที่เขาจะต้องส่งข้อความของจียงไปให้... ใคร่ครวญอยู่นานว่าเพราะอะไรจียงถึงไม่เอ่ยชื่อออกมาโดยตรง หรือมีใครอื่นที่ไม่อยากให้รู้อย่างนั้นหรือ? ...แต่ในห้องนั้นก็มีเพียงเขาและจียง?
ทำไมเขารู้สึกใจไม่ดีอีกแล้ว..
เมื่อเข้ามาในแบล็กเพิร์ล ดนตรีแจ็สกรีดกรายออกมาต้อนรับพร้อมไอเย็นของบรรยากาศ เขาเดินเลียบเคียงอยู่หลายโต๊ะแต่ไม่เจอคนที่เขา ‘เดา' เอาไว้ จนมาจนถึงโต๊ะสุดหัวมุม ชายรูปร่างสูงใหญ่ใกล้เคียงกันนั่งดื่มท่ามกลางบรรยากาศเงียบกริบ ยองเบรู้สึกว่าบริเวณนี้เท่านั้นที่เสียงดนตรีไม่สามารถทะลวงเข้าถึง
อิมแทบินเป็นคนแรกที่สังเกตการมาของเขา รุ่นพี่ต่างชมรมเชื้อเชิญให้ยองเบนั่งลงที่โซฟา ชายร่างสันทัดนั่งลงอย่างว่าง่าย วันนี้ไม่เหมือนกับทุกวัน เขาไม่พร้อมที่จะสั่งเครื่องดื่มตามปกติ สองคนที่อยู่ตรงหน้านี่ต่างหากที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องไหน
"ทำไมพี่แทบินถึงมานั่งดื่มกับ..."
"บังเอิญน่ะ.."แทบินอยากจะกัดลิ้นตนเองที่พูดคำน่าเบื่อหน่ายที่สุดในช่วงนี้ออกไป ยองเบมองออกว่าต่อให้เอาเชือกมามัดทั้งสองคนด้วยกันไว้ ซึงฮยอนก็เป็นคนสุดท้ายในโลกที่รุ่นพี่อิมอยากพบเจอ
"เพราะว่าฉันกำลังรอธุระอื่น ถ้าเรียบร้อยแล้วก็จะไม่รบกวนรุ่นพี่หรอกครับ"ซึงฮยอนยกค็อกเทลขึ้นดื่มอีกครั้ง ยองเบเพิ่งสังเกตว่าข้างกายของชายหนุ่มผมดำมีกล่องไม้ขนาดหย่อมวางอยู่ รูกุญแจบนกล่องไม้สวยงามนั่นก็ช่างคลับคล้ายคลับคลา..
"คงจะสำคัญมากสินะ"แทบินพูดแทรกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ สีหน้าอวดดีเหมือนกำชัยชนะบางอย่างไว้นั่นก็ช่างยั่วโมโห ถ้าจะมีทางไหนที่ทำให้ความมั่นใจของหมอนั่นหักโค่นลงมาบ้างล่ะก็...
"เป็นเดิมพัน.. คำตอบที่ได้คือสิ่งที่ผมรอ จะเป็นหนึ่งหรือสอง..ขึ้นอยู่กับเขา"
ยองเบเดาเอาไว้ไม่ผิด.. แต่ก็อยากจะรู้เหลือเกินว่าปฏิกิริยาตอบสนองของหมอนี่จะเป็นอย่างไร
"ถ้าฉันบอกว่า...ธุระของนายปฏิเสธที่จะมาคืนนี้ล่ะ?"
ซึงฮยอนตวัดสายตามองสีหน้านิ่งสงบของยองเบเพียงชั่วครู่ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนและก้าวฉับออกไปราวกับพายุ มันเป็นเวลาเพียงชั่ววินาทีเท่านั้น รุ่นพี่หนุ่มไม่ทันจะได้เอ่ยท้วงถึงกล่องไม้ที่ซึงฮยอนลืมไว้ ยองเบมองตามรถสีดำคันหรูซึ่งแล่นปราดออกจากลานด้านหน้า มันพุ่งตัวออกถนนใหญ่อย่างไร้เงา
ซึงฮยอนคนนั้น..เป็นไปได้ขนาดนี้?
+++
.
ชินมินอายืนอยู่ตรงที่เดิม
ความเงียบกางกั้นให้จียงไม่สามารถพูดอะไรได้ แววตาของความตระหนกผุดขึ้นชัดเจนในดวงตา เวลาของการเปิดเผยทั้งหมดมาเร็วเกินกว่าที่เขาคิดไว้ ไม่มีแม้แต่เวลาให้หายใจ ณ ตอนนี้การถอนหายใจก็ดูเหมือนจะเสียงดังเกินไป หญิงสาวยิ้มเย็นและค่อยๆก้าวเข้ามากลางห้อง ความอิดโรยบนใบหน้าของหล่อนทำให้เขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ เพราะเขาเอง..ทุกอย่างมันเพราะเขาเอง
"ผมมีเรื่องที่จะต้องบอก..."ร่างเพรียวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วแต่มั่นคง
มินอาหยุดนิ่งเหมือนไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด ร่างเล็กบอบบางนั่งลงที่พื้นและวางกระเป๋าไว้ตรงหน้า มือเล็กๆของหล่อนรูดซิปอย่างอ้อยอิ่ง จียงมองกระเป๋ากีฬาใบนั้น มันอยู่ที่พี่แทบินนี่...แล้วทำไมถึง? เขาจำได้ดีว่าข้างในกระเป๋านั่นคืออะไร เขาอ่านสีหน้าของหญิงสาวไม่ออก ปลายนิ้วของหล่อนยังเลื่อนไปเรื่อยจนสุดปลาย
"...ฉันเคยบอกคุณว่า ไม่ยอมยกคุณให้ใคร.."
"มินอา....."
"...ฉันเคยบอกว่าคุณคือทุกอย่างของฉัน.."
"มินอา...อย่า.." จียงลุกขึ้นจากเก้าอี้หวาย เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวัง สองตาจับจ้องที่ท่อนแขนของ'คนรัก' ที่กำลังล้วงลงไปในกระเป๋า หล่อนหยิบบางอย่างออกมา วัตถุคุ้นตา..ทุกครั้งที่เลิกชมรมเขาจะต้องแยกชิ้นส่วนมัน และในวันรุ่งขึ้นก็ต้องประกอบเป็นเหมือนเดิม...
หญิงสาวผมยาวสลวยยกมันขึ้นมา ปลายกระบอกจ่อลงที่พื้นห้อง สองแขนขาวดูอ่อนปวกเปียกเกินกว่าจะตั้งมันให้ตรง แต่เขารู้ดีว่ามินอานั่นเล็งแม่นเพียงใด...
ก็เขาสอนมากับมือ..
"คุณมีคนใหม่ใช่ไหมคะ?"
"...ใช่" ป่วยการที่จะโยกโย้..จียงรับคำไปง่ายดาย สีหน้าของมินอาเมื่อได้ยินคำตอบไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าใดนัก ราวกับว่าหล่อนอยู่ก่อนแล้ว..ไม่มีเค้าของความแปลกใจ จียงไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยเพราะไม่ว่าเมื่อไรที่เขาโกหก มินอารู้เสมอ..
"เธอคือใคร ฉันรู้จักหรือเปล่าคะ?"
"มินอา...ฟังนะ..."
"แต่เราสัญญากันไว้แล้ว.."
ควอนจียงเดินไปหยุดที่ตรงหน้าของหล่อน ทรุดเข่าลงต่อหน้า ทำไมเขารู้สึกว่าห้องนี้มันมืดเหลือเกิน แม้ว่าแสงจันทร์จะลอดผ่านระเบียงและสะท้อนกับกระจกใสเป็นเงาขาว สายตาของมินอาเลื่อนขึ้นสบกับของเขา แขนข้างที่ถือกระบอกสีดำเลื่อมยังแนบกาย
"ฉันไม่ยอมหรอกค่ะ..."
"ฟังก่อนได้ไหม..ได้โปรด"
หล่อนยกปลายกระบอกขึ้นมาด้วยกิริยาช้าเชื่อง ใจของเขาจรดอยู่ที่ปลายเหลี่ยมของวัตถุนี้ มันจะหันไปทางไหน เขาหรือหล่อน...
ทางสองทางที่ไม่ว่าทางไหนก็แย่เท่ากัน
แต่ปืนกระบอกนั่นไม่ได้หันมาที่เขา ไม่ได้จ่อมาที่ขั้วหัวใจอย่างที่มันควรจะเป็น หญิงสาวกดมันที่ขมับของตนเองและสบตาเขาอย่างแน่วแน่ เรียวปากท่องประโยคที่ว่าไม่ยอมยกให้ใครซ้ำซาก ปลายนิ้วเลื่อนเซฟออกดังกริ๊ก จียงอยากร้องไห้..เขาอยากจะแย่งปืนนั่นมาและยิงตัวเองไปเสีย
"ผมโกหก....มินอาได้ยินไหมว่าผมโกหก"เขาตะโกนขึ้นแข่งกับเสียงในหัวของเขาเอง ทำอย่างไรก็ได้ให้มินอาวางปืนนั่นลง ทำให้ปืนนั่นหายไป..
"คุณพูดเรื่องอะไร?"
"...เธอยังจะรักคนที่โกหกมาตั้งแต่ต้นได้ไหมมินอา? ผมหลอกคุณ หลอกมาตั้งแต่แรก ซึงฮยอนไม่ได้มีคนรักอยู่แล้ว เขาออกจะยินดีด้วยซ้ำถ้าคุณจะไปเป็นคู่รักให้เขา"
"......................"ดวงตาของมินสะท้อนความไม่เชื่อ สะท้อนความไม่มั่นใจ ที่สุดของอารมณ์คือความไม่เข้าใจ ริมฝีปากสีสดของหล่อนขยับเล็กน้อยแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด
"...ผมนี่แหละที่ทำให้คุณไม่ได้รักกับซึงฮยอน"
"คุณโกหก..." หล่อนลดเสียงลงต่ำและสะกดกลั้นคำพูดบางอย่างก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเบา "ช่างเถอะ...ถึงอย่างไร ความจริงที่ว่าฉันรักคุณก็ไม่เปลี่ยนแปลง..." มินอาเลื่อนนิ้วจากโกร่งพร้อมที่จะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ จียงดึงข้อมือของมินอามาจ่อไว้ที่อกด้านซ้าย ปลายกระบอกทิ่มแทงแผ่นอก
เขาจ้องหล่อนไม่วางตา
"ถ้าอย่างนั้นก็ยิงผมก่อนมินอา เราจะได้ทำให้สัญญาเป็นจริงไงล่ะ? แล้วคุณค่อยตามผมไป ยังไงเราก็ต้องได้เจอกัน ผมเองก็เหนื่อยแล้ว ผมหมดสิ้นทุกอย่างเพราะตัวผมเอง ถ้าจะชดใช้ให้คุณได้..ยิงผม...ยิงเดี๋ยวนี้!!"
มินอาถลึงตามองชายร่างเพรียวตรงหน้า ตลอดเวลาที่คบกัน ไม่เคยสักครั้งที่จียงจะตวาดลั่นแบบนี้ ไม่เคยสักครั้งแม้ว่าเขาจะหัวเสียหรือว่าอารมณ์เลวร้ายแค่ไหนก็ตาม มันเหมือนอะไรบางอย่างที่มีกะเทาะเปลือกบางๆออกจากความทรงจำ ภาพเก่าๆผุดลอยขึ้นมา..รอยยิ้มหรือหัวเราะพวกนั้นเป็นความลวง? ความรู้สึกดีๆที่มีให้ก็คือของปลอม? ไม่มีสักอย่างเลยหรือ..สักอย่างที่เป็นของจริง
"คุณทำแบบนี้ทำไม?"มินอากุมมืออันสั่นเทาต่อไปไม่ไหว ปลายนิ้วปล่อยปลดจากด้าม มันร่วงลงและจียงกลายเป็นผู้ครอบครองไว้ในมือ เขายังไม่หันปลายกระบอกออกจากหัวใจตนเอง เพียงแค่มินอาบอก.. เพียงแค่มินอาสั่ง..
เขาพร้อมที่จะชดใช้..
"เพราะว่าผมแค่อยากได้..เพียงเพราะความปรารถนา"
"ที่ปรารถนาและอยากได้นั่น..ไม่ใช่ฉันใช่ไหม"มินอาถามขึ้นอย่างเจ็บปวด
เขาแค่พยักหน้า..
"คุณใจร้ายมาก.. คุณเห็นแก่ตัว..เลวร้าย แต่..ฉันก็ยัง..."มินอาขบริมฝีปากตนเองจนแดงช้ำ มันไม่ใช่การทรยศ หล่อนตระหนักขึ้นมาได้เหมือนน้ำเย็นจัดซัดสาดลงกลางใจ สำหรับคนสองคนที่ถือว่าเป็นคนรักกัน มันไม่ใช่การทรยศ ...เพราะว่าเรื่องระหว่างสองคน มันไม่เคยเกิดมาตั้งต้น หล่อนรู้สึกเหมือนตนเองไร้ค่า..เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมที่หล่อนเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังแข่งกับใคร
ทุกอย่างพลิกกลับได้ง่ายดายในเวลาเหยียบชั่วโมง
...พังทลายเหมือนปราสาททรายต้องน้ำ
มินอาแปลกใจตนเองที่ไร้น้ำตาสักหยด ดวงจันทร์นอกระเบียงสุกกระจ่างแตกต่างกับอารมณ์ของหล่อนในยามนี้ แม้ว่าจะเจ็บช้ำและเจ็บปวดแต่หล่อนก็ไม่อยากคิดว่ามันเป็นเพราะจียง ไม่สิ..ผู้ชายตรงหน้านี้ไม่ใช่จียงอีกต่อไปแล้ว ร่างบอบบางลุกขึ้นยืน หล่อนมองชายร่างเพรียวที่อยู่ตรงหน้าจากมุมสูง
"คุณอยากชดใช้ให้ฉันใช่ไหม.."
จียงหลับตาและนิ่งฟัง..นิ้วเลื่อนไว้ที่ไกเหนี่ยว
"อย่าให้ฉันเห็น..หน้าคุณ...อีก...ได้โปรด"เสียงของหล่อนสั่น ทุลักทุเลกว่าจะพูดจนจบประโยค ทุกก้าวที่ถอยฉากออกมาคือการลืม เหตุผลอะไรก็แล้วแต่ของผู้ชายคนนี้ หล่อนไม่อยากฟัง...
ไม่อยากจะเจ็บไปมากกว่านี้
จียงลืมตาขึ้นพร้อมกับประตูห้องถูกกระชากออกอย่างไม่ปราณี ร่างสูงยืนตระหง่านคับกรอบประตู หอบหายใจ สายตาเฝ้าหา สองแขนอ้างเสาประตูเป็นหลักพัก มินอายืนนิ่งและจ้องมองด้วยความตะลึง
เชวซึงฮยอน...
ทำไมถึงมาที่นี่..
เงาบางอย่างเคลื่อนเข้าบดบังหัวใจ มินอารู้สึกหนักและเหนื่อย ดวงตาคู่สวยคมที่หล่อนเคยหลงใหลอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่บัดนี้มองมองทะลุผ่านตัวหล่อนไป ร่างสูงนั่นเดินผ่านหล่อนไปราวกับหล่อนเป็นเพียงรูปปั้น มีเพียงแค่หางตาเรียวยาวทอดเงาลงที่ใบหน้าของหล่อน วูบหนึ่งที่ชายหนุ่มเดินผ่านเข้าไปในห้อง กลิ่นน้ำหอมหนึ่งแทรกโสตนาสิก
.
.
กลิ่นน้ำหอมที่หล่อนเคยได้รู้จักเพียงหนเดียวแต่หล่อนสามารถจำได้ทุกลมหายใจ
มินอาหันมองจียง..
ทุกการเคลื่อนไหวช้าลงจนน่าอึดอัด จียงเบิกตาขึ้นโตเมื่อสบสีหน้าของหล่อน มินอารู้แล้ว... หยดน้ำใสของหล่อนทะลักทลายนองหน้าก่อนจะรีบหันออกไปจากห้อง ซึงฮยอนก้าวเข้ามาหาเขา ความกังวลฝังแน่นในทุกอิริยาบถของอีกฝ่าย ร่างเพรียวลุกขึ้นยืนหวังจะวิ่งตามไป...คำที่สำคัญที่สุดเขายังไม่ได้กล่าวออกไป
เขายังไม่ได้ขอโทษมินอา..
อาวุธสีดำนอนนิ่งบนพื้นอย่างไร้พิษสง จียงก้าวข้ามมันไป ไม่ทันจะพ้นร่างสูงที่ยืนขวางไว้ ท่อนแขนแข็งแรงรัดรอบเอวเพื่อรั้งไว้ แนบแน่นเหมือนไม่ทางปล่อยไปไหนอีก ร่างสูงกอดไว้กระชับ เขารู้สึกเหมือนถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน เสียงกระซิบทุ้มหนักข้างหูยิ่งตอกย้ำถึงการกระทำที่น่าละอาย
"เลิกกันแล้วใช่ไหม?"
"มีเรื่องที่นายควรจะรู้.."จียงทำเสียงเข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความมั่นใจและความนับถือตัวเองมันหายเหือดแห้งหมดไปเมื่อครู่แล้ว หนำซ้ำยังแปลกใจตนเองด้วยว่ายืนอยู่ได้อย่างไร..
ซึงฮยอนเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สายตาของเขาสะดุดกับกระบอกสีดำเลื่อมบนพื้น แม้ว่าเขาไม่เคยเข้ามาในห้องนี้ แต่เขาก็รู้สึกว่าสภาพห้องปกติคงไม่ใช่แบบนี้
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ฉันอยากจะรู้ว่านายยังจะอยากอยู่ข้างๆคนแบบนี้อยู่หรือเปล่า คนที่น่ารังเกียจ.."
"...นายหมายถึงอะไร?"
"ถ้าฉันจะบอกว่าคนที่นายไล่ล่าคือคนที่ไล่ล่านายล่ะ?"
"...ฉันไม่เข้าใจ.."
ควอนจียงหลับตาลงและนึกถึงเรื่องต่างๆที่เขาพยายามเสแสร้ง ทำเหมือนหลบหนีให้นายไล่ตาม ..แท้จริงแล้วความปรปักษ์นั่นล่ะ..ที่จะทำให้นายไขว่คว้า เวลานายทำสีหน้ามั่นใจว่าถือไพ่เหนือกว่าฉันมันทำให้รู้สึก...อยากจะพูดออกไปทุกครั้ง
"เชวซึงฮยอน...นายน่ะถูกหลอกแล้ว"
"......................."
"...นายต่างหากที่เป็นสินค้า"
"แต่..ฉันต่างหากที่..."ความงุนงงเจือแทรกอยู่ในทุกอณูเสียง
"ฉันเล่นละคร..ชัดไหม? นายแค่เดินมาตามกับดักที่ฉันวางไว้ นายไม่ได้คุมเกมอะไรเลยซึงฮยอน นายแค่เปิดไพ่เร็วไปหน่อยเท่านั้น นายแพ้ฉันทุกใบ ไม่มีแต้มไหนหักฉันลงได้เลย"
"...เพราะว่าอะไร...ทำไมนายถึง"
"เพราะอะไรมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว คำตอบที่นายอยากได้จากฉัน ตอนนี้ฉันก็อยากได้จากนายเหมือนกัน นายยังจะชอบฉันลงอยู่อีกไหม?"
ซึงฮยอนเงียบกริบ คำพูดทั้งหมดซึ่งออกมาจากปากของคนตรงหน้าเหมือนหมัดลุ่นๆซัดลงที่ปลายคาง เรียวปากนั่นที่เขาเคยจูบ มันกำลังขยับถ่ายทอดสิ่ง.. ซึ่งเขาไม่คิดคาด ไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการ.. ชายหนุ่มนึกถึงไออุ่นที่ได้รับจากริมฝีปากคู่นี้ เขานึกถึงอ้อมกอดที่มอบให้ในยามค่ำคืน
แม้แต่ท่าทางขัดขืนนั่นก็เป็นเพียงแค่ละครตบตาอย่างนั้นหรือ? มันคือวิธีที่เร่งให้เขาไล่ตาม.. อยากได้.. อยากมีแทบบ้าอย่างนั้นหรือ แนบเนียนจนแม้แต่เขาก็ไม่อาจจะระแคะระคาย
"เมื่อไร..มันตั้งแต่เมื่อไร?"มือใหญ่บีบรัดแน่นที่ต้นแขนทั้งสองข้างของจียง ร่างเพรียวนิ่วหน้าแต่ไม่ปริปากบ่น ดวงตาคู่คมจ้องเขากลับมาด้วยแผดเผา ประโยคคำถามกระทั้นกระแทกใส่หน้า ถ้ามันเป็นไม้หรือว่าดาบสักเล่ม ตอนนี้เขาคงไม่มีชิ้นดี
..แค่นี้ก็บุบสลายจนย่อยยับ
"หลังจากทำงานร่วมกัน.."
"..........................."ซึงฮยอนไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน มันก็หมายความว่าเขาใจตรงกันแล้วนี่.. ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างที่เขาต้องการเพียงแต่ว่า...เขาไม่ใช่ผู้เลือกเท่านั้นเอง แค่เขาถูกหลอก? ...ถูกล่อลวง? ...ที่ผ่านมาเขาไล่ตามนายพรานที่เชี่ยวชาญและเขาเอง...เป็นเขาเอง...เหยื่อโง่ๆที่วิ่งตามไป ..ดวงตาคมเบือนบิดออกมองดวงจันทร์สีกระจ่างด้านนอก
.
คนโง่กับดวงจันทร์
ดวงจันทร์ที่แปรเปลี่ยนรูปร่างของมันทุกเมื่อเชื่อวัน .. คนโง่ไหนเลยจะตามทัน
"ความจริง..มินอาชอบนาย แต่ฉันโกหกว่านายมีคนรักอยู่แล้ว..."
ควอนจียงผละออกจากวงแขนแข็งแรงอย่างง่ายดาย ...ทรุดตัวลงนั่งลงที่พื้น มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะบอกสิ่งที่เก็บงำเอาไว้ ทุกอย่าง..ล้วนยากที่ผลลัพธ์หรือผลตามมา เขามองร่างสูงที่นิ่งเงียบและจมจ่อมกับความคิดอันหนักหน่วง ซึงฮยอนหรี่นัยน์ตาเรียวสวยลง
เวลาเดินทางราวกับชั่วกัลป์
"ประตูอยู่ทางนั้น..นายไปได้ทุกเมื่อ..."
จียงเลือกไม้ขีด..เมื่อถึงเวลามันอาจจะไม่เป็นไปอย่างที่หวัง แต่เขาก็ยอมรับ จุดไม่ติดก็คือไม่ติด..
แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ไอร้อนที่ห่างหายกลับมาอีกครั้ง มันรวดเร็วจนจียงไม่อาจสรุปได้ว่ามันคือ ‘คำตอบ' ของซึงฮยอน สายตาคมกรีดยาวตั้งแต่ใบหน้าของจียงจนถึงแผ่นอกที่ขยับขึ้นลง ใบหน้าของชายหนุ่มโน้มแนบเข้าหา..ราวกับมีแรงดึงดูด บางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายกำลังชักนำให้เขาตกเป็นทาส
"ทำไม...ฉันต้องรักนายด้วย..."
"...ฉันต่างหากที่ต้องพูดประโยคนั้น"จียงกระซิบเบาๆกับแผงอกของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอม.. น้ำตา.. ใบหน้านองเนืองด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาว ถูกพัดหายไปกับอารมณ์ที่พรึงเพริด..แม้ว่ามันไม่ควร มันไม่เหมาะสม..
.
.
สายฝน..โปรยปราย
+++
.
อิมแทบินจ้องมองกล่องไม้ที่ซึงฮยอนลืมทิ้งไว้เป็นปริศนา ความสนใจทำให้เขาลืมมารยาทไปชั่วขณะ มือใหญ่คว้ามันขึ้นมาพิจารณา รุ่นน้องร่างสันทัดนั่งมองอากัปกริยาของรุ่นพี่อย่างเงียบงัน แม้แต่เขาเองก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร
"มันล็อกแฮะ.."แทบินเอ่ยขึ้น
ยองเบ..พลันนึกถึงกุญแจที่นอนนิ่งในกระเป๋าของเขา มันจะสำคัญขนาดที่หมอนั่นจะต้องใส่กุญแจไว้? เรื่องที่นายสองคนจะมาเจอกัน..คือเรื่องนี้ใช่หรือเปล่า? มันเป็นเรื่องอะไรกันนะ...แล้วกุญแจดอกนี้? ยองเบล้วงมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ อิมแทบินหันมาสบตากับเขา ไม่ยากเย็นที่จะเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร...
"นายมีกุญแจ?"
"ผมก็ไม่แน่ใจนักหรอกครับ มันอาจจะใช่หรืออาจจะไม่ ...ว่าแต่พี่แทบินจะเปิดมันหรือครับ...แบบนั้นมันออกจะ"...เสียมารยาท ยองเบได้แต่เก็บคำเหล่านั้นไว้ในใจ
"ก็มีแค่นายกับฉันเท่านั้นที่รู้.."ร่างสูงหลิ่วตามาทางเขา ประโยคที่คล้ายคำสั่งกรายๆ รอยยิ้มกวนอารมณ์ตามแบบฉบับของอิมแทบินส่งมาทางเขา ถ้าลองพูดมาแบบนี้ ไม่ว่าอย่างไรรุ่นพี่ก็คงจะต้องเปิดดูให้ได้
"แต่มันอาจจะไม่ใช่.."
ร่างสูงดึงกุญแจสีเงินไปจากมือของเขา สอดปลายของมันเข้าไปอย่างไม่รอช้า หมุนบิดซ้ายขวาไม่นาน เสียงคลิกแผ่วเบาก็ดังขึ้น สายตาคมหันมาทางเขาอย่างสะใจ ยองเบรู้ว่ารุนพี่แทบินกำลังสนุก ..การเปิดดูกล่องที่ล็อกไว้ก็เหมือนเกมล่าสมบัติ จะเจออะไรในกล่องนั่นบ้างก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของทั้งสองคนคือ กระบอกสีดำและสีเงินเก่าๆ
"เจ้าพวกนี้มันคืออะไร.."
"ผมคิดว่า..มันเป็นไทม์แคปซูลนะครับ"
"ฉันนึกว่ามีแต่ในละคร.." น้ำเสียงติดเหยียดขำขัน.. แทบินหยิบกล่องสีดำขึ้นมาก่อน เขากดปุ่มเล็กๆที่ด้านหลังและดึงสลักออก กระดาษขาวใบเล็กๆม้วนอย่างเรียบร้อยไว้ด้านใน จากลักษณะความฝืดของสลัก เขาน่าจะเป็นคนแรกในรอบหลายปีที่ได้เปิดมัน
"นายว่ากระบอกนี้ของใคร?"
"...ผมไม่เดาดีกว่า"
แทบินคลี่ออกอ่าน..ไม่นานนักเขาก็รู้ว่ากระดาษใบนี้เป็นของใคร ชื่อเขียนไว้ที่มุมขวาอย่างเรียบร้อย ลายมือแบบเด็กๆ... เขาอ่านจบและส่งให้ยองเบแต่เจ้ารุ่นน้องปฏิเสธที่จะอ่าน เขาเก็บลงกระบอกไว้ตามเดิม แทบินไม่หยุดเพียงแค่นี้..กระบอกสีเงินคือเป้าหมายต่อไป
เขาเปิดออกอ่าน..
ยองเบสังเกตสีหน้าของรุ่นพี่ อิมแทบินที่ยังเคยมีรอยยิ้มของความสะใจ บัดนี้..มีสีหน้าของผู้ปราชัย เสียงทุ้มคำรามขึ้นแผ่วเบาในลำคอ
"ไพ่ตานี้...ฉันแพ้สินะ"
.
.
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องอ่านข้อความข้างในและไม่ต้องบอกว่าไทม์แคปซูลพวกนี้เป็นของใคร ยองเบลอบยิ้มเพียงลำพัง ตอนนี้สามารถที่จะเอนหลังอย่างผ่อนคลาย สั่งเครื่องดื่มโปรดมาจิบรอเวลา ดวงจันทร์นอกหน้าต่างบานกว้างของแบล็กเพิร์ลทอแสงนุ่มนวล เพลงแจ็สคลอเคลีย..
จียง...หวังว่าสินค้าคงจะถึงมือนายแล้ว
.
.
แผนของนาย..ไม่สินะ ...ละครฉากนี้..จะได้ปิดม่านลงเสียที
+++
END
คำถามเล็กๆน้อยๆ สองสามข้อ
1. คิดว่าเรื่องนี้งงไหม
2. เรื่องนี้อยู่ในประเภทอะไรตามความคิดของท่าน
3. คิดว่าเทมป์เขียนว่าอะไรและจีเขียนว่าอะไร?
...ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ไม่ว่าเรื่องจะจบแบบไม่สมหวังหรือสมหวังก็ขอให้ืทุกท่านมีแต่ความสุขความเจริญตลอดกาลนานเทอญ~
...อีกนิด...นักอ่านที่เข้ามาอ่านตลอด ขอขอบคุณจริงๆที่สละเวลาเข้ามาอ่านและเมนต์นะคะ







ตอนจบ โฮกมากกกกกกกกกก
หักมุมได้สุดยอด
อ๊ากกกกกกกกกก
อยากกรี๊ดๆๆๆๆ
น้องจีเริ่ดมากกกกกกกก
อยากรู้ว่ามันเขียนอะไรไว้จริงๆเลยอ่ะ
TT
ไปเดาเอาเองก็ได้ เหอเหอ
อ๊ายย
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
เรื่องนี้จบได้สุดยอดมากกก
#1 By KubKang on 2009-05-17 21:03