[BB.fic] Erosphobia #3
posted on 21 Jun 2009 00:02 by sussurro in fiction.
Title: Erosphobia
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นจากน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr
+++
Love is irresistible desire to be irresistibly desired.
Robert Frost
#3
.
.
ซึงรีขยับตัวอย่างอึดอัดในห้องเหลี่ยม
ไม่ใช่เพราะว่ามันคับแคบจนหายใจไม่ถนัดหรือเพราะว่ามันทำให้เขานึกถึงคุก แต่เป็นเพราะว่ารุ่นพี่เจ้าของห้องนั่งนิ่งมาเป็นเวลานานเนิ่น ทั้งสีหน้าแววตา..เหวี่ยงไกลเวิ้งว้าง ราวกับเขาไม่ได้มีตัวตนอยู่ในห้องนี้ เขาอยากจะพูดและคุยเรื่องอีกมากมายแต่พอหลังจากพูดถึงเพื่อนใหม่ รุ่นพี่ซึงฮยอนปล่อยเพียงความเงียบเป็นตัวกางกั้น
เด็กหนุ่มชันเข่าขึ้นกอดพลางจับจ้องที่ใบหน้าของรุ่นพี่ ถึงแม้ว่าจะเงียบสงัดแต่หากว่าเขาสามารถนั่งเสพเสี้ยวหน้าของเจ้าของห้องอย่างนี้ได้เรื่อยไปล่ะก็... เขายินดีที่จะนั่งสงบปากสงบคำ ซึงรีครุ่นคิด...ไม่มีใครรู้ว่าถ้าร่างสูงถอดแว่น ดวงตานั่นจะคมได้แค่ไหน ไม่มีใครเคยได้จ้องดวงตาเรียวสวยคู่นั้น หัวโค้งของเปลือกตาที่ทอดละมุนซ้อนทับด้วยแพขนตายาว...ไม่มีใครเคยได้จดจ้อง เขาเคยเห็นเพียงคนเดียว
เรื่องนี้....จะเรียกว่าความลับระหว่างเขาและซึงฮยอนได้หรือเปล่า?
ติ๊ก...
ต็อก
ติ๊ก...
ต็อก..
เสียงนาฬิกาเคลื่อนปลายเข็ม .. มันกระทบกับพื้นห้องดังชัดเจนขึ้นทุกที ซึงฮยอนเขย่าไหล่เล็กที่ซวนซบกับกำแพง ดวงตาคล้ำค่อยๆปรือขึ้นมองผู้ปลุก ร่างสูงลอบยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู
"กลับบ้านได้แล้ว..คุณน้าจะเป็นห่วง"
"ผมค้างที่นี่ไม่ได้เหรอฮะ? พรุ่งนี้ผมไม่มีเรียนเช้าสักหน่อย"
ร่างสูงเหลือบมองเตียงเดี่ยวเล็กแคบของตน มันทั้งไร้สีสันและแข็งกระด้างราวกับหิน แต่นอกจากเตียงนั่นแล้ว ไม่มีเครื่องนอนสำรองไว้ที่ไหนเลย สายตาคมไล่มองร่างที่กำลังสะลืมสะลืออยู่เบื้องล่าง จะทำอย่างไรกับเด็กซึ่งกำลังโยเยเพื่อให้ได้ของเล่น?
"พี่จะไปส่ง"
"พี่...จะไปส่งผมเหรอฮะ?"เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนอย่างยินดี สายตาของหนุ่มรุ่นพี่ทอดออกไปนอกหน้าต่าง มือใหญ่หยิบกุญแจห้องและกระเป๋าสตางค์เตรียมพร้อม ซึงรีรู้สึกว่าเขากำลังหลงกลอะไรสักอย่าง...แต่นึกไม่ออกว่าโดนหลอกเรื่องอะไร สุดท้ายแล้วเขาก็ยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับซึงฮยอน
"จักรยานของฉันเสีย.. เดินไปได้นะ?"
"ผมเดินมาก็เดินกลับได้สิ" ซึงรียิ้มอารมณ์ดีก่อนจะออกเดินนำหน้าร่างสูงไป สายลมยามค่ำคืนทอดตัวผ่านตึกและถนนหนทาง เด็กหนุ่มรู้สึกว่าแต่ละก้าวที่เขากำลังขับเคลื่อนมันเร็วกว่าที่เขาต้องการ ถ้าถนนเบื้องหน้านี้ยาวต่อไปเรื่อยๆ... ซึงฮยอนเดินล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางผ่อนคลาย
เขาอยากเดินเคียงกันไปอย่างนี้..อีกนานๆ
"ผมอยากเรียนประวัติศาสตร์ที่พี่เรียนบ้างฮะ"
"นายเพิ่งปีหนึ่งเอง เก็บตัวที่จำเป็นก่อนก็ได้น่า"
"ถ้าเรียนกับพี่ไม่เห็นต้องกลัวอะไร"
"นายเห็นฉันเป็นอะไรฮึ?"เสียงทุ้มพูดขึ้นกลั้วหัวเราะ ซึงรีรู้สึกเหมือนเขาเป็นเด็กเล็กๆ มันอดไม่ได้ที่จะเถียง..เขาไม่ได้หมายความว่าจะให้ซึงฮยอนช่วยเรื่องเรียน... เขาหมายความอีกนัยหนึ่งต่างหากแต่คล้ายว่ารุ่นพี่ไม่เข้าใจอย่างที่เขาต้องการสื่อ ร่างโปร่งวิ่งตัดหน้าซึงฮยอนก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงดัง
"พี่ซึงฮยอน...พี่ฟังผมนะ ผมน่ะ...ช.."
"ซึงรีระวัง!!"ซึงฮยอนตะโกนขึ้นโดยพลันเมื่อเห็นรถสปอร์ตสีดำมันปลาบเลี้ยวตัดโฉบเข้ามา เด็กหนุ่มยืนนิ่งก่อนจะหันมองแสงไฟที่สาดเข้าหา ไฟสูงพร้อมเสียงแตรไล่ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ล้อยางบดเบียดกับพื้นถนนจนได้กลิ่นไหม้คลุ้ง มือของซึงฮยอนพยายามฉุดรั้งข้อมือของรุ่นน้องให้เข้าหาตัวแต่ร่างโปร่งนั้นไม่ได้ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
รถคันงามหักหลบแฉลบไปไหล่ทางด้านซ้าย หวุดหวิดเสาไฟฟ้าต้นใหญ่ที่หัวมุม ทั้งสองคนหลับตาแน่น...เด็กหนุ่มได้สติพร้อมกับรู้สึกถึงปลายมือสั่นเทาของตนเองกุมเสื้อของซึงฮยอนไว้แน่น รุ่นพี่โอบไหล่เขาไว้แนบกาย แม้ว่าจะล้มลุกบนถนนและรถยนต์ผ่านพ้นไปแล้ว รุ่นพี่ตาคมก็ไม่คลายมือ
"พี่ฮะ...ผมไม่เป็นไร"ซึงรีกระซิบขึ้นเสียงเบา..เขาเองก็ไม่อยากปล่อยมือจากรุ่นพี่แต่เสียงประตูรถที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้เขาต้องผละไปต่อว่า
".........................."
"ตายหรือเปล่า?"เสียงนุ่มของร่างสันทัดช่างขัดกับประโยคที่กำลังเอ่ย ซึงรีถลึงตามองผู้ชายชุดขาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ นี่คือคนที่เกือบจะขับรถชนเขาตาย...ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าพี่ซึงฮยอนดึงเขาไว้..
ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ซึงฮยอน..
"นั่น..คือการแสดงความเสียใจอย่างหนึ่งหรือไง?"ซึงรีประจันหน้ากับชายชุดขาวตรงๆ เด็กหนุ่มสังเกตเห็นว่า เขาสูงกว่าร่างตรงหน้านิดหน่อย แต่ใบหน้าที่แท้จริงของหมอนี่เป็นอย่างไร ไม่อาจจะเห็นได้ถนัดนัก.. เพราะแว่นกันแดดกรอบโต
ตอนสองทุ่มครึ่งมีแดดเสียที่ไหน?
ซึงรีสบตากับชายชุดขาวแม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมองเขาอยู่หรือไม่
"เธอชื่ออะไร?"
"แล้วจะทำไม? นายต่างหากที่จะต้องบอกชื่อมาน่ะ"ร่างโปร่งเหลือบมองร่างสูงที่ยังคงตะลึงงัน เข่าสองข้างยังคงแนบกับพื้นถนนและสองมือกำแน่น กรอบแว่นหนาสะท้อนกับแสงไฟตัดหมอกหน้ารถ เด็กหนุ่มสังเกตป้ายทะเบียนรถและพยายามจดจำ
"ฉันไม่หนีหรอก...ชื่อของเธอล่ะ?"ชายชุดขาวพูดขึ้นอย่างหน่ายระอาเมื่อเห็นร่างโปร่งชะเง้อมองทะเบียนรถ
".........................."
ร่างสันทัดมองเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งประท้วงและปิดปากสนิท เขาล้วงกระเป๋าเสื้อด้านในพลางควักธนบัตรออกมาปึกใหญ่ เขากรีดนับอยู่สองสามครั้งก่อนจะตัดสินใจยื่นให้เด็กหนุ่ม
"แค่นี้พอไหม? คราวหลัง..หาคันที่ขับช้ากว่านี้สิ"
ซึงรีรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า...อาจจะเหมือนถูกชกด้วยซ้ำ ชายคนนี้กล่าวหาว่าเขาเป็นพวกต้มตุ๋น...หลอกเอาเงินทำขวัญจากการแกล้งถูกรถชน มัน..
"เอาเงินของนายกลับไป พวกฉันต้องการคำว่าขอโทษเท่านั้น"ชายหนุ่มผมดำเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ซึงฮยอนลุกขึ้นยืนพลางขยับกรอบแว่นให้เข้าที่ ร่างสูงของเขาบังเสี้ยวหนึ่งของเด็กหนุ่มเอาไว้
ในเวลานี้..ซึงรีอยากเห็นสีหน้าและแววตาของรุ่นพี่เหลือเกินแม้จะรู้ว่ามันไร้สาระก็ตาม ไม่ว่าอย่างไรเขาก็อยากเห็น.. เขามองชายชุดขาวอีกครั้ง สีหน้าแปลกใจระคนเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้านั่น แม้ว่าจะสวมแว่นตาสีชาเอาไว้ ซึงรีก็สัมผัสได้ว่าชายคนนี้ กำลังดูถูกพวกเขา
"นายเองน่ะหรือ?"เสียงนุ่มลากเสียงอย่างใคร่ครวญ ร่างสันทัดลดมือลงก่อนจะเก็บเงินปึกนั้นลงที่เดิม สายตาไล่มองร่างตรงหน้าและคลี่ยิ้มออกเบาบาง ...เรียกว่ายิ้มอย่างมิตรคงจะไม่ได้เพราะความเหยียดหยันเจือขบขันปะปนอยู่ทั่ว
ซึงฮยอนก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าว เขากำลังลังเลใจ...เขามั่นใจว่าไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้ แต่ทำไมคนๆนี้..ถึงได้มีท่าทางว่ารู้จัก ‘เชวซึงฮยอน' คนธรรมดาเสียเต็มที่ เขาไม่อยากคิดว่ามันเป็นเพราะอะไร..แต่ความใคร่รู้ของเขาไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ร่างสันทัดจุดบุหรี่ขึ้นอย่างใจเย็น ควันสีเทาลอยกรุ่นท่ามกลางค่ำคืนสงัด
"นายคือใคร?"ซึงฮยอนต้องพ่ายให้กับความอยากรู้ของตนเอง แต่คำตอบที่ได้คือฝ่ามือที่โยกขึ้นโบกเป็นเชิงว่าอย่าใส่ใจ
"ช่วงนี้สนุกกับชีวิตไหมล่ะ? หรือว่ามีอะไรแปลกใหม่?"
"นายหมายถึงอะไร?"ชายหนุ่มผมดำรู้สึกเหมือนไฟฟ้าวิ่งพล่านทั่วร่าง ทั้งที่มันก็ไม่ใช่คำถามที่เจาะจงหรือว่าบ่งบอกว่าคนถามรู้เรื่องอะไรบางอย่างเป็นพิเศษ แต่เขารู้สึกเหมือนชายตรงหน้ามีความลับบางอย่างที่ทำให้เขาเหมือนคนโง่
หรือบางสิ่งที่ทำให้เขาเป็นยิ่งกว่าคนโง่..
"พี่ฮะ..ไปเถอะฮะ..ผมอยากกลับบ้าน"หนุ่มรุ่นน้องลอบดึงแขนเสื้อของร่างสูงเป็นการสะกิด ซึงรีรู้สึกไม่ชอบเจ้าของรถคันหรูคันนี้ขึ้นมาจับใจ
"แต่..เขายังไม่ได้"
"กลับเถอะฮะ..."ซึงรีกึ่งลากกึ่งดึงร่างสูงให้พ้นจากบริเวณนั้น ซึงฮยอนหันมองร่างสันทัดที่กำลังสูบบุหรี่ จุดสีแดงโรจน์ปลายมวนเหมือนดวงตาของปีศาจในความมืด สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือชายชุดขาวเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะบ่ายหน้ากลับไปยังรถสีดำ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังขึ้นสองสามครั้งก่อนจะหายลับไปในราตรี
.
.
ไม่มีใครพูดอะไรระหว่างทาง..
สายลมกรีดร้องผ่านท่วงทำนองของใบไม้ไหว รุ่นพี่ตาคมจมนิ่งอยู่ในความคิดของตนเอง ซึงรีรู้สึกได้ว่าประโยคเหล่านั้นชวนสะกิดใจให้วิตกอยู่ไม่น้อย แม้ว่ามันจะไม่มีความหมายหรือสาระอะไรเลยก็ตาม มันเหมือนความมืดที่มุมในห้องนอน..ทั้งที่เป็นห้องนอนของเราเอง เรารู้ว่าตรงนั้นไม่มีอะไรแต่เราก็อดไม่ได้ที่จะระแวงว่าอาจจะมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องกลับมาหรือมีเงาจางๆของอะไรสักอย่าง..
ทั้งสองเดินมาจนสุดถนน บ้านสองชั้นในเขตเมืองมีพื้นที่จำกัด แต่บ้านหลังนี้ของซึงรีก็ถือได้ว่าเป็นบ้านที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าบ้านอื่น เขาอยากจะพูดอะไรสักอย่างให้รุ่นพี่รู้สึกสบายใจ ลืมไปสิ้นเรื่องที่ตนเองเกือบถูกรถชนเมื่อครู่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกไป..ร่างสูงชิงพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มหนัก
"ขอโทษนะ...ถ้าฉันให้นายค้างที่ห้องคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้"ซึงฮยอนหยุดยืนที่หน้าประตูรั้วและแค่นยิ้มออกมาให้รุ่นน้อง
"...มันไม่ใช่ความผิดของพี่หรอกฮะ มันเป็นเพราะว่าผมพยายามจะ..เอ่อ"เขานึกออกในเรื่องที่เขาพูดค้างไว้ ความรู้สึกบางอย่างข้างใน.. ความรู้สึกที่คอยผลักดันให้หัวใจทำงาน..
..พลุ่งพล่าน
"หืม?"
"เปล่าฮะ... ลาก่อนฮะพี่ซึงฮยอน วันนี้ขอบคุณมากนะฮะ"ซึงรีนึกขอบคุณความหม่นมืดของราตรี เงียบเสียดีกว่า..มันอาจจะไม่ถึงเวลา
มันยังไม่ใช่เวลาของเขา...
ร่างสูงปิดประตูรั้วและยืนมองรุ่นน้องจนกว่าจะเข้าประตูบ้านไป เขามองซึงรีก้มศีรษะเคารพก่อนจะปิดประตูบ้านลง แสงไฟเล็ดลอดออกมาตามกระจกและช่องว่างขอบประตู ชายร่างสูงออกเดินอีกครั้งพลางครุ่นคิด ..เขาคงไม่ให้อภัยตนเอง..ถ้าหากว่าซึงรี...
น้องแค่คนเดียวยังดูแลไม่ได้...ถ้าหากว่าเป็น...
เสียงเล็กเสียงน้อยก้องสะท้อนชื่อหนึ่งออกมาจากทุกทิศทาง ซึงฮยอนรีบปัดความคิดนั้นออกไปทันที เขาพยายามไม่รับรู้ เขาพยายามไม่รู้สึกหลงใหลไปกับชื่อนั้น.. มันไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนาสักนิด.. มันไม่ใช่เลย...
.
.
หากว่าชายหนุ่มหันกลับมองบ้านหลังกะทัดรัดนั่นสักนิด หากว่าเหลียวมองบ้านของซึงรีอีกสักครั้ง ...เขาจะเห็นม่านห้องที่เลิกขึ้นกว้างปล่อยให้แสงไฟในห้องกระจ่างในความมืด ..เด็กหนุ่มโบกมือลาเขาอย่างเชื่องช้า ทว่าเขาไม่ได้หันกลับไป...
ไม่เลยสักครั้ง..
+++
ดนตรีอาร์แอนด์บีเบาบางลอยพริ้มอยู่ในคลับ เครื่องดื่มสีอำพันหนึ่งแก้วอยู่ในอุ้งมือ เขามองสีสันของมันยามกระทบกับสปอร์ตไลท์สีต่างๆ ใจของมนุษย์ก็เป็นอย่างนี้ใช่หรือเปล่า.. มันถูกย้อมไปกับสิ่งเร้าภายนอกได้ง่ายดาย บางครั้งสีที่ย้อมก็กลืนกินจนไม่เหลือสีเดิม
"ไง..จียง?"เสียงนุ่มเอ่ยทักขึ้นจากด้านหลัง ร่างเพรียวไม่จำเป็นต้องหันไปมองด้วยซ้ำ เพื่อนสนิทในกลุ่มของเขานั่นเอง ร่างนั้นทิ้งตัวลงเก้าอี้ข้างซ้าย เสียงถอนใจดังกลบคำทักทายแผ่วเบาของจียง เขาหันมองใบหน้าเพื่อนอย่างสงสัย
"มีอะไรหรือเปล่า?"
"ฉันรีบบึ่งมาแทบตาย ฉันต่างหากที่ต้องถามนายว่ามีอะไรวะ"ชายร่างสันทัดยกเครื่องดื่มที่บริกรนำมาให้ ที่คลับแห่งนี้ เขาไม่จำเป็นต้องบอกว่าเครื่องดื่มโปรดคืออะไร ยกเว้นว่าอยากจะดื่มอะไรที่แปลกไปจากเดิมเท่านั้น เครื่องดื่มเหล่านั้นจะเพียบพร้อมตรงหน้าราวเนรมิต
"ตามที่ตกลงกันไว้ พวกนายต้องการแค่หลักฐานใช่หรือเปล่าล่ะ?"
"ใช่เลยพวก.. ฉัน รุ่นพี่ฮงจุน รุ่นพี่เบคยอง เจ้าฮยอนจุง ต้องการแค่หลักฐานที่จับต้องได้ อะไรวะหรือนายจะบอกว่าจะถอนตัว?"เขาพินิจใบหน้าด้านข้างของเพื่อนร่างเพรียว มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป..มันคืออะไร? หรือว่าเป็นสีผม?...มันอ่อนกว่าครั้งล่าสุดที่เจอกัน หรือว่าสีหน้า? ดวงตาเรียวเล็กและริมฝีปากบางเฉียบนั่นก็ยังคงไว้ด้วยความจริงจัง หรือว่า...แววตา?
ควอนจียงก้มหน้าลงมองแก้วในมือให้พ้นจากการสังเกต
"ใครบอก.. ฉันแค่ถามเพื่อความแน่ใจ ควอนจียงคนนี้ไม่มีทางแพ้หรอก"
"เอาเหอะน่า..ค่าพนันครั้งนี้ก็สูงอยู่ แต่ถ้านายจะเลิก ..เพื่อนๆก็ไม่ว่าอะไรนะเว้ย"ร่างสันทัดยกแก้วหนาขึ้นดื่มรวดเดียวก่อนจะเรียกแก้วใหม่มาทันที ใบหน้าแฝงความขบขันซ่อนอยู่หลังแว่นสีชา จียงส่ายหน้าและยกแก้วของตนขึ้นจิบบ้าง ตอนนี้แก้วของเขากลายเป็นสีชมพูสด ถ้าเขาเลิกล้มตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับว่าเขายอมแพ้
คนอย่างควอนจียง..ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้
ยกเว้นแต่...
"นี่..จียงฉันเห็นซอนเยออกไปกับลีน่า นายน่าจะรู้นะว่ามันหมายความว่าอะไร"
"...ฉันน่ะ..มีปัญหากับซอนเยนิดหน่อย"จียงขยับแก้วในมือ เสียงน้ำแข็งเคลื่อนชนแก้วใสดังขึ้น ร่างเพรียวใคร่ครวญหนักหน่วง เขาเงียบก่อนทอดถอนหายใจ เพื่อนสนิทของเขาดื่มแก้วที่สองก่อนจะหันมาสบตา
"ดูเหมือนว่านายมีเรื่องจะพูดนะ.. หรือว่าฉันเข้าใจผิดไป?"
สีหน้าแปลกใจของเพื่อนทำให้จียงกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไป มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถจะพูดได้กับทุกคน ยิ่งกับคนที่สนิทกันด้วยแล้ว..บางทีพูดออกไปมันยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิม รสขมหยดสุดท้ายไหลผ่านลำคอ ร่างเพรียววางแก้วลงบนโต๊ะกระจกสีขุ่น
"ไม่มีอะไรหรอกน่า แล้วพวกนั้นจะมาเมื่อไรล่ะ?"
"สักพักนั่นแหละ เอ้อ...วันนี้ซวยชะมัด เกือบชวดเงินเพราะพวกต้มตุ๋นมือใหม่"
"อ้อ...ไอ้ที่เคยดักหน้ารถและกระโจนออกมาให้นายชนน่ะเหรอ"
"ใช่..แต่คราวนี้มือใหม่น่าดู พอแผนแตกเด็กนั่นก็.." เขาหยุดพูดไปชั่วขณะ ภาพของเด็กหนุ่มท่าทางดื้อรั้นผุดขึ้นฉายชัด แววตาที่แสดงออกถึงความโกรธ.. ท่าทางจะโกรธแทนเจ้านั่นไม่น้อย..ทั้งที่ตัวเองเป็นคนที่เกือบโดนชนแท้ๆเขายักไหล่และเอียงคอเล็กน้อยก่อนพูดต่อ "ช่างมันเถอะ..ที่สำคัญกว่านั้นคือฉันเจอ ‘เขา' ด้วย ..น่าตกใจอยู่ไม่หยอก"
ร่างเพรียวเอนหลังพิงพนักก่อนเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ปลายนิ้วของเขาไล้วนที่ขอบแก้วซึ่งตอนนี้เหลือเพียงน้ำแข็งไม่กี่ก้อนที่พร้อมละลาย สีอำพันหายไปแล้ว..ที่อยู่ตรงหน้าคือแก้วเปล่าไร้สีสัน จียงรู้สึกกระหายเบียร์มากกว่าจะเรียกวิสกี้แก้วใหม่
เบียร์รสนุ่มเย็นรื่น..รสบุหรี่...และ...
จียงปฏิเสธเสียงแข็งทั้งกับตนเองและเพื่อนสนิท..
"มันไม่เกี่ยวกับฉัน..."
ร่างสันทัดผิวปากขึ้นล้อเลียนก่อนจะเรียกเครื่องดื่มใหม่เอาใจเพื่อน วิสกี้เหมือนเดิม.. ร่างเพรียวเหลือบมองมันชั่วครู่ก่อนจะเบือนหน้าหนี กลุ่มเพื่อนทยอยเดินเข้ามาในร้าน เขาจำต้องยกแก้วใบใหม่ขึ้นไว้ในมือ ความคิดของเขาผุดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจมลงในเสียงพูดคุยซึ่งรายล้อมรอบโต๊ะ
รสที่รินผ่านเรียวปาก.....ถ้าเป็นเบียร์จะดีแค่ไหนนะ..
+++
"ขอตัวกลับก่อนดีกว่า"ร่างเพรียวผุดลุกขึ้นยืนผ่ากลางวงสนทนา ชายหนุ่มที่เหลืออีกสี่คนกำลังคุยกันออกรสชาติ เมื่อได้ยินคำประกาศของอีกฝ่าย ทั้งหมดหยุดหัวเราะลงกะทันหัน
"เพิ่งจะสี่ทุ่มเองนี่หว่า?"ร่างเล็กที่สุดในกลุ่มโวยขึ้นมา ใบหน้าแดงก่ำซบลงที่บ่าของเพื่อนร่างสูง เจ้าตัวพยายามชะโงกขึ้นมองรุ่นน้องตัวแสบ
"จริงด้วย.."ชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวจัดเลื่อนนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา สายตาคมเฝ้ามองอาการของรุ่นน้องอย่างงุนงง ควอนจียงไม่ใช่คนที่จะเลิกกลางคัน...แล้วยิ่งเหล้ายังไม่พร่องขวดแบบนี้ด้วยแล้ว ร่างเพรียวในชุดเชิ้ตสีเทาแขนยาวก้มหน้าลงมองแก้ววิสกี้ จากสีชมพูกลางเป็นสีส้มสว่าง
"ขอโทษด้วยจริงๆฮะ ผมนัดกับซอนเยไว้"
"อ้อ...ทีหลังก็รีบบอกสิว่านัดสาวไว้ ฮะฮ่า..โดนแขวะอกเพราะไปสายแน่ไอ้น้อง"รุ่นพี่ตัวเล็กหัวเราะชอบใจและหันมองเพื่อนราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ประสบพบเจอเป็นประจำ ควอนจียงเม้มริมฝีปากลงแน่น...พลางล้วงกระเป๋ากางเกง
"ให้ฉันไปส่งหรือเปล่าวะ?"เพื่อนผมยาวเสนอตัวก่อนจะวางแก้วเหล้าลง ในวงเหล้านี้ เขารู้สึกว่าคนเดียวที่ยังไม่เมาก็คือเขาเองแต่ร่างเพรียวส่ายหน้าขึ้นดัก
"ไม่ต้องหรอก..ฉันจะเรียกแท็กซี่ ส่วนมื้อนี้..."
"ไม่ต้องน่า ฉันเลี้ยง...เอ้ารีบไปสิ...โชคดีนะจียง อย่าลืมเรื่องที่พนันกันไว้ล่ะ"รุ่นพี่หนุ่มร่างสูงโบกมือลาพลางขยิบตา
เขาค้อมศีรษะลงคำนับรุ่นพี่ทั้งสองและยกมือลาเพื่อนอีกสองคน สองขารีบพาตนเองออกมาให้พ้นจากคลับประจำ ด้านหน้าของร้านชื่อดังหาแท็กซี่ได้ไม่ยากแต่จียงกระโดดขึ้นคันแรกที่ผ่านมา ปลายทางมันไม่ไกลสักเท่าไรแต่ลำพังตัวเขาตอนนี้คงไม่สามารถไปถึงที่นั่นได้
ร่างเพรียวพิงศีรษะกับกระจกรถ แสงไฟริมถนนทอดลงอย่างอ่อนโยน จียงมองแสงนวลที่เคลื่อนคล้อยผ่านมาและผ่านไป เขารู้สึกว่ารถคันนี้หยุดกับที่แต่ปล่อยให้ทิวทัศน์โดยรอบวิ่งผ่าน หลับตาลงฟังเสียงเพลงในรถแท็กซี่ มันชวนให้นึกถึงทุ่งหญ้าสีทอง สายลมอ่อนๆพัดแผ่ว สักวันหนึ่งเขาอยากไปเที่ยวที่แบบนั้นดูบ้าง..ถ้ามีเวลา...เขาอยากจะไป
ควอนจียงดีดหลังออกจากเบาะทันทีเมื่อเห็นป้ายโฆษณาเด่นสะดุดตาทางซ้ายมือ
"จอดตรงนี้ฮะ"เขาดึงกระเป๋าสตางค์ออกมาก่อนจะทำเศษเหรียญร่วงกราว...จียงสบถเบาๆ..ดันคว่ำกระเป๋าลงเสียได้
"คุณไหวหรือเปล่าครับ?"คนขับขยับกระจกมองหลังเพื่อมองผู้โดยสารได้ถนัดถนี่ ตอนแรกที่จอดรับ เขามั่นใจว่าเป็นลูกค้าผู้หญิงที่อาจจะเที่ยวเก่งแต่ภาพที่เห็นอยู่ในกระจกนี่...
ควอนจียงเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงคำถามเมื่อยื่นธนบัตรให้แต่คนขับยังไม่ปล่อยมือจากพวงมาลัย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจ้องเขาผ่านกระจก
"ผมเป็นผู้ชาย"ควอนจียงพูดขึ้นอย่างรู้ทัน แม้ว่าจะมองหน้าไม่ชัดว่าโชเฟอร์ทำสีหน้าแบบไหน แต่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นหนสองหน อีกฝ่ายหลบสายตาและรีบกุลีกุจอทอนเงิน
"ขอบคุณฮะ"ร่างเพรียวรับเงินทอนก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ ปรับสมดุลขาทั้งสองข้างอยู่นานพอควร เขาไม่ได้เมามากเท่าไรแต่ท้องว่างตั้งแต่กลางวันทำให้เขาเมาเร็วกว่าที่ควร รถแท็กซี่คันนั้นเลี้ยวหายไปที่มุมถนน...เสียงเครื่องยนต์เก่าๆนั่นเป็นเสียงดังเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางถนนเปลี่ยวแห่งนี้ พอมันจางหายไปแล้ว..จียงรู้สึกเหมือนหูทั้งสองข้างดับสนิท
ร่างเพรียวมองแสงไฟจากร้านสะดวกซื้อ แสงนวลของมันเหมือนเป็นความสว่างเพียงแหล่งเดียว กองไฟเล็กๆรอให้แมลงบินเข้าหา ควอนจียงหัวเราะกับความคิดแปลกๆของตนเอง แต่เขาก็เดินตามแสงไฟนั่นไป ใช้เวลาไม่นานในการซื้อของที่ต้องการ จียงก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปตามถนนคดเคี้ยวที่ทอดยาวจนหยุดที่อาคารขนาดเล็ก มือเรียวเกาะราวบันไดแน่นขณะเหยียบย่าง...บันไดทุกขั้นเหมือนจะโยกเอนและมีชีวิตจิตใจของมัน
...สามศูนย์แปด..
ในที่สุดเขาก็มาถึง จียงพิงกำแพงข้างประตูก่อนจะเคาะข้อนิ้วลงบนประตูห้อง
ก๊อก..หนึ่งครั้ง..เขาครุ่นคิดถึงประโยคแรกที่เขาควรจะทักทาย
ก๊อก..ครั้งสอง...เขานึกถึงเหตุผลที่เขามาที่นี่..ในเวลาแบบนี้
ร่างเพรียวกำลังจะเคาะครั้งที่สามแต่ประตูพลันแกว่งตัวออกห่าง ดวงตาเรียวเล็กจับจ้องอยู่ที่ร่างหลังบานประตู ร่างสูงผมดำสนิทในเสื้อยืดตัวหลวมสีซีดและกางเกงวอร์มเก่าๆ มันเพราะอะไรกัน..ถึงทำให้เขามายืนอยู่หน้าสิ่งมีชีวิตที่เชยได้ขนาดนี้
เขาคุ้นเคยดีกับความฉงนในแววตาหลังกรอบแว่นคร่ำครึ
ร่างสูงผงะหลังไปสองสามก้าวเพราะลังเล ..เพราะไม่เข้าใจ ..เพราะประหม่าหรือเพราะอะไรก็แล้วแต่ เขาจ้องมองภาพตรงหน้าราวกับสิ่งมหัศจรรย์ ทุกๆอย่างช่างเหมือนสิ่งมหัศจรรย์..แม้กระทั่งประโยคธรรมดาที่คนๆนี้กำลังถาม
"...ยังไม่นอนใช่ไหม?"ร่างนั้นชูถุงจากร้านมินิมาร์ทขึ้นตรงหน้าของซึงฮยอน
.
.
มหัศจรรย์
+++







มาแว้วววววววว
พระเจ้า....ไม่รู้จะmentอะไรอ่ะ....
แปะก่อนนะwriter...รักนะ...
จุ๊บุ๊
#1 By ... (124.120.150.171) on 2009-06-21 00:35