[BB.fic] Erosphobia #4
posted on 26 Jun 2009 22:51 by sussurro in fiction
.
Title: Erosphobia #4
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr
+++
‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'
Robert Frost
#4
.
.
ร่างเพรียวนอนแผ่บนเตียง.. ยึดและครอบครองไว้เพียงแต่ผู้เดียว ในห้องเหลี่ยมคับแคบมีเพียงไฟจากโคมหัวเตียง สีส้มกระจ่างแผ่วงไม่พ้นเตียงที่เขานอนอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นจียงก็สามารถเห็นเจ้าของห้องกำลังเดินวุ่นกับผ้าขนหนูในอ่างน้ำเย็น รอยยิ้มเจือจางกระตุกวูบที่มุมปาก เขาหรี่ตาลงและปล่อยให้นิทรารมย์ชักชวนสู่ห้วงฝัน
"นายเมา.."น้ำเสียงของร่างสูงคล้ายตำหนิแต่ควอนจียงแค่เปล่งเสียงอือรับคำ
คำถามจากเชวซึงฮยอนเป็นแค่เสียงทุ้มหนักซึ่งลอยมาจากที่แสนไกล รางเลือน... คลับคล้ายคลับคลาจังหวะดนตรีซึ่งขับกล่อม ท่วงทำนองลึกลับชักชวนให้หลงใหล ม่านดำคลี่คลุมสติอย่างเชื่องช้า...
"...ทำไมนายไม่กลับห้องตัวเองล่ะ?"
"...อือ...."
"นี่อึดอัดหรือเปล่า?"
"อือ...อ.."
เชวซึงฮยอนมองร่างที่หลับตาลงพริ้ม กระดุมเชิ้ตที่กลัดไว้จนเกือบชิดคอน่าจะสร้างความอึดอัดไม่น้อย เหลือบมองผ้าขนหนูผืนเล็กในอ่างน้ำ ถ้าหากว่าเขาจะช่วยบรรเทาได้..ก็คงมีแต่เช็ดตัว เขาจรดปลายนิ้วที่กระดุมเม็ดบนสุด..
วินาทีที่ปลายนิ้วหยุดอยู่เหนือรังดุม มันยาวนานเหมือนชั่วกัลป์ แต่เมื่อลงมือปลดเม็ดแล้วเม็ดเล่า..ซึงฮยอนกลับรู้สึกว่ามันเร็วเสียจนกลัวใจตนเอง เขาหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดลงเช็ดเนินผิว เสียงผ้าเปียกเสียดเนื้อเปลือย..ทำให้เขาแทบจะหยุดมือลง ผิวของควอนจียงไม่ได้ขาวจัด..แต่...มันเนียนละเอียดเรียบลื่น
หัวใจของเขาเต้นอยู่ในจังหวะที่แตกต่างไปจากเดิม
สันฝ่ามือสัมผัสแผ่นอกนั่นโดยบังเอิญ.. มันร้อนวูบจนเขาต้องกระตุกมือหนี ซึงฮยอนรู้สึกพ่ายแพ้จากเบื้องลึก เขากำลังทำอะไรอยู่... ทำไมคนดังอย่างควอนจียงถึงมานอนอยู่ที่นี่..ตรงนี้
...บนเตียงของเขา
ควอนจียงบนเตียงเขา..
ร่างสูงกลัดกระดุมให้เหมือนเดิมแต่เหลือเม็ดบนสุดไว้ก่อนจะเลื่อนผ้าห่มคลุม หมดแรง..ที่จะเคลื่อนไหว ความรู้จากหนังสือที่เขาเพิ่งอ่านเมื่อครู่มันกระเจิงหายไป หายไปสิ้นราวกับว่าเขาไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนั้นเลย ซึงฮยอนอยากนำมันมานั่งอ่านใหม่แต่..เขาจะต้องเอื้อมหยิบมันผ่านร่างเพรียวบนเตียง
เขาปัดความคิดนั้นทิ้ง..
สิ่งที่เขาควรจะนึกถึงในคืนนี้เป็นอันดับแรกคือเขาจะนอนอย่างไร เครื่องนอนมีเพียงชุดเดียว... เขาไพล่นึกถึงซึงรีเมื่อช่วงหัวค่ำขึ้นมา ถ้าหากว่าตอนนี้ซึงรียังอยู่.. ห้องนี้คงแคบลงไปอีกถนัดใจ.. ซึงฮยอนมองควอนจียงซึ่งกำลังพลิกตัวไปอีกด้าน
"...ราตรีสวัสดิ์ควอนจียง"
+++
ร่างเพรียวลืมตาขึ้นมองแสงแดดอ่อนโยนที่หน้าต่างบานแคบ สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาคือผ้าม่านสีนี้ช่างไม่คุ้นตา ราวกับว่านี่ไม่ใช่ห้องของเขา.. จียงหลับตาลงอีกครั้งและทบทวนเท่าที่จำได้
ใช่...เขามาที่ห้องของเชวซึงฮยอน..
ห้องของหมอนั่นในยามเช้าดูไม่เลวร้ายเท่าไร แสงแดดสดใสสาดเข้ามาให้หนังสือหลากสีและห้องสีทึมมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เขาก้มลงมองกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนก่อนจะไล่มองหาเจ้าของห้อง เขาจำได้รางๆว่า..มือคู่หนึ่ง..วนเวียนที่แผ่นอกของเขา ...ความฝัน? ร่างสูงถอดแว่นตาไว้บนพื้นและใช้หนังสือต่างหมอน
ผู้ชายตัวโตนอนขดเหมือนแมวในอากาศหนาวเย็น จียงขยับเข้าใกล้ร่างนั้น ดวงตาเรียวเล็กไล่มองผมสีดำสนิทซึ่งปราศจากน้ำมันแต่งผม ใบหน้าซึ่งปราศจากแว่นตาคร่ำครึ ร่างเพรียวกำลังนึกถึงเด็กผู้ชายธรรมดาๆ เชวซึงฮยอนผู้ชายธรรมดาไม่ใช่เชวซึงฮยอนคนเชยๆ
ปลายนิ้วชะงักลงก่อนที่จะแตะต้องเปลือกตา ...ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขายื่นมือออกไป อีกเพียงนิดเดียวเขาจะได้รับรู้ถึงไออุ่นของผิวกาย จียงลดมือลง.. เขาอาจจะแค่ติดใจกับดวงตาคู่คมนี้ก็เป็นได้ เสียดาย...หากว่ามันจะถูกซุกซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นหนาตลอดไป
หัวโค้งละมุนกับแพขนตานั่น...
เขากำมือแน่นเพื่อหักห้ามความคิดบางอย่าง ริมฝีปากได้รูปของร่างสูงขยับยกพร้อมพึมพำในลำคอ ควอนจียงเอียงคอยิ้มน้อยๆพลางกอดเข่า
"อรุณสวัสดิ์ซึงฮยอน.."
+++
ชายหนุ่มตื่นนอนในเวลาเก้าโมงเช้า.. มันไม่ใช่เวลาปกติของเขาสักเท่าไร ร่างสูงผุดลุกขึ้นมองร่างบนเตียง...แต่บัดนี้มันมีแต่ความว่างเปล่า เตียงตึงเรียบสนิทเหมือนว่าไม่เคยมีคนนอนบนนั้นมาก่อน ผ้าห่มผืนเดียวในห้องคลุมร่างเขา..
ซึงฮยอนลูบผ้าห่มอย่างใจลอย สายตาว่างเปล่าเหมือนความคิดในยามนี้ เมื่อคืนเขาคิดว่าถ้าตื่นขึ้นมาเจอคนๆนั้นแล้วจะพูดว่าอะไร จะถามอะไร..และชวนไปเรียนด้วยกัน แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นเพราะคนๆนั้นไม่อยู่แล้ว
ไม่มีใครจับสายลมใส่กรงไว้ได้..
เขาลุกขึ้นจัดเก็บผ้าห่มให้เรียบร้อยก่อนจะกระโจนเข้าห้องน้ำ อีกครึ่งชั่วโมงวิชาแรกจะเริ่มบรรยาย เขามองนาฬิกาและรู้สึกประหลาด เขาไม่เคยตื่นสายขนาดนี้.. ชายหนุ่มรู้สึกว่าพออยู่ในอารามเร่งรีบ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะไม่ได้อย่างใจไปเสียหมด ซึงฮยอนหาหนังสือเรียนไม่เจอ..ทั้งที่มันก็ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบก่อนนอนทุกคืน ซึงฮยอนหากระเป๋าเงินไม่พบ..ทั้งที่มันจะต้องเรียบร้อยอยู่ในกระเป๋าเสื้อนอก เขาคว้าแว่นตาขึ้นสวมก่อนจะลงน้ำมันผมอย่างลวกๆ
เก้าโมงสิบแปดนาที..
ซึงฮยอนโกยทุกอย่างลงกระเป๋าสะพายหลังและออกวิ่ง ประตูล็อกอัตโนมัติไล่หลังขณะที่เขาวิ่งลงมาตามบันได ตึงตังกังวานไปทั่วตึก..เขาไม่ชอบเสียงรบกวนแต่ตอนนี้มันช่วยไม่ได้ ทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่างสุดซึงฮยอนวิ่งตัดถนนออกไปด้านข้าง มีสักกี่ครั้ง..ที่เขาต้องวิ่งไปมหาวิทยาลัย
ไม่เคยเลย..
ร่างโปร่งซึ่งพิงกำแพงอยู่ด้านหน้า ยกมือทักทายอย่างดีใจ ซึงฮยอนพยักหน้าให้รุ่นน้องแต่ไม่หยุดวิ่ง เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกตาแต่ก็วิ่งขนาบไปเคียงกัน วันนี้ตั้งแต่เช้า..เขาก็แปลกใจไม่หยุด
"ผมนึกว่าพี่เข้ามหาลัยไปแล้วเสียอีกฮะ"
"ฉันตื่นสาย.."
"นั่นซีฮะ...เวลานี้มันจวนเข้าชั้นแล้วนี่ฮะ ครั้งแรกที่ผมเห็นพี่วิ่งนะเนี่ย"เด็กหนุ่มหัวเราะเสียงเบา รั้วมหาวิทยาลัยอยู่อีกไม่ไกล รุ่นพี่สวมแว่นเลี้ยวที่ทางแยกไปคณะของตน ซึงรียกมือโบกลาก่อนจะหยุดเดินอย่างเรื่อยเฉื่อย เมื่อตอนเช้านั่น...เขาก็เห็นควอนจียงเดินออกมาจากทางหอพักพี่ซึงฮยอน มันน่าแปลกใจไปเสียทุกอย่าง..ไม่ว่าการที่ควอนจียงมาเดินในย่านนี้และที่สำคัญมันไม่ใช่ครั้งแรก ใครๆก็รู้ว่าควอนจียงไม่ค่อยจะตื่นเช้ามาเรียนเท่าใดนักแต่... ตอนที่เขาเห็นคนๆนั้นก็คือตอนเจ็ดโมงครึ่ง ไหนจะพี่ซึงฮยอนที่มาสายได้ขนาดนั้น...
ปลายเท้าเลื่อนมาจนถึงถนนอิฐภายในคณะ ซึงรีชะงักฝีเท้าลง..ไม่ใช่เพราะเสียงกริ่งเข้าเรียนแต่เป็นเพราะเสียงแตรรถ เด็กหนุ่มหันมองเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ.. เสียงแตรช่างแฝงด้วยการวางอำนาจ เจ้าของคงมั่นใจว่า..ทุกคนต้องเหลียวมอง
สีหน้างุนงงของเขาสะท้อนบนกระจกรถซึ่งกำลังเทียบตัวอย่างเชื่องช้าไม่ไกลจากที่ยืนอยู่ คันสีดำมันปลาบเช่นนี้..เขาไม่มีทางลืม
เรื่องมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เองเท่านั้นนี่!
กระจกฟิล์มมืดเคลื่อนลงต่ำอย่างนิ่มนวล เขารู้ดีว่าจะได้เจอใบหน้าแบบไหนหลังกระจกแผ่นนี้ ไม่ผิดอย่างที่คิดไว้..แว่นกันแดดสีชา กวนอารมณ์ชะมัด...
"เรียนคณะนี้หรือไง?"
"เปล่า...เดินเข้ามาผิด"เด็กหนุ่มดึงกระเป๋าให้ชิดตัวก่อนจะเบี่ยงตัวไปอีกทาง ร่างสันทัดถอดแว่นตาลงและมองตามกระจกมองข้าง ผมสีดำสั้นๆนั่นบอกนิสัยว่ารั้นจริงด้วย เขาจ้องมองจนแผ่นหลังโปร่งบางหายลับไปในหมู่นักศึกษาซึ่งกำลังแย่งกันเดินเข้าคณะ
เขาหักพวงมาลัยออกจากถนนหลักหน้าตึก เขาชักอยากจะรู้ว่าเจ้าเด็กนั่นเรียนคณะอะไรกันแน่ เป็นอะไรกับเจ้านั่น ..ที่สำคัญจะอวดดีไปได้ถึงไหนกัน? ร่างโปร่งเลี้ยวไปตึกเรียนรวม ชายหนุ่มเคาะปลายนิ้วลงพวงมาลัยอย่างครุ่นคิด เช้านี้เขามีเรียนที่นั่น ไหนๆก็ไหนๆไปเรียนเสียหน่อยเป็นไร...
เขาจอดรถที่ลานด้านหน้าแต่เมื่อเดินลงหาจนทั่วชั้นหนึ่ง กลับไม่เห็นแม้เงาของเด็กหนุ่มร่างโปร่ง นักศึกษาเดินขวักไขว่ บ้างนั่งตามโต๊ะไม้เป็นกลุ่ม ร่างสันทัดขยับปกเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์อย่างขัดใจ เด็กอะไรไวอย่างกับหนู.. สุดท้ายแล้วเขาก็มาหยุดยืนที่หน้าห้องเรียน
มีเรื่องประหลาดใจรอคอยที่หน้าประตู..
"เฮ้...จียง? นึกไงเข้าคาบเช้าได้วะเนี่ย ซอนเยไม่ว่าอะไรนายใช่ไหมเมื่อคืน?"เขาส่งเสียงทักพลางสังเกตเห็นว่านี่มันชุดเดิมของเมื่อวานแถมยับย่นเล็กน้อย สีหน้าของเพื่อนสนิทไม่ได้ดูแย่นัก ...อย่างน้อยก็เหมือนคนนอนเต็มอิ่มดี ท่าทางซอนเยจะบริการดี..
"..อ่า อาฮะ..ก็...คิดว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตื่นเช้าก็.."ร่างเพรียวอ้อมแอ้มตอบก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้าง "แล้วนายล่ะ...?"
"ฉันเหรอ...พอดีว่าไล่จับหนูมาถึงแถวนี้ก็เลยเข้าเรียนสักหน่อย"
ควอนจียงเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอย่างไม่เชื่อหู แต่ร่างสันทัดกระตุกยิ้มอย่างอารมณ์ดีเป็นคำตอบ
"หนู?....นายเป็นแมวหรือไง?"
"..ก็อยากอยู่ ...จะตะครุบให้อยู่หมัดเชียว"
+++
.
.
น่าเบื่อ...
ในชั้นเรียนน่าเบื่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาก้มหน้าก้มตาจดทุกประโยคที่อาจารย์บรรยาย เสียงโทนเดียวเนิบนาบชวนให้เขาหลับ น่าแปลกทั้งที่เขาหลับจนตื่นสายแล้วแท้ ความง่วงงุนยังตามมารบกวนไม่หยุดหย่อน ปลายดินสอหยุดเขียนลงเสียดื้อๆ
ชายหนุ่มฟังแต่ไม่จด มันมีอะไรมากกว่าสิ่งที่อยู่ในหนังสือตอนนี้ เขานึกถึงวินาทีที่ร่างเพรียวยกถุงพลาสติก หรือช่วงเวลาที่ร่างนั้นนอนพลิกไปมา ทั้งหมดนั่น..พอมาถึงบัดนี้ มันเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น มันเหมือนอากาศอ้างว้างบางๆทบกันหลายชั้น จับต้องไม่ได้..เรียกคืนไม่ได้ ซึงฮยอนจำไม่ได้หมดทุกรายละเอียดแต่เขาอยากจะจำ
เสียงกริ่งเลิกคาบดังขึ้นอย่างเกียจคร้าน เขาพับสมุดลงพร้อมกับหัวสมองว่างเปล่า เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเฉียดผ่านโต๊ะพลางพึมพำเสียงดังพอให้เขาได้ยิน ร่างสูงหยุดมือลงชั่วขณะก่อนจะเก็บของลงกระเป๋า ร่างอ้อนแอ้นในชุดสีอ่อนหวานยืนซุบซิบกับกลุ่มเพื่อนด้านหน้าห้อง หล่อนผู้นั้นมักจะโดดเด่นเกินใครอยู่เสมอ... ซึงฮยอนรีบปลีกตัวเดินออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็ว
ถ้าจะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนปีหนึ่ง..มันเป็นเพราะว่าเขาเอง
การไม่ประมาณตน..
ผลสุดท้าย..ตนเองนั่นแหละต้องเจ็บ
ขายาวก้าวไปตึกเรียนรวมทางขวามือ มันเป็นทางลัดที่นักศึกษาชอบใช้เวลาต้องเรียนสองตึกนี้ติดๆกัน ร่างสูงจ้ำผ่านโดยไม่เหลียวหลัง
"จียง..ทางนี้"ร่างอ้อนแอ้นรีบกวักมือเรียกเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างเพรียว รอยยิ้มหวานฉอเลาะจุดขึ้นที่ริมฝีปากสีฉ่ำ หล่อนเกี่ยวแขนเพื่อรั้งเขาเข้าใกล้
"โทรไปเมื่อกี้...มันเรื่องอะไรหรือ?"เขามองหญิงสาวซึ่งกำลังดึงข้อมือของเขาไว้หลวมๆ เขาไม่คิดว่าจะได้พบหล่อนอีกแล้วด้วยซ้ำจากเรื่องที่ผ่านมา
"ฉันกลัวน่ะ.."
"เห?"เขาอุทานขึ้นอย่างไม่เข้าใจ นี่หมายความว่าเขายังเป็นที่ต้องการของซอนเยอยู่ใช่หรือเปล่า? เขาเป็นที่พึ่งของซอนเยอยู่ใช่ไหม?
"จียงอาจจะไม่รู้แต่ว่าซอนเยน่ะเคยเจอสโตล์เกอร์นะ"
"แล้ว?"
"พูดจาเฉยชาไปได้จียง หมอนั่นชื่ออะไรนะ..?"
"ใครจะไปอยากจำล่ะคนพรรค์นั้น?"
เพื่อนสาวของซอนเยพูดคุยกันสนุกปาก บ้างหัวเราะกับความคิดที่ว่าหมอนั่นเคยเป็นฆาตกรมาก่อน หรือไม่ก็เคยข่มขืน.. ต่างๆนานาจนเขาไม่คิดว่าทั้งหมดนั่นคือเรื่องจริง เขาเหลือบมองแฟนสาว..หล่อนสวยและน่าทะนุถนอมอย่างที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธ การแต่งกายและการแต่งหน้าอย่างพอเหมาะ..
ดวงตาคู่สวยจ้องมองที่ใบหน้าของเขา
"ไปหา ‘เขา' มาแล้วใช่ไหม?"หล่อนกระซิบเบาๆหลังจากแยกกับกลุ่มเพื่อน จียงผงะเล็กน้อยก่อนจะสะบัดมือออกจากการเกาะกุม ดวงตากลมโตของหล่อนเบิกกว้างและมองอย่างไม่เชื่อสายตา
"ฉัน..."ร่างเพรียวรู้สึกว่าหัวใจของเขากวัดแกว่งในจังหวะแปลกประหลาด คำว่า ‘เขา'...มัน...
"ฉันพูดอะไรผิดเหรอจียง ฉันหมายถึงหมอน่ะที่ฉันบอกให้คุณ..ไปพบ"
"ยังไม่ได้ไป.. ฉันยังไม่พร้อม.."
"แล้วฉันล่ะ?"
"..................................."จียงเงียบไปหลายอึดใจ เขาเดินเคียงคู่มากับซอนเยจนถึงศูนย์ร้านค้าในมหาวิทยาลัย ที่นี่มีทุกอย่างตั้งแต่เครื่องเขียนถึงเครื่องครัว.. นักศึกษาส่วนมากชอบเดินเลือกซื้อของก่อนจะกลับหอหรือไม่ก็ก่อนกลับบ้าน มันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะห้างสรรพสินค้าอยู่ไกลออกไปพอสมควร
จียงเหลือบมองแฟนสาว.. ที่นี่เป็นที่โปรดมุมหนึ่งในมหาวิทยาลัยแต่ตอนนี้หล่อนไร้ซึ่งปฏิกิริยา เขาเลือกที่จะเงียบเช่นเดียวกับหล่อน
.
.
ซอนเยเงียบด้วยอารมณ์คุกรุ่น.. ไม่ใช่เพราะว่าหล่อนสำคัญหรือไง..อยากจะพูดออกไปตรงๆว่าหล่อนไม่ใช่ของตายสำหรับใคร ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นควอนจียงก็ตามที.. ดูสายตาของผู้หญิงพวกนั้นสิ..รู้ว่าอิจฉามากแค่ไหนแต่ขอโทษเถอะนะ..จียงเป็นคนเลือกฉันและฉันก็เลือกจียง
เราเหมาะสมกัน..
หญิงสาวหยุดยืนมองกระจกที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง ในเงาของมันสะท้อนชายหญิงควงแขนแนบแน่น ซอนเยจ้องมองมันกลับอย่างไม่ลดละ แต่ในความรู้สึกของซอนเยแล้ว ..มันเหมือนมีอะไรสักอย่างที่ขาดหายไป ทั้งที่ชิดใกล้กันขนาดนี้... มันคืออะไรกันนะ?
"สนใจต่างหูคู่รักไหมคะ?"พนักงานหน้าร้านร้องทักเมื่อเห็นหญิงสาวหยุดยืนหน้ากระจก ท่าทางจะรักการแต่งตัวไม่น้อย หล่อนจึงตัดสินใจทักทาย
"เอ๋.."
"ทางเรามีต่างหูเงินแท้และทองคำขาวหลายแบบค่ะ ลองเลือกชมดูก่อนไหมคะ? เรามีบริการเจาะหูฟรีด้วยนะคะถ้าซื้อสินค้าของร้านเราหรือจะลองเจาะเองด้วยเครื่องมือก็ได้ค่ะ อันนี้เป็นแบบใช้แล้วทิ้งนะคะ"
ซอนเยหยุดพิจารณาสิ่งแวววาวในตู้กระจกเบื้องหน้า มัวแต่มองกระจกจนไม่ได้สังเกตว่าสิ่งที่เรียงรายอยู่มันคืออะไร แสงไฟขาวโพลนส่องเครื่องเงินและทองคำขาวเหล่านั้นเหมือนเกล็ดหิมะเรืองรอง
หล่อนหันมองควอนจียง
"เธออยากได้อะไรฉันจะซื้อให้.."เขาพูดเสียงเรียบ
ซอนเยแค่นยิ้มออกมาอย่างเยาะหยันก่อนจะชี้ชิ้นแพงที่สุด
+++
"ยองเบหรือ...วันนี้ฉันไม่ไปนะ"
"..................................................."
"ยังเมาค้างนิดหน่อย ไม่มีเหตุผลอะไรหรอก"
"................................................."
"ฝากขอโทษพี่เบคยองและพี่ฮงจุนด้วย..."
"........................."
"ฉันไม่ได้หลบหน้าหรอกน่า เตรียมจ่ายเถอะพวกนายน่ะ"
".............................."
"...บาย"
ร่างเพรียวกดปิดโทรศัพท์มือถือลง ความเงียบเริงระบำอยู่โดยรอบ เขาไม่เคยเห็นผู้คนเดินสวนกันบนระเบียงแห่งนี้ เมื่อมองจากมุมนี้ ทิวทัศน์ด้านล่างไม่เคยเปลี่ยน..ถนนคดเคี้ยวที่ทอดยาวและแสงไฟริมทางสีนวล หลังคาบ้านเรือนหลากสีแย่งกันขึ้นจนแน่นขนัด เขายิ้มเบาบางขณะมองสายฝนระรินลงมาอย่างเชื่องช้า กลิ่นฝนอายอวลจนเขานึกอยากกาแฟร้อนๆสักถ้วย
หวังว่าเจ้าของห้องจะมีเผื่อเขา.. ข้อนิ้วเคาะลงบานประตูคุ้นตาและไร้ความลังเล
ก๊อก..ก๊อก..
สามศูนย์แปด..
+++
Stay tuned.
..เดี๋ยวจะหาว่าลำเอียง...
ทำวอลเปเปอร์ของสองคนนี้มาด้วย (กลบกระแสเทมป์เบในใจของฉัน)
*







ซับซ้อน ซับซ้อน ซับซ้อน มาก
คนพวกนี้คิดอะไรกันอยู่
โดยเฉพาะจียงเนี่ย
ความลับเยอะนักนะเราน่ะ
เปิดเผยออกมาบ้างสักเรื่องสิ
เดาไปต่างๆนาๆ แล้วนะเนี่ย
แต่ว่าก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อไป
อ่า ปมเยอะจริงๆ
ไรเตอร์ช่างซับซ้อน 555
#1 By Gypsy is VIP on 2009-06-27 11:11