[BB.fic] Erosphobia #6

posted on 10 Jul 2009 18:02 by sussurro  in fiction
.

Title: Erosphobia #6

Subtitle: Feeling you, feeling me

Author: ENIGMA

Genre: Yaoi, AU, Angst

Rate: NC-17 [Overall story]

Status: incomplete

Fandom: bigbang

Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน   ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง  คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้  อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง  จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.

ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr

+++

‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'

Robert Frost

 

 

 

#6

.

.

ซึงรีลดมือลงจากบานประตู..

 

...เวลาแบบนี้ ทำไมพี่ซึงฮยอนถึงไม่อยู่ห้อง    ที่หอสมุดก็ไม่มีนี่นา.. สนามกีฬากับโรงยิมยิ่งไม่ต้องพูดถึง   ถ้าอย่างนั้นแล้วคนอย่างพี่ซึงฮยอนจะไปที่ไหนได้อีก?   ห้าง?  สวนสนุก?   บาร์เหรอ?    สถานที่สุดท้ายในโลกที่เขาคิดว่าจะได้เห็นรุ่นพี่อยู่ที่นั่น    เด็กหนุ่มยกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยความงุนงง   ไม่มีเสียงตอบรับแต่ทำไมเขารู้สึกว่าในห้องยังมีคน..   ไม่เอาน่าซึงรี..พี่ซึงฮยอนจะแกล้งไม่อยู่ทำไมล่ะ?   เอาเถอะ...ไหนๆแล้วซาลาเปาก็ไม่มี   เขาเดินกลับบ้านคงจะดีกว่ารอต่อไป..  

 

...แต่

 

ถ้าทิ้งโน้ตไว้ล่ะ?  

 

บ้าชิบ...เขามีกระดาษกับปากกาเสียที่ไหน  

 

ซึงรีรู้สึกเหนื่อยใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน   สองสามวันนี้พี่ซึงฮยอนแปลกแตกต่างไปจากที่เขาเคยรู้จักมาก   เหมือนน้ำนิ่งที่ถูกกวนให้หมุนวน   แต่เขาไม่รู้ว่าอย่างซึงฮยอนคือน้ำบริสุทธิ์หรือว่าน้ำที่ตกตะกอน   ทั้งสองอย่างก็ใสเหมือนกันแต่..    เด็กหนุ่มส่ายหน้าพลางสลัดความคิดนี้ออกไป   ...จะบอกว่าพี่ซึงฮยอนไม่ได้ดีอย่างที่เห็นหรือไง

 

เขาก้าวลงบันไดเก่าทรุดโทรมของหอพักเอสบีเค   ขณะที่เหยียบแต่ละขั้น ความคิดไหลเลื่อนผ่านสมอง   ไม่ใช่ว่าพี่ซึงฮยอนจะไม่ดีสักหน่อย   ที่เขาคิดน่ะ..มันหมายถึงว่าทุกคนก็ล้วนมีด้านมืดทั้งนั้น   แม้แต่เขาเองก็ตาม...   

 

...แต่เขาเดาของพี่ชายคนนี้ไม่ออก

 

ไม่ทันตั้งตัว..ใบหน้ายียวนภายใต้กรอบแว่นตาผุดลอยขึ้นมากระชากอารมณ์ให้เขานึกโมโห    อ๋อ...ถ้าเป็นไอ้คนนี้เขาเดาออกได้แน่นอน    ที่เขาเจอๆอยู่เนี่ยก็คือด้านมืดทนโท่อยู่แล้ว   เสียดายซาลาเปา..    ร่างโปร่งออกวิ่งสุดแรงเพื่อระบายความแค้นในใจ   

 

อย่าให้เจอนะเจ้าบ้าแว่นดำ!

 

+++

.

.

แผ่นหลังเพรียวเอนพักกับเตียงไม้   แรงกดทับจากอีกฝ่ายดุนดันให้ชิดจนมุม   ไฟกำลังโหมไหม้..พร้อมกับเสียงรบกวนภายนอกที่ค่อยๆมอดดับ   ควอนจียงหลับตาลงและฟังความเงียบในห้องเหลี่ยม   จากการปรายมองไปด้านหลัง แสงแดดยามเย็นละลายหายไปนานแล้ว   มีเพียงดวงดาวเล็กๆริบหรี่เกาะอยู่ริมฟ้า  

 

เสียงที่ดังที่สุดคือ ..ลมหายใจ

 

เขาพยายามหอบลมเข้าปอดไปให้ได้มากที่สุด..ก่อนจะกระโดดลงน้ำ   กระโดดลงสู่ห้วงที่ลึกและลึกลงไปในความมืด   ความนุ่มที่ปลายลิ้นเกาะกระหวัดอยู่ไม่ห่าง   รู้สึกเหมือนว่าร่างนี้ตนไม่ได้เป็นเจ้าของ   เอนเอียงและเงยหงายตามแรงของอีกฝ่าย   เสียงห้ามสะกิดแผ่วเบาไม่ต่างจากมดกัด   หยุดเถอะ..แค่นี้    ..หยุดก่อน   ..แต่แค่ปลายนิ้วดีด มดก็กระเด็นหลุดว่อน  

 

ซึงฮยอนเป็นนักเรียนที่หัวไว..และพัฒนาได้เร็วเป็นบ้า  

 

เสี้ยวอุ่นแรกที่มือข้างนั้นวางลงบนบ่า จียงสัมผัสได้ว่ามันสั่น..   ไม่มั่นคง..   แต่สุดท้ายความอุ่นวาบบนผิวจนถึงสะบักไหล่สองข้าง  สองมือใหญ่ประคองร่างเข้าไว้แนบแน่น   ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน..แต่ควอนจียงเลือกที่จะหลับตาลง   ฟังเสียงและซึมซับกับสัมผัสบนอณูเนื้อ   

 

เขากำลังจะห้ามเอาไว้ไม่อยู่..

 

แม้ว่าซึงฮยอนจะเงอะงะ..   ไร้ความมั่นใจในการชิมรส   ไม่มีเค้าของความเชี่ยวชาญในท่วงท่า   แต่..มันทำให้ความรู้สึกของเขาตอนนี้ท่วมท้นจนไหลหลาก..   จากเบื้องล่างเต็มตื้นหล่อรื้นจนสุดปลาย    เขาตอบรับทุกสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้   ยิ่งรู้สึกไปกับเรียวนิ้วและอุ่นไอจากซึงฮยอนมากเท่าไร..เขาก็ยิ่งรังเกียจร่างกายของตนเอง  

 

จุดดำเล็กๆของความชิงชังเกิดขึ้นบนรอยปรารถนา

 

แม้ว่าจะหลับตาแต่เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่อีกฝ่ายทอดลงจากหน้าผาก..จรดริมฝีปาก   จียงอาจจะคิดไปเอง..หรือมันอาจจะเกิดขึ้นจริง   แต่สิ่งหนึ่งซึ่งสัมผัสได้จากมันคือความรู้สึกเบาบางทว่าหนักแน่น   ..ความรู้สึกหลงใหล   เขาหวั่นใจที่จะเปิดตาขึ้นพร้อมกับเห็นมันแจ่มชัดในดวงตาคู่คมกล้าคู่นี้   เขาทนไม่ได้..

 

ร้อนรุ่มหยุดนิ่งที่ลำคอ   ชื้นเปียกเล็กน้อย..พร้อมลมหายใจเป่ารด   ...ริมฝีปากของซึงฮยอนซุกผ่านลำคอของควอนจียง   เบา..นิ่ง..   ขณะที่มันกำลังเลื่อนต่ำลง..   ปลายนิ้วอุ่นของร่างสูงเกี่ยวกระดุมเม็ดแรกของเชิ้ตตัวบาง   

 

ปลดเปลื้องอ้อยอิ่ง..     

 

กระแสสมเย็นพัดพายป่ายผิวเปลือย   สัมผัสแรกใต้ร่มผ้า..จียงถึงรู้สึกว่ามือของอีกฝ่ายกร้านแข็งแค่ไหน    แต่เพียงครั้งแรกที่มันหยุดลงบนแผ่นอกเรียบตึง ฝ่ามือเรียวเล็กผลักแผ่นออกของร่างสูงออกฉับพลัน   เขาจ้องมองความงุนงงบนใบหน้าของซึงฮยอน   ดวงตาเรียวสวยหลบสายตาวูบ   

 

สมใจจียงแล้ว..เพราะว่าตอนนี้มันไร้เงาของความหลงใหลอะไรนั่น   มันมีแค่ความอับอายและความตระหนก    ก่อนที่จียงจะเอ่ยอะไรออกมา ซึงฮยอนคว้าแว่นขึ้นสวมและผงกศีรษะเชิงขอโทษ   เขาชักมือและถอยห่างราวกับว่าระยะใกล้เมื่อครู่เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น   ชายหนุ่มถดถอยลงไปสุดมุมห้องก่อนจะลุกขึ้นยืนตัวตรง 

 

 ไม่มีใครพูดอะไร..  

 

จียงยืนขึ้นตามเจ้าของห้องแต่ซึงฮยอนไม่เปิดโอกาสให้สายตาได้สบกัน   ...รู้ตัวดีว่าควรจะเดินออกไปอย่างเงียบๆ..   ร่างเพรียวคว้าต่างหูเงินหนึ่งข้างก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง     เขาผลักลูกบิดเชื่องช้า   ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือความมืดมนเกาะกุมบริเวณแผ่นหลังของซึงฮยอน   ไม่มีไฟส่องสว่างสักดวงในห้อง   แต่เขาก็ปล่อยให้ประตูบานหนาหนักเคลื่อนตัวปิดลง   ปล่อยให้มันคั่นกลางระหว่างเขาและซึงฮยอน  

 

...แค่ขอบเดียวกั้น    ...แต่ยากจะทะลุทะลวง

 

ร่างเพรียวปล่อยให้สาบเสื้อด้านบนอ้าออกกว้าง   ดวงจันทร์ฉายแสงอ่อนแรงลงตามทางเดินที่คดเคี้ยว   เขาเดินผ่านลมเย็นละมุนแต่เขากลับรู้สึกร้อนกายไม่คลาย  

 

ร่างกายแบบนี้น่ารังเกียจ...

 

เขากระชับเสื้อให้แน่นเข้าและแหงนหน้ามองแสงเงินซีดจางด้านบน  

 

...ที่น่ารังเกียจกว่านั้น..คือ...หัวใจของเขาเองสินะ?

 

+++

 

ซึงฮยอนยืนนิ่งงันในห้องของตนเอง   กลิ่นหอมอ่อนลอยอ้อยอิ่งที่ปลายจมูกของเขา...สัมผัสของควอนจียง    เขากำหมัดแน่นเพื่อข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน    มันเหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบานและโรยร่วงเพียงชั่วข้ามคืน   ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองเท้าของตน    เพราะว่าเขาล้ำเส้นไปใช่ไหม...    มันไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะทำตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ..

 

แต่เขาก็ทำ...

 

ร่างสูงขยับตัวเป็นครั้งแรกหลังจากทั้งห้องมืดสนิท   เขาเปิดสวิทช์ไฟดวงใหญ่ในห้อง    มันกะพริบขาดห้วงอยู่ชั่วขณะก่อนจะเปล่งแสงนิ่ง    แสงนีออนขาว..  ขาวเกินไป.. จ้าเกินไป..    มันทำให้เขามองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในห้องชัดเจน   เตียงแคบ..โต๊ะเก่า..กองหนังสือ

 

สายตาคมจับจ้องที่ตู้ใต้อ่างล้างมือก่อนจะละสายตามองถ้วยสองใบบนพื้นห้อง   กาแฟเย็นชืดสองรสชาติสงบนิ่งอยู่ในที่ของมัน   ใบหนึ่งไม่ได้ถูกแตะต้องและใบหนึ่งถูกยกขึ้นชิมเพียงอึกสองอึก   เขาตัดสินอะไรบางอย่างได้ในฉับพลัน   อะไรบางอย่างที่โง่เขลาและไร้ประโยชน์...

 

ซึงฮยอนคว้ากระเป๋าเงินและวิ่งออกไปโดยไม่แม้เหลียวหันกลับมาล็อกประตู

.

.

+++

 

"หายไปไหนมาเหรอ?"เสียงหวานเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก   ซอนเยยืนพิงกรอบประตูมองชายร่างเพรียวบางซึ่งหยุดยืนหน้าห้องของหล่อน   มันไม่ใคร่จะเกิดขึ้นบ่อยนักที่ควอนจียงจะยืนกระหืดกระหอบและเหงื่อโทรมกายอยู่หน้าประตู   ซอนเยสอดสายตาออกไปนอกห้องแต่ก็ไม่ได้มีอะไรวิ่งตามหลังของจียงมา.. 

 

ซอนเยไม่เห็นเหตุผลที่จียงจะต้องวิ่งจนหอบโหนไปทั้งตัว

 

เธอลูบต่างหูสีเงินอย่างครุ่นคิด   เมื่อบ่ายนี้..หลังจากเลือกซื้อต่างหูที่ถูกใจเธอแล้ว แฟนหนุ่มของเธอก็ด้อมๆมองๆที่แผงต่างหูอยู่อีกสักพัก   ซอนเยปรายตามอง...ลมหายใจหอบเล็กๆนั่นคงหมายความว่ายังไม่พร้อมที่จะพูดสินะ   เธอผายมือเข้าไปในห้องแต่ควอนจียงฉวยข้อมือของเธอและดึงเข้าหาโอนอ่อนอย่างนุ่มนวล

 

เขากำลังจูบเธอ..

 

ซอนเยเบิกตากว้างขึ้น..              

 

ไอร้อนที่ถ่ายทอดผ่าน..เป็นสิ่งที่เธอไม่คิดว่าจะได้รับในช่วงเวลานี้   ทั้งเวลาและลมหยุดพัดไปชั่วครู่   หล่อนรู้สึกว่ามือของจียงสั่นเล็กน้อยและเย็นเฉียบ   ไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ปฏิเสธ   เธอได้รสชาติหวานอมขมจากอีกฝ่าย...กลิ่นกรุ่นของมันคล้ายกาแฟ   ..กาแฟ?   มือขาวละเอียดของหล่อนกำลังโอบรอบชายหนุ่ม    ซอนเยหลับตาลงแต่ก็เป็นวินาทีเดียวกับที่ควอนจียงผละออก

 

สีหน้าตกใจปรากฏบนใบหน้าของเขา   สำหรับซอนเยแล้ว..มันดูรุนแรงเหมือนกับว่าความจริงบางอย่างมันเกินรับ    ความจริงที่รับไม่ได้..

 

"จียง?"

 

"...ฉัน..ขอโทษ"

 

เขาถอนหายใจออกมาเสียงดัง  ซอนเยเดินเข้าใกล้อีกนิดเพื่อสบตากับชายหนุ่มแต่ควอนจียงเพียงแค่ก้มหน้าลงมองพื้น   หล่อนรู้สึกว่ากำลังสอบสวนเด็กตัวเล็กๆ..เด็กที่แอบกินขนม   กำลังซ่อนความผิดบางอย่างหรือว่าจียงกำลังมีคนอื่น...?

 

คนอื่นเหรอ?

 

"มันเรื่องอะไรกันจียง   ฉันไม่เห็นเข้าใจ"

 

"พรุ่งนี้ฉันจะไปหาหมอ.."

 

ซอนเยกระตุกยิ้มออกมาวับแวม   หล่อนสวมชุดกระโปรงสั้นและเสื้อไหมพรมถักสีเทา   ปลายนิ้วของหล่อนลูบเส้นใยอ่อนนุ่มของมัน   เรื่องที่กำลังกังวลหายไปในชั่วพริบตา    นึกว่าเรื่องอะไร..

 

"จะให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม   พรุ่งนี้ฉันว่าง"

 

"...ไม่ต้องหรอก   แล้วจะโทรหานะ"

 

"เดี๋ยว...จียง"แต่สายไป...ซอนเยมองแผ่นหลังบางของอีกฝ่ายที่หายลับเข้าไปในลิฟต์สีเงิน

 

ไปแล้ว...ไม่ต่างอะไรกับลม   ซอนเยมองพื้นที่ว่างเปล่าหน้าประตู   เมื่อครู่มันยังมีร่างของผู้ชายคนหนึ่ง  ยืนหอบ..  หรือแม้กระทั่งจูบหล่อน...

 

แต่..

 

ทำไมหล่อนถึงรู้สึกว่ารสจูบมันช่างชืดชา...

 

.

.

 

ทำไมเขาถึงทำแบบนั้นลงไปนะ...   ร่างเพรียวเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้าตรงกลับหอพักของตน   มันอยู่ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลหากจะเดินกลับไป   อากาศเย็นยามกลางคืนลอยผ่าน   เขารู้สึกว่าคืนนี้มีดวงดาวน้อยเกินไป..  น้อยกว่าที่เคยเห็นตามปกติ   ร่างเพรียวนึกทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นขณะก้าวเดิน    ...เขาจูบซึงฮยอนและในวันเดียวกัน..เขาก็จูบซอนเย   ทั้งที่มันก็แค่จูบ..แต่ทำไมรู้สึกแตกต่าง   บางอย่างข้างในร้องตะโกนว่าไม่ใช่..   บางอย่างบอกว่าเขาว่าไม่ควร   แต่เขาจะเชื่ออะไร...สิ่งที่ทำแล้วมีความสุขหรือว่าสิ่งที่ถูกต้อง

 

ปวดหัว..

 

ยังไม่อยากรับรู้อะไร..ไม่อยากคิดอะไร   ไม่อยากที่จะ...

 

ปริ้น. ปริ้น.

 

เสียงแตรรถดังขึ้นด้านหลัง    ความกังวานของมันสะท้อนก้องในตรอกทางเดิน   รถคันหรูสีดำเหมือนเสือดำออกตระเวนยามราตรีอย่างเงียบงัน  มีเพียงดวงตาสีเหลืองเรืองจ้องจดมาที่เขา   กระจกมืดเลื่อนตัวลงนิ่มนวลเผยเจ้าของรถที่กระตุกยิ้มยียวนมาให้เขา

 

"ยองเบ?"

 

"ไงวะ...วันนี้ไม่เที่ยวกับพวกฉันแล้วมาเดินห่อเหี่ยวอยู่คนเดียวในซอยทำไม?"

 

ควอนจียงสะดุ้ง...เขาน่ะหรือเดินอย่างห่อเหี่ยว   เขามองเพื่อนในรถ..แต่ก็กลั้นใจไม่ถามในสิ่งที่คิด   ยองเบอาจจะแซวเขาเล่นๆ  ไม่ได้เจาะจงอะไรแต่เขายอมรับว่าตกใจอยู่ไม่น้อยกับคำหยอกนี้   ชายหนุ่มร่างสันทัดลดแว่นลงเพื่อมองควอนจียงให้ถนัด   เขาผลักประตูรถอีกฝั่งหนึ่งให้จียงก้าวขึ้นมานั่ง

 

"มาสิ...ทางเดียวกันนี่หว่า?"เขามองกระจกมองข้าง  ไม่มีรถตามมาข้างหลัง..  ไม่มีแม้แต่สิ่งมีชีวิตบนถนนสายนี้ทำไมควอนจียงจะต้องเดินไปจนถึงห้องโดยที่เขาขับรถกลับตัวปลิว

 

ควอนจียงไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธแม้ว่าเขาจะอยากอยู่คนเดียวในเวลาอย่างนี้   เขาขึ้นรถและปิดประตูลง   เสือดำคำรามแผ่วเบาก่อนจะทะยานเลี้ยวไปถนนใหญ่   จียงรู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นซาลาเปาร้อนๆโชยหอมอยู่ในห้องโดยสาร  

 

"นายซื้อของกินมาเหรอ?"

 

"ทำไม?"

 

"กลิ่นขนาดนี้...ซาลาเปาหรือไง?"

 

"มีคนให้มา..    อ๊ะ..แต่ฉันให้นายชิมไม่ได้หรอกนะ"คนขับหันมามองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์   จียงกลอกตาขึ้นมองเพดานรถก่อนจะยักไหล่    เจ้าหมอนี่มีวิธีทำให้เขารู้สึกว่ากำลังพลาดอะไรดีๆได้ตลอด   

 

"นี่...เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ววะ?   จำได้หรือเปล่าว่าก่อนรุ่นพี่คิมกลับมานะเว้ย   ถ้านายทำไม่สำเร็จก็..เกม"ทงยองเบพูดขึ้นด้วยเสียงนุ่มขณะตีวงเข้าลานจอดรถ    อีกไม่ไกลก็ถึงที่พักของพวกเขา   คอนโดมิเนียมสีขาวสะดุดตา  ระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างเข้มงวด   จนถึงตอนนี้เขายังแปลกใจว่าเจ้านั่นขึ้นมาที่ห้องเขาได้ยังไง..  

 

"ฉันรู้น่า..."ร่างเพรียวพึมพำ

 

"แต่ฉันยังไม่เห็นนายทำอะไรเลยนี่หว่า...   แค่เปลี่ยนแปลงหมอนั่นให้เป็นผู้เป็นคน"ยองเบกดรีโมตล็อกรถก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าด้วยท่วงท่าสบายอกสบายใจพร้อมถุงกระดาษในมือ   ควอนจียงไม่สามารถเถียงออกไปได้ว่าเขาลงมือทำ ‘อะไร' ไปบ้างแล้ว   เขาไม่อยากจะพูดเรื่องส่วนตัวที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและหมอนั่นให้ยองเบฟัง...

 

จียงชะงักที่หน้าประตูลิฟต์...

 

ไม่ใช่แค่ยองเบที่เขาไม่อยากเล่าให้ฟัง..แต่ทุกคน...ทุกคนบนโลกนี้    เขาไม่อยากเล่าให้ใครฟังทั้งนั้น   ..ไม่ว่าหน้าไหน..นรกเอ้ยเขาเป็นบ้าอะไรไปแล้วเนี่ย

 

"เฮ้...จียง?  จะขึ้นไหม?"เสียงนุ่มถามออกมาจากในลิฟต์   ยองเบขยับปีกหมวกไปอีกด้านเพื่อมองหน้าเพื่อนให้ถนัดตา   ชายหนุ่มร่างเพรียวซึ่งกำลังยืนอยู่ด้านหน้ามีสีหน้าไม่ต่างจากคนกลุ้มใจ...ราวกับคนที่ไม่ได้พักผ่อน   จียงส่ายหน้าให้เพื่อนสนิทก่อนจะถอยหลังทรุดตัวลงโซฟาในล็อบบี้   กรอบประตูเคลื่อนเข้าหากันช้าๆและแล้วยองเบก็หายลับจากสายตา

 

"ไม่ดีแน่...มัน"เขาพึมพำกับตนเอง   เรื่องทุกอย่างมันชัดเจนและซัดเหตุผลผ่ากลางใจของเขาได้อย่างเจ็บปวด   ถ้าเขาไปหาหมอพรุ่งนี้...ผลที่ได้มันจะยังเป็นทางออกสุดท้ายอยู่หรือเปล่านะ?   ไม่หรอก..ไม่มีทางถ้าเขาไม่ได้เจอหน้าหมอนั่นอีกต่อไปแล้วสิ..มันก็คงยังพอทุเลาลงไปได้

 

...ทุเลาจริงหรือ?     

 

เขายกมือขึ้นลูบสัมผัสที่ยังอ้อยอิ่งบนเรียวปาก   น่ารังเกียจ..ทำตัวบ้าๆเหมือนกับสาวน้อยแรกรัก   แต่เขาอดไม่ได้ที่จะแตะต้องมัน   แม้ว่ามันจะเคลือบทับด้วยรอยจูบของซอนเยแต่รสซ่านด้านในยังไม่หาย   กาแฟถ้วยนั้น...สองสามจิบร้อนๆ   รสชาติที่หมอนั่นเดาว่าเขาน่าจะชอบ...หวานเหลือเกิน    มันหวานด้วยน้ำตาลไม่กี่ช้อน   ครีมอีกนิดหน่อยเติมลงไป..    หมอนั่นคิดว่าเขาชอบของหวานขนาดนั้นเลยหรือไง..  

 

หวานอุ่น.. 

.

.

...แต่กาแฟมักทิ้งรสเปรี้ยวเจือขมไว้ที่ปลายลิ้นเสมอ

 

+++


 

 

 

 

 

 

 

Stay Tuned.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สุดยอดเลย

ในที่สุดก็จูบกันแล้ว

ว่าแต่...จะมาต่ออีกเมื่อไหร่เนี่ย

อย่าให้รอนานนะคะ


ชอบค่ะ

#1 By nubeer on 2009-07-10 18:48

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เราต๊กกะใจมากเลย กะจะเข้ามาแว่บๆดู
ไม่ได้คาดหวัง แต่พี่ทั่น อัพแล้ววววววววว~~

สรุปว่าที่จียงพนันกันไว้ ก็คือเปลี่ยนแปลงเทมโปหรอเนี่ย ค่อยยังชั่วหน่อยยยย คิดว่าส่งมาหักอกชายเทม

แอบสงสารเทมเหมือนกันนะ
โดนผลัก ก็เลยเอาแต่ยืนอึ้ง~!!
โถๆๆๆ เมื่อไหร่จะเริ่มมั่นใจในตัวเองซะทีน้า
แต่เรากลัวว่าถ้าเปลี่ยนแปลงตัวเองจริง เค้าจะมีสาวๆมาติดอะดิ
แอบเกรงงง~ เหอะๆ

อยากให้จีไปหาหมอเร็วๆจัง
ฮี่ๆๆ
จะได้ รู้ตัว ซะที
ป่านนี้แล้วยังไม่ยอมรับความจริงอีก!!
5555555555

ส่วนพี่เบ้ ภูมิใจกะซาลาเปามากมาย
แหม๋ๆ -- มีคนให้มา-- เหรอ
เรียกว่า ให้ ?

รีบๆจีบน้องเร็วเข้า หึหึ ชอบบบ

#2 By CHoCo-Muffin on 2009-07-10 18:50

อ๊ากกกกก พาร์ทนี้

ชอคแทน โดนผลักออกมาเฉยเลยเน้
กำลังลุ้นๆเลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆ

อ้าา
จียง มันมีคนอื่นอีกแล้ว
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
อูย สงสารซอยเยเน้

ชอบซึงรีกะยองเบอ่ะค่ะ น่ารักอ่ะ ^^
เรื่องนี้มันไม่เครียดเท่าเรื่องอื่น
รู้สึกว่างั้นนะ เหอเหอ
หรือว่า อาจจะเครียดกว่าเรื่องอื่น 555

แต่กาแฟมักทิ้งรสเปรี้ยวเจือขมไว้ที่ปลายลิ้นเสมอ
^
อ๊ายย ประโยคนี้โดนมากๆค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ

ปล ขอโทดนะคะ มะได้เม้นพาร์ท 5 ง่ะ TT

#3 By KubKang on 2009-07-10 19:24

อ่า

รสจูบมันลึกซึ้ง

ความรู้สึกของคนมันต่างกัน

ความสับสนในใจมันคงไม่ใช่เรื่องที่จะไปหาหมอแล้วหายได้

อ่านแล้วมันอิน

แต่ยองเบ! ซาลาเปานั่นเรียกว่ามีคนให้จริงๆเหรอ

นึกถึงซึงรีที่ด่าไม่หยุดอยู่เลย 55+

สุดท้ายก็ยังเดาอะไรไม่ได้เหมือนเดิม

#4 By frem1991 on 2009-07-10 19:34

สงสารเฮียเทมTT
ล้ำเส้นเหรอ??


ขอเวลาให้พี่จีปรับตัวก่อน :)

#5 By ::< AsaYSK~ Kikumaru Tokiya__>* on 2009-07-11 08:36



เกมส์อะไรกันที่ยองเบ และ จียงกำลังเล่นอยู่


การเล่นเกมส์ กับความรู้สึกของคนอื่นอย่างงั้นเหรอ


แล้วแน่ใจได้ยังงัย ว่าเกมส์มันจะจบลง เพียงแค่ใครบางคนกลับมา


เพราะไม่ว่ายังงัย การปิดตายความรู้สึกของใครสักคน


มันก็คงไม่ง่ายดายเพียงนั้น


...............

#6 By nats (58.10.9.237) on 2009-07-11 12:14

กลัวทำให้ใครเสียใจรึเปล่านะจียง?

เลยหยุดไว้แค่นั้นน่ะ


ซึงฮยอนถ้ารู้ว่าจียงทำอะไรอยู่คงน่าเสียใจเนอะ


เหอ ๆ ๆ

รออยู่นะคะ ^ ^

#7 By ATOOMP (222.123.130.95) on 2009-07-11 14:38

อืมม..

ที่จียงกังวลอยู่นี่ เป็นเรื่องค.รู้สึกที่เกิดขึ้นกับเทมป์รีเปล่านะ?


เพราะไม่อยากยอมรับว่าตัวเองรู้สึกดีๆกับผู้ชายด้วยกัน?
ที่บอกว่ารังเกียจร่างกาย รังเกียจหัวใจตนเองน่ะ.. เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ย

อ่า.. นั่นซินะ? คำตอบของหมอ จะช่วยอะไรได้รึป่าว

แล้วยังมีเกมบ้าๆมาพัวพัน
ดูเหมือนเรื่องยุ่งๆทุกอย่างมันเริ่มมาจากตัวนายเองจริงๆนะเนี่ย

ยุ่งซะจน.. จะจัดการตรงไหนก่อนดีล่ะ?







>< * ENIGMA Fighting!! *

#8 By Daisuke*-0- on 2009-07-11 18:09

ว้าวๆๆๆ

ลุ้นๆๆๆ ชอบเรื่องนี้ จะมาติดตามต่อไปนะ สู้ๆ

#9 By arrare_chun (161.200.173.141) on 2009-07-12 20:20

เริ่มจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแล้ว จียงเริ่มจะสับสนแล้วว่า รักใคร
กำลังน่าลุ้นน่าติดตามเลยค่ะ จะรอตอนต่อไปนะค้า

#10 By (222.123.223.69) on 2009-07-13 00:35

ว้าวววๆ....

เพิ่งนึุกขึ้นได้ ว่ายังไม่ได้อ่านล่าสุด

เลย..เพิ่งจะได้เปิดมาอ่านนี่ล่ะคะ



ก็บอกแล้ววว ของต้องห้าม

มันเย้ายวน

มันยั่วให้อยากได้


แต่พอใกล้จะได้...กลับลังเล


ว่ามันไม่ดี ไม่ถูกต้อง


ยอมรับซะเถอะ!!!



ว่าต้องการมันมากแค่ไหน



ยองเบ นี่พ่อเสือตัวร้ายจริงๆ



#11 By Saffron on 2009-07-15 23:09

เฮ้อออๆ อยากให้มาต่อแล้วจังเรย เร่งได้ป๊ะ?
อยากรู้แล้วง่ะ
อยากอ่านแล้ววววว


งืดดดด
สู้ๆนะคะ >3<

#12 By CHoCo-Muffin on 2009-07-18 01:36

ยอมรับไปเลย

#13 By wini84 (202.149.25.225) on 2009-08-23 13:43

ควอนจียง ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นเกย์หรือเปล่า?หรอ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

พอจะจับเค้าอะไรได้บ้างละ

กาแฟ อมเปรี้ยวขมๆ อุปมาอีกแล้ว

จริงๆแล้วเทมป์เปนใครกันแน่น่ะ?
ทำไมต้องให้จีมาเปลี่ยนให้เปนคน

เอ๊ะ อะไรยังไง

#14 By PEACE on 2009-12-11 21:38