[BB.fic] Erosphobia #7
posted on 27 Jul 2009 14:34 by sussurro in fictionTitle: Erosphobia #7
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr
+++
‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'
Robert Frost
#7
.
.
เด็กหนุ่มยืนวนเวียนอยู่ที่หน้าห้องสามศูนย์แปดมาเกือบชั่วโมงแล้ว แดดจัดจ้านเกินไป เขาแสบตาและร้อนเกินว่าจะลงไปนั่งรอที่ม้านั่งด้านล่าง อย่างน้อยที่ระเบียงชั้นสามก็มีลมอ่อนๆพัดมาบ้าง เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา บ่ายสองโมง... ซึงรีสงสัยว่าเจ้าของห้องหายไปไหนในวันหยุดแบบนี้...
เมื่อเช้าวานพี่ซึงฮยอนรีบร้อนไปมหาวิทยาลัยโดนไม่สะดุดใจเลยว่าเขากำลังยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกลจากริมถนน สายตาคมหลังกรอบแว่นจดจ้องอยู่แต่รั้วตระหง่านของตึกเรียน ร่างโปร่งตั้งท่าจะร้องทักออกไปแต่เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของรุ่นพี่แล้ว เขาลดมือลงในทันที เดินย่ำเชื่องช้าตามแผ่นหลังกว้างนั้น..
.
.
พี่จะรู้ตัวไหมว่าผมเดินอยู่ข้างหลังพี่แบบนี้
แต่ซึงฮยอนก็ไม่ได้หันมองมาสักครั้ง
ซึงรีทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงพลางกอดเข่าไว้หลวมๆ ผมสั้นสีดำหวีจัดทรงมาเรียบร้อย เขาใส่เสื้อสีชาที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน..ข้างๆกายคือกระเป๋าหนังสือ สายตาของเด็กหนุ่มมองไปที่ถนนคดเคี้ยวด้านล่าง เขาเริ่มระวังตัวมากขึ้นเวลาเดินถนนแถวนี้ เขารู้แล้วว่าเจ้าบ้าแว่นดำน่ะป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ไกล แค่สองครั้งที่บังเอิญเจอกันก็เกินพอ ซึงรีรู้สึกจากข้างในลึกๆว่าให้เจ้านั่นรู้ว่าเขาหามาใครไม่ได้ มันเพราะอะไรกันนะ...ท่าทางคุกคามเมื่อตอนนั้นใช่หรือเปล่า?
ร่างสูงกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาที่หน้าห้องก่อนจะชะงักเท้าชั่วครู่เมื่อเห็นว่าเป็นเขา
"ซึงรีเองหรอกเหรอ?" เสียงห้าวทุ้มเจือจางด้วยความแปลกใจระคนเสียดาย
เขาลุกขึ้นยืนตัวแข็ง.. แม้ว่ารุ่นพี่จะพูดเสียงเบา..แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะสะกิดใจเขา ...ราวกับว่ารุ่นพี่มีคนที่รอ..มีคนที่เคยมาห้องนี้.. ไม่ใช่เขาคนเดียวแล้วหรือที่เคยมารอหน้าห้องแห่งนี้... ซึงรีฝืนยิ้มแห้งๆให้เจ้าของห้อง เขาสังเกตเห็นว่าขอบตาล่างของรุ่นพี่คล้ำไม่แพ้กับของเขา น้ำเสียงแหบแล้งเหมือนขาดน้ำและการพักผ่อน..
"ผมเองฮะ... วันนี้ผมมาทำการบ้านห้องพี่ ...โอเคไหมฮะ?"
"เอ๋.. อ่า..เอาสิ"ซึงฮยอนมองออกไปนอกระเบียงก่อนจะเปล่งเสียงตอบรับรุ่นน้อง
ความกระตือรือร้นของเขามันหายไปหมดแล้ว หายไปไหนไม่รู้...แล้วยังพัดพาเอาความร่าเริงของเขาไปด้วย เด็กหนุ่มยืนมองแผ่นหลังกว้างของเจ้าของห้อง ..ทำไมเขารู้สึกว่ามันไม่ได้มีไว้เพื่อเขานะ เหมือนว่าวันนี้..คนที่มายืนตรงนี้มันต้องไม่ใช่เขา...ไม่ควรจะเป็นเขา
.
.
....แล้วใคร?
เสียงกุกกักของกุญแจเงียบลงพร้อมแทนที่ด้วยเสียงประตูเปิดอย่างเชื่องช้า ซึงฮยอนยกมือเชิงเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปในห้องแต่ซึงรีหยุดยืนนิ่ง มือข้างหนึ่งกุมสายกระเป๋าไว้แน่น เขาบังคับไม่ให้มันสั่น...แต่บังคับได้ยากจริงๆ
"วันนี้ผมมารบกวนใช่หรือเปล่า?"
"..ไม่เลย ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ?"ซึงฮยอนปล่อยมือจากลูกบิดก่อนจะเงยหน้ามองรุ่นน้องซึ่งจรดสายตาไว้ที่ปลายเท้าตนเอง ซึงรี..ในแบบนี้เขาไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไร..และถ้าเขาเห็นแสดงว่ามีบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม เพราะเขาหรือเปล่า? แต่ว่า...เขาเพิ่งได้เจอหน้ากันเมื่อครู่นี้เท่านั้นเอง
เพราะอะไรกันล่ะ?
"...ผม..เอ่อ..ช่างมันเถอะฮะ"ร่างโปร่งก้าวเข้าไปในห้องก่อนจะวางกระเป๋าลงที่ปลายเตียง โต๊ะตัวเตี้ยเก็บไว้ที่มุมประจำใต้เตียง เขาก้มลงดึงมันออกมาอย่างที่เคยทุกๆครั้ง เขาอาจจะคิดมากไป..พี่ซึงฮยอนอาจจะแค่ระแวงคนแปลกหน้า? ใช่ไหม..? ถ้ามีคนแปลกหน้าหรือใครก็ไม่รู้ว่ามานั่งที่หน้าห้องพักของตนก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา แต่นี่คือเขา..ดันเป็นเขาที่นั่งอยู่ตรงนั้น..
พี่ซึงฮยอนต้องโล่งใจสิ..ไม่ใช่ทำหน้าเสียดาย
เด็กหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงพิงขอบเตียงก่อนจะเปิดกระเป๋า มือเรียวหยิบหนังสือขึ้นมาโยนไว้บนโต๊ะ สมุดสองสามเล่มและชีทปึกย่อมๆ
บ้าสิ้นดี..
ซึงฮยอนปิดประตูหน้าห้องลง เขาวางของที่ซื้อมาไว้บนตู้ไม้ สีหน้าของรุ่นน้องดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ไม่เหมือนกับซึงรีคนเดิม..ซึงรีที่คอยยิ้มแย้มและเล่าเรื่องแปลกๆให้เขาฟัง ตอนนี้ร่างโปร่งบางนั่นก้มหน้าลงขีดเขียนบางอย่างลงในหน้ากระดาษ
"เอาน้ำส้มสักกระป๋องไหม?"เสียงทุ้มพูดขึ้นด้วยความลังเล แต่สุดท้ายแล้วเจ้ารุ่นน้องก็เงยหน้าขึ้นมองเขา ความสงสัยยังไม่คลาดคลาจากดวงตา ซึงฮยอนดึงกระป๋องน้ำส้มเย็นฉ่ำจากตู้เย็นสีดำ เครื่องมันไม่ใหญ่มากมายแต่พอจะเบียดตัวลงพื้นที่ว่างข้างโต๊ะครัวกับชั้นวาง
"...นั่นมัน..."
"เอ่อ..ตู้เย็นน่ะ ฉันเพิ่งซื้อไม่นาน.."
"ตอนนั้นผมบอกพี่ว่าแม่อยากจะให้ตู้เย็นเป็นของขวัญแต่พี่ก็บอกว่าไม่เอาท่าเดียว แล้วทำไม..?"
"....มันก็สะดวกดีเหมือนกัน ..แล้วของอย่างนี้จะให้รับมาได้ยังไง เกรงใจคุณป้าออก"ซึงฮยอนยื่นกระป๋องน้ำส้มมาตรงหน้า ร่างสูงสวมชุดสียืดลายทางตัวหลวมโพรกกับกางเกงสีเทา มันยิ่งดูย่ำแย่กับกรอบแว่นหนาสีดำและผมเรียบแปล้...แต่ทำไมเขาต้องยึดติดกับคนๆนี้และรู้สึกน้อยใจ รู้สึกแย่..เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตอบสนองอย่างที่เขาคิด ซึงรีรู้สึกว่าความจริงแล้ว..เจ้าตู้เย็นนี่..ไม่ได้มีไว้เพื่อเขา เพราะมาตั้งกี่หน..ไม่เคยจะบอกว่าลำบากอะไร
กับไอ้แค่น้ำเย็น..ไม่เย็น..
เรื่องเล็กน้อย..ใช่...แต่มันทำให้เขารู้สึกน้อยใจมหาศาล
"ซึงรี...?"ร่างสูงร้องทักขึ้นเมื่อรุ่นน้องเก็บของทั้งหมดลงกระเป๋าไม่พูดไม่จา สองเท้าก้าวฉับออกจากห้องไปโดยที่ไม่ตอบคำถามเขาสักข้อ แผ่นหลังของซึงรีดูดื้อดึงกว่าทุกครั้ง ซึงฮยอนเสยผมเรียบมันของตนก่อนจะก้าวออกตามรุ่นน้องไป แต่ร่างโปร่งปราดเปรียวออกวิ่งไปสุดระเบียงจนพ้นสายตา
เขาหยุดลงที่หน้าประตู... บานประตูแกว่งตัวอย่างเอื่อยอาด ลมพัดผ่านเหนี่ยวมันให้เดินหน้าถอยหลังเป็นจังหวะ เมื่อวันก่อนหน้านี้..ก็มีคนวิ่งออกไปจากห้องนี้โดยไม่ทิ้งคำพูดไว้สักคำ ไม่มีคำลา..เพียงแค่เดินจากไปเฉยๆ เขาต้องทำอย่างไร..เขาต้องพยายามอีกแค่ไหนถึงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ร่างสูงกำหมัดและทุบลงบานประตู เสียงทึบตันๆดังขึ้นเสียดโสต..
จะต้องมีคนวิ่งหนีเขาอีกสักกี่คนกัน?
.
.
"ฉันมาผิดจังหวะหรือเปล่า?"...เรียบเย็นแต่แฝงด้วยความอาย
ซึงฮยอนเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อแจ็กเก็ตเข้ารูปสีขาว สายเข็มขัดเส้นโตร้อยหลวมรอบเอวคอด เขาจำได้..จำได้สิ..ริมฝีปากคู่นั้นและดวงตาเรียวเล็ก นอกจากนั้นสองมือของอีกฝ่ายยังหอบของพะรุงพะรัง ร่างสูงส่ายหน้าอย่างงุนงง ควอนจียงเพียงแค่กระตุกยิ้มบาง มันเบาบางเสียจนเขาไม่อาจจะคิดได้ว่านั่นคือรอยยิ้ม
บรรยากาศ..มันโอบรอบครอบคลุมเชิงบังคับมิให้ใครเอ่ยปากถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งก่อน ซึงฮยอนรู้ ควอนจียงรู้ ความเงียบหมุนวนอยู่รอบกายอย่างน่าอึดอัด ร่างเพรียวหอบของเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่ซึงฮยอนจะปริปากขึ้นทัก..มือของเขาเองก็ปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ ในห้องเหลี่ยมเงียบงันกว่าข้างนอก..อย่างน้อยเสียงลมและรถราข้างนอกยังไม่ปล่อยให้รู้สึกเงียบเหงาเกินไปนัก
"นั่นอะไรน่ะ?"เสียงทุ้มห้าวเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขามองถุงกระดาษและถุงพลาสติกสีสันสดใสซึ่งกองอยู่กลางห้อง หลายสัญลักษณ์บนถุงเป็นอะไรที่คุ้นตาเวลาไปห้างใหญ่ๆ แต่เขาไม่เคยมีเวลาได้สังเกตพวกมันได้ชัดๆ นั่นใช่ที่เรียกกันว่าฮิวโก้บอสหรือเปล่า..หรือว่าอะไรนะ?
"ของนาย.."มือเรียวหยิบเสื้อยีนส์ฟอกและเสื้อโปโลสีขาวออกจากถุงกระดาษก่อนจะยื่นให้ซึงฮยอนถือไว้
"เห..."
"ลองใส่ให้ฉันดูหน่อย.."ควอนจียงจ้องมองอากัปกิริยาของอีกฝ่ายอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันหลังให้ จ้องมองเตียงเปล่าเบื้องหน้า ร่างเพรียวได้ยินเสียงฝีเท้าของความลังเลใจย่ำผ่านแล้วผ่านเล่าอยู่ด้านหลัง ซึงฮยอนไม่ได้รับปากหรือปฏิเสธ..ได้แต่ถือเสื้อผ้าเหล่านั้นไว้ในมือ
ควอนจียงรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันช่างคุ้นตา.. ตอนนั้นเขาแกล้งหมอนี่ยังไงนะ.. พอเป็นฝ่ายหันหลังให้มันรู้สึกสั่นไหวและหัวใจเต้นระส่ำแทบบ้า เขาได้ยินหมดทุกเสียง ..ลมแห้งๆจากหน้าต่าง เสียงเข็มนาฬิกากำลังเหยาะย่าง ผ้าที่ถูกดึงให้เสียดกับผิวเนื้อ รอยยับของผ้าเหล่านั้น.. ฟังมันตกกระทบกับพื้นห้อง นุ่มนวลและอ่อนโยนเท่าที่ผ้าควรจะเป็น...แต่จียงรู้สึกว่าเสียงของมันบาดโสตมากมาย
เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนแต่จากการรับรู้..มันนานแสนนาน กว่าที่ซึงฮยอนจะสวมเสื้อสองตัวเสร็จสิ้น..ควอนจียงกลั้นหายใจไปหลายหน
"ฉันจะหันไปแล้วนะ.."ร่างเพรียวไม่รอคำตอบ เขาหันไปมองซึงฮยอนที่สวมเสื้อที่เขาเลือกไว้เรียบร้อย โปโลด้านในติดกระดุมถึงเม็ดบน
"...คับหรือเปล่า?"เขาเดินตรงเข้าไปจัดปกเสื้อให้ตั้งขึ้นเล็กน้อยพลางถาม ร่างสูงเพียงแค่สายหน้าเชื่องช้าและเงยหน้ามองเพดานขณะที่เขาจับปกเสื้อไว้ในมือ ปลายนิ้วของจียงไล่ลงมาปลดกระดุมเม็ดแรกของซึงฮยอนออก
"...กำลังพอดี"ซึงฮยอนตอบเสียงเบาหวิว
"ความจริงฉันไม่รู้ไซส์ของนายหรอก..."จียงก้มหน้าก้มตาพูดขณะถอยออกมามองภาพรวม สูงโปร่งไหล่กว้าง..ริมฝีปากนั่นเม้มแน่นเข้า เขาได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟกลิ่นมิ้นต์เมื่อเข้าใกล้ซึงฮยอน เขาไม่อาจจะพูดต่อออกไปได้ว่า...ฉันแค่เดาไซส์จากตอนที่กอดกัน เขาไม่ควรจะพูดอะไรออกไป..ไม่แม้แต่จะสะกิดมัน ชายสวมแว่นก้มลงมองเขา จียงรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังข่มใจอยู่เช่นกัน
ไม่พูด..ลืมเสียทุกอย่างแล้วจะไม่เป็นไร
"ฉันขอใช้ห้องน้ำนายหน่อย"ร่างเพรียวเอ่ยขึ้นเสียงเบาเมื่อซึงฮยอนไม่ยอมถอนสายตาออกจากใบหน้า แม้ว่าจะมองผ่านเลนส์แก้วแต่ความคมคายของมันไม่ลดน้อยลง เขาได้ยินเสียงหายใจและเสียงหัวใจ บางอย่างที่รุมเร้าถึงความรุ่มร้อนเมื่อครั้งก่อน ความฉ่ำชื้นและความนุ่มนวล...
จียงหลับตาแน่นและเบือนหน้าเข้าห้องน้ำไป ผู้ชายซึ่งกำลังจ้องมองเขากลับมาในกระจกมีใบหน้าที่ดูเหนื่อยอ่อน ถอนใจหนักหน่วงก่อนจะหาสิ่งที่เขาต้องการ กระปุกแก้วใสมีน้ำมันสีเขียวอ่อนเกือบเต็ม จียงหยิบมันขึ้นมองฉลาก..น้ำมันจัดแต่งทรงผม... เขาซุกมันลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะเปิดก๊อกน้ำล้างมือ น้ำเย็นรดผ่านฝ่ามือ เจ้าตัวชโลมน้ำบางส่วนบนผิวหน้า หยดใสประปรายเป็นประกาย..แต่ดวงตาของเขากลับช้ำแดง
อดนอน..
นอนไม่หลับจะดีกว่า..
ร่างเพรียวผลักประตูออกไปด้านนอก เจ้าของห้องนั่งบนเก้าอี้อ่านหนังสือและจดบันทึกบางอย่างลงสมุดปกดำเล่มนั้น เขาไล่มองปลายนิ้วเรียวที่ตวัดปากกาลงบนหน้ากระดาษ เมื่อซึงฮยอนเห็นเขา สมุดเล่มนั้นถูกพับปิดและกลับไปนอนนิ่งในลิ้นชัก ชายร่างสูงมองเขานิ่งก่อนจะลุกขึ้นยืน จียงไม่ได้คิดว่าหลังจากนี้เขาจะทำอะไร.. เขาแค่คิดว่าจะเอาเสื้อผ้ามาให้หมอนี่เท่านั้น
"เสื้อผ้าพวกนี้..ราคาแพงสินะ"
"ไม่ต้องห่วงหรอก มันลดราคาประจำปี..ฉันให้นาย"
"แต่..."
"นั่นแว่นสายตาหรือเปล่า?"
"นี่น่ะเหรอ?"ซึงฮยอนยกมือขึ้นแตะกรอบแว่นของตนเอง "ก็ใช่...แต่ไม่ได้สั้นมากมายเท่าไร" เขารู้ ดีว่าตนเองไม่ได้จำเป็นต้องใส่แว่นตลอดเวลา แต่เขากลัว..เขากลัวโลกนอกกรอบแว่น อย่างน้อยก็เหมือนมีเกราะหนึ่งชั้นปกป้องใบหน้า อารมณ์ ความรู้สึกของเขาให้พ้นจากคนอื่น พ้นจากการทำร้าย...
ควอนจียงสำรวจใบหน้าของเขาอย่างใกล้ชิดแต่ก็ไม่ใกล้จนจะเอื้อมมือถึง ซึงฮยอนกลั้นหายใจเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆลอยแตะจมูก ดวงตาเรียวเล็กเล็งมองกรอบแว่นของเขาก่อนจะพูดขึ้นเสียงเบา ร่างสูงรู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นสั่นพร่าและเย้ายวนอย่างน่าประหลาด
"คืนนี้..นายว่างไหม?"
+++
.
.
"บ้า..ชะมัดเลยเรา บ้าโง่ทุกอย่างเลย"เด็กหนุ่มก่นด่าตนเองออกมาเสียงดัง หอบเหนื่อยหลังจากวิ่งสุดฝีเท้าออกมาจากที่พักของหนุ่มรุ่นพี่ ฉากสองข้างทางเปลี่ยนสลับพรางตา..เขาไม่รู้ว่าวิ่งมาที่ไหนแล้ว ไกลแค่ไหน... มันอยากจะวิ่งให้สุดกำลังให้เรื่องแย่ๆสะบัดหายไปให้หมด หลุดออกไปจากใจให้เกลี้ยง..แต่วิ่งเท่าไรๆมันก็ยังอยู่ ยังฝังแน่น...
ซึงรีหยุดพักที่ม้านั่งใกล้ๆ ร่มเงาจากไม้ใหญ่ทำให้เขารู้สึกหายเหนื่อยไปได้บ้าง ทำไมนะ... เขาหยุดเพื่อพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย หากว่าพี่ซึงฮยอนจะมีคนอื่นมาในห้อง...หรือว่าจะคอยเฝ้ามองถึงคนนั้น ...หรือจะซื้อตู้เย็นใหม่เพื่อรอคอยคนนั้น.. ไอ้เด็กรุ่นน้องอย่างเขาไม่มีสิทธิอะไรทั้งนั้น มันเป็นไปไม่ได้..เขาไม่ได้เกี่ยวข้องทางไหนกับพี่ซึงฮยอน
แค่รุ่นน้อง...รุ่นน้องโรงเรียนเก่า
ยิ่งคิดแต่ทำไมมันถึงเจ็บปวดได้ขนาดนี้ มันยิ่งตอกย้ำซ้ำจุดเจ็บ.. ไม่ได้เกี่ยวข้องทางไหนเลย เขาเรียกอาการแบบนี้ว่าอะไรนะ... หึง? น้อยใจ? อะไรก็แล้วแต่...แต่มันทรมานเป็นบ้า
เราไม่ได้สำคัญอะไรเลย...
"นายน่ะ...โอเคหรือเปล่าเฮ้?"เสียงนุ่มทักขึ้นตรงหน้า ร่างสันทัดยืนล้วงกระเป๋าและเพ่งมองเขา หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้าสงสัยว่าทำไมเจ้าเด็กดื้อถึงมานั่งหงอยอยู่แถวนี้
ไอ้เจ้าบ้าแว่นดำ..!
ซึงรีตกใจสะดุ้งเล็กน้อยเพราะว่ามัวแต่จมอยู่ในความคิด เจ้าบ้าแว่นดำเดินเข้ามาเขาตั้งแต่เมื่อไร...ไม่ได้รู้สึกตัวแม้สักนิด สีหน้ายียวนยังมีให้เห็นแต่มันน้อยลงเมื่อไม่มีแว่นกันแดด เขามองเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้านั้น ดวงตาเรียวเล็กแต่ตวัดปลายอย่างคมคาย ชายหนุ่มสวมเสื้อวอร์มสีขาวตัวโคร่งในมือมีไอพอดสีดำเครื่องเล็ก เสียงดนตรีจังหวะเร็วแรงยังเล็ดลอดออกมาจากหูฟังเป็นระยะๆ เด็กหนุ่มเหนื่อยเกินกว่าที่จะสูรบปรบมือกับผู้ชายคนนี้ เหนื่อยเกินกว่าที่วิ่งหนี และยิ่งเหนื่อยเกินกว่าจะต่อปากต่อคำ เท่าที่เขาทำคือนั่งนิ่งและถอนหายใจ
ชายหนุ่มทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นที่ว่างบนเก้าอี้ยาว แปลกกว่าทุกครั้ง.. ไม่มีเสียงพูดกวนอารมณ์หรือสีหน้ากระตุกโมโห เท่าที่ร่างสันทัดทำคือนั่งอยู่ข้างๆในความเงียบ เสียงเพลงในตอนนี้เงียบไปแล้ว..จางเจือกับสายลมและเงาไม้ใหญ่ ซึงรีไม่เข้าใจแต่รู้สึกดีใจอย่างแปลกประหลาดที่อีกฝ่ายนิ่งเงียบ เรียบเฉย..ราวกับว่าเขาและเขาแค่บังเอิญมานั่งเก้าอี้ตัวเดียวกัน
แสงแดดคล้อยลาเมื่อยามเย็นครอบงำ เด็กหนุ่มสามารถมองเห็นสีแดงอมส้มที่ปลายฟ้า นั่งจมในความคิดมานานแค่ไหนแล้วนะ ซึงรีหันมองคนข้างๆ ใบหน้าด้านข้างในแสงตะวันยามเย็น เขาอาจจะตาฝาดไปเองที่เห็นว่าหมอนี่เองก็ดูดี
"ไปนั่งรถเล่นกันไหม?"ชายในชุดวอร์มสีขาวเอ่ยชวน สั้นๆง่ายๆและดูจริงใจอย่างบอกไม่ถูก ซึงรีเดินตามอย่างว่าง่ายไปกับคำชวน มันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่ใช่ไหม?
อย่างน้อยรถ..ก็วิ่งไวกว่าขาคนล่ะนะ
+++
Stay tuned.
ปล. คอมเสียจ้ะถึงหายไปนานนิดหน่อย อาจจะมาอัพช้านิดหน่อยนะจ๊ะ...







อัพไวๆหน่อยนะกะลังสนุก
งึ้นี่เอง มิน่าว่า ทำไมถึงอัพช้า ^^ ไม่เป็นไรฮะ
.
.
.
.
ตอนนี้เนื้อเรื่องเนิบๆแหะ เน้นไปทางมุมของซีงริ
ฮ่า~ น่าสงสารเหมือนกันนะเนี่ย =_____= ~
แต่ มีพี่เบ้อยู่แล้วหายห่วง ฮ่ะๆๆ
รู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก (เพราะว่าเป็นพี่เบ้รึเปล่านะ?)
จียงกับเทมป์ ทำอะไรกัน?
จะว่าไป ไอ้คู่นี้มันก็แปลกๆดี ในค.สัมพันธ์ ฮ่ะๆ
จียงก็แวะมา เป็นปกติซินะ ก็ดูเหมือน.. เพื่อน? คนรู้จักกัน? ปกติ
ไอ้เรื่องที่พนันกันไว้ตอนแรกเนี่ย คือจะโปรดิวซ์เทมป์ซินะ
เพิ่งจะมาเริ่มเนี่ยนะ *หัวเราะ* มัวเสียเวลาหลงทางไปหลายขุม
เทมป์ก็ยังคงเหมือนเดิม
เห็นจะดีก็คง ที่มี ตู้เย็นล่ะน้ะ~ ฮ่ะๆ
ยังติดตามตอนต่อไปอยู่นะฮะ
#1 By Daisuke*-0- on 2009-07-27 16:13