[BB.fic] Erosphobia #8
posted on 07 Aug 2009 14:23 by sussurro in fiction.
F5 ด้วยนะจ๊ะ
Title: Erosphobia #8
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr
ปล.2 ความจริงกะจะลงวันที่แปดวันเกิดของจีดีแต่ว่าวันนั้นน่าจะรอคอยฟังเพลงเดี่ยวของจีดีมากกว่ากันใช่ไหมเลยลงวันนี้นี่แหละ ตอนแปดอีกตะหากเย้...ขออภัยที่มาช้าจริงๆนะจ๊ะ
+++
‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'
Robert Frost
สารบัญฟิก สำหรับอ่านตอนที่1-7
#8
.
.
เสียงดนตรีอึกทึก จังหวะของมันแทบจะทำให้หัวใจเต้นระรัวออกมานอกอก แสงสี..และกลิ่นเจือบุหรี่ของสถานที่แห่งนี้ ยอมรับอย่างไม่อายว่าเขาไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน แสงไฟสีสดพลิกพลิ้วเหนือเวทีเตี้ยและพื้นที่ว่างส่วนกลาง..ราวกับว่าไม่ใช่โลกมนุษย์
.
.
"เราจะไปที่ไหนกัน?"
"ผับ..สักที่"ร่างเพรียวเดินนำหน้าชายหนุ่มร่างสูงไปที่ริมถนน ดวงตาเรียวเล็กของควอนจียงเหลือบมองไหล่กว้างของซึงฮยอนและเสื้อผ้าที่เขาเลือกให้ มันเข้ากันได้ดีมากกว่าที่คิด แม้ว่าจะแว่นตาแสนเชยยังหลงเหลือบนใบหน้านั่น จียงล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะยืนรอรถแท็กซี่ โค้ตขาวเนื้อหนาเหมือนจะเรืองแสงได้ในความมืดยามค่ำคืน วูบหนึ่งที่เขาเผลอเหม่อลอย จียงจับได้ว่าซึงฮยอนลอบมองเขาท่ามกลางความเงียบด้วยความตั้งอกตั้งใจ
หน้าชา..ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
ไม่รู้จะพูดคุยอะไร.. นอกจากสายตาของร่างสูงที่พักพิงอยู่บริเวณผิวแก้มของจียงแล้ว เขาไม่อาจจะเอ่ยเอื้อนคำใดออกไปได้ ชายสองคนได้แต่ยืนรอ.. รอในสิ่งที่ไร้ตัวตน..หวังว่าบทสนทนาสักหนึ่งคำจะร่วงหล่นลงมา โชคดี รถแท็กซี่สีขาวผ่านมาหนึ่งคันและจอดเทียบไม่ไกลจากตำแหน่งที่จียงยืน มือใหญ่ของซึงฮยอนเอื้อมเปิดประตูห้องโดยสารก่อนที่ร่างเพรียวจะเอื้อมถึง ประตูอ้าออกกว้างรอเพียงให้เขาเดินเข้าไป
"นายเข้าก่อนเถอะ.."เสียงทุ้มห้าวพูดดังเพียงกระซิบ
"อืม.."จียงตอบได้ดังไม่ต่างกัน เขาขยับเข้าไปนั่งเบาะริมสุด ไม่นานซึงฮยอนก้าวขึ้นนั่งบนเบาะเดียวกัน ประตูปิดลง.. ในรถเงียบสนิทชั่วครู่.. ควอนจียงมีผับที่เลือกไว้ในใจแล้ว..ไม่ใช่ผับประจำที่ท่าเรือหรือผับใกล้ๆสองแห่งที่เหลือ เขาเลือกที่จะไปไกลกว่าปกติ..ไกลจากถิ่นของเขา รถเคลื่อนตัวออกอย่างนุ่มนวลหลังจากเขาบอกชื่อของสถานที่
"ไปบลิซผับ..."
.
.
สามสิบนาทีหลังจากนั้นซึงฮยอนก็มาอยู่สถานที่แห่งนี้
บลิซผับกับผู้ชายในโค้ตขาว..
ชายหนุ่มร่างสูงเหลือบมองราวไหล่ที่เรียวยาวของอีกฝ่าย มันออกจะเป็นทรงเสื้อที่นางแบบใส่กันมากกว่านายแบบ ...ให้ตายสิ..เขาเคยเห็นแต่ผู้หญิงใส่นั่นแหละแต่... ควอนจียงก็เหมาะกับมันขึ้น... เหมาะจนน่ากลัว เจ้าของรูปร่างเพรียวบางหันมาสบตากับเขา.. เงาบางอย่างที่ฉายชัดในดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นดูมีความหมายลึกล้ำและเย้ายวนมากกว่าเดิม...หรือมันอาจจะเป็นเพราะแสงสีในผับ? อย่างไรก็ตาม..ซึงฮยอนยังไม่อาจถอนสายตาออกจากใบหน้านั้น
"นั่งที่เคาน์เตอร์..โอเคไหม?"
ซึงฮยอนพยักหน้ารับ ความจริงเขาไม่รู้ความแตกต่างด้วยซ้ำว่านั่งที่เคาน์เตอร์กับนั่งที่โต๊ะมันเป็นไง เขาเพียงเดินตามแผ่นหลังเพรียวเข้าไปในความมืดคลุกกลั้วแสงสี ชายหนุ่มจับสายตาหลายคู่ซึ่งจ้องมองมา มันต้องมีอะไรที่แปลกๆสักอย่างกับตัวเขา..หรืออาจจะเป็นหน้าตาการแต่งกาย? ทรงผม?..จะว่าไปวันนี้มันไม่เหมือนทุกวัน เขาหาน้ำมันแต่งผมไม่เจอ ...ราวกับว่ามันกระโดดจากชั้นวางและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ร่างสูงยกมือขึ้นลูบผมด้านหน้าอย่างประหม่า การถูกจ้องโดยคนแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องสนุก ..มองมาด้วยร้ายหรือดี? ยิ่งไม่มีสาเหตุด้วยแล้ว ซึงฮยอนรู้สึกว่ามันทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก แย่ยิ่งกว่านั้น..เขาไม่กล้าจะหันไปสบสายตาที่ทิ่มแทงมาเหล่านั้น ควอนจียงหยุดยืนที่โต๊ะสีเงินวาว เก้าอี้สูงเรียงรายด้านหน้ามีคนนั่งอยู่ก่อนแล้วสองสามคน ซึงฮยอนเหลือบมองทางขวามือ ผู้คนมากหน้าหลายตากำลังขยับตัวไปตามเสียงดนตรี
แน่นขนัดไปด้วยวัยรุ่น..ทำไมนะ
"วันนี้โชคดี..คนไม่เยอะเท่าไร"ควอนจียงพูดจนเกือบตะโกนใส่เขา มือเรียวเล็กดึงเก้าอี้สูงลงนั่ง ปลายคางพยักพเยิดให้เขานั่งลงข้างๆกัน
"รับอะไรดีครับ?" ชายในเชิ้ตแขนยาวสีขาวทับด้วยกั๊กดำเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขาพร้อมรอยยิ้มบริการ บาร์เทนเดอร์ชะโงกหน้าออกมาเล็กน้อยเพื่อหยิบกระดาษรองแก้วเปียกน้ำออกจากเคาน์เตอร์ ซึงฮยอนลังเลใจเมื่อเห็นขวดเหล้ามากมายด้านหลังชายผู้นี้ ..แก้วใสหลากหลายขนาดและรูปทรง เขารู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่มั่นคง
"นายจะดื่มอะไร?"ควอนจียงหันมาถามเขาซึ่งนิ่งเงียบไปนาน
ร่างสูงเพิ่งสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายนั่งไขว่ห้าง ขาเรียวยาวไขว่แนบเข้ากันดีกับเก้าอี้ทรงสูง กางเกงยีนส์ดำขาดกว้างบนบริเวณหัวเข่าไปจนถึงขาอ่อน เจ้าตัวทาบแขนวางบนหน้าขาด้วยท่วงท่าสบายๆ ซึงฮยอนเบือนสายตาไปอีกทาง ทำไมจียงถึงดูคุ้นเคยสถานแบบนี้ดีขนาดนี้ อยากจะดื่มอะไรอย่างนั้นหรือ..? ของมึนเมาที่เขารู้จักและเคยดื่มก็มีอยู่แค่อย่างเดียว
"..เบียร์ ฉันอยากดื่มเบียร์"
ร่างเพรียวสบตาเขาอยู่ชั่วครู่ก่อนก้มหน้าลงเล็กน้อย ผมสีน้ำตาลตกลงปรกเหนือคิ้วแต่จียงปล่อยให้มันบดบังใบหน้า สายตาหลบเร้นอยู่หลังม่านผม
"ขอไฮต์ไพน์หนึ่งกับ..แก้วสองใบ" จียงหันไปสั่งกับบาร์เทนเดอร์เสียงดัง
เบียร์เหรอ...ใช่..เขาก็อยาก
ฟังเสียงดนตรีจังหวะกึ่งช้ากึ่งเร็วคลอเคล้ากับเบียร์รสนุ่ม ควอนจียงรินเบียร์ให้ตนเองแก้วใหญ่ ใช้เวลาไม่นานในการละเลียดฟองเบียร์จนเกลี้ยง ซึงฮยอนยกขึ้นจิบด้วยท่าทางนิ่งเฉย จากสายตาผิวเผินแล้วพอทำผมเผ้าแบบนี้ หมอนี่ก็ไม่ต่างอะไรไปจากคนที่มาผับส่วนใหญ่ ความมืดและแสงสีวับแวมช่วยกลบกลืนกรอบแว่นตาโบราณให้ลางเลือน ดวงตาคมคายนั่นจ้องมองเนื้ออำพันในแก้วนิ่งงัน จียงไล้ปลายนิ้วที่ขอบแก้ว ลากไล้วนกลับไปและกลับมา.. ผู้หญิงโต๊ะฝั่งตรงข้ามมองมาทางนี้หรือจะเก้าอี้ถัดไปอีกสองตัว ถัดไปอีกสามโต๊ะก็เช่นกัน.. เขาก้มลงมองกองแผ่นมันฝรั่งชิ้นบางในจานใบเล็ก
สายตาเหล่านั้นไม่ได้มองที่เขา
เขารู้..
พวกเธอมองหมอนี่..
นั่นเขาก็รู้..
แม้ว่าเจ้านี่จะสวมแว่นตาคร่ำครึเป็นบ้าอย่างนี้หรือไง ถ้าก่อนหน้านี้ยังสวมเสื้อผ้าแบบนั้น ทำทรงผมเรียบแปล้แบบนั้น พวกเธอยังจะมองหมอนี่อยู่ใช่ไหม? ควอนจียงยกแก้วขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ก่อนจะกระแทกลงเคาน์เตอร์
..ไม่ใช่ว่าเขากำลังอิจฉาหมอนี่อยู่หรอกนะ?
สายตาเหล่านั้น..ปกติมันจะต้องจับจ้องอยู่ที่เขา ไม่ว่าเมื่อไร..ไม่ว่าที่ไหน ตอนนี้มันไม่ได้เทมาให้เขา จุดสีดำเล็กๆปรากฏขึ้นในมุมเร้นของหัวใจ ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร.. อย่างน้อยจียงก็มั่นใจได้ว่าเขาไม่ชอบ
..ไม่ชอบเอาเสียเลย
"พวกเธอมองนายอยู่แน่ะ"จียงกระเซ้าขึ้นพลางเหลือบสายตาใบ้ไปยังโต๊ะอีกฟากห้อง อีกฝ่ายได้แต่นั่งเกร็งและดื่มเบียร์อย่างเงียบเชียบ
"นายไม่สนใจเหรอไง?"จียงคิดว่าน้ำเสียงของเขามันปิดบังความริษยาไม่มิด.. บ้าฉิบ..เขาต้องเปลี่ยนหมอนี่..ไม่ใช่มาอิจฉา ...ไม่ใช่มาไม่พอใจ ถ้าเขาเป็นแม่ผู้หญิงพวกนั้น แน่นอนว่าเขาก็ต้อง.......
จียงหยุดความคิดคว้างกลางอากาศ ปลายนิ้วยังไล้ขอบแก้วเบียร์เป็นวงหากแต่ว่าเชื่องช้าลงกว่าเดิม
ซึงฮยอนหันขวับมาทางเขา สายตาเบื้องหลังกรอบแว่นนั่น..ตอนนี้มันฉายแสงแบบไหนเขาไม่รู้ ด้วยสีหน้าของหมอนี่ จียงเดาอะไรไม่ออกสักอย่าง โกรธ..ไม่พอใจ..หรือว่าแปลกใจ? มุมปากของหมอนั่นไม่บ่งว่าอารมณ์ดีสักเท่าไรนัก ..อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ยิ้ม ..ไม่ได้ยิ้มให้เขา
"พวกนั้นไม่ได้มองฉันหรอก"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากเพ่งมองใบหน้าจียงเนิ่นนาน
"นายควรจะมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ เชื่อมั่นมากกว่านี้..."ควอนจียงก้มหน้าลงก่อนเสริมขึ้นเสียงเบา ..ก้มมองแก้วเบียร์เหมือนมันเรื่องน่าสนใจนักหนาอยู่ก้นแก้ว"ถ้านายอยากจะมีแฟนสักคน"
"ชอบแบบนั้นเหรอ.. เอ่อ..ฉันหมายถึงผู้หญิงเขาชอบแบบนั้นเหรอ"
"บางครั้งการที่จะให้ใครสักคนมาชอบเรา เราต้องชอบตัวของเราก่อน.."
ซึงฮยอนแช่สายตาลงในแก้วเบียร์อีกครั้ง มองมันเปลี่ยนสีแปรตามแสงไฟที่สาดส่องลงผ่าน ครุ่นคิดกับประโยคที่อีกฝ่ายตอบกลับมาแต่เสียงดนตรีแทรกซึมจนเขาไม่อาจจะตั้งสมาธิกับมันได้นาน ซึงฮยอนรู้สึกเหมือนกับว่าตนกำลังยืนอยู่บนทางแยก ต้องเลือกเดินไปเส้นทางที่แตกต่างกันโดยไม่รู้ว่าปลายทางแต่เส้นทางจะนำไปสู่อะไรบ้าง เขายกเบียร์ขึ้นดื่ม รสชาติของมันเลือนหายไปเหลือเพียงความกระหาย เขาดื่มจนหมดแก้วและรินให้ตนเองอีกจนเกือบล้น ร่างเพรียวหยิบมันฝรั่งแผ่นบางกรอบขึ้นเล็ม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาสังเกตเห็นว่าจียงเซื่องลงอย่างเห็นได้ชัด
.
.
และตลอดเวลา..จียงหลบสายตาเขา
สบตาชั่วครั้งชั่วคราวก่อนจะเลี่ยงไปทางอื่น มันจะมีประโยชน์อะไรที่คนอื่นมองเขาแต่ควอนจียงกลับไม่ยอมแม้แต่จะสบตากับเขา ซึงฮยอนกำลังจะเอ่ยปากถามออกไปแต่อีกฝ่ายพูดขึ้นมากลางปล้อง
"นายเคยมีแฟนไหม?"ร่างเพรียวส่ายหน้าพร้อมกระตุกยิ้มเบาบาง "ไม่สิ...นายจีบหญิงเป็นหรือเปล่า?"
.
.
ซึงฮยอนไม่เข้าใจคำถาม
+++
.
ทัศนียภาพนอกกรอบกระจกเปลี่ยนไปเรื่อย ตึกอาคารระฟ้าไปจนถึงบ้านหลังคาโย้เย้ สนามเด็กเล่น ร้านค้าและทุ่งหญ้ารกร้างกับตึกเก่าๆ เด็กหนุ่มร่างสูงเปรียวนั่งเงียบงันบนเบาะรถคันหรู เสือดำที่ทะยานเร็วแรงทว่านิ่มนวลบนถนนสายทอดยาว ซึงรีไม่มีอารมณ์จะถามว่ากำลังไปไหน ไม่มีอารมณ์จะถามแม้กระทั่งนี่ชื่อถนนอะไร เขานั่งพิงกระจกและมองออกไปข้างนอก เฝ้าคิดถึงความงี่เง่าที่ดันทำต่อหน้าพี่ชายคนโปรด
อย่าว่าแต่จะให้พี่ซึงฮยอนมาง้องอนเลย จะให้เข้าใจว่าเขาเป็นอะไรไปก็ยังไม่รู้!
เด็กหนุ่มสังเกตว่ารอบข้างมีแต่ความมืดจึงผละสายตาออกจากกระจกรถ เขาเหลือบมองคนขับรถซึ่งกำลังเปลี่ยนเกียร์และหักพวงมาลัยไปทางขวา ดูท่าทางไม่ยินดียินร้ายกับผู้โดยสารแถวหน้าเท่าไร ..ทั้งที่เป็นคนชวน ซึงรีสังเกตเห็นว่าวันนี้คนกวนประสาทไม่ได้สวมแว่นดำ ท่าทางก็ดูใจดีแท้ๆแต่ทำไมปากคอถึงได้เราะร้ายขนาดนั้น?
"มองหน้านานๆฉันคิดเงินนะ"เสียงนุ่มพูดขึ้นแต่แทรกด้วยความยียวนจนซึงรีอดปากไม่ไหว
"หน้าตาแบบนี้ยังกล้าคิดเงินอีก"
คนขับรถแค่หัวเราะออกมาเบาๆและพรมนิ้วลงพวงมาลัยอย่างอารมณ์ดี เด็กหนุ่มหันไปมองอีกทางและเพิ่งเห็นไฟกะพริบสีแดงและสีเหลืองบนป้ายชื่อร้านขนาดใหญ่ ตัวอักษรรูปแบบทันสมัยบนป้ายเขียนไว้ว่า Bliss Pub จังหวะหนักหน่วงกระทุ้งดังมาแต่ไกล ซึงรีเคยแอบเข้าร้านเหล้าแถวๆท่าเรือแต่นั่นมันก็ร้านเล็กๆและเจ้าของก็รู้จักกัน แต่ร้านใหญ่ขนาดนี้..แถมยังไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว
"จะเข้าผับที่นี่เหรอไง ..ผมอายุไม่ถึงนะ"เด็กหนุ่มร้องตะโกนขึ้นมา คิดอะไรอยู่นะเจ้าบ้าแว่นดำ..เห็นเขาหน้าแก่ขนาดนั้นเลยหรือไง
"เข้าได้น่า...อย่าลืมสิว่านายมากับใคร"รถคันงามขโมยสายตาของผู้ที่พบเห็นขณะตีวงเลี้ยวเข้าลานจอดรถ
"แต่ว่าผมน่ะ..."
"จะเข้าไปน่ะง่ายนิดเดียว บอกฉันมาก็พอว่านายชื่ออะไร "เจ้าของรถจอดเจ้าเสือดำอย่างนุ่มนวลก่อนจะยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า เครื่องยนต์ดับลงเกือบในทันที และซึงรีมั่นใจว่าหมอนี่ไม่มีทางสตาร์ทเครื่องอีกครั้งในชั่วโมงสองชั่วโมงนี้แน่ คนขับรถหันมามองหน้าเขาอีกครั้ง..จ้องตา
"ฉันชื่อทงยองเบ เอาล่ะ...นายชื่ออะไร?"
.
.
ในเวลาไม่ถึงสิบนาที เด็กหนุ่มก็เดินตามหลังของชายหนุ่มเข้ามาในผับ การ์ดตัวโตที่อยู่ด้านหน้าไม่ได้พูดอะไรแค่โค้งทักทายและปล่อยให้เขาสองคนเดินเข้ามาข้างใน ซึงรีตกใจกับระดับเสียงเพลงที่เปิดในร้าน จำนวนนักเที่ยวที่นี่มากกว่าร้านเหล้าของคนรู้จักแถวบ้านไม่รู้กี่เท่า แต่ละคนเดินสับสนปนเป บางคนเต้น บางคนนั่งจิบเครื่องดื่ม บางคนจีบสาว ชายหนุ่มในชุดกีฬาพยักหน้าให้เขาเดินตามไปที่โซฟามุมในสุด ซึงรีส่ายหน้าแต่ก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย
แสงไฟสีสดตัดกับความมืด
กะพริบ..ดับ..สว่าง..กะพริบ..ดับ..ฉับพลันสายตาของเขาสะดุดเข้ากับชายหนุ่มร่างสูง
ไหล่และบ่านั่นมันช่างคุ้นตาเขา..
แต่เป็นไปได้อย่างไรเล่า ...ก็คนๆนั้นไม่เคยแม้แต่จะรู้จักชื่อสถานที่แบบนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นอย่าว่าแต่จะย่างกรายมาในผับเลย แล้วทำไมคนๆนั้นถึงเข้ามาในนี้ได้.. คนมากมายเดินแออัดจนไม่มีช่องให้แหวกมากนัก ร่างสูงนั่นโผล่ที่มุมนั้นและมุมนี้จนซึงรีจับทางไม่ถูก วูบหนึ่งที่ร่างนั้นหันข้าง เด็กหนุ่มเห็นขาแว่นกรอบดำ ให้ตายเหอะ...เขาจำไม่ผิดแน่
แว่นตาแบบนั้น..พี่ซึงฮยอน!
คลาดสายตาไปเพียงไม่กี่วินาที ซึงรีก็มองหาร่างสูงนั่นไม่เจออีกเลย จมหายไปกับฝูงชน แสงสีและคลื่นเสียง ...ถูกกลืนไปโดยความผิดหวัง ช้าก่อนซึงรี..ที่นายไล่ตามน่ะ รูปร่างร่าง แว่นตาน่ะใช่พี่ซึงฮยอน.. แต่การแต่งตัว... นายเคยเห็นเสื้อผ้าแบบนั้นในตู้เสื้อผ้าของพี่เขาหรือไง แม้ว่าจากระยะไกล เขาก็รู้สึกได้ว่าร่างสูงนั้นครองสติไม่ค่อยอยู่ เดินซัดเซซัดโซแบบนั้น...พี่ซึงฮยอนเมา?
ใช่หรือไม่ใช่พี่ซึงฮยอนกันแน่..
สองขายังก้าวต่อเพื่อพิสูจน์ให้รู้ชัด...
.
.
เจ้าเด็กนั่น..จู่ๆก็วิ่งหายไป วันนี้บลิซผับคนน้อยก็จริงแต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหากันเจอ กลับบ้านไม่ได้แล้วจะรู้สึก ชายในชุดกีฬาสีขาวล้วงกระเป๋าพลางส่ายหน้า เขาทิ้งโต๊ะมุมในสุดก่อนเดินไปนั่งในที่สะดุดตาอย่างที่เคาน์เตอร์ ถ้ายังไงเจ้าเด็กนั่นเดินผ่าน เขาก็จะได้เรียกไว้ทัน ท่าทางรีบร้อนตามใครสักคนไป...เหมือนว่าบังเอิญเจอคนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันนาน ทั้งที่ตอนเย็นยังนั่งซึมอยู่แท้ๆ..เขาลอบยิ้มออกมาขณะเดินลัดเลาะกลุ่มคนมาถึงเคาน์เตอร์
สายตาปะทะกับร่างเพรียวบางในชุดเสื้อโค้ตรัดรูป ถ้าเขาจำไม่ได้..มองผ่านไปก็ต้องคิดว่าเป็นผู้หญิงแปลกหน้าสักคน ท่าทางนั่งที่ดูเย้ายวนอย่างน่าประหลาด ไขว่ห้างและห่อไหล่เล็กน้อย ไขว้มือไว้ที่หน้าตัก..เงยหน้าขึ้นสูง ทำสีหน้าแบบนี้ได้ด้วยหรือ? แล้วทำไมเขาจะจำเสื้อโค้ตตัวนี้ไม่ได้.. เถียงกันแทบตายว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ.. บ้าชะมัด...
"ดูสิว่าฉันเจอใคร?"
เขาส่งเสียงทักออกไปแต่โชคร้ายเสียงในผับกลบไปเสียสิ้น ชายหนุ่มเปลี่ยนใจไม่ทักเพื่อนสนิทอีกครั้ง เขาถอยหลังออกมา ตัดสินใจยืนอยู่ใกล้ๆกับเคาน์เตอร์แทน ปะปนไปกับนักท่องราตรี เขาจ้องมองแผ่นหลังของเพื่อนที่บ่งบอกว่ากำลังครุ่นคิดเรื่องบางอย่าง คิดอย่างหนักหน่วง...ยองเบเชื่อว่าตอนนี้จียงไม่ได้ยินเสียงดนตรีในผับด้วยซ้ำไป
ไม่ได้ไปที่ผับประจำแต่ถ่อมาไกลถึงที่นี่.. มาด้วยเหตุผลอะไรนะ..เหตุผลเดียวกับเขาหรือเปล่า? แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น...แสดงว่าอาจจะไม่ได้มาแค่คนเดียว? เพราะเขาก็ไม่เห็นว่าจะมีใครนั่งใกล้จียงที่ดูเหมือนว่ามาด้วยกัน..มีเพียงเก้าอี้ว่างทั้งสองฝั่งกับแก้วเบียร์ว่างเปล่าสองใบ
ยองเบรู้สึกว่ามันแปลกแต่ไม่รู้ว่าแปลกเพราะอะไร.. เขาหันเหความสนใจไปที่แดนซ์ฟลอร์และทางเดินข้างล่าง บางทีเจ้าเด็กนั่นอาจจะเดินผ่านไปเมื่อไรก็ได้
...ปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้จริงๆแฮะ
.
.
ยิ่งอยู่ในนี้นานเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกว่ามันบิดเบี้ยวจากความเป็นโลกมนุษย์มากเท่านั้น ร่างสูงเดินโงนเงนจนมาถึงห้องน้ำที่อยู่หลังฉาก ผู้คนแถวนี้บางตากว่าช่วงหน้าเวที ซึงฮยอนพิงกำแพงเพื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผู้หญิงสองสามคนหัวเราะคิกคักเมื่อเดินผ่านหน้าเขา เขาเริ่มรู้สึกอาย...ตรงนี้มันหน้าห้องน้ำหญิงนี่นะ
ชายหนุ่มก้าวตัดหน้าร่างหนึ่งกระชั้นชิด เขาชนเข้ากับผู้หญิงร่างสูงโปร่ง ผมเหยียดตรงของหล่อนรวบไว้เป็นหางม้าสูง ต่างหูวงเท่ากำไลประดับไว้รับกับใบหน้า เสียงอุทานแผ่วเบาดังขึ้นเมื่อหล่อนเซถลา
กลิ่นน้ำหอมที่เขารู้สึกคุ้นจมูกโชยมา..เพียงแต่ว่ามันฉุนกว่าที่เขารู้จัก
"ขอโทษครับ...คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?"ซึงฮยอนเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอยหลังไปหลายก้าว ถ้าล้มไปก็คงจะดูไม่ดีนัก.. ดวงตาคมของหญิงสาวเงยขึ้นสบกับเขา ผมสีน้ำตาลอ่อนสะบัดเคลียแก้ม ในแสงไฟแบบนี้ ยากจะบอกได้ว่าหล่อนใส่ชุดสีอะไร
"มุกนี้ไม่เก่าไปเหรอ?"รอยยิ้มของหล่อนมีบางอย่างที่ทำให้ซึงฮยอนรู้สึกตื้นเขินแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ "เลี้ยงดริ้งค์สักแก้วยังจะเข้าท่ากว่านะหนุ่มน้อย"
"เอ่อ..ผมขอโทษอีกครั้งถ้าทำอะไรล่วงเกินคุณไป ผมไม่เข้าใจ..ผมแค่...อุ๊บ"เขายกมือขึ้นปิดปากก่อนจะสาวเท้าเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เหมือนมีคนเขย่าสมองและเครื่องในของเขาไว้รวมกัน จียงก็ห้ามเขาแล้วแท้ๆแต่..มันอยากจะดื่ม
ไม่ว่าอย่างไรมันก็กระหาย..อย่างไรก็ถมไม่เต็ม
ซึงฮยอนกดชักโครกทิ้งก่อนจะหลับตาลง ความขมรื้นยังอวลอ้างไปทั้งปาก เขาผลักประตูออกและล้างมือ หน้ากระจกคือผู้ชายร่างสูงในชุดนำสมัย ชุดที่เขาไม่ได้เลือกเองและคงไม่มีปัญญาเลือก.. ทรงผมแปลกๆ..ทรงผมที่เขาไม่มีทางเลือกเท่าไรนัก รวมๆแล้วออกมาเป็นอย่างไรเขาไม่รู้ จะเอาอะไรวัดล่ะ? ซึงฮยอนวักน้ำบ้วนปาก ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำและสังเกตเห็นว่าผู้หญิงที่เขาชนเมื่อครู่ยังยืนอยู่
สูบบุหรี่..
"ผม..เอ่อ..."ซึงฮยอนไม่รู้จะพูดอะไรอีกเพราะว่าก็ขอโทษไปหมดแล้ว ถ้ายังยืนดักไว้อย่างนี้แสดงว่ายังมีเรื่องไม่พอใจอีกแน่ๆ เขาขยับแว่นเพื่อมองสีหน้าของอีกฝ่ายให้ชัดๆ ถ้าแว่นไม่ได้หลอกเขา..หล่อนกำลังยิ้ม
ยิ้มหวาน..
"เมื่อกี้ฉันเข้าใจผิด ยกโทษให้ฉันได้ไหมคะ"
"...ผมเองก็ผิดที่ชนคุณ"ซึงฮยอนพึมพำและไม่ทันรู้ตัวเขาถอยหลังมาหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมนั่นเย้ายวนเกินกว่าที่เขาจะยืนประจันหน้าอยู่อย่างนั้นได้ ผมสีน้ำตาลเฉดนี้ในความมืดมันช่างคล้ายกับสีผมของ..
ดวงตากลมโตของหล่อนเงยขึ้นสบ ทั้งรอยยิ้มก็ดูเปิดเผยและจริงใจ ไม่เหมือนบางคนที่มักจะยิ้มเบาบางและเหน็บความเร้นลับไว้ที่มุมปากเสมอ ..ถึงเป็นอย่างนั้นเขาก็ยังอยากจะ...จูบ...ไม่ใช่หรือไง
"ชื่อล่ะคะ?"
"เห?"ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นจากภวังค์
"ชื่อของคุณค่ะ"
ริมฝีปากเรียวสวยนั่นมีกลอสเคลือบดูวาววาม..
.
.
หายไปแล้ว..
ต่อหน้าต่อตา...
ซึงรีรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัว ผู้ชายที่เหมือนพี่ซึงฮยอนโผล่ตรงนั้นทีตรงนี้ที เขาไล่ตามแต่ก็ทำได้ไม่ถนัดนัก จนร่างสูงเลื่อนหายไปจากกรอบสายตา เมื่อเดินมาถึงสุดมุมหลังฉากก็ไม่เห็นใคร ในห้องน้ำว่างเปล่าเขาตัดสินใจหันหลังกลับ เด็กหนุ่มเริ่มเชื่อว่าเขาเห็นภาพหลอน ภาพหลอนที่เหมือนจริงมากทีเดียว.. เขายกมือขึ้นปัดผมสีดำสั้นๆอย่างเคยชิน แล้วก็นึกปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้..
เขาพลัดหลงกับเจ้าบ้าแว่นดำ
ร่างในชุดขาวปรากฏขึ้นที่ด้านขวา เด็กหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปหาทันทีแต่ก็ต้องชะงักลงแทบในทันที มันไม่ใช่ทงยองเบเจ้าบ้าแว่นดำ ชุดขาวก็จริงแต่คนละเรื่อง...
นี่มันควอนจียง...
หนุ่มเจ้าสำอางและแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งในมหาวิทยาลัย แดซองมักจะมาเล่าให้ฟังบ่อยๆว่าควงผู้หญิงสับรางไม่ซ้ำหน้า แต่ตอนนี้เงียบๆไปเพราะคบกับหัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์ที่เนื้อหอมพอๆกัน แต่ซึงรีก็ไม่เคยเห็นสักทีว่าผู้หญิงที่สามารถปราบข่าวฉาวของควอนจียงได้หน้าตาเป็นอย่างไร เด็กหนุ่มได้แต่ฟังจากแดซองว่าเหมาะสมกันมากเท่านั้น เท่าที่เห็นตอนนี้..คือควอนจียงเพียงคนเดียว
ไม่มีคนอื่น..
ร่างเพรียวเดินสวนเด็กหนุ่มไปอย่างเร่งร้อน กระวนกระวาย? กังวล? มุ่งหน้าไปทางห้องน้ำที่ซึงรีเพิ่งจากมา เขาหันมองจนเหลียวหลัง ..เอาจนได้น่าความอยากรู้ ซึงรีอยากเดินไปดูว่าควอนจียงมากับใครหรือว่ามารอใคร ผับที่กลุ่มของควอนจียงไปบ่อยๆไม่น่าจะใช่ที่นี่ เคยได้ยินว่าอยู่แถวๆท่าเรือนี่นา ก่อนที่เขาจะก้าวขาออกไป มืออุ่นข้างหนึ่งประทับลงบนบ่าของเขา แผ่วเบา..แต่เพียงพอที่จะรั้งเขาไว้ให้หยุดชะงักโดยฉับพลัน
"วันนี้จะได้ดื่มไหมล่ะหืม?" เด็กหนุ่มหันขวับไปตามต้นตอ เสียงนุ่มเจือความยียวนแบบนี้มีเพียงเจ้าบ้าแว่นดำเท่านั้น
"ใครห้ามคุณไว้ล่ะ?"ซึงรีพึมพำและเมื่อหันกลับไปมองควอนจียงในชุดสีขาวก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
...ไม่มีแม้เงา
สุดท้ายเขายอมเดินกลับไปเพราะถ้าเขานั่งอยู่เฉยๆบ้าง ควอนจียงหรือคนที่คล้ายพี่ซึงฮยอนอาจจะโฉบเข้ามาใกล้เขาก็เป็นได้
"เจอคนรู้จักเหรอ?"
"ไม่เชิง..คนที่ทำให้แปลกใจมากกว่า"
"เหมือนกันเลย.."ยองเบกระซิบกับตนเองแผ่วเบา "ฉันก็เจอคนที่ทำให้แปลกใจเหมือนกัน"
.
.
หมอนั่นไปห้องน้ำถึงไหนนะ?
ควอนจียงผลักแก้วตรงหน้าออกห่าง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไร..เขาสั่งเบียร์มาอีกสองไพน์แต่คนที่ดื่มจนหมดคือหมอนั่น เพิ่งหัดดื่มแท้ๆ.. ร่างเพรียวมองน้ำสีอำพันที่ชืดจางในแก้ว เสียงเพลงเหมือนมาจากที่แสนไกล..อยู่ในนี้เขารู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง อาจจะคิดไปเอง..แต่มันรู้สึกได้จริงๆ ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองไปทางซ้ายมือ
นานเกินไปแล้ว..
ร่างเพรียวเรียกบาร์เทนเดอร์ก่อนจะเลื่อนการ์ดสีเงินไปให้ ชายในชุดขาวผงกศีรษะก่อนจะหายไปหลังเคาน์เตอร์ชั่วครู่ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมบิล ควอนจียงเซ็นชื่อและรีบขยับจากเก้าอี้ คนเริ่มหนาตามากกว่าช่วงหัวค่ำ นักท่องราตรีขาประจำส่วนใหญ่ก็เริ่มออกตระเวน แต่เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักนาทีเดียว..
ฝ่าฝูงคนไปด้านหลังฉาก ร่างเพรียวเบียดเสียดผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่ในที่สุดก็มาหยุดเพราะเสียงหนึ่งเรียกไว้ เสียงที่หวานและชวนฟังเสียงหนึ่ง.. เขาหันมองให้เต็มตา หญิงสาวกับต่างหูกำไล ผมเหยียดตรงที่รวบสูงไว้ด้านหลังดูแปลกตาไปจากเดิมแต่เขาจำหล่อนได้ดี
"จียง..ไม่เจอเสียนาน นึกยังไงมาบลิซได้ล่ะ?"
"...เบื่อๆเลยมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง"
รอยยิ้มแพรวพราวระริกที่มุมปากของหล่อน หล่อนโน้มใบหน้าลงกระซิบที่ข้างหู ควอนจียงได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับของเขา.. ผู้หญิงคนนี้กำลังเล่นอะไรกันแน่ ทำไมยังใช้กลิ่นเดียวกับเขา..
"หมายถึงเบื่อเจ้าหญิงแสนสวยหรือเปล่า... คุณก็รู้ว่านางมารร้ายคนนี้หาตัวไม่ยาก"
ควอนจียงแค่นยิ้มออกมา..
"มันก็แค่ครั้งเดียวน่า.."เขากระซิบกลับ เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็แค่อยากสนุกด้วยกันทั้งคู่ สีหน้าของเขาคงจะจริงจังเกินกว่าที่เขาตั้งใจ หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างเชิงสงสัย
"หนึ่งขุนพลเก่งๆดีกว่าสิบแม่ทัพห่วยๆ"หล่อนหัวเราะเสียงใสก่อนจะถอยห่าง "แต่ตอนนี้ฉันว่า..ฉันเจอขุนพลใหม่เสียแล้ว...ฉันบอกคุณเป็นคนแรกเลยนะเนี่ย"
"......................."ควอนจียงมองใบหน้าที่เขาเคยหลงใหลชั่วครู่ แววตาเย้ายวนโดยธรรมชาติของหล่อนทำให้เขาเคยเผลอไผลไปบ้าง ถึงเขาจะเป็นเพลย์บอยแต่เขาก็ไม่นิยมจะหักหลังแฟนที่คบอยู่ช่วงนั้นๆ
..ยกเว้นแค่ผู้หญิงคนนี้
..แค่ครั้งเดียวแต่มัน..เป็นจุดเริ่มต้น
หรือที่เขาเป็นอยู่คือการลงโทษ?
"เฮ้...ไม่ต้องทำหน้าแปลกใจขนาดนั้นก็ได้จียง ฉันจะบอกให้ว่ายังไงฉันก็ยังไม่ลืมคุณหรอกนะ"หญิงสาวขยิบตาให้เขาก่อนจะเดินหายไปในฝูงชน ควอนจียงรู้สึกเหมือนจ้องมองพรายสาว ยิ้มหยอกพูดเย้าแล้วก็หายตัวไปในแสงสีและความมืด
วูบหนึ่งเขาลืมว่าเขามาทำอะไรที่นี่.. ควอนจียงปัดความคิดออกไปและเดินไปด้านหลังฉาก ร่างสูงในแจ็กเก็ตยีนส์ยืนพิงผนังอยู่ด้านหนึ่ง มือใหญ่ของเจ้าตัวยกมือขึ้นป้องใบหน้าซึ่งปราศจากแว่นตา ทำไมเขาต้องรีบเดินเข้าไปหาขนาดนี้ เขาแค่อยากจะมาดูหมอนี่เฉยๆไม่ใช่หรือไง..
"ถอดแว่นทำไม?"เขาเผลอกระชากเสียง..เพราะอะไรกันนะ เสียงมันถึงหยาบกระด้างกว่าที่เขาต้องการให้เป็น
"หือ?"ซึงฮยอนรับคำด้วยเสียงแหบห้าว ลมหายใจหนักหน่วง ..เสียงของจียง?
ร่างเพรียวดึงแว่นตาจากมืออีกข้างหนึ่งและสวมกลับให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จียงกระชากปกเสื้อนั่นให้เข้าที่ก่อนจะสังเกตเห็นรอยลิปสติกบนเสื้อโปโลขาว เสื้อตัวใน..
เขาชะงัก..
จียงเงยหน้ามองอีกฝ่าย เป็นครั้งแรกของวันที่เขาต้องการสบตากับหมอนี่ เขาสกัดกั้นคำถามที่ผุดขึ้นใจราวกับสายฟ้า รุมเร้าจี้ใจให้รุ่มร้อน ของใคร? เมื่อไร? ทำไม? เพื่ออะไร? อย่างไร? ยินยอม? ถูกใจ? ชอบ?
"นาย.."ร่างเพรียวเสมองไปอีกทาง "ไหวหรือเปล่า? ฉัน..จะกลับแล้ว"
"อืม.."ซึงฮยอนพยักหน้า ร่างสูงไม่ได้มีท่าทางว่าจะอธิบายไปมากกว่านี้ ความเงียบบางอย่างกระทบแก้วหูท่ามกลางเสียงดนตรีโฉ่งฉ่าง
"ถ้านายอยากจะอยู่ต่อฉันก็ไม่ว่าอะไร เผื่อนาย..จะ"ควอนจียงไม่เข้าใจทำไมสองขาของเขาถึงก้าวออกมาจากตรงนั้นก่อนที่เขาจะจบประโยค มันก้าวไปราวกับเป็นเครื่องจักรกล เดินอย่างไม่รั้งรอไปที่ประตูทางออกจนมาหยุดที่ป้ายรอรถ ไม่สนเสียงเรียก ไม่สนฝีเท้าด้านหลัง ไม่สนสายตาหลายสิบคู่ที่สนใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ฝนเม็ดบางตกลงมาอย่างเกียจคร้าน เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืน..แม้ว่าฝนจะตกแต่ก็ยังมองเห็นดาว
เสียงหอบหายใจของชายหนุ่มมาหยุดลงข้างกาย ควอนจียงเหลือบมองร่างสูง สายตาหลังแว่นนั้นมีแต่ความไม่เข้าใจ..
แม้แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจ..
"นายโกรธฉันหรือเปล่า?"
"................ฉันเปล่า"
"แต่นายไม่รอฉัน นายเดินออกมา..นายเดินออกมาไวมาก ฉันเรียกนายแต่นายไม่ยอมหันมอง..นายไม่หยุดรอ...เหมือนนายจะไม่หันมองฉันอีก"เสียงทุ้มห้าวทวีความดังขึ้นเรื่อยๆทว่าสั่นคลอนไม่มั่นคง..กระท่อนกระแท่นราวกับจะขาดใจ
ควอนจียงหรี่ตาลงมองร่างสูง หมอนี่พูดมากกว่าปกติ......พูดมาก? คนรอบข้างบนถนนหันมองอย่างระมัดระวัง เรื่องปกติหน้าผับชื่อดังที่มักจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น คนเมากับการทะเลาะวิวาท.. ยิ่งเป็นผู้ชายทั้งสองฝ่ายด้วยแล้ว
"นายกำลังเมาซึงฮยอน.."ควอนจียงปรามเสียงเบา
"รู้ไหม..มันทำให้ฉันรู้สึก..แย่"
ร่างเพรียวหันมองไปทางอื่นก่อนจะเรียกแท็กซี่ให้จอด เขาเปิดประตูรถค้างไว้และหันมาเรียกซึงฮยอน ร่างสูงยืนนิ่งงันท่ามกลางสายฝนกระปริดกระปรอย เม็ดฝนเบาบางข่วนสะกิดบนเลนส์แว่นตา มันบดบังความรู้สึกไปชั่วขณะ ความหนาวเย็นในแต่ละหยดทำให้รู้สึกชาด้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ขึ้นรถเถอะ.."จียงพยักหน้าให้อีกฝ่ายก่อนจะเลื่อนตัวไปเปิดประตูข้างคนขับ เขาจะให้ซึงฮยอนนั่งเบาะหลังส่วนเขานั่งเบาะหน้า มันคงจะสบายมากกว่าถ้าหมอนั่นนั่งคนเดียวที่เบาะหลัง ทว่า..สัมผัสแผ่วเบาจากซึงฮยอนที่ข้อมือทำให้เขาหยุดลง
"นั่งข้างๆฉัน..ไม่ได้เหรอ?"
จียงมองประตูด้านหน้าอยู่ชั่วครู่ก่อนจะปิดฉับและก้าวขึ้นประตูเบาะหลัง เขานั่งลงบนเบาะและตามด้วยซึงฮยอน รถเคลื่อนตัวออกจากป้ายไปตามจุดหมายปลายทางที่เขาบอก อากาศเย็นแทรกซึมผ่านผิวกาย
เงียบงันและมืดมน
"ฉันไม่ได้เมา.."ซึงฮยอนโพล่งขึ้นมาท่ามกลางเสียงแอร์และเสียงล้อบดถนนแผ่วสะท้อน
ควอนจียงได้ยินเสียงพึมพำจากอีกฝ่าย เสียงทุ้มกล่าวซ้ำไปซ้ำมาราวกับท่องมนต์ เขาก้มหน้าลงมองหัวเข่าของตนเอง เขาโกรธอยู่เหรอ? มันคืออารมณ์โกรธแน่เหรอ? เขาหันไปมองซึงฮยอนอีกครั้ง รอยลิปสติกรูปริมฝีปากนั่น..เหมือนรอยประกาศสงคราม
แต่สงคราม..........ระหว่างใครกับใคร?
จียงขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะเอนศีรษะพิงพักบนหัวไหล่ของซึงฮยอน เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเกร็งบ่าแน่น ความรู้สึกบิดเกลียวขึ้นเขม็ง หมอนี่เลิกพูดงึมงำในคอแล้ว มีเพียงเสียงลมหายใจ..ผ่อนเข้าและออก...สงบ
อบอุ่นดีแม้ว่าฝนเม็ดเล็กๆจะทิ้งรอยหนาวเย็นไว้
.
.
ร่างเพรียวหลับตาลง
....หรือเป็นเขาเองที่เมา?
+++
Stay Tuned.







แต่มันหึง
อ๊ากกก ชอบพาร์ทนี้ ตรงที่ค่อยๆระบายอารมณืความคิดออกมา
อ่านแล้วแบบว่า ลุ้น ใจจะขาด
#1 By KubKang on 2009-08-07 15:23