[BB.fic] A Story @ 2AM by monolopii

posted on 15 Aug 2009 15:12 by sussurro  in fiction

.

เรื่องนี้เป็นผลงานของ monolopii @jiyongtabi.co.nr 

มิใช่ผลงานของ ENIGMA ขอให้ทราบโดยทั่วกัน

 

 

 

Title: A Story @ 2AM

Author: monolopii

Fandom: BIGBANG

Paring: Choiseunghyun n' Kwonjiyong

Genre: Yaoi

Rate: PG-15

 

+++

 

 

 

 

 

 

 


ตีสอง...

 

ในเวลาแบบนี้คนส่วนใหญ่คงจะนอนสบายอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำกันหมดแล้ว โดยเฉพาะคนจำพวกอย่างเขาที่นานๆทีจะได้มีเวลาพักผ่อนยาวๆแบบนี้  เตียงนุ่มกับแอร์เย็นฉ่ำงั้นเหรอ... ควอนจียงก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แค่เปลี่ยนจากเตียงนอนนุ่มๆเป็นเก้าอี้แข็งๆที่นั่งนานๆแล้วชวนปวดหลังก็พอ

 

ร่างบางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาเรียวทอดมองสมุดลวดปกสีฟ้าอ่อนบนโต๊ะพลางยิ้มมุมปาก... ที่จริงก็เร็วกว่าที่เขาคิด...  มือบางยกขึ้นขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลก่อนกระชับฮู้ดดี้สีขาว ลุกจากโต๊ะริมหน้าต่างออกไปที่ห้องครัวด้านนอก

 

จียงคว้าขวดนมขวดไม่ใหญ่นักในตู้เย็นมายกขึ้นดื่ม จริงๆแล้วเขาชอบกินนมอุ่นๆมากกว่าเพราะจะทำให้หลับสบาย แต่เขาตัดสินใจแล้วว่าคืนนี้จะไม่นอน  เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นเบาๆเรียกความสนใจจากร่างบางให้หันมองตามเสียง ร่างของพี่ใหญ่ปรากฏที่กรอบประตูบ้าน จียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางเหลือบมองนาฬิกาสีแดงบนชั้นในห้องนั่งเล่นรวม

 

ตีสอง?

 

"ไปเที่ยวมาหรือไง?"

 

"ทำไมยังไม่นอนอีก?"

 

"ฉันถามก่อน"

 

ซึงฮยอนยักไหล่พลางถอดเสื้อโค้ทพาดบนเคาท์เตอร์ใกล้ๆ

 

"กองเลิกตอนตีหนึ่ง"

 

"อ้อเหรอ"  ลากเสียงยาวซะจนตัวเองยังนึกหมั่นไส้เองนิดๆ

 

"ทำไมยังไม่นอน?"

 

"ฉันแต่งเพลง"

 

ตอบคำถามพลางเก็บขวดนมเข้าตู้เย็นเหมือนเดิม จียงหันมองซึงฮยอนสลับกับเสื้อโค้ทบนเคาท์เตอร์ก่อนคว้ามาพาดไว้ที่แขน  ดวงตาคมของร่างสูงมองตามแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

 

"เดี๋ยวก็ลืม..."  ชิงตอบเสียงเบาทั้งๆที่อีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ถาม

 

"นี่  จียง..."

 

"หือ?"

.

.

.

.

"ขอกอดหน่อยสิ"

 

จียงผงะถอยไปสองก้าวครึ่งทันทีที่ได้ยินความประสงค์ของคนตรงหน้า

 

"เป็นบ้าอะไรเนี่ย?!"  พยายามกดเสียงให้เบาที่สุดเพราะกลัวอีกสามคนในบ้านจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาซะก่อน

 

"กอดหน่อย..."

 

ดวงตาเรียวหรี่มองเข้าไปในนัยต์ตาคมของคนตรงหน้า ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าหวังจะได้เจอแววตาแบบไหน.. แต่ที่รู้ๆไม่ใช่แววตาแบบนี้แน่ๆ  แววตาขี้เล่นของเชวซึงฮยอนหายไปไหนกันนะ....

 

จียงวางเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนไว้ที่เดิม ยกสองแขนบางขึ้นโอบรอบคอร่างสูงก่อนเกยคางลงบนไหล่หนา เขารู้สึกถึงวงแขนแกร่งที่โอบรอบเอวกับใบหน้าคมที่ซบอยู่บนบ่า

 

"เหนื่อยหรือไง?"

 

"อืม..."

 

"เอาน่า...."

 

.

.

.

"กอดกันแล้วก็หายเหนื่อยได้แล้ว"

 

 

 

 

 

 

ตีสอง...

 

วันนี้จียงไม่ได้โหมแต่งเพลงจนดึกดื่น หรือทำอะไรเพลินจนลืมเวลามาขนาดนี้ เขานอนหลับเป็นตายตั้งแต่สามทุ่มแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้อยู่ดีๆก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตีสองซะได้ แล้วนอนยังไงก็นอนไม่หลับ ลุกขึ้นมานั่งแล้วก็ล้มตัวลงนอนไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องมาพึ่งนมอุ่นจนได้

 

ร่างบางยืนมองนมขวดเดิมพลางเกาหัวเบาๆ  จียงสงสัยจริงๆว่าทำไมตัวเองยังกินไม่หมดเสียที ขวดก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย ซื้อมาก็เกือบๆจะอาทิตย์นึงแล้วด้วยซ้ำ เขากลัวว่าที่จะหมดก่อนจะเป็นอายุของนมขวดนี้น่ะสิ

 

มือเรียวโยนขวดนมเข้าตู้เย็นพลางผลักประตูตู้ปิด พร้อมๆกับที่เสียงประตู้บ้านดังขึ้นเบาๆ จียงไม่ได้เลิกคิ้วสงสัยหรือหันไปสนใจอะไรอย่างคราวแรก  ในเวลาแบบนี้จะมีใคร...

 

 

"อะไรดลใจนายเนี่ย..."

 

ซึงฮยอนไม่ได้สนใจเสียงดุเบาๆของจียง มือหนาพยายามถอดสูทตัวนอกและปลดเนกไทออกก่อนล้มตัวลงนอนบนโซฟา จียงยืนมองร่างสูงที่พยายามใช้นิ้วโป้งเท้าถอดถุงเท้าทั้งสองข้างกับสองมือที่พยายามปลดสายนาฬิกาและเหล่าเครื่องประดับต่างๆออกอย่างทุลักทุเล เสียงถอนหายใจแรงๆของจียงดูจะไม่เข้าไปกระทบประสาทส่วนไหนของซึงฮยอน จียงก้าวเท้าไปหยุดยื่นอยู่ข้างโซฟายกมือขึ้นเคาะที่โต๊ะกระจกใกล้ๆเรียกให้อีกคนลืมตาขึ้นมามอง ใบหน้าเรียวก้มลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นเหล้าลอยแตะจมูกทำให้จียงเบ้หน้าเล็กน้อย

 

"พรุ่งนี้มีงานเช้า ห้ามเบี้ยว ห้ามสายเด็ดขาด"

 

ตั้งท่าจะเดินกลับเข้าห้องแต่ก็ถูกมือหนาฉวยข้อมือไว้เสียก่อน จียงเหวี่ยงหน้ามามองอย่างหัวเสีย

 

"อะไรอีก?"

 

 

 

 

"กอดหน่อย..."

 

คราวนี้จียงไม่รอดูหรือหวังจะเห็นหรือไม่เห็นแววตาอะไรของซึงฮยอนแล้วทั้งนั้น เสียงแหลมตวาดลั่นแบบไม่กลัวสักนิดว่าจะทำให้สมาชิกที่เหลืออีกสามคนสะดุ้งตื่นขึ้นมาหรือไม่  เพราะจียงไม่ชอบคนเมาหัวทิ่มแบบนี้ ถึงเขาจะกินเหล้าไม่แพ้ซึงฮยอนแต่ก็ไม่เคยเมาแบบโง่ๆอย่างที่ไอ้นี่เป็นบ่อยๆแบบวันนี้

 

 

 

 

"ไปตายซะไป!!!"   .......ตายไปแบบโง่ๆอย่างนี้เนี่ยแหละ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตีสอง...

 

พูดจริงๆก็ตีสองกว่าแล้ว จียงยังคงมานั่งซดนมขวดเดิมอยู่บนขอบระเบียงอยู่เลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงนอนไม่หลับ ช่วงนี้เขาเป็นอะไรกับเข็มสั้นและเข็มยาวที่ชี้ตรงเลขสองกับสิบสองมากก็ไม่รู้ ...แล้วก็ไอ้มนุษย์ตัวสูงลิ่วที่นอนตายอยู่ในห้องนั่นด้วย

 

.... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

 

ใบหน้าเรียวเงยมองท้องฟ้าสีดำสนิทที่ทั้งไร้ดาวและดวงจันทร์  จียงเบะหน้าเล็กน้อย...

 

 

"ไอ้แผ่นสีดำข้างบนนั่น มันมีอะไรดีนักหรือไง?"

 

หันมองเจ้าของเสียงทุ้มที่มายืนเกาะระเบียงอยู่ข้างๆก่อนจะเงยมอง ‘แผ่นสีดำ' ที่ซึงฮยอนว่า

 

"ก็สวยบ้าง บางเวลาน่ะนะ..."

 

เสียงหัวเราะต่ำๆลอยมาตามลม จียงเหล่มองร่างสูงข้างๆที่โน้มตัวเอาคางเท้ากับราวระเบียง ก่อนจะเอาขวดนมในมือเคาะหัวซึงฮยอนเบาๆ

 

"วันนี้ไม่มีดาว แถมพระจันทร์ก็ขี้เกียจอีกล่ะ"

 

"เดี๋ยวเช้าๆก็โผล่มาเองแหละน่า พระจันทร์น่ะ เดี๋ยวตื่นมาดูเป็นเพื่อนก็ได้"

 

"ก็ตอนนี้มันไม่มี"

 

ซึงฮยอนแอบยิ้มกับนิสัยของจียงที่ชอบทำตัวดื้อด้านกับอะไรที่มันปัญญาอ่อนแบบนี้ จริงๆแล้วอาจจะปัญญาอ่อนสำหรับเขาคนเดียวก็ได้...  ร่างสูงตวัดแขนยาวรวบเอวอีกคนลงมาจากราวระเบียงเล็กๆที่เห็นจียงไปนั่งทีไรต้องเสียวแทนทุกที ก็รู้ว่าทำบ่อยจนชิน แต่เกิดพลัดตกลงไปก็คงจะไม่ดีสักเท่าไหร่ พอพาลงมาได้ก็จัดการรวบตัวมากอดไว้ซะเลย  คนในอ้อมแขนดิ้นขลุกขลักอยู่สักพักก่อนจะนิ่งไป  แต่จียงก็ไม่ได้ยกสองแขนขึ้นกอดตอบอยู่ดี

 

"มากอดอะไรเนี่ย..."

 

"นี่  จียง.."

 

"อะไรเล่า?!"   ซึงฮยอนรู้ดีว่ายิ่งเสียงเหวี่ยงมากเท่าไหร่ จียงก็ยิ่งเขินมากเท่านั้น

 

"ดาวน่ะ ถึงเราไม่เห็นแต่ก็รู้เสมอว่ามันมีใช่ไหมล่ะ?"

 

"อืม..."  เสียงที่อู้อี้อยู่แล้วยิ่งเบาลงกว่าเดิม พร้อมกับใบหน้าที่เบียดซุกลงบนอกกว้างมากขึ้น

 

"....ก็เหมือนฉันนั้นแหละรู้ใช่ไหม?"

 

"รู้แล้วน่า"

 

ร่างบางในอ้อมแขนขยับอย่างไม่สบายตัว แต่ซึงฮยอนจะขอคิดเอาเองว่าจียงกำลังเขินอยู่ ลมกลางคืนที่พัดมาทำให้ร่างสูงต้องกระชับวงแขนมากขึ้น

 

จียงรู้ดีว่าตอนกลางคืนลมที่พัดมาแต่ละทีมันทำให้หนาวมากขนาดไหน แต่พอมาอยู่อย่างนี้ก็อุ่นไปอีกแบบเหมือนกัน... พยายามจะซุกใบหน้าเข้าไปในอ้อมกอดมากกว่าเดิม...

 

ซึงฮยอนยกมือหนาขยี้กลุ่มผมสีน้ำตาลของจียงด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

"เหมือนกันใช่ไหม?"

 

"..อืม...ก็อยู่นี่แล้วไง ไม่ไปไหนหรอกน่า..."

 

จียงรู้สึกว่าเสียงตัวเองเบาลงกว่าปกติ ความง่วงที่ไม่ได้สัมผัสมานานค่อยๆคืบคลานเข้ามาช้าๆ

 

"ง่วงแล้ว..."

 

"ให้พาไปนอนไหมเนี่ย?"  ซึงฮยอนพยายามที่จะไม่ขำกับท่าทางงัวเงียจะหลับมิหลับแหล่ของจียงในตอนนี้

 

"อืม..."

 

"ห้องไหน ห้องฉันหรือห้องนาย"

 

"ก็ต้องห้องฉันสิ ถามอะไรโง่ๆ"

 

ก็ปกติชอบด่าเขาอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ ซึงฮยอนแอบน้อยใจนิดๆแต่ก็ยอมพาจียงมาที่ห้องอยู่ดี พอวางจียงลงบนเตียงได้ก็จัดการดึงผ้าห่มมาห่มให้อย่างทุกที ตั้งท่าจะเดินออกจากห้องแต่ก็โดนคนบนเตียงที่ละเมอไม่รู้เรื่องมาดึงแขนเอาไว้ซะก่อน ร่างสูงยิ้มบางๆก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นข้างเตียง

 

"ราตรีสวัสดิ์นะจียง"

 

 

 

 

 

 

 

 

ตีสอง...

 

จียงหวังว่านี่จะเป็นวันสุดท้ายที่ตัวเองจะนอนดึกแบบนี้ วันหยุดสี่วันแทนที่จะได้นอนแบบเต็มอิ่มกลับต้องมาทำอะไรบ้าๆตั้งมากมายตอนตีสอง จียงหงุดหงิดมากที่ตัวเองตื่นสายกว่าซึงรี และที่หงุดหงิดที่สุดคือเขาตื่นสายกว่าซึงฮยอน!! ทั้งๆที่เข้านอนก็พร้อมๆกันแท้ๆ แล้วปกติจียงไม่ใช่คนขี้เซาอะไรมากมาย แต่กลับตื่นสายกว่าไอ้คนที่ขี้เกียจเป็นที่หนึ่งอย่างเชวซึงฮยอนได้ยังไงกัน?!

 

ควอนจียงหงุดหงิดตั้งแต่สิบโมงยันตีสอง

 

 

"เมื่อไหร่จะกลับมาสักทีเนี่ย..."

 

บ่นงึมงำกับตัวเองอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกมืดๆ เรื่องนี้จียงก็หงุดหงิดเหมือนกัน ให้ตายสิ เขาไม่ค่อยจะเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ว่าทำไมต้องมานั่งรอเชวซึงฮยอนกลับบ้านแบบนี้ด้วย มันเหมือน...

 

ช่างเหอะ

 

ถ้าไม่ใช่ว่าตอนสายก่อนซึงฮยอนจะออกไปทำงานจียงไม่บังเอิญไปได้ยินซึงฮยอนกับพี่ผู้จัดการคุยกันเข้า ป่านนี้เขาคงนอนสบายอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆในห้องไปแล้วล่ะมั้ง...

 

จียงคิดว่าคนที่รู้เรื่องที่ซึงฮยอนออกไปกินเหล้าเมาหัวทิ่มแบบโง่ๆเมื่อวันก่อนมีเขาคนเดียวเสียอีก จียงได้ยินพี่ผู้จัดการคิมที่เคารพรักทั้งด่าทั้งว่าซึงฮยอน  ไม่ใช่ว่าจียงไม่เคยเห็นหน้าสลดๆแบบนั้น แต่เป็นดวงตาคมที่อ่อนแรงเหลือเกินมากกว่า...

 

วันหยุดสี่วันที่พวกเราบิ๊กแบงก์ได้ ดูเหมือนว่าจะมีเชวซึงฮยอนคนเดียวที่ไม่ได้รับมัน

 

 

เพราะงั้นควอนจียงถึงต้องมานั่งรอเชวซึงฮยอนกลับบ้านอยู่ตรงนี้

 

 

 

เป็นห่วงเหรอ?......  จะคิดงั้นก็ได้

 

 

 

เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นเบาๆทำให้จียงแทบลุกพรวดจากโซฟา และทันทีที่สบตากันกับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ จียงก็แทบห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปเขย่าตัวซึงฮยอนแทบไม่ทัน  เขาไม่เข้าใจว่าทำไมซึงฮยอนต้องทำสายตาอิดโรยแบบนั้นด้วย

 

ร่างสูงก้มลงวางถุงกระดาษที่ใส่อะไรสักอย่างไว้ข้างประตูก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า  ซึงฮยอนรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาจะมีสติแค่ว่าต้องวางถุงนั้นลงแค่นั้น เพราะแม้แต่รองเท้าคู่โตตัวเขาเองยังไม่ใส่ใจที่จะถอดมันด้วยซ้ำไป  รู้ดีว่าวันพรุ่งนี้ต้องโดนซึงรีกับแดซองด่าแน่ๆ แต่ตอนนี้เชวซึงฮยอนไม่สนใจแล้วจริงๆ

 

มันทั้งเหนื่อย ทั้งล้าไปหมด

 

จียงแสร้งหลบสายตาคนตรงหน้าที่ทอดมองลงมา สองแขนกางออกก่อนอ้อมแอ้มถามเสียงเบา

 

"กอดกันไหม?"  พูดจบก็ช้อนตามองร่างสูงที่ไม่ตอบอะไรนอกจากโน้มใบหน้าลงมาซบลงบนบ่าเล็ก  จียงวางมือบนแผ่นหลังกว้างก่อนตบเบาๆ

 

"ไม่เอา ไม่ร้องน่า..."

 

จียงไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เห็นซึงฮยอนร้องไห้ ปกติหมอนี่ก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว เสียใจก็ร้องไห้ เหนื่อยก็ร้องไห้ มีความสุขก็ร้องไห้  ไม่ว่าจะมีอะไรถ้ามันกระทบกระเทือนจิตใจเข้า ซึงฮยอนก็เลือกที่จะระบายออกมาทางน้ำตาทั้งนั้น... แต่ก็ต้องเป็นอารมณ์ที่ถึงที่สุดจริงๆ

 

อย่างเช่นตอนนี้  จียงรู้ดีว่าซึงฮยอนเหนื่อยมากขนาดไหน

 

ผู้ชายที่อยู่ตรงนี้ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือสะอึกสะอื้นตัวสั่นอย่างที่คนอื่นเป็น ซึงฮยอนแค่ซบหน้าลงบนบ่าของจียง แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลซึมผ่านไปเท่านั้น  เขาไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่เวลาเห็นน้ำตาของซึงฮยอน เขารู้ดีว่าบางทีการระบายที่ดีที่สุดเวลาเหนื่อยหรือเสียใจมากๆก็แค่ร้องไห้ออกมาเสียงดังๆแบบไม่ต้องอายใครแค่นั้นก็พอ  ถึงจะรู้อย่างนั้น มันก็ยังห้ามไม่ให้แอบคิดอะไรเล็กๆในใจไม่ได้...

 

 

"นี่ ซึงฮยอน คิดถึงเทมโปบ้างหรือเปล่า?"  คิดถึงช่วงชีวิตสบายๆที่เป็นอิสระ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีข้อผูกมัดอะไรบ้างหรือเปล่า...

 

"ไม่หรอก... เป็นเทมโป ก็ไม่มีจีดราก้อนน่ะสิ"

 

"....."

 

"....."

 

".....เลี่ยนว่ะ"

 

ถึงกอดกันแบบนี้จะไม่เห็นหน้า แต่ซึงฮยอนก็รับรู้ได้ว่าจียงคงจะหน้าแดงแล้วก็ยิ้มจนจมูกบาน

 

"ทนได้อีกนานไหม?"

 

"เหลือเฟือ"

 

"ถ้างั้นก็อย่าร้องไห้ดิ"

 

"ใครว่า... นั่นน้ำลายต่างหาก"   

 

และถึงแม้จะกอดกันอยู่แบบนี้ จียงก็รู้ดีว่าซึงฮยอนคงจะยิ้มซะจนตีนกาขึ้นเต็มไปหมดแล้วเหมือนกัน

 

มือบางยกขึ้นขยี้ผมสีดำของซึงฮยอนแรงๆจนคนที่โดนกระทำต้องโวยออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะต่ำๆทำให้จียงรู้ว่าซึงฮยอนคงสบายใจมากขึ้นแล้ว คลียิ้มบางก่อนเลื่อนแขนไปโอบรอบคอร่างสูง

 

".......อย่าเป็นอย่างนี้อีกล่ะ"

 

"ขอโทษ"

 

"ฉันพร้อมที่จะกอดนายเสมอเมื่อนายเหนื่อย แล้วก็พร้อมที่จะเตะนายเสมอเมื่อนายทำตัวงี่เง่า"

 

"......."

 

"ฉันอยู่กับนายเสมอ แม้นายจะมองไม่เห็น"

 

.

.

.

.

"ซึ้งนะเนี่ย  จียง"

 

"เงียบน่า..."

 

จียงพยายามซ่อนใบหน้าแดงฉ่าของตัวเองลงบนบ่ากว้างของซึงฮยอน เสียงหัวเราะอึกอักในลำคอทำให้จียงยิ่งรัดวงแขนมากเข้าไปอีก

 

"ไม่เอาแล้วนะ คราวหลังไม่พูดแล้ว"

 

"อืม.. ครั้งเดียวก็พอแล้ว"

 

 

 

"ขอบคุณนะจียง"

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

. the end

 


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว้ายยๆๆๆๆ


อ่านแล้วนั่งอมยิ้ม

ฮ่าา...

ชอบอ่ะ...ดูบรรยากาศแบบสีม่นๆ แต่แอบมีสีชมพูแต้มเล็กๆ

ตีสอง..ตอนแรก นึกว่าฟิคของ 2AM ซะอีก..


โอยย..จียง มันน่ารักเว้ยเฮ้ยยยย
ทีโอพี มันขี้อ้อนว่ะ..

ไม่ไหวว....


น่ารักไป๊





ปล.ธีม สวยย

ปล.สอง monolopii ชื่อคุ้นๆ แหะ..??



#1 By Saffron on 2009-08-15 16:21

ชอบมากค่ะ

การกอดกันช่วยให้อบอุ่นมากเลย

ถ่ายทอดความรักที่มีด้วยการกอดกัน

น่ารักที่สุดเลยค่ะ


เอาอีกนะคะ ชอบมากเลยค่ะ

#2 By nubeer on 2009-08-15 16:37

โหยยย..กะลังอินเลยเนี่ยย..จบแล้วเหรอ...คึคึ....

อิจฮานะเนี่ย....

#3 By ... My name is Nam Hye Mi .... on 2009-08-15 17:48

ยิ้มค้างเลยค่ะ
ขอบคุณนะค่ะที่เอามาให้อ่านพี่เฮคนสวย ^ ^

ถ้าตอนนี้ฝนตกและเพลงเพราะๆนะ จะเข้ากันมากเลย

เสียดายที่ตอนนี้กำลังติดเน้อแบบผู้ใหญ่มาอยุ่ 555
ขอบคุณพี่ที่แต่งเรื่องนี้ด้วยนะค่ะ ^ ^

ขอบคุณมากๆจ้าา Hot!

#4 By GINSVIPZ on 2009-08-15 20:58

แอร๊~~~~~
ชอบอะ
ซึ้งนะ ฮาด้วย
น่ารักมากมายคะ
ถึงไม่เห็นแต่ก็รู้ว่าอยู่ด้วยกัน

แล้วที่ว่าถ้าเป็นเทมป์ก็ไม่มีจีดราก้อน
หูยยยย
ชอบบบบ

ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆคะ

#5 By GD HoLiC on 2009-08-15 23:10

Love

Love

Love


ความรัก

เป็นอะไรที่มีหลากหลายรุปแบบ

แม้มองไม่เห็น

ก็รู้ว่ามันมีให้กันอยู่เสมอใช่มั๊ยล่ะ

^^

#6 By nats (58.10.9.208) on 2009-08-16 15:13

ชอบอะน่ารักดี
ตีสอง อินี่จะนอนดึกทุกคืนเลยเหอะ
ถึงไม่มีดาวอยู่แต่เราก็รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น
ชอบนะมันเป็นความรักที่แบบเออก็รู้กันสองคน
คนอื่นจะยังไง แต่ต่างคนต่างก็เป็นกำลังใจให้กัน
ไม่ต้องบอก ไม่ต้องพูดว่าต้องการอะไร
"ไม่หรอก... เป็นเทมโป ก็ไม่มีจีดราก้อนน่ะสิ"
แต่ตรงนี้นี่แบบว่าไปไม่เป็นเลย
เจอประโยคนี้ของเชวท็อป
รู้เลยว่าเวลาคนมันเขินที่ได้ยินอะไรหวานๆมันเป็นยังไง

"ฉันอยู่กับนายเสมอ แม้นายจะมองไม่เห็น"
วีไอพีจะอยู่กับแกเสมอเหมือนกัน

#7 By se7enbeam (124.122.229.89) on 2009-08-16 19:26

*

มาตามสัญญา


คอมเมนต์ออน อะ สตอรี่

.
ก่อนอื่นขอชมก่อนว่าเขียนใช้ได้เลยนะ พี่อ่านแล้วไม่ได้กลิ่นงานเขียนของพี่เลยในแง่ของภาษานะ ตัวของคำหรือรูปประโยคเป็นอะไรที่น่ารักลงตัว ถ้าพิจารณาจากภาษาแล้วเรียบง่าย อ่านเข้าใจง่าย เพียงแต่ว่าในบางประโยคมันแปลกๆแต่โอเค มันเป็นเพราะอารมณ์พาไปจึงไม่สะดุด





มาต่อที่เนื้อเรื่องกันบ้าง.. การเอา ขวดนม ตีสอง มาเชื่อมต่อกันได้น่ารักดี พี่ไม่รู้ว่าคนเขียนมีความตั้งใจอะไรหรือเปล่าแต่ว่า การดื่มนมตอนตีสอง มันขัดแย้งกันเล็กน้อย ขัดแย้งตรงไหน? ดื่มนมเพื่อให้นอนหลับก็ถูกแล้วใช่ไหม? แต่ว่าควอนจียงในเรื่องดื่มนมอย่างประวิงเวลา การดื่มนมแทบจะกลายเป็นข้ออ้างให้ถ่างตาตื่นไว้ด้วยซ้ำ ดื่มไม่หมดสักที แล้วการดื่มนมก็เชื่อมต่อกับเวลากลางคืนได้นิ่มนวล เวลาที่เจอซึงฮยอนแต่ละครั้งก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรๆแฝงอยู่ ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์นี้ระหว่างทั้งสองเริ่มขึ้นเมื่อไรหรืออย่างไร แต่ตอนที่เรื่องนี้ถ่ายทอดมาให้ได้อ่านกัน ทั้งสองคนนี้น่าจะไปไกลเกินกว่าเพื่อนร่วมวงนานแล้ว และน่าจะเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์เสถียรมั่นคงมากพอที่จะให้ทั้งสองฝ่ายอยู่เงียบๆกันได้อย่างไม่อึดอัด และนานพอที่จะพูดคำหวานออกไปแล้วโดนด่าว่าเลี่ยน...



มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ทั้งสองคนกำลังพูดถึงท้องฟ้าและสื่อนัยถึงความสัมพันธ์ พี่อ่านแล้วนึกถึงการเขียนของพี่เองขึ้นมาทันที ไม่ใช่ว่าวิธีการของคนเขียนเหมือน แต่ว่าตรงช่วงนี้ทำให้เข้าใจว่าคนอ่านจะรู้สึกอย่างไรเวลาอ่านงานของพี่ที่ตัดคำพูดสำคัญๆหรือว่าใจความสำคัญออกไป พูดง่ายๆถ้าไม่ตั้งสติจะอ่านไม่รู้เรื่องและถ้าไม่คิดตาม(บวกจินตนาการเล็กน้อย)ก็จะไม่เข้าใจว่ากำลังพูดอะไรกัน แต่ชอบนะ..นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้พี่อมยิ้มเวลาอ่านเรื่องนี้ แม้ว่าต้องพยายามเพื่อให้ได้ความต่อเนื่องแต่ว่าพอเข้าใจแล้วมันน่ารักสุดยอดเลยนะ เหมือนว่าพี่กำลังนั่งดูคนสองคนบอกรักกันอีกครั้ง (ตอนอ่านฟังเพลง Stay Together ของ 2NE1ไปด้วยล่ะ) อย่างนี้สิมันถึงจะเป็นผู้ชาย...อารมณ์ความรักกึ่งๆมิตรภาพ ไม่มากไม่มายแต่หวานลึกๆ..รู้กันอยู่แค่สองคนนั่นแหละ เอาเข้าจริงๆตรงนี้คนอ่านไม่ต้องเข้าใจมากนักก็ได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่สองคนอยู่แล้ว



ต่อมาเป็นเรื่องของบุคลิกของตัวละคร ควอนจียง ดูเป็นจียงดีนะในแง่ของ ควอนจียง ที่ไม่มีกล้องคอยถ่ายทำน่ะ อย่างน้อยก็ตรงกับที่พี่คิดไว้เวลามันอยู่ในบ้าน อยู่ในหอ เวลาที่น้องๆไม่อยู่ อย่างไรเสียมันก็ยังมีความข่มสามี เป็นผู้นำเต็มเปี่ยมเสมอ แปลกใจเล็กน้อยที่จียงหยุดคิดเพื่อซึงฮยอนด้วย เรื่องร้องไห้น่ะ.. เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำไมเป็นแบบนี้ เพราะอะไร และต้องทำอย่างไรให้อีกฝ่ายดีขึ้น มันผิดคาดเล็กน้อยน่ะ..




“ฉันพร้อมที่จะกอดนายเสมอเมื่อนายเหนื่อย แล้วก็พร้อมที่จะเตะนายเสมอเมื่อนายทำตัวงี่เง่า”

ตรงนี้แหละที่พี่ชอบนะ มันสะท้อนนิสัยของจียงได้ดีทีเดียวเจียว มันหวานก็จริงแต่ว่าที่พี่ชอบน่ะเพราะว่า มันเชิงขู่ซึ่งส่อให้เห็น(สันดาน)ความเป็นหัวหน้าวงผู้รักความก้าวหน้า เอาจริงๆแล้วถ้าซึงฮยอนเกิดเป็นตัวถ่วงจริงๆจังๆเมื่อไร ควอนจียงทำยิ่งกว่าเตะแน่ จะห้าวเป้งไปไหนเนี่ยควอนจียง... พี่ไม่เห็นด้วยถ้าจะบอกว่าควอนจียงในเรื่องนี้อ่อนโยนนะจ๊ะ


เชวซึงฮยอนคนนั้น..ไม่น่าเชื่อ โอเคความทะลึ่งทะเล้นยังไม่หายไปแต่คนเขียนก็เอาความโรแมนติกของเขาคนนี้ออกมาได้ไม่น้อย ตอนที่เจอกันหน้าตู้เย็นครั้งแรกในเรื่อง ซึงฮยอนบอกว่า ขอกอดหน่อยสิ ตรงนี้แหละที่น่ารักชะมัดเลย อมยิ้มตอนอ่านและนึกหน้าของจียงออก นึกออกแม้กระทั่งเสียงทุ้มเมาๆของซึงฮยอนพึมพำงึมงำของอีกฝ่ายกอด เขาแข็งกร้าวพอที่จะฮึดสู้นะแต่ว่าเพราะ(ความกลัวเมีย)ให้เกียรติหัวหน้าวงเลยยอมให้ควอนจีด่าเอาด่าเอา

อ๊ะ..พอแล้ว เราไม่แซวคนหล่อหน้าลิง♥♥


ขอแซวอันนี้แทน...

จียงผงะถอยไปสองก้าวครึ่งทันทีที่ได้ยินความประสงค์ของคนตรงหน้า

สองก้าวครึ่งของควอนจียง...อารมณ์เหมือนจะออกสเต็ปแทงโก้ ฮ่าฮ่าฮ่า

“กอดกันไหม?” พูดจบก็ช้อนตามองร่างสูงที่ไม่ตอบอะไรนอกจากโน้มใบหน้าลงมาซบลงบนบ่าเล็ก จียงวางมือบนแผ่นหลังกว้างก่อนตบเบาๆ

“ไม่เอา ไม่ร้องน่า…”


โอ๋ๆ...คุณแม่ควอนจีกับลูกชายเชวซึง???






ที่ชอบอีกอย่างของเรื่องนี้คือ ตอนที่ควอนจีถามเชวซึงว่าคิดถึงเทมโปบ้างไหมน่ะ มันดูเป็นอะไรที่เป็นจีย๊งจียงเลยนะ พี่เคยคิดไว้เหมือนกันว่า จียงต้องเคยถามเชวซึงในเรื่องนี้ มันเป็นอะไรที่มีแค่สองคนในวงที่เข้าใจนะ เพราะต่างก็เป็นศิลปินใต้ดินมาก่อน ที่จียงถามเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะบางที จุดยืน ณ ปัจจุบันทำให้จียงต้องแลกกับอะไรบางอย่างและอาจจะคิดสิ่งที่เสียไปบ้าง ไม่ใช่ว่าเสียดายและอยากกลับไปนะแต่ที่ถามเนี่ย..คล้ายๆกับว่า...อยู่กับฉันตอนนี้มีความสุขดีหรือเปล่า? มันแปลออกมาได้อย่างนั้นน่ะสำหรับพี่นะ จียงเองก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ตนเองต้องรับผิดชอบเพื่อนร่วมวงด้วยเหมือนกันแล้วยิ่งเพื่อน คนสนิท แบบนี้ด้วยแล้ว ถ้าเสียก็คือเสียสองเท่า..





อ้อ...จะบอกว่าตรงนี้ อิโรติกมากๆๆๆ

“ทนได้อีกนานไหม?”

“เหลือเฟือ”

อ่านแล้วพี่รู้สึกว่าพี่นึกถึงไปอีกเรื่องหนึ่ง... ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ว่าคงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าเรื่องไหน ซึงฮยอนพูดแล้วได้ใจคุณพี่มากมาย โดยรวมแล้วพี่ชอบเรื่องนี้นะ อ่านไปตั้งสองรอบเลยทีเดียว.. ปกติพี่ไม่ค่อยอ่านฟิก ชอบเก็บตัวเพื่อถนอมองค์แต่อันนี้น่ารักดี กรุบกริบ..

อร่อยจ้ะ



ขอบคุณนะจ๊ะ..ส่งมาอีก







บุญรักษา.

#8 By ENIGMA on 2009-08-19 15:35

ตีสอง
*

กับความหนาว
เพราะว่าเค้าว่ากันว่าเวลาตีสองเป็นเวลาที่หนาวที่สุดของวัน

เพราะงั้นไม่แปลกหรอกที่ท็อปจะขอกอด(รู้สึกว่าไม่ได้หนาว?)

อะฮี๊ง

แหมๆๆๆ
คนเรามักจะแพ้ใจตัวเองอยู่วันยังค่ำอ่าแหล่ะ
เพราะงั้น
"กอดกันไหม?"
บอกให้กอดก็ไม่แปลก~

ฮิ๊ววว

ชอบตรงที่บอกว่า


"....ก็เหมือนฉันนั้นแหละรู้ใช่ไหม?"
แม้มองไม่เห็นแต่ก็รู้ว่ามีอยู่เจงงง

ออกแนวผู้ชายน้ำเน่า:p
55

**
ขอบคุนนะค๊า
ที่เอาเรื่องดีๆมาให้อ่านกัน

^^

#9 By 2kang on 2009-08-22 14:40

ตีสี่ - -"

อ่านฟิคเรื่องนี้ตอนตีสี่ ร้องไห้สะอึกสะอื้นคนเดียวในห้อง

อ่ากกกกก มันซึ้งอ่ะ มันซึ้งมาก
คือจะว่าไงดี หวานเลี่ยนมั้ย? ไม่นะ ไม่เลย
แต่มันให้อารมณ์แบบ ยิ้มทั้งน้ำตา
ยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น
น้ำตาที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน

เหมี่ยวร้องไห้เลยค่ะ
เป็นอะไรที่เป็นเชวซึงฮยอน และควอนจียงที่สุดแล้วเรื่องนี้
ไม่เน้นอะไรมากมาย
เอาเป็นว่าเขาสองคนมีอะไรที่เข้าใจกันเอง
ไม่ต้องพูดอะไรมากมาาย แค่เขามองตา ก็เข้าใจกันแล้ว

ดาว บางคืนแม้มองไม่เห็น
แต่ก็รู้ว่ามันยังมีนี่เนาะ

ขอบคุณค่าาา

ปล.เหมี่ยวร้องไห้จริงๆนะ ฮืออออออ

#10 By :: KUMAMEAW :: on 2009-08-26 04:20

เรื่องนี้หวานจังเลยยยย

อ่านแล้วมันกุ๊กกิ๊กให้อารมณ์ข้าวใหม่ปลามันอะ

55555555


ปล.ยังรอ Erosphobia จากคุณพี่อยู่อย่างใจจดใจจ่อนะคะ

#11 By @BearHUG's home on 2009-08-28 20:14

อ่านแล้วอบอุ่นจัง...
อยากโดนกอดบ้างอะ...
ชอบตอนนี้มากๆๆเลย

"ฉันอยู่กับนายเสมอ แม้นายจะมองไม่เห็น"

อ๊าย.....หวานอะ..มดตอมแล้วเนี่ย

#12 By vvMARvv (124.120.223.32) on 2009-08-30 13:25

แบบ น่ารักอ่า


มันสองแง่สามง่ามแต่ เป็นอะไรที่แบบ แค่คิดถึง แค่ห่วงใยกัน แค่นั้นก็มากพอแล้ววววว ไม่ต้องแสดงออกมากมาย

แค่การกอด กับคำพูดไม่กี่คำ สื่ออะไรได้เยอะแยะเลย

ฮึ้ยยยยยย น่ารักมาก ๆ เลย


ชอบมาก ๆ ๆๆ


><


กอดเทมป์อย่างงี้ตลอดไปนะ ^^

#13 By Kurousa (222.123.42.107) on 2009-09-16 23:04