[BB.fic] Erosphobia #9
posted on 09 Sep 2009 13:37 by sussurro in fiction.
Title: Erosphobia #09
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii@jiyongtabi.co.nr
+++
‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'
Robert Frost
จียงขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะเอนศีรษะพิงพักบนหัวไหล่ของซึงฮยอน เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเกร็งบ่าแน่น ความรู้สึกบิดเกลียวขึ้นเขม็ง หมอนี่เลิกพูดงึมงำในคอแล้ว มีเพียงเสียงลมหายใจ..ผ่อนเข้าและออก...สงบ
อบอุ่นดีแม้ว่าฝนเม็ดเล็กๆจะทิ้งรอยหนาวเย็นไว้
.
.
ร่างเพรียวหลับตาลง
....หรือเป็นเขาเองที่เมา?
#9
.
.
เส้นผมนุ่มสลวยคลี่คลุมบริเวณปลายบ่า เขาไม่กล้าจะขยับตัว..หากว่าบิดกายไปแม้แต่น้อยอาจจะปลุกร่างเพรียวซึ่งซบบ่าของเขาให้ตื่นขึ้น บรรยากาศเย็นฉ่ำฝนพรำทำให้เขานึกถึงวันนั้นแม้ว่าจะปอนเปียกน้อยกว่ากันมาก อย่างน้อยกลิ่นผิวเปลือยอวลน้ำหอมนั่นก็ยังเหมือนเดิม มัน..ยังปลุกเร้าเขาได้เสมอ... ซึงฮยอนหลับตาและสูดหายใจเข้าเต็มปอด
"เดี๋ยวเลี้ยวซ้ายแยกหน้านะครับ จอดหน้าตึกเอสบีเค..ส่วนคนนี้..ช่วยไปส่งที่ตึกบีบีที่ท่าเรือด้วยครับ"
คนขับรถพยักหน้า รถเคลื่อนที่ไปด้วยความเชื่องช้า ซึงฮยอนจดจำป้ายทะเบียนและใบหน้าคนขับไว้แม่นยำ อย่างน้อยถ้ามีอะไรเกิดขึ้น.. เขาเหลือบมองใบหน้าซึ่งกำลังหลับตาพริ้ม จมูกโด่งสันอยู่ห่างไปไม่กี่คืบ ริมฝีปากได้รูปเผยอน้อยๆ แสงไฟจากริมถนนลอดผ่านกระจกพาดผ่านพวงแก้ม สีส้มนวลของมันทำให้แก้มนั่นเปล่งเนียน..
ซึงฮยอนก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองอย่างใกล้ชิด
ก้มลงอีกนิด..
มองยังไงก็ผู้ชาย ...ผู้ชายรั้นๆเสียด้วยและกำลังโกรธเขาอยู่
ใบหน้าของเขาอยู่ห่างไปไม่กี่เซนติเมตรจากริมฝีปากของควอนจียง เสียงลมหายใจแผ่วเบาและแสงไฟซึ่งฉาบย้อมทำให้เขารู้สึกเผลอไผล ทั้งที่หักใจไปแล้วตั้งแต่ครั้งนั้น..ครั้งที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายผลักอกเขาออกห่าง แต่เขากลับรู้สึกว่าดวงไฟเล็กๆนั่นกำลังปะทุขึ้นมาใหม่ รู้ว่าไม่มีประโยชน์ รู้ว่าไม่มีอะไรเลย...
เขาตัดสินใจจรดริมฝากลงแก้มนั้น.. เพื่อฉกฉวย.. มันนุ่มยิ่งกว่าที่คิดไว้.. เขาสัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นเมื่อประทับรอยจูบลงไป เนียน.. ซึงฮยอนยังไม่อยากจะถอดถอน.. เขาอยากจะจมลงในความอ่อนหวานอีกนานเท่านาน แต่เขารู้ดีว่ามันก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆที่เขาขโมยมาเท่านั้น มันไม่มีทางอยู่กับเขาตลอดไป แต่...อย่างน้อยประวิงเวลาเพื่อจะลอบชิมรสชาติของมันอีกสักนิด
อีกนิด..
"คุณครับ...ถึงแล้วครับ หอพักเอสบีเคใช่ไหมครับ?"สำเนียงต่างจังหวัดดังขึ้นจากเบาะหน้า ชายวัยกลางคนมองผ่านกระจกหลังมายังเขา
ซึงฮยอนผละออกด้วยใจเสียดาย บางอย่างยังอ้อยอิ่งอยู่บนผิวสัมผัส ความหอม..ความนุ่ม.. เขาเอื้อมมือขยับศีรษะของควอนจียงให้พิงเบาะอย่างเบามือที่สุด จนมั่นใจว่าอีกฝ่ายยังหลับสนิทและอยู่ในท่าทางผ่อนคลายที่สุดแล้ว ซึงฮยอนจึงดึงกระเป๋าเงินออกมาและจ่ายค่าโดยสาร
"ไปส่งเขาที่ตึกบีบีท่าเรือนะครับ ผมฝากด้วย"
"ถ้าห่วงแฟนนักก็ไปส่งสิไอ้หนู อยู่ไปอีกไม่ไกลนี่เองใช่ไหมล่ะ?"คนขับรถเอียงหน้ามาถามเขาพร้อมกับยื่นเงินทอนมาให้ ร่างสูงรับเศษเหรียญก่อนจะหันมองควอนจียงที่นอนพิงเบาะ ร่างเพรียวนั่นผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสงบ เขาไม่อยากจะทำลายบรรยากาศดีๆของจียง
"ไม่หรอกครับ..ถ้าตื่นมาไม่เจอผม ...น่าจะอารมณ์ดีมากกว่า"เรื่องง่ายๆแท้ๆ ซึงฮยอนยิ้มออกมาอย่างแห้งแล้ง
เขาลงจากรถและปิดประตูอย่างเบามือ มั่นใจแล้วว่าจียงนั่งอย่างสบายที่สุด ร่างสูงชะเง้อมองชายหนุ่มในชุดโค้ตสีขาวด้านในของรถอยู่ครู่ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวบนถนนอีกครั้ง เขามองท้ายรถจนลับตาไปสุดโค้ง เสียงเครื่องยนต์จางแผ่วลงจนเหลือแต่ความเงียบงันในราตรี
.
.
เปลือกตาปรือขึ้นอย่างแช่มช้า
ระยะทางที่ไกลออกมา.. ดวงตาเรียวเล็กทอดนิ่งบนกระจกมองข้าง มองอยู่อย่างนั้น...มองชายหนุ่มร่างสูงที่คอยชะเง้อมองจากหน้าหอพัก มองจนร่างนั่นเล็กลีบจนเหลือเพียงจุดเล็กๆและหายไปจากสายตา
...อารมณ์ดีอย่างนั้นเหรอ?
เขาเลื่อนมือขึ้นแตะผิวแก้ม เขาแตะอย่างเหม่อลอยพอดีกับคนขับรถหันมาพูดกับเขา
"อ้าว..ตื่นพอดีเลยแม่หนู ถึงแล้วล่ะตึกบีบี..ไม่ต้องจ่ายนะแฟนหนูจ่ายให้ลุงไปแล้วล่ะ"คนขับรถพูดอย่างเห็นขันและจอดเทียบข้างฟุตบาท
ควอนจียงไม่ได้พูดอะไร เขาผลักประตูออกและปิดมันลงอย่างเบามือ อยากจะทักท้วงออกไปว่าเขาไม่ใช่อย่างที่ลุงคนขับคิดแต่ไม่รู้ว่าบอกไปแล้วจะได้อะไร ให้มันยิ่งดูพิลึกพิลั่นเข้าไปอีกอย่างนั้นหรือไง..
"ผมไม่ใช่ผู้หญิงและหมอนั่น..ก็ไม่ใช่แฟนผม..."จียงกระซิบในสายฝนชื้นฉ่ำ..และไม่รู้ว่าเขากำลังแก้ตัวกับใคร
+++
.
"จียง..นี่ชีทของนายเหรอ?"
เสียงใสตะโกนถามมาจากโต๊ะอ่านหนังสือ ซอนเยรวบผมไว้ด้านหลังและสวมแว่นตา หล่อนหยิบกระดาษไม่คุ้นตาขึ้นหราให้เขาเห็น ชายหนุ่มร่างเพรียวมองปลายมือเรียวเล็กของซอนเยจากโซฟา ทำไมเหมือนไม่เคยเห็นมันมาก่อน... มุมกระดาษยับย่นเล็กน้อยแบบนั้น..
นี่มัน..
"นี่นายจดเก่งใช้ได้เลยนะ แต่ลายมืออ่านยากไปหน่อย"ซอนเยยิ้มอารมณ์ดีก่อนจะพลิกหน้าต่อไปอ่าน
"มีคนจดมาให้น่ะ.."
".........ลายมือผู้ชายนี่นา..ใช่ไหม? ก๊วนนายไม่น่าจะหยุมหยิมทำแบบนี้ได้เลยนะ ..ดูสิคำย่อภาษาอังกฤษก็แปลมาให้หมดเลยแฮะ ..ลายมือยองเบเหรอ?" หญิงสาวเลิกคิ้วข้างหนึ่งและหยุดคิดก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง "หวังว่าจะไม่ใช่ผู้หญิงนะพ่อเพลย์บอย?"
ควอนจียงไม่ตอบ..
เขาเดินมาใกล้ก่อนจะดึงมันออกจากมือหล่อนอย่างนุ่มนวล เขาลืมมันไปได้อย่างไร..ลืมสนิท ทิ้งตัวลงนั่งข้างซอนเย..เขาเหลือบมองส่วนเว้าส่วนโค้งใต้ชุดกระโปรงสั้นสีฟ้าของหล่อนก่อนจะหลับตาลง สองมือกุมปึกชีทไว้แน่น.. ให้ตายสิ..เขายังไม่ได้ไปหาหมออย่างที่ซอนเยบอกสักที
"ถ้านายอ่านทั้งหมดนี่รับรองว่า เอ แน่ๆ"เสียงใสของหล่อนดังขึ้นข้างหู ลมหายใจแผ่วเบาสัมผัสปลายคาง..ริมฝีปากนุ่มนิ่มประทับลงแก้มของเขา แผ่วเบาและอ่อนโยน..
"ฉันขอยืมหน่อยได้ไหม ลีน่าก็ลงวิชานี้ มันน่าจะช่วยเธอได้เยอะเลย"
"ไม่ได้!"จียงพลั้งปากตะโกนปฏิเสธ
หญิงสาวร่างบางหันมองอากัปกิริยาที่ผิดปกติของเพื่อนชาย
"เอ่อ...ฉันหมายถึง..ฉันต้องเอาไปให้เพื่อนพรุ่งนี้ มีคนอยากได้อยู่ก่อนแล้วน่ะ"เขาแก้ตัวเสียงอ่อย..ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย..แดมน์ แค่กระดาษปึกเดียวเขาจะหวงไปทำไมล่ะ? มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย..ใช่ไหม? ทำไมเขาต้องตะโกนออกไปแบบนั้นด้วย..มันก็แค่ชีท..
ซอนเยถอนหายใจหนักหน่วง...
"ไม่ชอบลีน่าใช่ไหมล่ะเธอน่ะ"
จียงเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ความคิดวิ่งพล่าน..ทำไมฟ้าต้องให้ผู้หญิงสองคนนี้รู้จักกัน ใบหน้าหวานคมของลีน่าปรากฏขึ้นในมโนนึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นหมิ่นเหม่บนใบหน้านั้น...ลีน่า
"มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่า"
"อ๋อ...ยองเบบอกเธอล่ะสิว่าฉันไปกับลีน่า? ให้ตายสิ..ถึงจะเพิ่งรู้จักกันไม่นานแต่ลีน่าไม่ได้เอาแต่เที่ยวกับเฟิล์ตนะ เราไปชอปปิ้งกันมาต่างหากล่ะ"
"ตอนสามทุ่มน่ะเหรอ?"
"นี่ก็ยองเบฟ้องอีกแล้วใช่ไหม?"ซอนเยถามขึ้นหลังจากเงียบไปสักพัก
"...เปล่าแค่เดาน่ะ ลีน่าไม่น่าจะตื่นก่อนบ่ายสามได้"เขาถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้า นึกถึงใบหน้าคมหวาน ผมรวบหางห้าและต่างหูกำไลคู่นั้น...
"...นายพูดเหมือนรู้จักลีน่าดีอย่างนั้นแหละ"
ควอนจียงไม่ตอบ..
เขาอาจจะรู้จักลีน่าดีกว่าที่ซอนเยคิด..
+++
.
ลืมตาโพล่งขึ้นมาในความเงียบสาหัส ความเงียบที่ผุดพรายอยู่รอบตัวทำให้เขานึกถึงเมื่อคืนวาน หลังจากมองท้ายรถแท็กซี่หายลับไปจากกรอบสายตาแล้วเขายังเตร็ดเตร่อยู่อีกสักพัก รู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมองท้องถนนไกลตาซึ่งว่างเปล่า อีกทั้งอากาศเย็นยังพัดผ่านอย่างไม่ปราณีเขาจึงเดินกลับขึ้นห้อง
สมุดเลกเชอร์ที่เขายังจดค้างไว้ตั้งแต่วันนั้นกางอยู่บนโต๊ะ ซึงฮยอนเสยผมไปด้านหลังและหยิบแว่นขึ้นสวม เขายังสวมเสื้อผ้าชุดเมื่อวาน แจ็กเก็ตยีนส์ตัวนี้อุ่นดีเมื่อสวมใส่ มันช่วยให้เขาหลับทันทีที่หัวถึงหมอน ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกว่าตัวเขายังเป็นเชวซึงฮยอนในวันวาน เขาถอดชุดแจ็กเก็ตออกพาดกับเก้าอี้ รอยจางสีแดงรูปริมฝีปากอยู่เยื้องกับปกเสื้อโปโล
มัน...มาได้อย่างไร?
ซึงฮยอนนั่งลงที่เก้าอี้และพยายามนึกย้อนไปถึงในผับ
ผู้หญิงคนนั้น... รอยยิ้ม.. ต่างหู...
พอเขาบอกว่าไม่มีโทรศัพท์มือถือก็หัวเราะออกมาเสียงดัง แค่ไหวไหล่และพูดซ้ำไปซ้ำมาว่าน่ารักจัง.. มันมีตรงไหนที่น่ารัก..อากัปกิริยาของเขาหรือว่าการไม่มีโทรศัพท์มือถือ? เขาไม่ได้บอกชื่อให้หล่อนรู้ ดวงตาเรียวสวยของผู้หญิงคนนั้นเป็นประกายระยิบระยับเวลาหล่อนเอื้อนเอ่ย หล่อนยกมือดึงคอเสื้อของเขาและก้มลงจูบเบาๆ ซึงฮยอนยืนตัวแข็งพลางจ้องหล่อนเขม็ง
"ถ้าอย่างนั้นขอตีตราจองไว้ก่อนแล้วกันนะ"
หล่อนพูดว่าอย่างนั้น ยิ้ม..และเดินจากไป เหลือเพียงลิปสติกสีหวานบนเสื้อขาว..
แต่ยังไงก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้วไม่ใช่เหรอ
ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว..? ประโยคนี้มันทำให้เขานึกถึงเรื่องเมื่อวาน เรื่องควอนจียง ทำไมจียงต้องโกรธเขา เงียบและเย็นชา ถึงปากจะบอกว่าไม่..แต่เรื่องของความรู้สึกน่ะเขาพอจะจับได้อยู่หรอก ...เคยมีคนว่าเขาทึ่มนักเรื่องแบบนี้ แต่ยังไงมันก็รู้สึกได้ไม่ใช่เหรอแม้ว่าจะไม่รู้สาเหตุ รู้สึกแย่ได้...รู้สึกเจ็บได้แค่อีกฝ่ายไม่ชายตามอง
จะว่าไป..เขายังไม่ชินกับความรู้สึกแบบนี้อีกหรือไงนะ
ทำไมไม่ยอมชินสักที..
มือใหญ่หยิบปากกาขึ้นมาเขียนเนื้อหาที่จดค้างไว้ เขาตั้งใจเขียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ให้อ่านง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนสุดท้ายของเล่มคือเนื้อหาที่คาดว่าจะออกสอบปลายภาค หลายคนชอบบอกว่าเดาไม่ออกว่าอาจารย์จะออกอะไร แต่ถ้าเข้าห้องทุกครั้งและตั้งใจฟังก็จะเดาได้เองว่าเนื้อหาข้อสอบมันจะมีอะไรบ้าง ถ้าอาจารย์ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งนักศึกษา ยังไงก็ต้องตอบถูกบ้างนั่นแหละ...
รู้ดีว่าตัวเขาไม่ใช่คนเรียนเก่ง เขาถึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว เขาไม่ใช่พวกที่ความจำดีนัก เขาถึงต้องอ่านหนังสือบ่อยๆ เขาไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรได้ง่ายๆ ถึงต้องเข้าเรียนทุกครั้งเพื่อให้มันซึมซาบเข้าหัว การที่เขาทำแบบนี้ มันทำให้เขาแปลกแยกจากคนอื่นที่ตรงไหน เพราะว่าเขาหัวไม่ดีอย่างนั้นเหรอ? ร่างสูงชะงักมือที่กำลังขีดเขียนลง
แล้วกับคนๆนั้น..มันช่างแตกต่าง
ไม่มีอะไรที่เหมือนกันสักอย่าง ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดจะผยองไปเท่าเทียมกับคนพวกนั้น ควอนจียงมีอะไรบางอย่างที่แตกต่าง บางอย่างที่เปล่งประกายออกมาจากข้างใน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่มี..และไม่มีวันมี ซึงฮยอนทิ้งปากกาให้กลิ้งบนหน้ากระดาษ ชายหนุ่มยกสองมือขึ้นลูบใบหน้า อ่อนล้าอ่อนแรงสิ้นดี นึกถึงกลิ่นหอมจางและสัมผัสเนียนนุ่มที่ยังวนเวียนอยู่ที่ริมฝีปาก
ซึงฮยอนแค่นยิ้มออกมา
ดีแต่ลอบขโมยและชกชิงมาเป็นของตนเองชั่วครั้งชั่วคราว
มันไม่มีทางเป็นของเขาไปได้ตลอด..
ทำอย่างไรล่ะมันถึงจะอยู่กับเขานานกว่านี้? ทำอย่างไร...ทำอย่างไรดี?
ต้องทำอย่างไรดี?
+++
.
ซึงฮยอนถอดใจเรื่องน้ำมันแต่งผมและพยายามหวีผมให้เข้าที่ หลังจากที่หาทั้งในและนอกห้องน้ำ เขาไม่เห็นแม้แต่ฝากระปุก เขานึกถึงเรื่องที่เคยเรียนตอนประถมในชั่วโมงวิทยาศาสตร์..สสารไม่มีวันหายไปนอกจากเปลี่ยนมือหรือเปลี่ยนสภาพ มันคงอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องนี้ ชายหนุ่มจ้องมองตนเองในกระจกอีกครั้ง ผมด้านหน้าออกจะยาวไปหน่อย ถ้าใส่น้ำมันแต่งผมก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องผมตกลงมาปรกแว่น แต่คราวนี้เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันดี หวีไปทางไหนมนก็ตกลงมาบังหน้าเขาไปเสี้ยวหนึ่ง
เขาเลือกเสื้อและกางเกงที่ดูดีที่สุดในตู้ออกมาใส่ ส่วนเสื้อผ้าที่จียงซื้อให้ เขานำไปเก็บไว้อย่างดีในตู้ชั้นบนสุด รวมกับกล้องที่เขาเก็บเงินซื้ออย่างยากลำบาก เขาคิดว่าไม่มีที่ไหนดีไปกว่าตรงนี้แล้ว เมื่อคืนเขาใช้เวลาจนเกือบตีหนึ่งคัดเลือกเสื้อผ้าที่หมดสภาพออกจากตู้ ยากไม่น้อยสำหรับการคัดว่าตัวไหน ‘ดูแย่' หรือว่า ‘ดูดี' ซึงฮยอนไม่คิดว่าเห็นความแตกต่างกันมากนักแต่พยายามยึดหลักจากสื้อผ้าที่จียงซื้อมาให้เขา
อีกสามสิบนาทีจะถึงเวลาคาบแรกของวัน
เขาผลุนผันหยิบกระเป๋าสะพายและสมุดเล่มบางออกไป หัวใจเต้นโครมครามเมื่อรู้ว่าจะได้เรียนคาบเดียวคนๆนั้นในวันนี้ สมุดเล่มบางในมือถูกกำไว้แน่นพลางนึกในใจว่าควรจะทักทายแบบไหน ...หรือว่าเดินเข้าไปทักตอนไหนดี ร่างสูงก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นบันไดตึกเรียนไปทางปีกขวา แดดตอนเช้าทอดผ่านระเบียงที่อัดแน่นด้วยนักศึกษารอเข้าชั้นเรียน เขาเหลือบมองรอบกายแต่ไม่เห็นคนๆนั้น
ตลอดทั้งคาบไม่มีเงาของคนที่ชื่อควอนจียง
เขามองไปทั่วห้อง เด็กผู้หญิงสองสามคนสะกิดพยักพเยิดมาทางเขาและหันไปซุบซิบบางอย่าง ชายหนุ่มเก็บกระเป๋าหลังจากคาบเรียนจบลง พุ่งตัวออกจากห้องเรียนตั้งแต่อาจารย์ยังไม่ออกจากห้องด้วยซ้ำ สายตาของเขาไล่มองตามระเบียงจนสะดุดตากับผู้ชายคนหนึ่ง ผมยาวและใบหน้าเรียวแบบนั้น เขาจำได้ว่าน่าจะเป็นเพื่อนของควอนจียง แต่เขาไม่รู้จักชื่อ..
"ขอโทษนะ..ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?"ร่างสูงคิดว่าเขาอาจจะพูดเสียงเบาเกินไปแต่ชายผมยาวก็ละมือจากมือถือมามองหน้าเขา
"เฮ้...คุณแว่นเอ่อ..ไม่ใช่สิโทษทีนะชื่ออะไรนะนาย เราเรียนคลาสเดียวกันนี่ใช่ไหม?"
ซึงฮยอนพยักหน้าและตั้งใจถามเรื่องที่อยากรู้ แต่สายตาที่แพรวพราวด้วยความขบขันของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกอึดอัดขึ้นมากะทันหัน
"อ่า...อ..ฉันชื่อเชวซึงฮยอน ใช่...เราเรียนวิชาเดียวกันตอนเช้า"
"ว่ามาสินายจะถามอะไรล่ะคุณแว่นเอ้ย..เชวซึงฮยอน"ชายหนุ่มผมยาวสะบัดผมไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ
"ทำไมวันนี้ควอนจียงถึงไม่เข้าเรียน พอจะรู้ไหม?"
"ไม่เอาน่า..ฉันก็เรียนวิชานั้น ฉันยังไม่เข้าเลย..เจ้าจียงคงโดดเรียนอยู่ที่ไหนสักที่แหละ ยังไงวันนี้มันก็ต้องมาเพราะนัดกับ..อ๊ะ ทำไมไม่โทรเข้ามือถือของจียงล่ะ?"ชายตรงหน้ายกมือถือขึ้นโบกประกอบและอมยิ้มเล็กๆ
"ฉันไม่รู้เบอร์.."ร่างสูงตอบตรงด้วยเสียงซื่อ
"อ้า..นาย-ไม่-รู้-เบอร์-จียง-เหรอเนี่ย?"เห็นได้ชัดว่าชายผมยาวกำลังยิ้มกว้าง "โอเค..งั้นฉันโทรให้นายแล้วกัน" ปลายนิ้วยาวกดปุ่มสองสามครั้งก็ยกมือถือแนบหู เกือบนาทีที่เขารอฟังเสียงปลายสายแต่ก็ต้องส่ายหน้า
"ปิดเครื่องแหง๋ ไม่มีสัญญาณตอบรับเลย"
"ถ้าอย่างนั้นนายพอจะรู้ไหมว่าเขาชอบโดดเรียนไปอยู่ที่ไหน?"
"ก็พอจะรู้อยู่บ้างแหละนะ ที่หอสมุดสังคมศาสตร์นั่นไง ฉันต้องไปแล้ว..ไว้เจอกันใหม่นะคุณแว่นเอ้ยเชวซึงฮยอน"
ซึงฮยอนยืนนิ่งมองชายผมยาวโบกมือและเดินจากไป เพราะอะไรไม่รู้..เขาไม่เชื่อในสิ่งที่คนนั้นบอก วิธีการพูดเรื่องที่ไม่รู้เบอร์โทรนั่นก็ทำให้รู้สึกต่ำเตี้ยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ซึงฮยอนไม่เชื่อ.. ถ้าอย่างนั้นก็มีอยู่ทางเดียว... ที่เขาเคยทำมาก่อนหน้านี้ สองขาไปไกลเท่าใจคิด..
แต่...จียงไม่ได้อยู่ที่ห้อง...
ร่างสูงมองกรอบประตูอยู่เนิ่นนาน นานพอที่จะมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง เขาไม่กล้ากดกริ่งครั้งที่สอง เพียงครั้งเดียวก็เกินพอ ความผิดหวังเล็กๆก่อขึ้นในใจ ...หรือว่าจียงจะอยู่ที่หอสมุดสังคมศาสตร์จริงๆ? ชายหนุ่มกระชับกระเป๋าเข้าหาตัวก่อนจะออกวิ่งไปจนถึงถนนใหญ่ เขาตั้งใจวิ่งกลับไปที่มหาวิทยาลัยผ่านเส้นทางหลัก ไม่ว่าทางลัดอย่างไรก็ต้องผ่านถนนเส้นนี้อยู่แล้ว ชั่วพริบตา ซึงฮยอนบังเอิญเหลือบเห็นด้านหลังของร่างหนึ่งเลี้ยวหัวมุมถนนไป ...ถนนไปยังหอพักเอสบีเค
เส้นผมที่ลมพัดผ่านมีสีน้ำตาลอ่อนอมแดง ราวไหล่ผึ่งผายแต่เพรียวบางสมส่วน ...แบบนั้นมัน..
"ควอนจียง?"เขาตะโกนเรียกออกไปขณะผ่อนฝีเท้าตามเข้าไปในซอย
ดวงตาเรียวเล็กกะพริบจ้องตอบกลับมา ดวงตาของควอนจียง..
"นาย.."เสียงตอบรับเบาหวิว
ซึงฮยอนไม่กล้าถามว่ามาทำอะไรที่นี่ จียงอยู่ในเสื้อฮู้ดดำสนิทพิมพ์ลายไมโครโฟนสีทองตัดกันอย่างชัดเจน มันทำให้เขานึกถึงเสื้อผ้าแพงๆของดารา มักจะฟู่ฟ่าและฟุ่มเฟือย.. แต่เขายอมรับว่าจียงเหมาะกับสีทองไม่น้อย เสื้อผ้า ทรงผม ทั้งหมดนั่นยิ่งดูตัดกันกับย่านหอพักของเขา
"ฉันตามหานายตลอดเช้า"ซึงฮยอนไม่ได้ตั้งใจให้มันดูเหมือนตัดพ้อ แต่เมื่อได้ยินเสียงตนเองพูดออกไปแล้วก็รู้ว่าช่วยไม่ได้
"มีเรื่องอะไรหรือไง?"น้ำเสียงของควอนจียงดูไม่ใคร่ใส่ใจนัก..ติดเฉยชา
"ฉันแค่..เอ่อ..."ซึงฮยอนก้มหน้าลงมองปลายเท้าตนเอง บางทีจียงอาจจะยังโกรธเขาอยู่ ....พอถึงเวลาจริงแล้วทำไมถึงพูดไม่ออก.. สิ่งที่เขาอยากจะให้อีกฝ่ายก็อยู่ในมือแล้วนี่ไง เขามองสมุดในมือสลับกับใบหน้าของควอนจียง
ร่างเพรียวเอียงคอและเสมองนกสองตัวบนสายไฟด้านบน มันสองตัวเว้นระยะห่างเหมือนไม่รู้จักกัน ไม่ได้บินมาด้วยกัน แต่เมื่อครู่เขาเห็นว่ามันบินมาพร้อมกัน นกอะไรนะ..
"ไปห้องนายเถอะ"ควอนจียงเอ่ยขึ้นเสียงเบา "ได้ไหมล่ะ?"
อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อหูแต่ก็พยักหน้ารับโดยดี เป็นครั้งแรกที่เขาเดินไปหอพักของซึงฮยอนพร้อมกับเจ้าของห้อง ในตอนนั้นเสียงรองเท้าเหยียบบนก้อนกรวดก้อนทรายเล็กๆเหมือนเป็นเสียงเพียงเสียงเดียวบนถนนเงียบงัน ควอนจียงสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายถือสมุดไว้หนึ่งเล่ม กำแน่น..
นกสองตัวโผบินไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้า
ร่างเพรียวแหงนหน้ามองพวกมันตีวงเลี้ยวไปจรดสุดขอบฟ้า
"ความจริงก็มาด้วยกันสินะ"จียงชะงักฝีเท้า..และมอง
"หืม?"
"นกน่ะ.." เขาพยักพเยิดให้อีกฝ่ายเงยหน้ามองชายฟ้าโล่ง มีเพียงสองจุดดำเล็กๆขยับนวลนิ่งจนลับตา "มันบินมาด้วยกันแต่เกาะสายไฟห่างกันเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน"
"ถ้าใกล้กันมาก ไฟฟ้าแรงสูงอาจจะทำให้พวกมันต้องตาย"เสียงทุ้มห้าวพูดขึ้นขณะที่หยุดยืนหน้าหอพัก เขามองร่างเพรียวที่ยังหยุดมองนกสองตัวบนฟากฟ้า เสียงพึมพำของอีกฝ่ายผ่าสายลมมาไม่ถึงเขา
"อย่างนั้นเหรอ.. ใกล้กันมากกว่านั้นไม่ได้สินะ?"
+++
Pls. Stay Tuned.







#1 By LoveLoveChoiSeungHyun on 2009-09-09 14:24