[BB.fic?] Kiss and Stay
posted on 18 Sep 2009 15:47 by sussurro in fictionเรื่องสั้นคั่นเวลา..แบบว่าไม่เคยเขียนแบบนี้แต่รู้สึกสนุกดีตอนเขียนนะ คิดเห็นอย่างไรบอกกันได้จ้ะ
.
Title: Kiss and Stay
Author: ENIGMA
Fandom: it might be ‘BIGBANG'.
Pairing: it might be S and J.
Genre: AU
Theme song: ‘Stand By Me' of Oasis
Credit: I was inspired by ‘The Matador', but not the WHOLE plot. This movie doesn't portray homosexual implication directly, thus I pick up some interesting points and plots from it into the Yaoi spotlight. Then as you see, it popped up to be a fan-fiction...a Yaoi fan-fiction, not ‘The Matador' fan-fiction. However, I give all credit to ‘The Matador'. A banner of monolopii@jiyongtabi.co.nr
Author's note: No laugh, no joke, it's serious.
+++
.
.
อากาศร้อนอบอ้าวของเดือนสิงหาคมมักจะทำให้แสงแดดจัดจ้านมากกว่าที่มันเคยเป็น ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตปกกว้างสีเขียวเข้มเกือบดำสูบซิก้าร์เป็นมวนที่สอง ควันเบาบางของมันบดบังใบหน้าของผู้สูบ แว่นตาเรย์แบนสีดำกรอบบางเฉียบเร้นดวงตาแบบคนเอเชีย เขาปัดผมสีทองออกไปจากใบหน้า สายตามองไปรอบจัตุรัสแล้วนึกหน่ายใจ แสงแดดทำให้ทุกอย่างดูซีดและแห้งเปราะกว่าทุกที
เขาเกลียดมัน
มือใหญ่ดึงซิก้าร์ลงขยี้บนถาดทรายแม้ว่ามันจะพร่องไปแค่เสี้ยว ชายหนุ่มร่างสูงสะบัดข้อมือและหอบกระเป๋าอะลูมิเนียมไปตามถนน ผู้คนมากหน้าหลายตาพูดคุย หัวเราะ ดื่มกินเรียงราย เขาไม่เห็นว่าบ่ายร้อนอบแบบนี้มีอะไรดี เขารู้สึกอึดอัดกับเสื้อผ้าไหม พอเหงื่อออกมันเปียกตามเนื้อตัวน่ารำคาญ เขาหยุดเดินและเลื่อนแขนเสื้อขึ้นดูเวลา สวอชทองคำขาวบอกเวลาบ่ายโมงยี่สิบสี่นาที เขาหยุดรอที่ร้านขายน้ำมะนาวริมถนน คนขายท่าทางเงอะงะกำลังย่างฮอทด็อกหน้ามันเลื่อม เขามองฮอทด็อกสีไม่น่าไว้ใจหมุนอยู่บนตะแกรงอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะสังเกตเห็นเด็กสาวกลุ่มใหญ่มองมาทางเขา ผมเปีย..ดวงตาสีน้ำตาลใส...คมโต พวกหล่อนหัวเราะเสียงใสไว้จริต ชุดยูนิฟอร์มของพวกหล่อนทำให้เขารู้ว่าอายุคงไม่ถึงสิบแปดแน่แท้แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยกมือโบกให้พวกหล่อน
ได้ผล..
อายม้วนทุกคน
"เหล่เด็กอยู่เหรอ?"เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นข้างหลัง ผู้ชายในชุดลำลองกับรองเท้ากอล์ฟสีเขียวสะท้อนแสง เสื้อโปโลของลาคอสดูยับย่นและบิดเบี้ยวไปจากรูปทรง ชายหนุ่มหันมองอีกฝ่ายเต็มตาด้วยท่าทางไม่ใส่ใจนัก
"ย่องมาเงียบๆอีกแล้วนะครับ ลุงเท็ดดี้"เขายื่นกระเป๋าให้กับผู้มาใหม่ เท็ดดี้รับมันไปถือไว้พลางชั่งคำนวณน้ำหนัก ชายหนุ่มสวมแว่นปัดปกเสื้อและหมุนหัวแหวนข้างซ้ายไปมา
"บอกว่ามันหนักเกินไปแต่ก็ใช้จนเหลือแค่นี้เนี่ยนะ?"ชายที่ชื่อว่าเท็ดดี้เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เขาส่งกระเป๋าหนังที่หนีบมาตลอดทางให้ชายหนุ่มตรงหน้า กลิ่นควันฮอทด็อกทำให้เขาชักจะหิวแต่สีหน้าเซ็งของอีกฝ่ายทำให้เขาหมดอารมณ์ได้ง่ายๆเหมือนกัน
"เพราะว่าหนัก เลยไม่แม่นเหมือนเดิม ผมก็ต้องย้ำบ่อย...ก็เท่านั้น"
"เฮ้..เทมโป้...ความจริงฉันไม่อยากจะบอกนายหรอกนะแต่ว่ามีงานกะทันหัน เพิ่งบินมาจากมอสโคว แซมมวลเขาตกลงไม่ได้เลยอยากให้นายช่วยหน่อย"เขายื่นรูปภาพขาวดำขนาดฝ่ามือให้ชายหนุ่ม คนในภาพใส่ชุดหนังแคชเมียร์...ดิออร์หรือว่าจิเวนชี่? ชายชื่อเทมโป้รับมาถือไว้ในมือก่อนจะสอดลงกระเป๋าหนัง เขาโยนกระเป๋าอยู่สองสามครั้งเพื่อวัดน้ำหนัก
"...ใช่คุณนายสุดที่รักของผมหรือเปล่า?"
"เหมือนเดิมซี..พร้อมสองแมกหัวแบบที่นายชอบ"
"กราเซียส"เขาพึมพำเบาๆก่อนจะสอดมันไว้ใต้วงแขน เท็ดดี้มองมือดีขององค์กรด้วยความระอาใจ ห้าปีที่ผ่านมา เทมโป้ไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยตรงกันข้าม นิสัยเล็กๆน้อยๆของเทมโป้ชักจะชัดขึ้นเรื่อยๆ
เทมโป้โบกมือและหลิ่วตาให้กับสองสาวผมแดงที่เพิ่งยิ้มหวานใส่ ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆเมื่อพวกหล่อนสะดุดกระโปรงของตนเองแต่ไม่วายหันมามองเขาเป็นตาเดียว
...ไอ้เรื่องเจ้าชู้นี่ก็ด้วย..
เท็ดดี้มองสันจมูกโด่งที่โผล่พ้นกรอบแว่นเรย์แบนสีดำ ลงทุนย้อมผมเป็นสีทองให้เข้ากับคนแถวนี้แต่เขาคิดว่ามันยิ่งสะดุดตาเสียมากกว่า หน้าตาแบบคนเอเชียยังไงก็คือคนเอเชีย เทมโป้ยังไม่หยุดโปรยยิ้มให้สาวรอบตัว เขาออกเดินให้พ้นจากซุ้มขายน้ำมะนาวไปทางสวนร้อยปี อนุสรณ์หินเรียงรายจนมองเผินๆทำให้นึกถึงสุสาน นักท่องเที่ยวจึงไม่ค่อยเดินเข้าไปสักเท่าไร เท็ดดี้เหลือบมองทางหางตาก็เห็นว่าชายหนุ่มผมทองเดินทิ้งระยะห่างตามมาเรื่อยๆ ท่าทางกวนอารมณ์ของเทมโป้ไม่ว่าเมื่อไรก็ทำให้เขาแทบอยากจะเข้าไปเป่าให้ดับคามือ
"ตกลงว่านายจะรับงานนี้หรือเปล่า?"
"พูดเหมือนผมมีสิทธิเลือกอย่างนั้นแหละครับเท็ดดี้"
"แซมมวลอยากให้งานเสร็จก่อนวันศุกร์ นายควรจะเริ่มลงมือได้แล้วตั้งแต่นาทีนี้"
"ความจริงแซมมวลไม่ใช่เจ้านายผมนี่ คราวนี้เขาให้เท่าไร?"
เท็ดดี้ไม่ได้ตอบแต่ยกนิ้วขึ้นมาสี่นิ้ว เทมโป้ผิวปากเมื่อเห็นราคา เขาไม่ชอบทำงานเร่งรัดหากว่าได้ค่าตอบแทนน้อยนิด มันไร้ศิลปะสิ้นดีกับงานที่ต้องทำลวกๆ ชายหนุ่มก้มมองปลายรองเท้ากอล์ฟสีแสบที่ตอนนี้หันมาทางเขา เขาเงยหน้ามอง เท็ดดี้กำลังจ้องหน้าเขาอยู่อย่างใคร่ครวญ
"นายอายุเท่าไรแล้วปีนี้?"
"สิบสอง"
"เทมโป้!"
"โอเคน่าลุง..ผมยี่สิบสามถ้านับตามบ้านเกิด"ชายหนุ่มเลื่อนแว่นให้ชิดดั้งและสอดมือลงกระเป๋ากางเกงสแล็กดำสนิท จีบโง้วของมันขยายออกเล็กน้อย
"เพราๆเรื่องผู้หญิงบ้าง เหล้าบุหรี่อีก ยี่สิบสามแต่หน้าตาเหมือนจะสามสิบ"เท็ดดี้เหลือบมองนาฬิกาและเสมองแผ่นโบชัวร์ชวนเที่ยวในมือ เขากำลังฝึกภาษาง่ายๆของที่นี่อยู่ เขาเพิ่งตัดสินใจจะลองเรียนดูเมื่อสักสองชั่วโมงที่แล้วได้ เท็ดดี้มองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง
"เข้าใจไหม? เสร็จแล้วรายงานผลเหมือนเดิม"
"เท็ดดี้ครับ ผมรู้น่าตอนลุงอายุเท่าผม เที่ยว เหล้า ผู้หญิง ไม่แพ้ผมสักเรื่อง"เทมโป้หมุนแหวนรูปงูเหลือมบนง่ามนิ้ว สีทองกับสีขาวแต่งแต้มบนเกล็ดมันเงาของงู ในที่แสงแดดส่องทั่วถึง มันเหมือนกับมีชีวิตจริงและกำลังรัดรอบนิ้วเขาอย่างแนบแน่น ชายสูงวัยกว่ามองวงแหวนทรงประหลาดอยู่ครู่ เขาไม่ได้พูดอะไร...เท็ดดี้เพียงแต่หรี่ตาและกลอกตาขึ้นไปมองฟ้า ไม่มีใครเข้าใจรสนิยมของเทมโป้ ชายร่างสูงกระชับกระเป๋าในมือและเดินออกไปอีกทาง ใบไม้ปลิวไหวไปตามแรงลม..กลิ่นของฤดูใบไม้ร่วงเริ่มมาเยือน เทมโป้มองแผ่นหลังของชายชื่อเท็ดดี้หายลับไปหลังประตูสวน เขาอยากกลับไปที่โรงแรมและถอดชุดผ้าไหมนี่จะแย่ ไม่มีอะไรดีในหน้าร้อน เหงื่อออกมาก นิ้วลื่น ทำงานแย่ลง และดื่มเหล้าไม่อร่อย เทมโป้จัดปกเสื้อก่อนจะเดินออกมาด้านนอกสวน ผู้คนเริ่มพลุกพล่านอีกครั้งเพราะร้านอาหารเย็นที่เริ่มทยอยเปิดทีละร้านสองร้าน สวอชทองคำขาวสายหนังบอกเวลาบ่ายโมงห้าสิบ มันยังสว่างเกินไปที่จะลงสระน้ำ
งั้นวันนี้เขาจะทำอะไรดี?
แถวนี้ไม่ค่อยมีหญิงบริการเท่าไร ขอบคุณประเทศเคร่งศาสนา..เขาเลยต้องนอนคนเดียวมาเกือบสัปดาห์ที่เตร่ในประเทศนี้ สายตาของเขาสอดส่ายหาอยู่ทุกครั้งที่เดินผ่านชุมชนหรือย่านท่องเที่ยว อย่างมากพวกหล่อนก็แค่ชม้ายตามองเขาและยิ้มหวาน ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น..ให้ตายเหอะ..เขาจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ชายหนุ่มแตะผมสีทองของตนอีกครั้ง เช็กดูในกระจกว่ามันยังเข้าทรงดีอยู่ไหม มองเผินๆเขาก็เหมือนคนแถวนี้ที่เผอิญโครงหน้าเล็กไปนิดเท่านั้นเอง เขาหันซ้ายหันขวาสำรวจ..รู้อย่างนี้น่าจะย้อมขนคิ้วให้สีอ่อนกว่านี้อีกหน่อย ในกระจกหน้าร้านที่เขาส่อง สะท้อนเงาของเด็กสาวรุ่นๆสองสามคน พวกหล่อนปล่อยผมสยายและผิวสีแทน รอยยิ้มกะจิดริดทำให้เขารู้ว่าพวกหล่อนมีใจ เขาหันไปมองโดยตรง...ผมสีดำแบบนั้นก็สวยดีแต่มันยังอ่อนเกินไปที่จะเด็ดกิน เขาโบกมือทักทายก่อนจะออกเดินกลับไปทางโรงแรม ตึกทรงอาณานิคมสีไข่ไก่ปลายแหลมสูงตระหง่านแบบน่ากลัวเป็นจุดหมายปลายทางของเขา เพจบอยเปิดประตูให้เขาอย่างนอบน้อม แม้ว่ามันจะไม่ใช่โรงแรมชั้นนำแต่มันก็เป็นหนึ่งในโรงแรมห้าดาวของที่นี่ กลิ่นพริกหยวกและชีสอวลตลบหน้าประตูทางเข้า ไม่ว่าเมื่อไรเขาก็อยากจะจามทุกครั้งที่ได้กลิ่น ร่างสูงของเขาเดินผ่านคานโค้งเข้าไปที่เคาน์เตอร์ พนักงานหนวดดกดำโค้งและยื่นกุญแจห้องให้เขา
สี่สี่หนึ่งแปด
เขาหยิบมันไว้ในมือก่อนจะเดินอย่างเนิบช้าขึ้นบันได ไม่อยากขึ้นลิฟต์สักเท่าไร ลิฟต์โบราณแบบเป็นลูกกรงเหล็กดัด ใครเห็นคงจะชอบแต่เขากลับรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นพนักขุดเหมือง ตลกชะมัด...พนักงานขุดเหมือง เขาเดินมาเรื่อยสุดระเบียงจนถึงห้องสี่สี่หนึ่งแปด เขาเหลือบมองห้องสี่สี่หนึ่งหกที่อยู่ติดกัน แขกที่มาพักห้องนี้โชคดีเป็นบ้าหนีบอีหนูมาเที่ยวด้วยทั้งสัปดาห์ ทุกครั้งร้องเสียงดังลั่นจนเขานอนไม่หลับ นอกจากนั้น..เขายังรู้สึกพ่ายแพ้อยู่นิดๆ อยากจะเห็นหน้ามันเสียจริง..เทมโป้ผลักประตูห้องเข้าไปและล็อกประตูด้วยความเคยชิน เขาวางกระเป๋าลงบนเตียงและหลังจากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าไหมทิ้งไม่ไยดี เขาถอดจนเหลือแค่บ็อกเซอร์สีเทาเข้มเพียงตัวเดียว แอร์เก่าเส็งเคร็งของที่นี่เสียงดังเป็นบ้าแต่เย็นถึงใจ เทมโป้นั่งเอนหลังบนเก้าอี้หวายและขยับหัวแหวนในมืออย่างครุ่นคิด สั่งไวน์มาดีไหม...อยากได้คาร์เบอเนตเซอวิยองปีห้าสอง ที่นี่อาจจะมีสักขวดสองขวด...เขายกหูโทรศัพท์และเตรียมจะสั่งรูมเซอร์วิสแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงวางหูลง เทมโป้ควานหาเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง เขาเลือกเชิ้ตเนื้อบางสีขาวและกางเกงขาสั้นสีกากี กระเป๋าสตางค์แค่ใบเดียวก็เพียงพอแต่ไม่ลืมที่จะหยิบซองบุหรี่ติดมือ ชายหนุ่มออกมาจากห้องอีกครั้ง พรมแดงที่ระเบียงทำให้เขานึกถึงหนังแนวเวสต์เทิร์นมะกะโรนี ตอนที่คนร้ายเดินอยู่ในกาสิโนพรมแดงแล้วพระเอกก็กราดยิงทิ้งตามพรมเสียเรียบ เมื่อเขาคิดอย่างนี้ทุกครั้ง จะต้องหันไปมองด้านหลังให้แน่ใจ
ไม่มีใครตามมา..
เทมโป้เลี้ยวซ้ายลงบันไดวนอีกครั้ง ถ้าเลี้ยวขวาทันทีจะมุ่งหน้าตรงไปที่บาร์ของโรงแรม บรรยากาศแบบอาณานิคม เก่า ทึมแต่เหล้าอร่อยเป็นบ้า เขาสั่งมาร์การิต้ารองท้อง เครื่องดื่มสีขุ่นพร้อมมะนาวฝานมาอยู่ตรงหน้าเขาในเวลาไม่นาน เขายกขึ้นดื่มโดยที่ไม่ละเลียดอารัมภบท มือใหญ่เอื้อมเคาะเคาน์เตอร์ให้บาร์เทนเดอร์หันมอง มาร์การิต้าแก้วใหม่ก็มาอยู่ตรงหน้าเขาทันที
ชายหนุ่มหันหน้าออกไปลานเปิดโล่งของบาร์ แสงแดดแผดเผาแจ่มแจ้ง ไร้เมฆ วงดนตรีแชมเบอร์สิ้นคิดของบาร์เล่นเพลงเดิมมาเป็นรอบที่ร้อยแต่มันก็เข้ากันดีกับสีสันในยามบ่ายเฮงซวยแบบวันนี้ เทมโป้มองโลกภายนอกผ่านแก้วมาร์การิต้า แน่นอนว่าเขามองเห็นแค่เพียงเลือนราง มนุษย์หน้าไหนๆก็เหมือนแค่หัวมันเดินได้ เขาลดมือลง..ที่ว่างหลังแก้วใบนั้นถูกแทนที่ด้วยชายร่างผอมเพรียว ผมสีดำแบบนั้นและไหล่กะทัดรัด..เดาไม่ยากว่าเป็นคนเอเชีย เขาผุดลุกนั่งหลังตรง สายตาเกาะติดอยู่ที่ชายตรงหน้า ผิวเหลือง ตาตี่ ปากเรียวบาง มือหอบแฟ้มและกระเป๋าธุรกิจหนังแบนๆ หลุยส์ วิตตอง? คอลเลกชั่นนี้โหลชะมัด คนสอยไปหิ้วได้เกร่อ เขาจิบมาร์การิต้าอีกครั้งแต่ด้วยท่าทีนุ่มนวลกว่าแก้วแรก รสชาติหวานอมเปรี้ยวของมันกำซาบผ่านลำคออย่างแช่มช้า
ชายหนุ่มร่างเพรียวหอบแฟ้มงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เสื้อสูทสีเทาเข้มกับเนกไทสีแดงเลือดหมู..คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นของอาร์มานี่ ผมทั้งหมดลงน้ำมันจนน่าเกลียดรวบไปด้านหลัง เปิดหน้าผากจนหมด.. มันก็ดูแปลกตาอยู่ไม่น้อย..คนเอเชียแต่งตัวอย่างนี้ทำงานเรอะ? ร่างผอมบางนั่นทุ่มเถียงกับเพื่อนร่วมงานอีกคนในสูทคล้ายๆกัน สองมือวุ่นวายชี้ไปที่เอกสารกันหน้าดำคร่ำเครียด เพื่อนร่วมงานอีกคนหอบแผ่นชาร์ตและม้วนกระดาษไว้ในแขนซ้ายและใช้มือขวาจิ้มบางบรรทัดในมือของอีกคน
พวกมนุษย์เงินเดือนเหี่ยวเฉา
ดูก็รู้ว่าพวกระดับล่างๆ
เทมโป้ยังจ้องมองชายสองคนนั้นตาไม่กะพริบ สงสัยว่าจะเดินไปที่ล็อบบี้โรงแรม เขาหันเก้าอี้กลับไปเผชิญกับหน้าเคาน์เตอร์และสั่งมาร์การิต้าอีกแก้ว เขาชักไม่แน่ใจว่าพวกนั้นใส่สูทของอะไร แล้วคนที่ผอมบางขนาดนั้น มาทำอะไรที่นี่? ลิงเหลืองตลกๆสองตัวมาเล่นละครสัตว์? เขายกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมด แอลกอฮอล์พลุ่งพล่านในเส้นเลือด เขาขยับตัวอย่างเนิบนาบผ่านแถวโซฟาร้างคนไปยังล็อบบี้โรงแรม
ว่างเปล่า..
มีเพียงเพจบอยสองสามคนและพนักงานในเคาน์เตอร์ทำหน้าตาเหงาหงอย เขาหันหลังกลับไปทางบาร์ ไปนั่งดื่มที่ริมสระก็คงดีเหมือนกัน ชายหนุ่มผมทองปัดปกเสื้อขึ้นสูงก่อนจะเดินตัดทางไปทางซ้ายมือ กระดาษสีห้าใบโจมตีเขาจากด้านข้าง เทมโป้..รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันโคตรซวย ขยะที่ไหนปลิวใส่หัวเขาอีกล่ะวะ
[Excuse me, that ..er....are my papers]
"ขอโทษฮะ.. มันเอ่อ..เอกสารของผมเอง" ภาษาอังกฤษตลกๆแปร่งๆดังมาจากด้านหลังของเขา ผู้ชายเอเชียผิวเหลือง ตาตี่ หน้าตลก สูทเทาคนนั้นนั่นเอง ตัวเตี้ยกว่าเขาเกือบศอกหนึ่งได้ สองมือหอบกระดาษที่หลุดออกจากแฟ้ม เพื่อนอีกคนวิ่งไล่กระดาษที่เกลื่อนพื้น ดูๆไปก็เหมือนหมาวิ่งไล่ของเล่น เขาคลายมือจากกระดาษเนื้อบาง ตอนแรกตั้งใจจะฉีกทิ้งให้สาสมวันซวยๆแต่...มัน..อาจจะไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด
[Here for business, huh?]
"มาทำธุรกิจเหรอ?"เขาถามกลับเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้ตั้งใจจะข่มแต่อยากให้รู้ว่าภาษาอังกฤษจริงๆน่ะมันต้องแบบนี้ เทมโป้มองชายผอมเพรียวอย่างใกล้ชิด แววตาเลิกลั่กแบบนั้นสงสัยว่ากำลังคิดหัวหมุนว่าเขาถามอะไร
[Ur...yes..yes..business..business.]
"เอ่อ..ใช่ๆ ธุรกิจๆ"อีกฝ่ายตอบมาเพียงแค่คำสองคำ รับกระดาษจากมือของเทมโป้ไปอย่างงุนงง เทมโป้ยิ้มขำ คนแปลกหน้าเจอกันต้องทำอย่างไรกันบ้างนะ?
[Let go for a drink, don't you? Drinking?]
"ไปดื่มกันไหม? ดื่มน่ะ?"ร่างสูงยกมือประกอบ เขาชี้ไปทางบาร์ที่เขาเพิ่งเดินออกมา ชายหน้าตลกมองตามปลายนิ้วของเขาด้วยความไม่เข้าใจแต่เห็นท่าทางก็พอเดาได้ ยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวัน เพื่อนตัวเตี้ยอีกคนนับเอกสารในมือและเดินเข้ามาหา ตามองแต่แผ่นกระดาษในมือจนไม่สังเกตเห็นเขาด้วยซ้ำไป
"ไปกันเถอะ..ฉันได้ครบแล้ว ของนายอีกห้าใบใช่ไหม?"
"อืม..ใช่ห้าใบ"ชายหน้าตลกรีบนับเอกสารในมือและเดินเร่งตามเพื่อนไป สองสามก้าวแต่ก็หันมามองเขาอย่างลังเล เทมโป้ยิ้มมุมปาก พูดภาษานี้เองหรอกเหรอ มิน่ารู้สึกคุ้นเคยชะมัด.. เขามองลิงเหลืองสองตัวแลกบัตรที่เคาน์เตอร์และเดินออกไปนอกโรงแรม ร่างสูงใหญ่เดินสบายอารมณ์ไปที่โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มตัวยาว
[Have those men checked out yet?]
"สองคนนั้นเช็กเอาท์ไปแล้วหรือยัง?"
[No, they haven't, sir. You can leave message to them if you're in hurry. I'll inform them later."
"อ้อ..ยังครับ ถ้าคุณมีธุระอะไรฝากไว้กับผมได้ครับ เมื่อสองท่านนั้นกลับมา ผมจะเรียนให้ทราบเอง"
[No, thanks.]
"ไม่ล่ะ..ขอบใจนะ"เขาตั้งท่าจะหันหลังกลับไปที่บาร์แต่พอดีนึกเรื่องดีๆออก
[..Then, where can I get tickets to the bull fight?]
"นี่...ฉันจะหาตั๋วดูสู้วัวกระทิงได้ที่ไหน?"
+++
.
วันนี้คือวันบ้าบอชัดๆ ฝรั่งหน้าโง่ที่ไหนไม่รู้มาทักเขา นึกว่าจะมาหาเรื่องเสียแล้ว แค่กระดาษปลิวไปแปะหัวแค่นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เรียกออกไปชกข้างนอกอยู่นั่น อากาศก็ร้อนเหมือนเตาอบยังต้องใส่สูทผูกไทแน่นเปรี๊ยะ งานพรีเซนท์ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญมากเสียด้วย ถ้าสูทยับไปหน่อย มิสเตอร์เปโดรคงไม่ทันสังเกตอะไร ชายหนุ่มร่างผอมเพรียวพับกระดาษลงแฟ้มอีกครั้ง พยายามรีดมันให้เรียบและดูดีที่สุด เขาหันไปมองหน้าเพื่อนที่กำลังประสาทเสียไม่แพ้กัน พวกเขามุ่งหน้าไปที่ตึกประชุมทางด้านใต้ของจัตุรัส ยอดแหลมผุๆที่เหมือนกันหมดทั้งเมือง ดูแล้วก็ทำให้สับสนได้ง่ายเหมือนกัน
หวังที่นั่นแอร์จะเย็นเฉียบ..
"นายทำได้น่า..ใจเย็นนะ หายใจเข้าหายใจออกลึกๆเร็วเข้า"เพื่อนของเขาหันมาบอกเขาแต่มือกลับสั่นจนปัดแขนเสื้อพั่บๆ ชายผอมเพรียวตบบ่าเพื่อนและหยิบแฟ้มขึ้นแนบอกอีกครั้ง
"ไม่เป็นไรๆ ฉันสงบแล้ว แต่นายแน่ใจนะว่านายสบายดี?"
"ฉันดูตื่นเต้นเหรอวะ? แล้ว..ปกเสื้อฉันเบี้ยวหรือเปล่า?"
"ไม่เลย เนกไทก็ด้วย"
"โอเคนายก็เหมือนกัน..ไปกันเถอะ"เพื่อนของเขาเดินนำเข้าไปในตัวตึก พวกเขาเดินลงมาจากรถประจำทางสีแดงวิกลจริตคันหนึ่ง สาวผิวแทนจ้องมองพวกเขาเหมือนว่าเป็นตัวตลก .....หรือว่าเขาอาจจะลืมรูดซิป? เขาแอบก้มลงมองเพื่อดูความเรียบร้อยสักครั้ง
โอเคนี่หว่า..
"รีบเดินซีวะ มันอยู่ชั้นอะไรนะ?"
"ชั้นเจ็ด"เขากดปุ่มเรียกลิฟต์และรอ เสียงติ๊งแบบเก่าสนิทดังขึ้นตามมาด้วยเสียงครืดคราดของประตูลูกกรง ลิฟต์เหมือนที่โรงแรมไม่มีผิด ไม่รู้ว่าประเทศนี้เมืองนี้เขาอนุรักษ์นิยมหรือว่าไม่มีเงินจะเปลี่ยนใหม่กันแน่ เขาไม่อยากขึ้นลิฟท์แบบนี้เท่าไร..ถ้าเชือกขาดแล้วใครจะผ่อนบูอิกสีฟ้าไข่นกแสนรักของเขาล่ะ? มันต้องกลับไปนอนนิ่งที่ไฟแนนซ์เป็นสาวบูอิกค้างปีแน่ๆ ลืมไปได้เลยว่าเธอคนนั้นจะผ่อนต่อให้เขา
"มาเรียกพลังกันหน่อยเพื่อน"เสียงเพื่อนเขากระชากสติออกมาจากภวังค์
"เพื่ออนาคต!"
"เพื่อบูอิก!"พวกเขาตะโกนพร้อมกันจนเลขาหน้าชั้นหันมามอง ดวงตากลมโตของหล่อนเบิกกว้างขึ้นถลึงมองแต่ก็มีมารยาทพอที่จะไม่หัวเราะ ปลายมือที่ได้รับการแต่งแต้มด้วยเล็บแดงยื่นไปทางขวามือ
[Already made an appointment? Please go to the room at your right, then.]
"ที่นัดไว้ใช่ไหมคะ? ห้องทางขวามือค่ะ"
เขาปล่อยให้เพื่อนเดินนำหน้า ร่างผอมเพรียวรู้สึกมวนท้องขึ้นมากะทันหัน ความเครียดมันไหลไปรวมอยู่ที่กระเพาะอาหารแบบเร่งด่วน มันทำให้น้ำขมๆมาจุกอยู่ที่คอหอยอย่างช่วยไม่ได้ นึกถึงบูอิกไว้...บูอิกสีฟ้า..เหมือนเทอควอยซ์แจ่มๆ ท่องไว้ๆ..บูอิกบูอิกบูอิก เพื่อนของเขาเข้าไปในห้องแล้ว เขาก้าวตามเข้าไปและปิดประตูลงอย่างเบามือ โต๊ะประชุมรูปตัวยูอยู่ตรงหน้ากับผู้บริหารหน้าตาดุดันอีกสี่ห้าคน ให้ตายสิคนที่นี่ต้องไว้หนวดไว้เครากันทุกคนหรือไงนะ นี่เขาเดินเลี้ยวผิดห้องหรือเปล่า? ห้องประชุมโฆษณาหรือว่าห้องประชุมโจรห้าร้อย? เขายืนทำตัวลีบอยู่ข้างเพื่อนที่พยายามพูดภาษาอังกฤษตะกุกตะกักแนะนำตนเอง เขาโค้งทักทายและพยายามสบตาไปให้ทั่วห้อง แอร์เย็นอย่างที่หวังไว้จริงๆแฮะ ยังไม่ทันจะเข้ามาถึงสิบนาทีเลย มือเย็นเยียบจนปลายนิ้วไม่มีความรู้สึก ท้องฟ้านอกกระจกนั่นแสบตาชะมัด
ทำไมไม่ติดฟิล์มกรองแสงสักหน่อยนะ
ผู้หญิงคนนั้นมองที่เป้าของเขาอีกแล้ว..หรือว่าเขาลืมรูดซิปจริงๆ? เลื่อนแฟ้มมาบังไว้ได้ไหมนะ? จะดูจงใจไปหรือเปล่า? เขาเม้มริมฝีปากลงแน่นก่อนจะค่อนเลื่อนมืออย่างเป็นธรรมชาติไว้ที่หน้าขา
"เฮ้ย.. เฮ้ย..ตานายแล้ว"เพื่อนของเขาสะกิดด้วยเสียงกระซิบหนักๆ
"ห๊า?" เขาหันไปมองเหล่าผู้บริหารที่กำลังมองมาเป็นตาเดียว มือสั่นเล็กน้อยตอนหยิบแฟ้มขึ้นมากางไว้ตรงหน้า เขาเริ่มอ่านออกเสียงบรรทัดแรกและชี้ไปที่แผ่นชาร์ทที่เพื่อนเขาเตรียมมา เขาชี้ไปที่รูปสินค้าและเหลือบมองข้อมูลในมือประกอบ
บ้าชิบ...แล้วยังงี้จะเอาอะไรบังล่ะ?
+++
.
เขาสวมแหวนงูเหลือมคู่ใจของเขาเหมือนเดิมหลังเสร็จงาน ชิ้นส่วนที่แยกเสร็จแล้วอยู่ในกระเป๋าถือหนังลูกวัวดำ ความจริงเขาอยากได้หนังจระเข้สีเขียวอมดำใบนั้นมากกว่าแต่มันจะดูเด่นสะดุดตาไปหน่อย เทมโป้ชะโงกมองผลงานด้านล่าง แขนซ้ายพาดอกและแขนขวาซ้อนทับอย่างพอดิบพอดี มองผ่านๆเหมือนว่ากำลังนอนอธิษฐานอะไรสักอย่าง เพียงแค่ดันไปนอนกลางถนนเท่านั้นเอง กระเป๋าเบาล์ลี่ใบนั้นคงต้องนอนกลิ้งบนถนนต่อไป..น่าเสียดาย เขามองนาฬิกา..มีเวลาอีกสิบนาทีเก็บของลงจากตึก กองไฟข้างล่างดึงความสนใจได้ไม่น้อย ยูโรโปลมักจะเพ่งเล็งตึกสูงๆที่วิถีเล็งง่ายๆแต่เขาเลือกมาตึกที่เบี่ยงออกมาอีกหน่อย ก็ต้องเขย่งกันนิดหน่อยแต่มันก็ได้ผลงานที่สวยคุ้มค่า
เอาล่ะได้เวลาไปส่งโปสการ์ดแล้ว..
เขาเกลียดหน้าร้อน เหงื่อออกที่ฝ่ามือจะทิ้งรอยเปียกชื้นไว้บนหนังและด้ามปืน เทมโป้เดินลงจากบันไดโค้งวนจนมาถึงชั้นล่าง ตำรวจยูโรโปลวิ่งกันให้วุ่นหลายนาย กองไฟที่จุดไว้ในถังขยะกำลังลุกโชนโชติช่วง เขาเห็นเด็กเล็กกระโดดโลดเต้นเหมือนว่ามีเทศกาลอะไรสักอย่าง ไหนจะคนที่ไปนอนกลางถนนนั้นอีก
ดูสนุกพิลึก..
ชายผมทองเดินไปที่แผงไปรษณีย์ริมถนน สองเหรียญยูโรกับโปสการ์ดโง่ๆหนึ่งใบ มือใหญ่สุ่มหยิบออกจากแผงเหน็บมาหนึ่ง วัวกระทิงกำลังถูกแทง..สีหน้ามันไม่ค่อยเจ็บปวดเท่าไร...หรือ..มันอาจจะเจ็บปวดก็ได้...เขาไม่ได้เป็นวัวกระทิงนี่ ร่างสูงเขียนอย่างใจเย็นขณะที่เสียงรถพยาบาลกำลังทวีความดัง ผู้คนกรีดร้องงุนงงเมื่อรู้ว่าคนที่นอนอยู่ไม่ได้หายใจ เขาบรรจงเขียนข้อความให้จบๆไป
‘I met him.'
ไม่จำเป็นต้องลงชื่อ เขาเขียนที่อยู่หนึ่งเดียวซึ่งเขารู้จัก หนึ่งเดียวที่ไม่ใช่แม้กระทั่งที่พักหรือว่าบ้านญาติ ญาติ? ของพรรค์นั้นยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ เรื่องพ่อแม่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง.. เทมโป้ส่งโปสการ์ดให้บุรุษไปรษณีย์ท้องที่ซึ่งกำลังยิ้มอวดฟันเหลือง สายตาฝ้าฟางของแกจับจ้องอยู่ที่ยูโรโปลและกองไฟที่ห่างออกไปเล็กน้อย ชายหนุ่มผมทองสวมแว่นตาเรย์แบนกรอบบางเฉียบแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สามารถเห็นความอยากรู้อยากเห็นเต้นระริกในดวงตาของชายขายโปสการ์ด เขาโบกมือเมื่ออีกฝ่ายทอนเงินก่อนจะออกเดินไปตามถนนเส้นเดิม มุ่งหน้าสู่โรงแรมปราสาทยอดแหลม เขามองไปทางซ้ายมือ เงามืดตามซอกตึกและสถานที่ท่องเที่ยวดูไม่น่าไว้ใจ เขาไม่ไว้ใจเพราะว่าเท็ดดี้อาจจะออกมาทักทายได้ทุกที่และทุกเวลา
ไม่มีใครรู้ว่าเท็ดดี้มาที่นั่นเมื่อไรและได้อย่างไร เขารู้เพียงแต่ว่า...เท็ดดี้เหมือนรีโมตทีวีนั่นแหละ ตอนอยากจะใช้ตัวไม่พบแต่เวลาที่ไม่ต้องการจะเสนอหน้าให้เห็นเสมอ เทมโป้ควักมาร์ลโบโร่สีแดงออกมา เขาตบกระเป๋าอีกข้าง...
ไม่มี..
ดันลืมเอาไฟแช็กมาด้วย..
เอาเหอะ..เท็ดดี้อาจจะโผล่มาและพกไฟแช็ก.. ชายหนุ่มตัดสินถือมันค้างไว้และเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงโรงแรม ไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆเลยให้ตายเหอะ เขาเห็นรถประจำทางสีแดงตลกๆนั่นแล้วเขาไม่อยากจะขึ้นไปนั่งให้เหมือนเด็กอนุบาลนั่งเครื่องเล่นในสวนสนุก เรื่อยเปื่อยเพราะงานเสร็จไวกว่าที่คิด อยากเอาคุณนายขึ้นไปเก็บที่ห้องแต่ก็ขยาดการเดินขึ้นบันได ให้ขึ้นลิฟต์ก็ไม่เอา.. สุดท้ายสองเท้าของเทมโป้ก็ไปจบที่บาร์โรงแรมเหมือนเดิม
บ่ายสามยี่สิบเอ็ดนาที..วงดนตรีแชมเบอร์สิ้นคิดของบาร์ยังเล่นเพลงเดิม
เทมโป้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองยังคีบบุหรี่ไว้ในมือ ...เอี่ยมอ่อง ลุงเท็ดดี้ดันไม่โผล่มาเหมือนที่ชอบทำ เขาไม่อยากจะสอดมันกลับลงไปในซอง มันเป็นการเสียมารยาทต่อเทพเจ้าบุหรี่ เขาคีบไว้อย่างนั้นต่อไป..ในบาร์จะมีแต่คนกินเหล้าอย่างเดียวหรือไงให้มันรู้ไป เขาสั่งมาร์การิต้ามาอย่างรวดเร็ว มะนาวฝานเสียบขอบแก้วมาอย่างลวกๆ
ชุ่ย..แต่อร่อย
เขาจิบเครื่องดื่มอย่างสบายอารมณ์ เสียงเอะอะเป็นภาษาอังกฤษห่วยๆดังขึ้นข้างเขา ชายหนุ่มผมทองเงยหน้าขึ้นมองแทบจะในทันที ชายร่างผอมเพรียวทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ถัดจากเขา ใบหน้าตลกๆนั่นกำลังยิ้มร่า..เพื่อนลิงเหลืองอีกคนก็ยิ้มกว้างไม่แพ้กัน มีเรื่องอะไรดีๆกันหรือไง? บาร์เทนเดอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำสั่งของสองลิง เทมโป้สงสัยว่าชาตินี้จะได้ดื่มเหล้าฉลองหรือเปล่าถ้ายังใช้ภาษาอังกฤษโง่ๆอย่างนั้นต่อไป
[These gentlemen would like to have two margaritas.]
"คุณสุภาพบุรุษสองท่านนี้ต้องการมาร์การิต้าสองที่"เขาสอดปากเข้าไปสั่งแทนก่อนจะหันไปขยิบตาให้ชายหน้าตลก ลิงสองตัวยิ้มเก้อมาทางเขาแต่ก็ผงกหัวปะหลกๆให้เขา เทมโป้ยกแก้วค็อกเทลของตนเป็นเชิงชวนดื่ม บาร์เทนเดอร์มือชุ่ยแต่ชงอร่อยไม่รอช้ายกค็อกเทลมาวางตรงหน้าสองมนุษย์เงินเดือน เจ้าสองคนตัวเล็กยกขึ้นดื่มอย่างกระหาย เขามองแล้วก็ดื่มของตนเองบ้าง สองชายหนุ่มเอเชียยกไม้ยกมือเรียกเครื่องดื่มมาอีก ท่าทางดีใจเหมือนได้ทองจากเหมืองมาเป็นตัน
[You guys do well in your business, right?]
"ทำธุรกิจไปได้ราบรื่นใช่ไหมล่ะพวกนาย?"เทมโป้วางแก้วลงเคาน์เตอร์และเรียกมาใหม่อีกแก้ว ไม่มีใครตอบคำถามเขาสักพักใหญ่ เขามองผ่านแว่นตาเลนส์ดำ สีหน้าของมนุษย์เงินเดือนดูกระอักกระอ่วนไม่น้อย เขาจิบมาร์การิต้าไปเรื่อยระหว่างรอผู้กล้าสักคนตอบเขา
[O...do business..yes..business.]
"เอ่อ..ทำธุรกิจ..ใช่ ธุรกิจ" ร่างผอมเพรียวเอ่ยขึ้นอย่างไม่เต็มเสียง เทมโป้แทบสำลักมาร์การิต้าตาย เจ้าพวกนี้เจรจาสำเร็จได้อย่างไรนะ..เขายกแก้วอีกครั้งเพื่อดื่มรวดเดียวให้หมด ในมือใหญ่มีมวนบุหรี่อยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง เขาชูให้ชายหนุ่มร่างเพรียวเห็น
[OK. Guys, I won't bother you anymore, but do you have a lighter?]
"เอาล่ะ..ฉันไม่กวนพวกนายแล้ว ว่าแต่พวกนายมีไฟแช็กไหมล่ะ?"
มนุษย์เงินเดือนสองคนมองหน้ากัน
เทมโป้ยิ้มขำมุมปาก เขาโบกมวนบุหรี่ไปตรงหน้าของคนข้างกายอีกครั้ง ความเข้าใจค่อยๆทะลุทะลวงเข้ามาในความคิดของมนุษย์เงินเดือน ชายหนุ่มหน้าตลก ตาตี่ สูทเทาล้วงเอาไฟแช็กออกมาจากกระเป๋าด้านใน เทมโป้เอียงคอพร้อมผิวปาก หน้าตาไม่น่าจะสูบเป็นแท้ๆแต่ดันพกไฟแช็กของซิปโป้ เขาจ้องมองริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ไม่เห็นว่ามันจะสีคล้ำที่ตรงไหน ตรงกันข้ามมันบางเฉียบและเป็นสีระเรื่อ...
เฮ้ย..
เขาคิดบ้าอะไรอยู่
มือเรียวของอีกฝ่ายคลิกไกไฟแช็กอย่างชำนาญและจ่อที่ปลายมวนให้เขา สีน้ำเงินอมส้มผุดวาบที่เนื้อกระดาษสีขาว เพลิงเผาไหม้นิโคตินออกมาเล็กน้อยจนควันเริ่มพุ่งเป็นสายเทาอ่อนจาง เทมโป้มองหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง เก็บไฟแช็กไปเรียบร้อยแล้วพร้อมรอยยิ้มดีใจราวกับได้ช่วยกู้โลกทั้งใบไว้
[Thanks.]
"ขอบใจนะ.."เขาพึมพำก่อนจะเดินออกมาจากบาร์ ตัวเบาๆเหมือนจะลอยได้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ชายหนุ่มร่างสูงปัดผมสีฟางไปอีกด้านอย่างนึกรำคาญ เขาถอดแว่นเพื่อหันไปมองสองลิงนั่นอีกครั้ง ..กำลังคุยกันถูกคอเลยสินะ เขาเลี้ยวขวามือไปบันไดวนเพื่อกลับขึ้นห้องแต่พลันชะงักฝีเท้าลง ยังไม่ได้เอากุญแจห้องมาจากล็อบบี้นี่หว่า
ชายหนุ่มผมทองส่ายศีรษะกับตนเองและเดินเนิบนาบกลับไปที่ล็อบบี้ด้านหน้า
+++
.
"คนรู้จักเหรอวะ?"เพื่อนของเขาสั่งมาร์การิต้ามาอีกรอบ เขาสังเกตเห็นว่าแก้มเพื่อนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กๆ
"ไม่รู้จักหรอกแต่เมื่อกลางวันเขาเกือบชกฉันแน่ะ"ร่างเพรียวยกแก้วบางเฉียบขึ้นชิม รสชาติหวานอมเปรี้ยวปะแล่ม แอลกอฮอล์อยู่ที่ตรงไหนเนี่ยแต่อร่อยดี...
"จริงเหรอวะเนี่ย นายต้องระวังแล้ว ท่าทางดูน่ากลัวจริงๆนะไอ้ฝรั่งคนนี้หรือว่านายกลับไปแทนดีไหม ฉันรอข่าวอยู่ที่นี่เอง"เพื่อนของเขาหันมามองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าเรื่องอะไร เพื่อนของเขาก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ เขายิ้มอย่างนึกขอบคุณ
"ไม่ต้องหรอกน่า เด็กรออยู่ที่บ้านไม่ใช่เหรอไง?"
"พูดเหมือนนายไม่มี.."
"นั่นไม่ใช่เด็กนี่หว่า ฮ่าฮ่า"เขาหัวเราะแก้เก้อ กลับไปเธอจะยังรออยู่ที่บ้านไหมก็ไม่รู้แต่บูอิกสีฟ้าแสนรักของเขาเท่านั้นที่จะไม่ไปไหนยกเว้นว่าจะมีใครสักคนขับมันออกไป เขายกเครื่องดื่มรสหวานขึ้นจิบอีกครั้ง นึกย่ามใจที่ไม่ออกรสชาติแอลกอฮอล์เขาจึงสั่งมาอีกแก้ว
...เหมือนดื่มน้ำหวานไม่มีผิด
"เบาๆหน่อยน่า ฉันขึ้นห้องก่อนดีกว่า จับเครื่องกลับเช้านี้เสียด้วย"
"อืม..อย่าลืมช็อกโกแลตล่ะ รับรองว่าเด็กนายดีใจแน่"
เพื่อนของเขาเรียกมาร์การิต้ามาอีกแก้ว ทั้งสองคนดื่มลืมความอึดอัดของเสื้อผ้า เนกไทและเข็มขัด ชายหนุ่มร่างผอมหยิบมะนาวฝานบางเฉียบขึ้นชิม การนำเสนองานเสร็จสิ้นไปแล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง..ถ้าเพื่อนเขากลับไปรายงานที่บริษัทและทำงานที่คั่งค้างอยู่อีกเล็กน้อยส่วนเขารอผลการตัดสินใจอยู่ที่นี่ อย่างน้อยก็ได้เที่ยวสักสี่ห้าวัน พวกเขาทำเต็มที่แล้วเพื่ออนาคต...โดยเฉพาะเขา
...ยืนให้สาวในห้องมองเป้าอยู่เกือบสามชั่วโมง
...ชิท
เพื่อนของเขาปลดสายเนกไทให้หลวมและรวบเสื้อสูทไว้ในวงแขน ดวงตาเรียวเล็กหันมามองเขา
"ฝากสูทขึ้นไปไหม ฉันว่านายอยากจะนั่งต่ออีกสักหน่อยใช่เปล่าล่ะ?"
เขายิ้มและยื่นสูทเทาเข้มที่ใช้เงินเดือนสามเดือนซื้อให้เพื่อน นอกจากนั้นเขายังรูดสายเนกไทไหมร้อยเปอร์เซ็นต์ราคาเท่ากับชักโครกสองตัวฝากเพื่อนขึ้นห้องไป ร่างสันทัดพับเสื้อสูทอย่างระมัดระวังเพราะทราบราคาของมันดี มืออีกข้างหอบแฟ้มและแผ่นชาร์ตไปอย่างทุลักทุเล เขาขึ้นไปด้วยจะดีกว่าไหมแต่เพื่อนร่างสันทัดกลับชูนิ้วสู้ตายให้เขาและเดินเลี้ยวหายออกไปจากบาร์ โล่งใจไปได้...อย่างน้อยก็อุตส่าห์เดินออกไปจากบาร์อย่างสวัสดิภาพ ร่างเพรียวเรียกมาร์การิต้ามาอีกแก้ว เอ..เครื่องดื่มนี่รวมอยู่ในเซอร์วิสชาร์จหรือเปล่าหว่า? ถ้าบริษัทรู้มีหวังโดนเฉ่งอย่างงดงาม
..แก้วสุดท้ายแล้วกัน....
เขาหันไปมองท้องฟ้าด้านนอก ขอบฟ้าอีกด้านเป็นสีชมพูอมม่วง อีกฝั่งเป็นสีส้มอมเหลือง สองฝั่งไล่หลั่นมาบรรจบกันในสีผสาน เสียงเพลงจากวงดนตรีในบาร์ทำให้เขานึกถึงเรือตกปลากลางน้ำนิ่ง เรือหมุนวนไปทางซ้ายทีขวาที เขากำลังนั่งเรือท่ามกลางลำน้ำที่นิ่งสงบ...แล้วเรือมันแกว่งได้ไงล่ะ...ช่างเถอะมันเป็นจินตนาการ เขาชอบเสียงดนตรีแบบนี้ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรแต่เครื่องสายฟังดูพริ้วไพเราะเสนาะหู...
อา...มาร์การิต้าอร่อยจัง!
เขาเหลือบมองนาฬิกา...นี่นั่งมานานขนาดนี้แล้วหรือ น่าแปลกที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ตกขอบฟ้า ทุ่มจะครึ่งอยู่แล้วเชียว.. เสียงดนตรีชักชวนให้เขาอยากเห็นน้ำขึ้นมาจริงๆ ที่นี่มีสระว่ายน้ำอยู่นี่หว่า... ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตขาวยับย่นลุกขึ้นตัวเบาจากเคาน์เตอร์พร้อมแก้วค็อกเทล เขาเดินวนซ้ายรอบเสาโรมันต้นเดิมก่อนจะเซเล็กๆไปทางขวา เดินตัดระเบียงและสวนอาหารไปอีกนิดน่าจะเป็นสระว่ายน้ำ เอ...หรือว่าต้องไปทางซ้าย?
ไม่ได้เรื่องเลยที่นี่ ไม่มีป้ายบอกทางเอาซะเลย มีแต่รูปกราบไหว้กับใครก็ไม่รู้บนไม้กางเขน รัศมีเปล่งแสงออกได้เรืองรองจนเขานึกว่าเป็นร็อกสตาร์ ในรูปมีคนชี้มือไปทางซ้ายและทางขวา เขาเชื่อใครดีนะเนี่ย.. เชื่อคนใส่เสื้อสีเขียวแล้วกัน..เขาเดินไปทางซ้ายและตรงไปเรื่อยๆ แสงอาทิตย์ยามเย็นโพล้เพล้สาดซัดเข้ามาเต็มที่สะท้อนกับผืนน้ำ เกล็ดระยิบของมันพริบพราวสง่า มีสองสามคนแหวกว่ายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาสอดส่ายสายตาหาเก้าอี้ริมสระที่ห่างไกลจากผู้คน อยากนั่งจิบเครื่องดื่มและมองสายน้ำยุบตัวขึ้นลงเท่านั้น แม้ว่ามันจะไกลจากที่จินตนาการไว้ก็เถอะ เสียงดนตรีจากบาร์ยังพอลอดแว่วมาให้ได้ยินแต่ก็เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในสายลมเท่านั้น เมื่อไรที่มีคนพูดคุยกัน..มันก็ถูกกลบไปได้โดยง่าย
บ้าจริง...เหมือนชีวิตเงินเดือนเขาไม่มีผิด!
ดื่มให้กับชีวิตการทำงาน!!
เขากระดกแก้วอีกครั้งแต่ไม่กล้ายกพรวดทีเดียวหมด เขาค่อยๆเล็มรสชาติของมันพลางมองสายน้ำเทียมในสระ จากหางตาเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าเก้าอี้ตัวถัดจากเขามีคนนั่งอยู่ด้วย สายตาที่เพ่งมาช่างจงใจเสียจริง...ราวกับว่าอยากให้เขาหันไปมองเสียให้ได้ แต่เขาไม่อยากจะหันไปเท่าไร...ถ้าเป็นเจ้าคนผมทองนั่นจะว่าไงล่ะ?
[Hey, c'mon and talk to me! I know you do see me now.]
"เฮ้...หันมาคุยกันหน่อยสิ ฉันรู้น่าว่านายเห็นฉันแล้ว"
สำเนียงฟิตเปรี๊ยะแบบนี้... มันพูดอะไรมาบ้างเนี่ย..ได้ยินว่าคุยๆหรือว่ามันยังไม่เคลียร์เรื่องเมื่อกลางวัน? ยังต้องคุยอะไรกันอีก? ไฟแช็กที่จุดให้ก็นอบน้อมจนไม่รู้จะยังไงแล้ว เขาต้องโดนหาเรื่องไปอีกนานแค่ไหน ชายหนุ่มผอมเพรียวชำเลืองมองกล้าๆกลัวๆไปที่ชายเก้าอี้ถัดไป มืดค่ำขนาดนี้แล้วยังใส่แว่นกันแดดอยู่ได้ ใบหน้าของอีกฝ่ายจ้องจดอยู่ที่เขาอย่างชัดเจน ตาฝาดไปหรือเปล่าที่เห็นหมอนี่กำลังยิ้มกระหยิ่ม หรือว่า...เจ้านี่ต้องการเงิน?
เขามีเสียที่ไหนล่ะ
[Talk?]
"คุย?"รักษาฟอร์มไว้สักหน่อย รอยยิ้มช่วยให้อะไรๆดีขึ้นไม่ใช่เหรอ นางงามเวทีไหนไม่รู้บอกว่ารอยยิ้มของเด็กๆสร้างโลก เขาแอบหวังว่ารอยยิ้มก็คงจะกู้ชีวิตเขาได้เหมือนกันถึงจะไม่ใช่เด็กก็เถอะวะ
"...................."
ร่างสูงชะงักไปสี่วินาที เขาสังเกตเห็นได้ว่าอีกฝ่ายลูบผมสีทองซีดอย่างเก้กัง อาฮะ..กำลังใจอ่อนใช่ไหมล่ะ? รอยยิ้มมันช่วยกู้โลกได้จริงๆ ฝรั่งคนนี้ดูมั่นใจในตัวเองน้อยลงแฮะ อย่างน้อยก็ไม่จ้องหน้าเขาอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนเมื่อกี้ เสียงกระแอมไอทุ้มต่ำของฝรั่งคนนี้ทำให้เขาหุบยิ้มกะทันหัน เงียบเพื่อหยั่งเชิง..มันจะอยากคุยอยู่หรือเปล่าหว่า?
แว่นกันแดดนั่นหันมามองเขาเป็นระยะๆ
[What's your name? Your goddam name?]
"นายชื่ออะไร? ชื่อของนายน่ะ..."
[Name?]
"ชื่อ?"
[Yeah..your name.]
"ชื่อของนายน่ะ.."ร่างสูงยื่นนิ้วมาจิ้มอกเขา โชคดีเป็นบ้าที่ไม่ได้เอานามบัตรลงมาด้วย มันอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทแพงระยับของเขา ไม่ผิดแน่..รอยยิ้มไม่ได้ช่วยอะไรเลยใช่ไหมเนี่ย เจ้าฝรั่งนี่ยังจะตามราวีเขาอยู่ดี..ถึงขนาดเอาชื่อแซ่ เอาไปค้นที่อยู่และตามไถเงินแน่ๆ คิดเข้าซีว่าจะทำยังไงดี ตอนนี้หมอนี่นั่งหันหน้ามาเผชิญกับเขาเต็มตัวแล้ว..ไม่ตอบไม่ได้แน่ ถ้าเขาลุกขึ้นไปเฉยๆมันจะผลักเขาตกสระเลยหรือเปล่า? หรือว่า..หรือว่า....
[My...name...G...D.]
"ฉัน...ชื่อ ...จี....ดี"เขาเหลือบไปมองเห็นผ้าขนหนูของโรงแรมที่พาดบนเก้าอี้อีกฟากหนึ่ง ผ้าขนหนูสีขาวของนักว่ายน้ำมาราธอนเมื่อครู่มีอักษรย่อของโรงแรมอยู่บนนั้น
จีดี..มันจะเชื่อไหม
[GD? A very strange name. Mine is Tempo.]
"จีดี? ชื่อแปลกดีนี่นายน่ะ ฉันเทมโป้"ชายผมทองชี้นิ้วกลับที่อกของตนเอง เขาฟังออกแค่ว่าเทมโป้ ชื่อแปลกกว่าจีดีอีก...คนอะไรชื่อเทมโป้ เทมโป้...เทมโป้...หรือว่าหมอนี่จะเป็นนักดนตรี? ภาษาอังกฤษที่ไม่เอื้ออำนวยของเขาทำให้ยากจะแกะว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไรตอนกลางประโยค เขามองหน้าอีกฝ่ายว่าอยู่ในอารมณ์ไหนแต่แว่นตาสีดำนั่นก็ไม่ช่วยบอกบ่งสักเท่าไร
[Like to drink margaritas, don't you?]
"...ชอบดื่มมาร์การิต้าเหรอไง?"
เขายกแก้วในมือขึ้นประกอบ เจ้านี่คือมาร์การิต้าใช่ไหม? หรือว่าอยากให้เขาไปสั่งมาให้อีกแก้ว บ้าน่า...บ๋อยเดินให้ว่อนริมสระน้ำทำไมต้องมาใช้เขาด้วยล่ะ ชายผอมเพรียวยื่นแก้วไปให้อีกฝ่ายแต่มือใหญ่ข้างนั้นยกขึ้นโบกปฏิเสธ รอยยิ้มหยักหยันขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
[No...I don't want your goddam margarita. Hey, I think it's not good to say..but...I think I kinda..like you?]
"ฉันไม่ได้อยากดื่มของนายหรอกน่า เฮ้...ฉันคิดว่ามันอาจจะดูไม่ดีนักแต่..ฉันคิดว่า...ฉันชอบนายว่ะ"มือใหญ่ข้างนั้นตบลงที่หน้าขาของร่างเพรียว แรงตบลงมาทำให้สะดุ้งได้ไม่น้อย ฟังคำพูดของอีกฝ่ายที่มาต่อกันเป็นพรืดแล้วได้แต่ทำตาปริบๆ แต่ว่าคอร์สภาษาอังกฤษราคาแพงไม่ได้ทำให้เขาขายหน้านัก อย่างน้อยก็ฟังออกหนึ่งคำและมันน่าจะเป็นใจความสำคัญ....รึเปล่า?
Like...
ชอบ...
หรือว่าหมอนี่เป็น...
เขาชักเท้าขึ้นเหนือพื้นและเตรียมจะลุกเดินหนี ซวยแล้วไหมล่ะ..แค่กระดาษตบหัวสามสี่แผ่นนี่ถึงขนาดจะต้องเสียตัวเลยเหรอ(วะ) ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองชายผมทองอย่างไม่เชื่อสายตา เห็นแมนๆไม่น่าเป็นกะเทย..แต่อย่างไงก็ขอหนีก่อนแล้วกัน ถ้าเป็นผู้หญิงน่ารักๆยังพอว่าแต่นี่...
[No is gay! No is gay!]
"ไม่เป็นเกย์...ไม่เป็นเกย์"เขาพูดออกไปอย่างมั่นใจด้วยน้ำเสียงห้าวสุดแรงเกิด ขอบคุณที่เหตุเกิด ณ ริมสระน้ำคนกำลังพลุ่กพล่าน ไหนจะบ๋อยและนักว่ายน้ำมาราธอนทั้งหลาย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเขาจะโวยวายให้คนทั้งสระหันมามอง ให้มันรู้ไปว่าจะโดนหักคอทิ้งน้ำตรงนี้ก็คอยดู
[No! I'm NOT gay! I'm just thinking we'll go along well...not in that way...I'm a hundred percent heterosexual man, OK?]
"ไม่ใช่..ฉันไม่ได้เป็นเกย์ ฉันแค่คิดว่าถูกชะตากับนายน่ะ ไม่ใช่เกย์..ฉันเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์โอเค้?"เสียงทุ้มใหญ่ของชายผมทองดังลั่นใส่หน้าเขา ดูท่าทางแตกตื่นเหมือนกับว่าเขาเอาน้ำร้อนไปราด คำว่าเกย์ดังเป็นพิเศษกว่าคำอื่น
..โน แปลว่า ไม่
..โน เกย์ ก็ ไม่เกย์
เขามองหน้าชายสวมแว่นอีกครั้ง สิ่งที่ต้องการจะบอกคือว่าไม่ได้เป็นเกย์ใช่ไหม? แล้วเข้ามาตีสนิทเพราะอะไรล่ะ? ชายร่างผอมเพรียวไม่กล้านั่งลงต่อ เขายืนถอยห่างออกมาจากร่างสูงหลายก้าวและพร้อมออกวิ่งได้ทุกเมื่อ ปลายมือของอีกฝ่ายยื่นค้างไว้ในอากาศ ท่าทางเหมือนจะเข้ามากระชากคอเสื้อ
[Sit down and talk, can we? I just wanna talk to you, isn't it wrong? Sit down..c'mon dude?]
"นั่งลงและคุยกันได้ไหมล่ะ? ฉันถูกใจอยากคุยกับนายไม่ได้เหรอไง? นั่งลงเถอะน่าพรรคพวก"ร่างสูงตบเก้าอี้และพูดย้ำซ้ำๆว่านั่งลง ชายผมทองทิ้งตัวลงเก้าอี้อย่างระมัดระวังพลางจ้องหน้าสบตากับเขา มือใหญ่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายชูไว้ในอากาศเหมือนยอมแพ้ เขาลากเท้าถอยห่างออกมาเล็กน้อย ตอนนี้เขาจะวิ่งหนีออกไปก็ได้..รีบวิ่งขึ้นบันไดหรือไปที่ฟร้อนท์ อะไรก็แล้วแต่...ที่ไม่ต้องอยู่ตรงนี้แต่เขาไม่ทำ ชายร่างผอมเพรียวเขยิบกล้าๆกลัวๆไปที่เก้าอี้ นั่งลงอย่างหมิ่นเหม่..เขาเม้มริมฝีปากแน่น
ทำไม?
[OK...GD I just feel like to find someone to talk to and...just you and I think we have possibilities to get along well.]
"โอเค...จีดี ฉันก็แค่อยากจะหาเพื่อนคุยสักคนแล้วก็แค่นายกับฉันน่าจะเข้ากันได้ดี"
[No gay!!!]
"โนเกย์!!!"
[Hell yes, no one is gay here.]
"ใช่ๆ ..ไม่มีใครเป็นเกย์หรอกน่า"
[No gay!!!]
"โนเกย์!!!"
[O..Jesus! Kill me with that. I ALREADY told you no one here is gay. GD..you!]
"โอ..จีซัส ให้ตายเหอะก็บอกแล้วว่าไม่มีใครเป็นเกย์ จีดีนายนี่มันน่านัก..."
[I has a woman.]
"ฉันมีผู้หญิงคนหนึ่ง"เขาลองพูดเป็นเชิงปราม หวังว่าหมอนี่จะเข้าใจว่าเขาเป็นผู้ชายทั้งแท่งและมีแฟนแล้ว ชายหนุ่มสวมแว่นเงียบลงเหมือนกำลังครุ่นคิดเรื่องใหญ่ จีดีนึกถึงหน้าหล่อนขึ้นมาทันที...ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่นะ? จะช่วยดูแลบูอิกของเขาให้หรือเปล่า..หรือว่าเอามันไปขายแล้ว ห้องล่ะ?...ตะบองเพชรสามกระถางนั่นต้องรดน้ำหนึ่งแก้วทุกเดือน..ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วด้วย
[...Sounds interesting, huh? What's about your girl...what does she look like?]
"...น่าสนใจนี่ สาวน้อยของนายน่ะ หน้าตาเป็นไงล่ะ?"
[Very love. We live two. She is pretty. But...my work...bad.]
"รักมาก..เราอยู่ด้วยกัน เธอน่ารัก แต่...งาน...ฉันแย่"
[Aha. Let me guess. You're really down with your goddam salary man's life and your little bird would fly away if your work continue to go down like hell, huh?]
"อาฮะ..ให้ฉันเดานะนายไม่รุ่งกับชีวิตเงินเดือนใช่ไหมแล้วสาวน้อยของนายก็กำลังจะตีจากถ้าอนาคตของนายยังต๊อกต๋อยต่อไป?"ร่างสูงกลอกตาขึ้นมองท้องฟ้า "ฉันจะบอกให้นะว่านารีกับเงินตรามันมาและก็ไปด้วยกัน ถ้านายไม่มีเงิน นายก็ไม่ได้สาวมากอด..แต่ถ้านายเผลอ...ทั้งเงินและผู้หญิงก็ทำนายเจ๊ง"[I'm gonna tell you one thing, dude, pussy and money are stick together. If you broke, you have no girl...but if you weren't in control, both of them drag you to the bloody hell.]
ทั้งสองคนนั่งเงียบนิ่งในเงางัน รอบกายสองชายหนุ่มเริ่มสลัวแสง ผมสีฟางในแสงสุดท้ายช่างเหมือนกับกลุ่มหญ้าแห้งเส้นละเอียด ไฟในสระส่งสีเขียวเรืองอมน้ำเงิน มันดูเหมือนอัญมณีแวววามแต่เหลวใสจนแหวกว่ายได้ ชายผมสีน้ำตาลมองดวงไฟในสระ มองคลื่นกระทบหินเปียก เขาฟังไม่ออกหรอกว่าเจ้าฝรั่งนี่พูดอะไร..เขาฟังออกแค่คำสองคำ น่าแปลกที่เขารู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้ เขาปวดหน่วงๆที่หัวตาและรู้สึกร้อนผ่าวที่สองเบ้า เขาเป็นบ้าอะไรไปแล้ว..ทำไมต้องเล่าเรื่องเธอคนนั้นให้หมอนี่ฟัง เล่าด้วยภาษาอังกฤษไม่ปะติดปะต่อ..เล่าไปแบบโง่ๆแต่เจ้าฝรั่งกลับทำสีหน้าเข้าอกเข้าใจ
เพียงแค่นั้นก็เข้าใจแล้วหรือไง?
กระดาษสีขาวปึกใหญ่ส่งมาทางเขาด้วยมือเรียวยาว ชายร่างผอมเงยหน้าขึ้นมองแต่ภาพที่เห็นกลับขุ่นมัว แต่เขาก็รับกระดาษทิชชูพวกนั้นมาถือไว้ เรียวนิ้วงัดมันขึ้นมาสองแผ่นก่อนจะซับที่หัวตา
บ้าชะมัด..เขาร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไร
[Sorry, guy. I have no handkerchief right now. Here the best I could find here, some stink tissue papers. Actually...I want to lend you my chest...but I betcha will say it's very gay.. So I...]
"โทษทีนะ ฉันไม่พกผ้าเช็ดหน้ามา ที่หาได้ก็คือแค่กระดาษริมสระนี่แหละ อยากจะให้ยืมอกเสื้ออยู่หรอกแต่เดี๋ยวนายหาว่าเป็นเกย์ ฉันเลย..."ชายร่างสูงยกมือขึ้นจัดทรงผมสีฟางอย่างลวกๆ แว่นดำในความมืดสะท้อนเพียงไฟจากริมสระ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากจะซ่อนเร้นใบหน้าของผู้พูดไว้
[Thanks.]
"ขอบใจ"
เขาพึมพำออกไปได้แค่นั้น อีกฝ่ายเบือนหน้าไปทางอื่น เขามองเห็นแค่เสี้ยวแก้มในแสงเลือน ร่างสูงเสียงดังที่คอยหาเรื่องเขานิ่งงัน ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ชายผมทองหันมามองเขาอีกครั้ง...ในที่สุดรอยยิ้มเล็กๆก็โปรยปราย ชายที่อ้างชื่อว่าเทมโป้ยิ้มได้หวานสะเด็ด.. เขานั่งอยู่ตรงนั้นและใช้กระดาษของโรงแรมข้างสระเช็ดน้ำตาปอย มันไหลออกมาเรื่อยปานว่าเขาลืมปิดก๊อกที่สนามหน้าบ้านแต่เขาไม่ได้สะอึกสะอื้นจนน่าสมเพช..มันเพียงแต่ไหลออกมาเฉยๆ เช็ดน้ำตาแล้วก็ร้องไห้..
[I want you to go with me...to see this.]
"ฉันอยากให้นายไปดูนี่กับฉัน"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น มือใหญ่ของอีกฝ่ายยื่นกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีสันแสบตามาทางเขา ร่างผอมขยี้ตาเพื่อมองให้ชัด สีส้มอมเหลืองและรูปมาทาดอร์กำลังโบกผ้าแดง..นี่คงไม่ใช่ตั๋วดูสู้วัวกระทิงที่เลื่องชื่อของที่นี่หรอกนะ? เขามองหน้าเจ้าฝรั่งสวมแว่นกันแดด รอยยิ้มนั่นก็ดูเป็นมิตรดี..
เอ๋...นะ..นี่..ไม่ใช่ที่เรียกว่า...เดท..หรอกใช่ไหม?
[No gay.]
"โนเกย์"เขาพูดไปปนสะอื้นไป ไม่รู้ว่าอะไรยังไงเขาท่องสองคำนี้ไว้ขึ้นใจ
ชายชื่อเทมโป้ยกมือขึ้นตบหน้าผากดังป้าบพลางบ่นภาษาอังกฤษเร็วปรื๋อ มือใหญ่ยกค้างไว้อย่างนั้นก่อนจะเหลือบมองเขา ชายผมทองยื่นตั๋วมาตรงหน้าอีกครั้งเหมือนจะรอให้เขาตัดสินใจ..
[C'mon. Go with me. I never ever beg anyone like this since I was born. Go with me, huh?]
"ไปกับฉันเถอะน่า..นี่ตั้งเกิดมาฉันยังไม่เคยขอร้องใครขนาดนี้เลยนะ ไปกับฉันเถอะจีดี"คิ้วหนาหยักขึ้นเป็นเชิงถาม เทมโป้..คนที่ดูน่ากลัว..ดูคุกคามเป็นภัยประเทศชาติ ...ท่าทางเหมือนเกย์แต่ยื่นกระดาษให้เขาซับน้ำตา...และยิ้มหวานสะเด็ด เขาชั่งใจอยู่นาน..นานพอที่เจ้าฝรั่งจะเมื่อยแขน
[No gay.]
"โนเกย์"
[OK. No gay absolutely. It gonna be a macho trip of the goddam true men. A trip of bloody macho, OK?]
"โอเค โนเกย์ก็โนเกย์...มันจะเป็นการเที่ยวระหว่างลูกผู้ชายแมนๆสองคน การเที่ยวแบบแมนๆโอเค้?"
[No gay.]
"โนเกย์..."
[GD. If you say it again...just once, I will rape you here, OK?]
"จีดี..ถ้านายพูดคำนี้อีกคำ..ฉันปล้ำนายแน่โอเค้?"
.
.
เขาหัวเราะและหยิบตั๋วมาหนึ่งใบ..
+++
.
แดมน์...ข้างห้องหนีบอีหนูมาอีกแล้ว โรงแรมก็ออกจะดีทำไมผนังถึงบางนัก เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงฉีกพลาสติก..โอเค..เขาอาจจะคิดไปเองมั่งแต่เสียงครางบ้าๆนั้นไม่ได้คิดไปเองแน่นอน เสียงกึงๆของเตียงสปริงเก่าเส็งเคร็งยิ่งช่วยให้เขานอนไม่หลับ ร่างสูงลืมตาโพล่งก่อนจะยื่นมือไล่ไปตามหัวเตียงเพื่อหยิบนาฬิกา เข็มสั้นชี้ที่เลขเก้าอย่างหมิ่นเหม่ ...ให้ตายเหอะนี่เก้าโมงเช้าหรือว่าแปดโมงกันแน่ เขานัดมนุษย์เงินเดือนไว้ตอนบ่ายโมงตรง ยังมีเวลานอนอีกหลายชั่วโมง
..มันราบรื่นไปหรือเปล่านะ?
มันง่ายไปหรือเปล่า?
พระเจ้า...หรือมันสองทุ่มไปแล้ว???
เทมโป้ดีดหลังจากที่นอนและลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างโรงแรม เขามักจะเลื่อนม่านปิดไว้เสมอแต่ตอนนี้ร่างสูงขวนขวายจะเปิดมันจนมือสั่น แสงแดดทะลุลงมาผ่านกระจกกรอบไม้โบราณบานแคบ ภาพผู้คนเดินชมจัตุรัสเป็นพยานยืนยันได้ดีว่าเขาตื่นเช้า เทมโป้ถอนหายใจก่อนจะทรุดตัวลงนอนที่เตียงหนาอีกครั้ง บ้าชะมัด..กะไอ้แค่ไปดูวัวกระทิงกับมนุษย์เงินเดือน ถ้ามันเลยเวลาไปแล้วก็ไปดูรอบใหม่ก็ได้นี่หว่า มันเปิดแสดงให้ดูเกือบทุกวันนั่นแหละ เขาลูบผมสีฟางบนศีรษะ.. ถ้าเขาผิดนัดแล้วเจ้านั่นจะยอมไปกับเขาอีกเหรอ
ไม่มีทาง..
เทมโป้เลียริมฝีปากแห้งแข็งของตน สงสัยว่าจะดื่มจัดไปหน่อย..กินอาหารเช้าบ้างก็คงจะดี เขายกหูโทรศัพท์และสั่งอาหารกับรูมเซอร์วิส อีกไม่เกินสิบห้านาที บริกรหน้าตาที่ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแต่ดันมีหนวดจะโผล่มาเสิร์ฟเขา ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงและมองท้องฟ้าที่แจ่มใสเหมือนคนเอาสีฟ้าไปทาไว้อย่างบ้าคลั่ง
เขายิ้มก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
+++
.
"นายอยากจะแลกกับฉันหรือเปล่า?"
"เฮ้...นี่ถามฉันมาเกือบจะสิบแปดรอบได้แล้วนะ ฉันอยู่ได้น่า..จะได้เที่ยวด้วยไง"
"ไม่คิดถึงแม่สาวบูอิกของนายเหรอ?"
"เธอรอฉันได้เสมอน่า"
"โอเค..ระวังไอ้ฝรั่งนั่นด้วยล่ะ"เพื่อนของเขาพูดแทงขึ้นมาราวกับรู้ว่าวันนี้เขาจะออกไปเที่ยวกับฝรั่งคนนั้น จะว่าไป..เขากำลังอ่อนไหวเลยตอบรับไปแบบไม่รู้เรื่อง..ถ้ามันเกิดเป็นกลลวงของเจ้านั่นล่ะ ลวงเขาไปฆ่าชิงทรัพย์หรือว่าเค้นความลับของบริษัท? ตายห่ะ..เขาหน้าซีดขึ้นมากะทันหัน สายตาเฉียบของเพื่อนเพ่งเล็งสีหน้าเขาอย่างใกล้ชิด
"นี่นายไม่ได้ทำอะไรโง่ๆลงไปนะ?"
"เฮ้ย..ไม่หรอกน่า ฉันระวังตัวดี"กระดาษทิชชู่พวกนั้นไม่น่าจะโกหกเขานะ..
"แน่นะ?"
"เครื่องออกสิบโมงไม่ใช่เหรอวะ เอ้า..เอาของขึ้นแท็กซี่ได้แล้ว"ชายร่างผอมเฉไฉไปยกกระเป๋าเดินทางของเพื่อนขึ้นท้ายรถ เพื่อนเขาช่วยยกด้วยแต่ยังตีสีหน้าเคลือบแคลงใจ เขาปิดกระโปรงรถลงและรีบเปิดประตูรุนหลังให้เพื่อนขึ้นไปนั่ง สายตาสงสัยเต็มอัตราส่งตรงกลับมา เพื่อนของเขาตั้งท่าจะเปิดประตูออกมาอีกครั้งด้วยความดื้อดึง
"ฉันว่านายกลับไปด้วยกับฉันดีกว่า ยังไงก็ต้องส่งเรื่องไปที่บริษัทอยู่ดี"
"ใจเย็นก่อนสิ ถ้าเขาต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือว่าคำอธิบายอย่างรวดเร็วทางนี้จะสะดวกกว่า นายกลับไปเถอะน่า..แล้วฉันจะรีบตามไป"เขาปิดประตูรถลงอย่างหนักแน่นและหันไปเร่งเคาะกระจกด้านคนขับ รถแท็กซี่กลางเก่ากลางใหม่สตาร์ทตัวฉิวออกไปจากหน้าโรงแรม หน้าเพื่อนขาวๆแนบกับกระจกเพื่อมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ขอโทษนะเพื่อนแต่ยังไงก็พูดออกไปไม่ได้..
ชายร่างผอมตบตั๋วกระดาษในกระเป๋าเสื้อก่อนจะถอดถอนหายใจ
+++
.
สายตาของเขาจับจ้องที่ขาอ่อนแม่สาวแคริบเบี้ยนมานานแล้ว สายตาเย้ายั่วใต้แผงขนตาหนาเตอะของหล่อนก็ดูจะถูกใจเขาอยู่ไม่น้อย ผิวสีแทนเนียนสวยกับริมฝีปากบางเฉียบ เขาจินตนาการเวลาที่มันกำลังระเริงอยู่กับ.. หล่อนยักคิ้วและโยนสายตาไปที่คุณลุงหนวดเฟิ้มที่นั่งถัดไป ..นั่นพ่อหรือสามี? เขาแยกไม่ออกแต่เข้าใจดีว่าตราบใดที่นายหนวดยังนั่งอยู่ตรงนี้ เขาไม่ได้แอ้มหล่อนแน่ ทำได้แต่เพียงกลอกตาขึ้นมองฟ้าและจิบมาร์การิต้าต่อไป ลิ้นบางของหล่อนเลียเรียวปากด้วยความเสียดาย..โธ่สาวน้อย..เขาเองก็เสียดาย
ทันใดนั้นกรอบสายตาของเขาก็ถูกบดบัง ชายผอมเพรียวในชุดเสื้อโปโลสีขาวบางกับกางเกงสีกากียืนตรงหน้าเขา ผมที่เคยลงเจลเสียแข็งตอนนี้มันปลิวสลวยล้อมกรอบใบหน้า เขาจ้องมองมนุษย์เงินเดือน ตาตี่ ตัวเตี้ย สูทเทาเมื่อวานจนลืมเชิญให้นั่ง เสื้อโปโลสีขาวสไตล์แบบนี้เหมือนของลาคอสแต่เขาไม่ยักเห็นจระเข้ประสาทเสียแปะบนอกเสื้อ เขาเคยรู้จักใครนะที่ชื่นชอบเสื้อโปโลของจระเข้พิลึกตัวนี้? รองเท้าลำลองง่ายๆหนังน้ำตาลดูนุ่มใส่สบาย
...ข้อเท้าเล็กจังแฮะ
[Good morning?]
"สวัสดีตอนเช้า?"มนุษย์เงินเดือนทักทายเขาด้วยภาษาอังกฤษ พอเป็นคำง่ายๆล่ะพูดชัดเชียวนะ
[Hi, well..sit down?]
"ไฮ..เอ่อ..นั่งก่อนสิ"เขาเหลือบมองสวอชทองคำขาวเพื่อดูเวลา เพิ่งจะสิบเอ็ดโมงเช้าแต่พวกเขาสองคนดันมานั่งรอที่ล็อบบี้เป็นหัวตอเสียแล้ว มนุษย์เงินเดือนวันนี้ดูสดใสกว่าเมื่อวาน หน้าไม่โทรม เสื้อไม่ยับ ไม่ร้องไห้เหมือนญาติเสีย บนโลกนี้เขาเกลียดสุดๆคือหน้าร้อนและผู้ชายร้องไห้ อยากจะบ้าตายซะให้ได้พอมันมาเจอกัน เทมโป้ขยับแว่นตาเรย์แบนตัวโปรดให้อยู่กับที่ เขามองร่างเพรียวบางที่นั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้าม วันนี้อากาศดี..หมอนี่คงจะไม่ร้องไห้อีก...ใช่ไหม?
มนุษย์เงินเดือนดูหยุกหยิกและลุกลี้ลุกลน มือเรียวนั่นหยิบตั๋วดูสู้วัวกระทิงยื่นกลับมาให้เขา โอไม่นะ...คงไม่ได้หมายความว่า..
[I no go. Excuse me.]
"ฉันไม่ไป ..ขอโทษ"
[Why?]
"ทำไม?"
[I no go. Excuse me, excuse me.]
"ฉันไม่ไป ขอโทษ ขอโทษ"
[Problem is not that but why the hell on earth you don't go with me? ...Have I ever told you that it's ‘NO GAY'?]
"ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขอโทษแต่มันอยู่ที่ว่าทำไมนายไม่ไปกับฉันต่างหากเล่า ...ก็ฉันบอกแล้วไงว่าโนเกย์"
[Yes. Yes. No gay. No gay.]
"ใช่ๆ โนเกย์ๆ"
[Damn no gay but why you don't go?]
"โนเกย์แล้วทำไมไม่ไป?"
เจ้ามนุษย์เงินเดือนไม่ตอบเขา ดวงตาเรียวเล็กของเจ้านี่จ้องมองที่ดอกไม้บนโต๊ะเตี้ยด้านหน้า เขาอยากจะยกมันเขวี้ยงทิ้งเสียจริงแต่ทำอย่างนั้นมันไม่มืออาชีพเอาซะเลย ร่างสูงกอดอกอดทนรอคำตอบจากอีกฝ่าย เขาไม่ยอมรับตั๋วใบนั้นจนกว่าจะได้คำตอบ
[GD?]
"จีดี?"
[I...I.]
"ฉัน...ฉัน"
[If it ended like this, then go for a walk with me.]
"ถ้าอย่างนั้นไปเดินเล่นกับฉัน.."เขาวางแก้วค็อกเทลลงกับโต๊ะและลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เดินเล่นน่ะ เดินเป็นไหม? อย่าบอกว่านะว่าไม่ได้..นายรู้ไหมว่าจะเป็นยังไง?"[A walk? Can you walk? Don't tell me you can't. Do you know what it gonna be?
เทมโป้ลุกขึ้นยืน รู้สึกตัวว่าแม่สาวแคริบเบี้ยนจ้องเป๋งมาทางเขาแต่ให้ตายเหอะ...มันอดรนทนไม่ไหวจริงๆกับเจ้ามนุษย์เงินเดือนนี่ เขากระชากตั๋วใบนั้นจากมือของร่างเพรียวและยัดมันลงไปในกระเป๋าเสื้อโปโลนั่นเหมือนเดิม เขาฉุดข้อมือของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นตาม สีหน้าเหรอหราของหมอนี่ก็ขอทีเถอะ ข้อมือเล็กๆของหมอนั่นพยายามจะขัดขืนแต่ขอโทษเถอะคิดว่าคนอย่างเทมโป้จะแพ้แรงของมนุษย์เงินเดือนหรือไง?
[No GAY!!!]
"โนเกย์!!!"
พระเจ้าช่วย...คนทั้งล็อบบี้คงนึกว่าพวกเขาสองคนกำลังเล่นเรื่อง ‘รักเน่า...ชาวเกย์' อยู่แน่ๆ แม่สาวแคริบเบี้ยนเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเรียบร้อย อดแอ้มขาอ่อนสีแทนนั่น..ชิท เจ้านี่ตะโกนคำว่าเกย์ออกมาได้เสียงดังดีเป็นบ้าและทำสีหน้าราวกับจะถูกยัดเยียดความเป็นสามีเสียตรงนี้ เทมโป้รู้สึกว่าจะต้องเพิ่มสิ่งที่เขาเกลียดสุดๆเข้าไปอีกสักหนึ่งอย่าง
[Simply go or being raped right here, huh?]
"ไปเดินดีๆหรือว่าจะเป็นเกย์มันตรงนี้..ห๊า?"
ได้ผล..
อีกฝ่ายเงียบและจ้องเขาเขม็ง หรือว่าต่อมภาษาอังกฤษเกิดดีขึ้นมากะทันหัน แต่อย่างไรก็ช่างมัน เขาจูงกึ่งลากร่างผอมนั่นออกมาจากล็อบบี้และเดินมุ่งหน้าไปที่จัตุรัส ทางเดินหินหยาบแกะสลักงานศิลปะเถื่อนไว้เต็มแต่เขาไม่มีเวลาจะจ้องดูมันทุกแผ่น คนที่เขาลากออกมาจากโรงแรมนิ่งเงียบและไม่ขัดขืน มนุษย์เงินเดือนเดินตามเขามาแต่โดยดี...มันชักจะแปลกๆอยู่หรือว่า..กำลังร้องไห้?
เปล่า..มนุษย์เงินเดือนไม่ได้ร้องไห้แต่กลับจ้องมองปลายเท้าของตนเองราวกับมีเรื่องน่าสนใจหนักหนาอยู่บนรองเท้า เทมโป้หยุดเดินและหันกลับมามองร่างเพรียว สายลมจากช่องอุโมงค์พัดผ่านเส้นผมสีน้ำตาลนั่นให้ปลิวระใบหน้า เขาจะปักใจอะไรกับมนุษย์เงินเดือนตัวจ้อยนี่นักหนา จีดี...จีดี...จีดี...เขานึกท่องชื่อหมอนี่ไว้ในใจพอดีกับอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตา
[Hurt.]
"เจ็บ.."
[If I free your hand, you'll run away from me, right?]
"ถ้าปล่อยมือนายก็จะวิ่งหนีฉันน่ะสิ ถูกไหม?"
ชายผอมบางขมวดคิ้วไม่เข้าใจแต่ที่แน่ๆ เทมโป้ไม่มีทางปล่อยมือ ชายหนุ่มผมสีฟางกระชับข้อมือนั่นไว้ในอุ้งมือก่อนจะเดินหลบเข้าไปในอุโมงค์โล่ง หัวสิงห์และลายเถาองุ่นดูโรแมนติกและจะโรแมนติกมากกว่านี้ถ้าเขามากับแม่สาวแคริบเบี้ยนเมื่อครู่
[You know what? It's you ruined my chance to ‘get' her.]
"นายรู้ไหมว่าทำให้ฉันอดแอ้มสาว?"
[‘Get'?]
"แอ้ม?"
[Hell yes...the same meaning with ‘fucking'.]
"เออ...ความหมายเดียวกับอึ๊บนั่นแหละ"เขาพูดปัดอย่างอารมณ์เสีย ให้ตายเหอะ..มนุษย์เงินเดือนจะหนูน้อยอนุบาลไปถึงไหน ความตระหนกฉายชัดบนใบหน้าของจีดี ไอ้คำหยาบภาษาอังกฤษคำนี้เนี่ย..จำแม่นจังนะ...ไม่ว่าชาติไหนๆ เทมโป้อดยิ้มออกมาไม่ได้ทั้งที่อารมณ์ไม่ดี
[No gay!]
"โนเกย์"
[Darn NO GAY! If I let you go, will you stay?]
"เออๆ..โนเกย์ ถ้าฉันปล่อยมือ นายจะหนีหรือเปล่าล่ะ?"
ถามไปก็เท่านั้น..เทมโป้กุมมือให้แน่นขึ้น เขาเหลือบมองนาฬิกาสวอชทองคำขาว เที่ยงยี่สิบเจ็ด.. จากตรงนี้ไปที่ลานแข่งก็ไม่นานเท่าไร เดินไปเรื่อยๆก็ถึงเอง อากาศก็เป็นใจแบบนี้ด้วย...
ไม่มีใครปฏิเสธเทมโป้ได้
[Let's go.]
"ไปกันเถอะ..."เขาควักตั๋วของเขาออกมาให้อีกฝ่ายดู ร่างเพรียวแข็งขืนขึ้นมาทันที มนุษย์เงินเดือนฝืนยืนนิ่งไม่ยอมเดินตามเขาเหมือนเมื่อครู่ เทมโป้หันมองชายร่างเพรียวบางในเสื้อโปโลขาวสะอาดตา เขาลดแรงบีบลงและสบตากับอีกฝ่ายนิ่ง เขากระชับมืออีกครั้ง..นิ่มนวลทว่าหนักแน่น ร่างเพรียวท่าทางอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี..เพราะยังไงจีดีก็ไม่เข้าใจกำแพงของภาษา เขาใช้นิ้วโป้งไล้วนหลังฝ่ามือของอีกฝ่าย ยิ่งกว่าขอร้อง ยิ่งกว่าอ้อนวอน เทมโป้พยายามสัมผัสอย่างแผ่วเบา..หวังว่ามนุษย์เงินเดือนจะรับรู้และเข้าใจเขา ผิวของเจ้าจีดีทำไมถึงได้เนียนมือนักก็ไม่รู้ เขาลูบไล้เชื่องช้า.. ริมฝีปากของอีกฝ่ายเม้มลงแน่นและไม่ได้ฝืนข้อมืออีกต่อไป
[Come with me...please? ...With me?]
"ไปกับฉัน..นะ ไปกับฉัน?"
.
.
ชายในชุดปักเลื่อมรัดติ้วสีครีมโบกผ้าแดงด้วยลีลาประทับใจ มืออีกข้างถือแท่งเล็กปลายแหลมไว้สามด้าม วัวกระทิงตัวมหึมาเขาโง้วสีดำทมิฬกระเหี้ยนกระหือรือจะพุ่งขวิด ชายร่างม่อต้อหรือที่เรียกกันว่า มาทาดอร์ หลบได้อย่างพลิ้วไหวปานกำลังเดินบนแคตวอล์ก ดินแดงข้างล่างฟุ้งตลบเพราะแรงกระทืบของเจ้ากระทิงกลัดมัน เขาหมุนแหวนบนนิ้วขณะที่นั่งมองการต่อสู้เบื้องล่าง จากหางตา..มนุษย์เงินเดือนยกมือขึ้นปิดหน้าขณะที่รอบกายมีแต่เสียงโห่เชียร์มาทาดอร์ มีบ้างที่ดวงตาเรียวเล็กมองลอดออกมาจากง่ามนิ้วแต่ไม่นานมันก็ปิดลงเหมือนเดิม ชายผมทองดึงมือคู่นั้นออกจากกัน จีดีมีสีหน้าตระหนกพอๆกับตอนที่ได้ยินคำว่า แอ้ม
[Watch it, man. That's why we bought tickets.]
"นายต้องดูสิ ไม่งั้นจะซื้อตั๋วมาทำไม?"
[No good. Cow hurt.]
"ไม่ดี วัวเจ็บ"
[No, it died with the glory. You know, the cool matador could kill it right away in the first bar. One bar, bang! Isn't it cool?]
"มันตายด้วยเกียรติยศเชียวนะ นายรู้ไหมว่ามาทาดอร์ที่เก่งๆน่ะจะแทงให้กระทิงหยุดลงในไม้เดียว ทีเดียวจอดน่ะ..เจ๋งไหม?"
อีกฝ่ายไม่ตอบเขาแต่เริ่มจ้องลีลาของมาทาดอร์ตัวม่อต้อข้างล่างนั่น ผ้าแดงปลิวสะบัดตามข้อมือของเจ้าของ เหล็กแหลมแท่งแรกทิ่มลงที่โหนกสันไหล่ของวัว เลือดสีแดงเข้มพุ่งออกมาเป็นสายตอนที่มาทาดอร์ย้ำรอยเดิม จีดีอุทานออกมาและเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ชายร่างผอมตะโกนขึ้นมากลมกลืนกับคนรอบข้างเมื่อมาทาดอร์ใช้เหล็กแหลมแท่งสองเสียบอีกด้านหนึ่ง ชั่ววูบที่เขาโง้วของกระทิงหวิดสะโพกไป มนุษย์เงินเดือนปรบมือเสียงดังเมื่อเหล็กที่สองล้มเจ้ากระทิงลงได้
[Isn't it no good...'cow hurt'?]
"ไหนว่า..ไม่ดีไง วัวเจ็บ?"
ชายผมน้ำตาลหันมามองเขาวูบเดียวก่อนจะเทความสนใจไปที่สนามอีกครั้ง มาทาดอร์คนใหม่ในชุดเขียวเดินเข้ามาพร้อมกับลีลาร้อนแรง เทมโป้รู้สึกว่าพวกที่ใส่ชุดแบบนั้นได้ต้องมั่นใจในไอ้หนูของตัวเองพอสมควร ..จะให้ยัดมันทุกวันก็ดูไม่เนียนใช่ไหมล่ะ? เขามองไปที่มาทาดอร์ชุดเขียวพลางประเมินอยู่ในใจ
...ก็ไม่เท่าไร
เขาหันมองมนุษย์เงินเดือนอีกครั้ง
..จะสักเท่าไร?
จีดีสบตากับเขาอย่างบังเอิญ เรียวปากมีรอยยิ้มเล็กๆแต่งแต้มไว้ เขานึกขอบคุณที่ตนเองสวมแว่นตากันแดดสีดำ มนุษย์เงินเดือนดูมีความสุขดี............ดีจนล้น
[Want to see?]
"อยากดูไหม?"
เทมโป้แทบสำลักเบียร์ที่ซื้อติดมือเข้ามา......หรือว่าเจ้าตาตี่นี่มีพลังจิตล่วงรู้สิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ บ้าน่า..ถ้าเป็นเรื่องจริงจะรีบเสนอให้เขาดูเลยเหรอ?
ไหนว่าโนเกย์?
[Well...ur...if it's possible..but it's alright? ..I'm a little bit interested in...ur..actually I want to see it.]
"...ถ้านายเอ่อ..ไม่ขัดข้องแต่ว่ามันจะดีเหรอ..ฉันก็อยากดูนะ ...คือฉันอยากดูน่ะ"
จีดียื่นมือถือให้เขาดู บนหน้าจอเป็นรูปผู้หญิงกับรถยนต์เก่าๆคันหนึ่ง เขามองรถสีฟ้าที่กินเนื้อเกินครึ่งของรูปภาพ...บูอิก? ส่วนผู้หญิงโผล่ติดกล้องแค่ครึ่งตัวกับมือข้างเดียว สีหน้าของเจ้าหมอนั่นหมองๆตอนที่ยื่นให้เขาดู นี่น่ะเหรอ..แฟนสาวของนาย?
[Your girlfriend?]
"แฟนของนาย?"
[My woman.]
"ผู้หญิงของฉัน"
เทมโป้ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป เขาหันกลับไปมองเกมข้างล่างนั้น วัวกระทิงม่องหงายพะงาบไปตั้งแต่ไม้แรกแสดงว่าเจ้าเสื้อเขียวเนี่ยก็เก่งน่ะสิ จีดีถ่ายรูปตอนกระทิงล้มไว้ด้วยกล้องมือถือ ดูท่าทางจะชอบใจเจ้าเสื้อเขียว เขาคิดถูกหรือคิดผิดที่พามาดู...ถ้าเกิดไปคลั่งไคล้เจ้าเสื้อเขียวนั่นเขาก็แย่น่ะสิ..
เวรแล้วไง..เขาจะแย่เรื่องอะไรล่ะ
+++
.
ผู้ชายตัวโตที่นั่งข้างๆเขาไม่ได้พูดอะไรมาเกือบชั่วโมงแล้ว เขานี่ก็บ้าจริง..ดันหลวมตัวมานั่งดูกีฬาโหดร้ายแบบนี้ได้ อุตส่าห์ให้ดูรูปสุดที่รักของเขาสีฟ้าสวยหยดแบบนั้นไม่เข้าตาบ้างหรือไงนะ พอดูแล้วทำหน้าเจื่อนๆเหมือนว่าเขาบังคับให้จูบก้นวัว หรือว่า...บูอิกของเขารุ่นนี้มันเชยสะบัด? ไม่น่าจะใช่...เวลาเขาขับไปท้องถนนทีไร ทุกคนจะต้องมองเป็นตาเดียวโดยเฉพาะฝรั่งตัวโตจะต้องมาขอซื้ออยู่ร่ำไป เขานึกว่าเทมโป้จะกระตือรือร้นถามเขาเรื่องรถเสียอีก
ถือว่านายคนนี้ตาไม่ถึงแล้วกัน..
ชายร่างผอมบางชักจะเชียร์ไม่สนุก คนข้างๆเอาแต่เงียบสนิท ท่าทางไม่ให้เลยว่าจะเงียบได้เกินสิบนาที เสื้อแจ็กเก็ตสูทสีเทาเข้มแบบที่เขาชอบ..อยากรู้ว่าสั่งตัดได้ที่ไหน แต่คิดไปคิดมา..ราคาคงไม่ใช่ระดับที่เขาซื้อได้ง่ายๆ เขามองนาฬิกาสีเงินสายหนังของอีกฝ่าย ขนาดมองไกลๆประกายยังทิ่มตาขนาดนั้น สร้อยคอร้อยแหวนสีเงินวาววามสลักคำว่าอะไรก็ไม่รู้...เขาอ่านไม่ออก เสื้อเชิ้ตตัวในเนี้ยบแน่นจนถึงกลีบ เขามองกระดุมทองที่แขนสูท มันเป็นตัวซีหันหลังชนกัน เขาเคยเห็นไอ้หน้าตาอย่างนี้ที่ไหนกันล่ะนี่?
[GD...]
"จีดี..."
เขาหันมองตามเสียงเรียก ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกผิดนิดๆที่โกหกเรื่องชื่อแต่เพื่อความปลอดภัย ไม่อยากจะเปิดเผยไปมากกว่านี้แต่ก็ไม่อยากจะรู้สึกแย่นิดๆหน่อยๆ ชายหนุ่มผมสีฟางยื่นซิก้าร์มาให้เขา
[Wanna try?]
"สูบหน่อยไหม?"
[No. No.]
"ไม่ๆ"
เขาอยากจะบอกว่าเขาสูบไม่เป็นและไม่ชอบ มันฉุนเกิน..เคยลองของเจ้านายดูหนหนึ่ง มันไม่ใช่แบบที่เขาชอบเลยแต่หนุ่มแว่นดำต้องการให้เขาสูบ มุมปากของอีกฝ่ายรั้งลงไม่น่าดู..ทั้งที่ตอนนั้นยิ้มหวานกว่าแท้ๆ เขารับมันมาถือไว้...หรือว่าอยากให้เขาจุดไฟให้? เขาดึงไฟแช็กออกมาและจุดที่ปลายมวน ไฟแดงผุดปลายเล็กน้อยก่อนที่ควันจะระบายตามมา ชายผอมเพรียวยื่นมันกลับให้เจ้าของ
[Give me back for what? It's you to take it.]
"จะคืนฉันทำไมล่ะ นายก็สูบสิ"
เขาส่ายหน้า...
ชายผมทองรับมันกลับไปอย่างว่าง่าย ริมฝีปากแนบกับซิก้าร์และสูบมันเหมือนเป็นรสชาติและเรื่องธรรมดา เขามองควันที่ระบายออกจากเรียวปากนั่นเชิงอิจฉา ทำไมถึงสูบเหมือนอร่อยขนาดนั้นนะ ร่างเพรียวเก็บไฟแช็กลงกระเป๋ากางเกง มือใหญ่ของฝรั่งแว่นดำคีบมวนซิก้าร์ไว้หมิ่นๆ
[You don't like it, huh?]
"ไม่ชอบหรือไง?"
[Yes.]
"ไม่..."
เทมโป้ดึงซิก้าร์ออกจากริมฝีปากและนำมาจ่อใกล้กับของเขา ร่างสูงพยักพเยิดใบหน้าคะยั้นคะยอให้เขาอ้าปากสูบมัน เขาส่ายหน้าและเบือนหน้าไปทางอื่นแต่ไม่รู้เพราะอะไร เขาน้อมรับปลายม้วนไว้ที่มุมปาก ชายผมทองพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะดึงมือกลับไปและสูบมวนนั้นต่ออย่างหน้าตาเฉย
รสชาติก็ไม่แย่เท่าไร..นี่นะ
พวกเขาเดินออกมาจากสนามแข่ง เส้นทางโดยรอบสนามสู้วัวมีร้านค้าและแผงลอยขายของที่ระลึกไปจนสุดลูกหูลูกตา หาได้ตั้งแต่กระเป๋า โปสการ์ด เสื้อผ้าไปจนถึงหูวัว เขาเดินตามชายร่างสูงไปถึงคาเฟ่ริมถนนแห่งหนึ่ง โต๊ะขาวและร่มคันโตสีเหลืองสดชักชวนให้อยากนั่งอยู่ไม่น้อยแต่เขารู้ดีว่าที่เทมโป้แวะลงนั่งที่ร้านนี้เพราะอะไร
...ผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งในชุดสีม่วงอ่อนที่นั่งอยู่ตรงนั้น เดรสตัวยาวผ่าขึ้นไปถึงขาอ่อนอย่างไม่เกรงใจใคร หล่อนนั่งไขว่ห้างเผยผิวสวยท้าแดด ชายหนุ่มผมทองเข้าใจเลือกโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับหล่อน เขานั่งอยู่ระหว่างชายหญิงกลัดมัน?
เขานึกว่าเทมโป้เป็นเกย์เสียอีก...
ไม่ใช่เหรอเนี่ย..
หล่อนยิ้มหวานพลางยกถ้วยกาแฟมาทางเทมโป้ ชายร่างสูงก็ไม่รอช้ายกมือขึ้นโบกตอบ เขามักเห็นเวลาฝรั่งเกิดสนใจกันแต่ในหนัง ไม่ค่อยได้เห็นจะๆเท่าไร แต่การสานสัมพันธ์ของสองคนนี้ก็มีอันต้องจบลงในเวลาอันสั้นเพราะผู้ชายร่างบึกที่กำลังเดินไปหาหล่อน สายตาดุดันของผู้ชายคนนี้กราดไปโดยรอบ เขาเห็นเทมโป้ชักมือกลับแทบไม่ทัน
..เขาหัวเราะ
"หัวเราะอะไรจีดี? มีอะไรให้หัวเราะหรือไง? กาแฟโอเล่สองที่ ไข่เจียวชีสอีกสอง"เขาหันไปสั่งบริกรที่เดินเข้ามาหา ชายร่างเตี้ยผงกศีรษะดกดำและโค้งถอยออกไปอย่างนอบน้อม เขาไม่รู้หรอกว่าเทมโป้สั่งอะไรมากิน เขารู้แค่ว่ามีกาแฟแน่ๆอย่างหนึ่งล่ะ ชายผมทองยังสูบซิก้าร์ไปเรื่อย..เขาชักจะชินกับกลิ่นของมัน สายตาของเขาหยุดอยู่ที่แว่นตาของอีกฝ่าย
น่าแปลกที่เขาอยากรู้สีตาของเทมโป้ขึ้นมา
บริกรยกกาแฟหอมกรุ่นมาที่โต๊ะ ร่างเพรียวรู้สึกได้ว่าเทมโป้ยังเล่นหูเล่นตากับแม่สาวลาเวนเดอร์โต๊ะนั้นอยู่ เขายกกาแฟขึ้นดื่มอย่างละเมียดละไม ทำไมกาแฟที่นี่ถึงหอมนักนะ ชายร่างสูงตักไข่เจียวขึ้นชิมทันทีที่มันถูกเสิร์ฟ มะเขือเทศ หอมใหญ่ พริกเขียวและชีสเหลืองรวมกันให้สีสันน่ากิน เขาทำตามที่เทมโป้ทำ เติมนั่นเติมนี่และตักเข้าปาก
อร่อย...แต่เทมโป้ทำหน้าเฉยชา
แบบนี้ถือว่าไม่อร่อยหรือ?
อ้อ.... สาวลาเวนเดอร์และสามีของหล่อนเดินควงกันผ่านโต๊ะของพวกเขาไป ร่างเพรียวสังเกตเห็นว่าเทมโป้มองตาละห้อยที่ขาอ่อนของหล่อน น่าเกลียดชะมัดนายเทมโป้ เขาเตะหน้าแข้งของชายผมทองไปเบาๆหนึ่งที ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยและหันมามอง ริมฝีปากได้รูปเม้มลงและเค้นเสียงลอดไรฟัน
[What's the problem, mister GD?]
"มีปัญหาอะไรหรือมิสเตอร์จีดี?"
เขายิ้ม...
+++
.
เจ้ามนุษย์เงินเดือนนี่จะเอายังไงนะ..ลงทุนควักรูปแฟนมาให้เขาดูแต่พอเขามองสาวโต๊ะอื่นก็เตะหน้าแข้งเขาเต็มเปา เขาชักจะไม่เข้าใจผู้ชายตัวบางหน้าใสตาตี่คนนี้ซะแล้ว พอถามก็ดันยิ้มกว้างใส่เขาอีก.. เขาเขี่ยไข่เจียวเนื้อแน่นในจานเล่น รสชาติของมันก็ใช้ได้อยู่หรอกแต่เห็นเจ้านี่กินแล้วไม่อยากจะกินแข่งด้วยเลย กินดุอย่างนี้..ใครจะเลี้ยงไหว?
นั่นสิ..ใครจะอยากเลี้ยง?
เทมโป้ดับซิการ์ไว้ในถาดแก้วเบื้องหน้า ควันค่อยๆละลายหายไปในสายลม ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมองเขาทั้งที่รอยยิ้มยังติดตรึงบนใบหน้า เหมือนเด็กชะมัด.. เขากินไข่เจียวไปอีกสองสามคำ ...ทำไมรู้สึกว่าเข้ากับหมอนี่ได้ดีกว่าที่คิดไว้ เขาอยากจะนั่งกินไข่เจียวเงียบๆกับหมอนี่ไปเรื่อยๆ...
ไข่เจียว..ใช่...
.
.
เขาดึงกระเป๋าเงินออกมาเมื่อมนุษย์เงินเดือนถึงจุดอิ่ม ดวงตาเรียวเล็กเบิกขึ้นกว้างเมื่อเห็นว่าเขาเป็นคนจ่าย เพิ่งจะรู้ตัวเหรอว่าที่กินเข้าไปน่ะมันเยอะแค่ไหน เขายิ้มมุมปากก่อนจะรับบิลมาดู ..แค่นี้เขาเลี้ยงได้น่า
[Let go, man.]
"ไปกันเถอะ.."
ร่างผอมเพรียวตอนนี้เหมือนแมวเชื่องๆ กำลังอิ่มและว่าง่าย สีหน้าท่าทางกำลังพอใจกับรสอาหาร กินไปเยอะขนาดนั้นเอาไปเก็บไว้ที่ตรงไหนนะ? เทมโป้มองคนเอวบางที่กำลังเดินนำหน้าเขา เสื้อโปโลสีขาวตัวนี้น่าจะเป็นไซส์ที่เล็กที่สุดสำหรับผู้ชาย จีดีระมือเกี่ยวกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาจากริมรั้วขณะเดิน พวกเขาเดินผ่านอุโมงค์เดิม ชายผมสีน้ำตาลเงยหน้ามองศิลปะหินที่เหนือซุ้มโค้ง เทมโป้มองร่างเพรียวที่กำลังเดินหายเข้าไปข้างใน สองเท้าของเขาก้าวตามไปอย่างไม่รั้งรอ
เขาสอดมือไปจับข้อมือของอีกฝ่าย
บ้าหรือโง่ไม่รู้แต่เขาดึงจีดีเข้ามาใกล้ ใกล้จนเห็นขนตาทั้งสองข้าง... เขาปล่อยมือของร่างเพรียวให้เป็นอิสระ ร่างผอมเพรียวหยุดยืนนิ่งเพื่อสบตากับเขา สีสันหยุดค้างเหลือเพียงสายลมของหน้าร้อนที่พัดผ่าน เทมโป้โน้มใบหน้าเข้าหา ขอเพียงอีกนิดน่า.. ริมฝีปากของทั้งสองคนอยู่ไม่ห่างกันเกินเอื้อม จีดีเองก็มองริมฝีปากของเขาอยู่..
ต่างคนต่างมอง..
สัมผัสลมหายใจที่เสียดแผ่ว ชายร่างสูงพิงข้อศอกกับผนังคลุกฝุ่นของอุโมงค์ ร่างเพรียวในเสื้อขาวพิงกำแพงโดยที่สองมือช่วยกันเปื้อนไว้ด้านหลัง แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านอิฐเก่าลงมากระทบเปลือกตาของจีดี ทั้งสองจดจ่ออยู่เพียงแค่อากาศพื้นที่หนึ่งเซนติเมตรระหว่างกัน ขยับอีกนิด..ทีละนิด...แต่ก็ยังช้าเกินไป เสียงพูดคุยรัวเร็วของเจ้าถิ่นแว่วเข้ามาในโสต ชายผอมบางสะดุ้งและเบือนหน้าออกห่าง สองขาเรียวยาวก้าวฉับออกจากอุโมงค์ไปอีกด้าน เทมโป้มองแผ่นหลังในเสื้อโปโลขาวเลี้ยวหายไปทางโรงแรม
ในหนึ่งวัน ดวงอาทิตย์ไม่ได้ขึ้นวันละสองหน
เขาเลียริมฝีปาก..
อีกแค่นิดเดียวแท้ๆ..เขาหมุนวงแหวนในมือ งูเหลือมเกล็ดเพชรขยับไปขยับมาเหมือนมีชีวิต
.
.
ไอ้โง่เอ๊ย
"เหล่สาวอยู่เหรอเทมโป้?"เสียงยียวนแบบนี้ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร คนที่จะรู้ว่าเขาชื่ออะไรก็มีอยู่ไม่กี่คน.. เสื้อสีเจ็บแสบเหมือนนักท่องเที่ยวเกาะทางใต้ยืนทักทายเขาห่างไปไม่กี่ก้าว ลายดอกไม้บานฉ่ำแบบนั้นต้องคนไร้รสนิยมจริงๆถึงจะใส่ได้ เขารู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าคนไร้รสนิยมจะเห็นอะไรบ้าง
"ลุงโผล่มาตอนไหน?"
"ไม่ต้องห่วงน่า..ฉันไม่ได้เห็นนายสองเดทกันหรอก..หรือแม้แต่ที่กำลังจะ..นั่นก็ด้วย ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้น"มือใหญ่ถือแผนที่หลอกเด็กยกขึ้นโบกพัลวัน
หมดกัน..เขายกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่มาเหยียบประเทศนี้ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันและตั้งใจว่าจะลืมอะไรที่ลุงคนนี้พูดมาให้หมด...ถึงเขาจะลืมแต่รับรองว่าคนในองค์กรเขาไม่มีทางลืม
"ลุงมีธุระอะไรรีบพูดมาดีกว่า"
"งานใหม่..แซมมวลพอใจมากกับงานที่แล้ว เงินตอนนี้นอนนิ่งเรียบร้อยในบัญชีนาย ถ้าเป็นไปได้พรุ่งนี้นายจะต้องบินไปเดนเวอร์ งานรออยู่ที่นั่น"
เทมโป้หมุนแหวนราวกับใคร่ครวญเรื่องหนักหนา ไม่ว่าเมื่อไร..มือวางอันดับหนึ่งไม่เคยจะอิดออดเรื่องสถานที่เลยสักครั้ง ไม่เคยยึดติดกับสถานที่หรือว่าผู้คนแต่คราวนี้นิ่งอึ้งเหมือนกับว่าต้องไปอยู่ในถิ่นทุรกันดาร
"...นายคงไม่อยากไปเพราะไอ้หนูนั่นล่ะสิ"
"ไม่เกี่ยวน่า"ชายร่างสูงตวัดเสียง
"ฉันบอกให้เพราๆเรื่องผู้หญิงก็เลยริลองผู้ชายเหรอ เข้าใจคิดนี่เทมโป้?"
"เงียบไปเลยลุง...ผมบินไปแน่ เอาตั๋วกับที่อยู่ส่งมาให้เหมือนเดิมแล้วกัน"เขาบอกปัดก่อนจะหันหลังใส่ บ้าชิบ..เขายังไม่อยากกลับไปที่โรงแรม ถ้าเจ้ามนุษย์เงินเดือนนั่นมารู้เรื่องรู้ราวอะไรไปด้วย..
"เทมโป้...ฉันเตือนด้วยความหวังดี อย่าหาห่วงมาผูกคอดีกว่า นายก็รู้ว่ามีใครเล็งหัวนายอยู่บ้าง...จริงไหม?"
"ก็แค่คนรู้จัก.."
"นั่นล่ะที่ฉันหมายถึง คนรู้จัก..เพื่อนหรืออะไรๆที่มากกว่านั้น..."
เสียงของเท็ดดี้กลายเป็นเสียงน่ารำคาญแต่เขารู้ว่ามันจริงที่สุด ถ้ามือวางอันดับหนึ่งอย่างเขาดับไปสักคน องค์กรเขาก็คงเปลี้ยไปเยอะ อีกสักพักใหญ่กว่าจะได้มือใหม่มาแทนที่เขา...จะได้ฝีมือดีเท่าเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ล้างมือ?..ลืมไปได้เลย ชายหนุ่มออกเดินโดยไม่เหลียวหลัง เรียวปากได้แต่พึมพำในลำคอว่ารู้ดี เขาน่าจะหยุดเสียตั้งเมื่อวาน มันเรื่องบ้าบออะไรกัน..ที่เขาต้องมาตกหลุมผู้ชายตาตี่ สูทยับ มนุษย์เงินเดือนที่อีกไม่นานก็ต้องกลายเป็นคุณลุงหัวล้านทำงานซังกะตายไปวันๆด้วยวะ เขาคิดจะจริงจังอย่างนั้นเหรอ?
พระเจ้าเท่านั้นที่สะกดคำว่า ‘จริงจัง' เป็น ...ไม่ใช่ผู้ชายที่ชื่อเทมโป้
โธ่เว้ย...
วันนี้เขาหาอีหนูหิ้วขึ้นห้องมาได้ ว่าจะแข่งกับไอ้ห้องข้างๆสักหน่อยแต่มันก็ดันเช็กเอาท์ออกไปแล้ว ซวยฟ้าผ่ากว่านั้นคือเขาเห็นหน้าอีหนูที่หนีบมาด้วยเป็นหน้ามนุษย์เงินเดือน..
มนุษย์เงินเดือนที่ชื่อจีดี
ซวยเช็ด..
+++
.
ทำไมเขาต้องหลบๆซ่อนๆอย่างนี้ด้วย? เขาเดินมาที่ฟร้อนท์อย่างกล้าๆกลัวๆ ในมือของเขาคือจดหมายหนาปึกแต่มันเบาไม่ต่างจากนุ่น มือเรียวเลื่อนมันไปให้กับพนักงานโรงแรมหนวดงาม ภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นของเขาพยายามจะสื่อออกไปให้ตรงกับที่ต้องการมากที่สุด พนักงานหนวดงามพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วจนเขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ เขาย้ำอีกครั้งก่อนจะเหลือบเห็นร่างสูงเด่นในชุดสีม่วงอมเทา แจ็กเก็ตหนังแบบนักบินสะดุดตาในระยะร้อยหลา บวกแว่นดำกวนๆนั่นอีก เขาถอยฉากก่อนจะชี้ไปที่ร่างนั้น พนักงานพยักหน้ารัวเร็วสำทับก่อนที่เขาจะวิ่งไม่คิดชีวิตไปที่หลังเสาโรมันเก่าๆ
แล้วเขาจะหลบทำไมเล่า
บ้าชะมัด...
เขาแนบแผ่นหลังกับหินอ่อนเย็นเจี๊ยบ ดวงตาเรียวเล็กพยายามสอดส่ายหาร่างสูงนั่นอีกครั้ง แต่มันหายไปจากการรับรู้..ชุดสีม่วงอมเทานั่นไม่ได้อยู่ที่ไหนเลยในล็อบบี้ เขาถอนหายใจปนเสียดาย จะเสียดายทำไม... เขาหันกลับไปที่ลิฟท์โบราณและมองหาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีก็คือไม่มี ชายร่างผอมเพรียวกดชั้นที่ต้องการและรอคอย ครั้งแรกที่ต้องขึ้นลิฟต์น่าหวาดเสียวคนเดียว เชือกและโซ่แล่นเอี๊ยดอ้าดอย่างช้าเชื่อง ร่างเพรียวก้าวเข้าไปและรอคอย คอกเหล็กกำลังเลื่อนปิดเข้าหากัน
มือใหญ่ตะปบขวางกลางคัน
ชายผมสีฟางดันมันออกให้พอลอดเข้าไปได้ ร่างสูงก้าวเข้าไปยืนสุดมุมหนึ่งของคอกสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าลิฟต์ มือใหญ่เอื้อมมากดชั้นปลายทาง เขามองใบหน้าคมคายใต้แว่นตาสีดำเรียบเฉยนั่น ไม่มีการทักทายหรืออะไรทั้งสิ้น ฝรั่งผมสีซีดมองตรงไปข้างหน้าและจัดปกเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง ..ซึ่งเขาก็ไม่เห็นว่ามันจะเบี้ยวตรงไหน หนึ่งชั้นผ่านไปโดยที่ความเงียบเป็นตัวกางกั้น.. เขาก้มลงมองปลายนิ้วของตนเอง เห็นอยู่ทุกวัน..แต่ตอนนี้เขาไม่รู้จะเอาสายตาไปไว้ที่ตรงไหน นี่เขาจำคนผิดหรืออย่างไร? นี่ไม่ใช่เทมโป้คนนั้นเหรอ? ลมหายใจนั่นไม่จริงหรือไง..อย่างน้อยเขาก็เคยนั่งข้างๆตอนดูวัวกระทิงไม่ใช่เหรอ?
สองชั้นผ่านไป...
ชั้นที่สาม...
เขารู้สึกปวดหนึบที่กลางอก..ทำไมมันเปลี่ยนไปในทางนี้? เขาทำอะไรผิดไป? อย่างน้อยเขาก็คิดเข้าข้างตนเองว่ามีเพื่อนแปลกๆในต่างแดน โอเค..มันแปลก ไม่รู้นามสกุล สัญชาติ ที่อยู่หรือว่าอาชีพด้วยซ้ำ...แต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนใหม่ เพื่อน..ไม่ใช่เหรอ? เทมโป้ทำให้เขาไม่ต้องอยู่คนเดียว..เมื่อวานพวกเขายังยิ้มให้กันอยู่เลย ...หรือแม้กระทั่งจะ...
[Tempo?]
"เทมโป้?"
เขาจ้องมองใบหน้าคมคายอีกครั้ง อยากจะเข้าไปดึงแว่นตาดำนั่นออกชะมัด..เขาอยากจะเห็นดวงตาคู่นั้น สีหน้า..แววตา..มันจะมีเค้าว่าจำเขาได้บ้างไหม? ร่างสูงหันมามองเขาและกระแอมไอ มือใหญ่ยกมือขึ้นบังริมฝีปากก่อนจะผงกศีรษะให้กับเขา ร่างเพรียวยิ้มกว้าง..เทมโป้อยากจะแกล้งเขานี่เอง มันแนบเนียนมาก..เขาอยากจะต่อว่าแต่ไม่ทันจะได้อ้าปาก ร่างสูงผมทองนั่นก็เดินผ่านออกไปยังประตู ลมพัดเบาบางผ่านเขาไป กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมปนเปมาด้วย ประตูคอกสั่นลั่นปึงเมื่อร่างสูงกระแทกปิดลง แผ่นหลังกว้างหายลับไปตามระเบียงทางเดิน..หายไปโดยที่ไม่มีแม้คำทักทาย เขารู้สึกเป็นหัวตอหรือป้ายข้างทางอะไรสักอย่างที่มีผู้คนเดินสวนเดินผ่านแล้วก็ลืมเลือน
มันง่ายๆอย่างนี้นี่เอง...บ้าเอ้ย..
ชั้นสี่..
ชั้นห้า..
น้ำตาคลอ...
+++
.
เสื้อจัมเปอร์ฮู้ดสีฟ้านั่นทำให้ดูเด็กลงราวกับเด็กไฮสกูล ผมยุ่งนิดๆเหมือนเพิ่งวิ่งลงมาจากเตียง รอยยิ้มอัดอึดใจและสีหน้าผสมความลังเลนั่นทำให้เขาอยากจะ.. แต่เขาตัดสินใจแล้ว..ไม่ใช่เพราะเหตุผลงี่เง่าอะไรนั่นของลุงเท็ดดี้ มนุษย์เงินเดือนนั่นจะเป็นอะไรก็ช่างสิ...มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรับผิดชอบ เขาแค่อยากรู้จัก..มันแปลกดี...จะว่าอย่างนั้นก็ได้ รู้จักแล้วก็งั้นๆ...ไปนั่งดูสู้วัวกระทิงกิ๊กก๊อกกันไม่ถึงสองชั่วโมงจะให้เรียกว่าเป็นเพื่อนอะไรนั่นก็ออกจะเกินไป
คนอย่างเทมโป้ทำไมจะต้องลดตัวไปยุ่งกับคนธรรมดา?
ร่างสูงยกมือเสยผมไปด้านหลัง เขาหยุดยืนที่หน้าห้องสี่สี่หนึ่งแปด เขาหลับตาและโขกหน้าผากกับประตูห้อง มันเป็นหลักที่หนักแน่นและยึดเหนี่ยวเขาได้ดีเหลือเกินในเวลานี้ แปลก..ทั้งที่เขาไม่ได้เมาแต่แข้งขาอ่อนแรง เขาเปิดเข้าไปในห้องก่อนจะทรุดตัวลงเตียง นั่งมองไปรอบๆห้อง กระเป๋าเสื้อผ้าของเขาเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน เขารอแค่เพียงตั๋วเครื่องบินและกำหนดการคร่าวๆสองสามใบ มันรอเขาอยู่แล้วที่ฟร้อนท์เหลือแค่ลากกระเป๋าลงไปและโบกแท็กซี่ไปสนามบิน
‘เทมโป้'
...ครั้งแรกเลยหรือเปล่านะที่เรียกชื่อออกมาตรงๆ
ร่างสูงเกล็ดมาร์ลโบโร่ออกมา เขาจ้องมองมันและตบกระเป๋าแจ็กเก็ตข้างซ้ายและขวา บ้าชิบ..ไฟแช็กอยู่ในกระเป๋าหนัง ชายหนุ่มมองตำแหน่งกระเป๋าหนัง ณ ปัจจุบัน มันอยู่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อีกชั้น ใครจะรื้อมันออกมาให้โง่? เขานึกถึงซิปโป้แชฟไฟร์ ถ้ามันสูบไม่ได้ก็ไม่ต้องสูบมัน...เทมโป้เขวี้ยงบุหรี่ในมือให้พ้นตัว มวนขาวกระทบขอบถังขยะปลายเตียงอย่างอ่อนระโหยแม้ว่าเขาจะขว้างสุดแรง มันกลิ้งกลุกอยู่ข้างถังอย่างท้าทาย แค่จะทิ้งบุหรี่ยังไม่ลงถังแล้วจะไปทำอะไรได้.. เทมโป้สบถเบาในลำคอ เขาถอดแว่นเรย์แบนสุดที่รักออก โลกใบนี้สีสดเกินกว่าที่เขาคิดไว้ มือเรียวพับมันและสอดไว้ที่กระเป๋าแจ็กเก็ตอย่างทะนุถนอม
ได้เวลาสักที..
ชายหนุ่มร่างสูงลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกจากห้อง สัมภาระทั้งหมดของเขาก็มีอยู่แค่นี้ บ้านเคลื่อนที่ขนาดเล็ก อยากได้อะไรก็ซื้อ..อะไรที่มันไม่จำเป็นก็ทิ้ง ..ใช่อะไรที่ไม่จำเป็นก็ทิ้ง ชายผมทองลงไปชั้นล่างโดยทางบันได เขามองโรงแรมที่เริ่มตกแต่งทางเดินด้วยกระเทียมพวงโตและผลไม้สีสด เทศกาลปามะเขือเทศใกล้เข้ามาแล้วสินะ? เขามองนาฬิกาสวอชทองคำขาวเพื่อดูเวลา กว่าจะถึงเดนเวอร์..เมืองนี้คงจะเปรอะไปด้วยสีแดงของมะเขือเทศ
วันสุดท้ายของเดือนสิงหาคมที่เขาไม่มีทางลืม..
พนักงานหนวดเฟิ้มหน้าฟร้อนท์ยื่นซองจดหมายให้เขาสองฉบับ มันควรจะมีแค่ฉบับเดียว...หรือว่าลุงเท็ดดี้มีเรื่องด่วนแนบมาด้วย ...หรือว่าเป็นคำสั่งพิเศษ? เขามองจดหมายที่อวบหนาแต่เบาหวิวในมือ ร่างสูงลากกระเป๋ามาหยุดยืนที่ท่าเทียบจอดรถ เพจบอยเรียกแท็กซี่ให้อย่างไม่รอช้า เขาเก็บซองจดหมายที่บางกว่าไว้ในอกเสื้อ มันเป็นตั๋วเครื่องบินและใบสั่งอย่างไม่ต้องสงสัยแต่..อีกฉบับนี่.. เทมโป้พิศดูซองที่สองขณะรถแล่นมาจอดเบื้องหน้า เพจบอยเปิดประตูให้เขาก่อนที่จะยกสัมภาระตามเข้าไป
เทมโป้แกะซอง..
เขาระมัดระวัง..
มันอาจจะเป็นจดหมายอันตรายจากองค์กรไหนหรือใครสักคนที่อยากให้เขาตาย ซองจดหมายแบนๆไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ได้ เชื้อโรคหรือว่ามีดโกน..หรือว่ายาพิษหรืออาจจะเป็นรูปแบล็กเมล์ อะไรที่แปลกไปจากเดิมมักนำเรื่องยุ่งยากมาให้อยู่เรื่อย...แต่ตายๆไปตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาเห็นสีขาวรำไรจากข้างในซอง ปึกหนาของกระดาษทิชชู่ร่วงหล่นสู่หน้าตักของเขา มันเป็นกระดาษห่วยแตกพิมพ์ชื่อย่อของโรงแรมที่รถแท็กซี่เพิ่งจากมา หามันได้ตามห้องอาหาร บาร์และสระน้ำของโรงแรม
นี่มัน..เรื่องตลก?
กระดาษสี่เหลี่ยมพิมพ์นูนกะทัดรัดปนอยู่ในกระดาษขาว ตัวอักษรและหมายเลขต่างๆพิมพ์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เขาหยิบมันขึ้นมาอ่านอย่างถี่ถ้วน
นามบัตรทางธุรกิจ?
ชายหนุ่มผมทองหยิบกองทิชชู่ขึ้นจูบ.......เต็มรัก
END.







อย่าเห็นเทมป์ทำผมสีบลอนด์เหมือนกันนะเนี่ย
ตอนจบค้างมากค่ะ อยากรู้ว่าต่อไปเทมป์มันจะเอาไงอ่ะ ก็มันขึ้นแท๊กซี่ไปแล้ว = =
ขอบคุณสำหรับฟิคมากๆนะคะ เป็นเรื่องสั้นที่ยาวมากกกกกกกก
#1 By PriMRosE on 2009-09-18 17:06