[BB.fic] Romantic
posted on 29 Sep 2009 05:46 by sussurro in fictionTitle: Romantic
Author: ENIGMA
Genre: AU, flashback
Status: a short fiction, one shot?
Fandom: BIGBANG
Theme song: I Will Survive by Cake -click here to download--
Author's note: the quotation below is taken from ‘I Will Survive' lyric. give this as a present to someone who was born in October. Hey, that little person can you see this? I give it to you as you want. Wish you happy days: any day with GD. But I'm just wondering why everybody wants fan-fictions to be their gift? Ahem, would you pay me a gift too?
+++
.
I'm not that stupid little person who's still in love with you...
เขาขยี้มวนบุหรี่ลงกับก้นแก้วเป็นตัวที่หก.. มวนขาวเผาไหม้เชื่องช้าจนมอดดับ เขามองมันนอนนิ่งสนิทในถาดแก้ว ดวงตาเรียวเล็กหลับตาลงและฟังเสียงสายฝนซึ่งสาดซัด เก้าอี้โซฟาตัวโตหันหน้าออกหน้าต่างสูง ระเบียงกว้างอยู่นอกผนังกระจกจรดเพดาน ม่านฝนด้านนอกบดบังแสงตะวันเจิดนวล เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นใช่ดวงอาทิตย์จริงๆหรือเปล่า...หรืออาจจะเป็นจันทร์ยามค่ำคืน เวลาช่างไหลผ่านรวดเร็วเหมือนน้ำในอุ้งมือ ชายหนุ่มร่างเพรียวก้มลงมองมือของตนที่กำลังสั่นระริก เขาวางมันบนหัวเข้าทั้งสองข้าง.....อุ่นแต่มันไม่ได้ช่วยอะไร..
สองมือยังเย็นเฉียบ..
เหมือนทุกสุดสัปดาห์..เขาจะต้องมานั่งที่ห้องนี้ จ้องมองหลังคา..ดาดฟ้า...เมฆขาว...ทิวทัศน์เดิมๆ ภาพของจิตรกรที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากสีสันและก้อนเมฆ สูบบุหรี่........ฆ่าเวลา?
เวลาต่างหากที่ฆ่าเขา...
ห้องเหลี่ยมกว้างขวางอำนวยพร้อมด้วยเครื่องใช้เครื่องเรือน เตียงตรงสุดมุมนั่นเป็นเตียงที่หรูหราและใหญ่โต...แต่ถ้าถามถึงจำนวนครั้งที่ล้มตัวนอน..มันไม่บ่อยขนาดที่จะต้องยกมือขึ้นนับทั้งสองข้าง ความเงียบเป็นเพื่อนของเขาเสมอแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายสักแค่ไหน...
มันตั้งแต่เมื่อไรกัน?
"ไง..จียง?"เสียงทุ้มเอ่ยทักขึ้นที่ด้านหลัง ไม่ต้องหันมองเขาก็รู้ว่าใคร ฝ่ามือใหญ่ตบลงบ่าเพรียวด้วยน้ำหนักสม่ำเสมอ ไม่มากไม่เบา เขาหันมองชายหนุ่มผมสั้นและดวงตาเฉี่ยวคม แสงแดดปะทะลงมาที่ด้านหลัง เสียงกึงกังของของลูกบอลสักหลาดกระทบคอร์ทสะท้อนไปทั่วแม้ว่าจะเป็นที่โล่งแจ้ง ผู้ทักทายซับเหงื่อซึ่งเกาะพราวขณะมองตรงมาทางเขา แร็กเก็ตฟีล่าสีแดงดำเป็นเงาวาวกับแสงอาทิตย์อยู่ในมือของชายร่างสูง
เขาพยักหน้าแต่ไม่ได้ตอบรับไปมากกว่านั้น ชายหนุ่มร่างสูงขยับปากขึ้นเล็กน้อย..แต่เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ต้องหันไปมอง หญิงสาวสองสามคนยิ้มยกให้พลางโบกมือ เขายืนมองปฏิกิริยาของชายหนุ่ม...ดวงตาเฉี่ยวคมคู่นั้นหันมามองเขาอย่างลังเล ชายร่างเพรียวหมุนแร็กเก็ตสีเงินในมือ เขายกมันขึ้นเป็นเชิงลาก่อนจะถอยออกมาจากตรงนั้น..มันไม่ใช่ที่ของเขา
"จียง?"เสียงทุ้มนั่นรั้งเรียกเขาไว้แต่น่าเสียดายที่แผ่วเบาเกินกว่าจะดึงเขาไว้ ไม่หรอก..มันเบาเกินไป มันดูคลอนแคลนและโยกไหวเกินไป.. ภาพหมอกมัวๆเข้าล้อมกรอบเขาจนไม่เหลือความทรงจำอะไรดีๆนอกจากคอร์ทและลูกเทนนิสสีสด เขาเกล็ดบุหรี่ออกจากซอง..ไลท์เตอร์สั่งทำพิเศษของเขาจุดประกายสีน้ำเงิน ปลายนิ้วของเขาเลื่อนไล้ร่องอักษรตัว ‘เอส' อย่างเชื่องช้า ปลดไก..ไฟดับ.. เขาเลื่อนขึ้นอีกครั้งก่อนจะจ่อกับปลายมวนขาว กระดาษเผาไหม้กรอบม้วน..
"นายสูบบุหรี่ด้วยเหรอ?"เสียงทุ้มกล่าวขึ้น กลิ่นควันจากเนื้อย่างทำให้บรรยากาศดูเลือนๆไม่สมจริงแต่เขากำลังนั่งเคียงกับผู้ชายร่างสูงคนนั้นไม่ผิดแน่ ความแปลกใจอวลกระจายทั่วประโยค..แต่เขาไม่ได้ตอบ ร่างเพรียวเก็บไลท์เตอร์เงินเกลี้ยงลงกระเป๋าเสื้อ ส่งควันระบายผ่านริมฝีปากอ้อยอิ่งและอาลัย ดวงตาเรียวเล็กมองควันสีเทาของตนผสมผสานกับกับควันจากเตาตรงหน้า ชายหนุ่มกับบ่ากว้างดึงไลท์เตอร์ของตนออกมาพร้อมบุหรี่ เขาเห็นตัวอักษรรางเลือนบนผิวสีเงินด้าน
ตัว ‘เจ'
"อ้อ..นี่เหรอ?"เขายกไลท์เตอร์ขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมอง "ฉันสั่งทำน่ะ..สวยไหม นายอยากได้ก็ไปนะที่ห้างนั้นไง เขาสลักได้หมดนะ ขอแค่มีแบบ"
รอยยิ้มเกลื่อนบนใบหน้าคมคายนั่น พูดจาด้วยท่าทางสบายอกสบายใจและเรียบง่าย ไม่นานนักแก้วเบียร์ก็ถูกเติมจากสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม เขามองแก้วเบียร์ของตนเอง ฟองจางหายไปนานแล้ว ...หายไปตอนไหนนะ...... ร่างเพรียวมองแก้วของชายหนุ่มด้านข้างอีกครั้ง...มันไม่เคยพร่องเลย ร่างสูงเสียงทุ้มต่ำกำลังคุยกับคนรอบวงอย่างออกรส บุหรี่ในอุ้งมือหนากำลังเผาไหม้ตนเองอย่างช้าๆ เขามองมันอยู่ในเรียวปากคู่นั้น...ก่อนจะถูกดึงออก
ยกขึ้น..และดึงออก จังหวะเนิบช้า..เว้นระยะเวลาคุย ร่างเพรียวบังคับมือของตนเองไม่ให้สั่นก่อนจะขยี้ก้นกรองกับถ้วยแก้ว บรรยากาศในโต๊ะกำลังครื้นเครง ตัวประกอบอย่างเขาไม่อยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้ผลกระทบอะไร เสียงหัวเราะหรือเรื่องตลกมันก็ยังดำเนินต่อไปได้ ตราบใดที่ยังมี.. โลกไม่ได้หมุนรอบใครแต่ใจคนต่างหากที่หมุนรอบคนๆนี้ เขามองควันเนื้อย่างจนแสบตา..ควันขยายใหญ่จนทึบทึม..บดบังและเร้นสายตาของเขาไปจากผู้คน ความร้อนจากเตาทวีมากขึ้น...และมากขึ้นจนลามปลายมือ
ร่างเพรียวมองบุหรี่ในมือซึ่งกำลังกร่อนไหม้จนเกือบสุดลำ สีแดงอมส้มเล็กๆกำลังใกล้เข้ามา เขาขยี้มันลงกับถาดแก้วรวมกับซากอื่นๆก่อนหน้านี้ มันทำให้เขาร้อน..ใช่..แต่มันก็.... เขามองปลายนิ้วของตนเอง..อุ่นวาบที่ยังทิ้งรอยไว้สะกิดให้เขารู้สึกแสบเบา ชายหนุ่มลูบมันอย่างเบามือ
"...เน็ตมันบาดเอาใช่ไหมล่ะ? ตอนขึงเน็ตต้องไวและเกร็งมือไว้..ไม่งั้นก็เป็นอย่างนี้แหละ"มือใหญ่ดึงสายไนล่อนไปจากมือชุ่มเลือด สายตาคมคู่เดิมโยนความหน่ายระอามาที่เขา แม้ไม่พูดออกมา..เขารู้ มือใหญ่กดรอกและดึงกระตุกก่อนจะผูกด้วยเงื่อนที่โคนเสา เขามองแผ่นหลังและราวไหล่กว้างซึ่งกำลังก้มหน้าลงทำงาน
"นายเหม่ออะไรจียง?"เสียงทุ้มพูดขึ้น..มันคล้ายกับการบ่นธรรมดาแต่กระแสดุดันของมันไม่ได้เบาบาง แผ่นหลังกว้างยังคงทำงานต่อไป เขามองชายร่างสูงท่ามกลางเสียงซุบซิบของผู้คน ดวงตาเฉี่ยวคมคู่นั้นตวัดกลับมาที่เขาอีกครั้ง
"..ทำไมถึงไม่ยกมือไว้เหนือหัวใจ? ....บ้าชิบ"
คำสุดท้ายนั่น..แม้ว่าจะพยายามพูดอย่างเบาที่สุดแล้วแต่เขาก็ได้ยิน ..ได้ยินชัดเจนจนอยากจะเบือนหน้าหนี รู้สึกบางอย่างในช่องอกกวัดแกว่ง..เส้นแบ่งของความอายและเสียใจ เขามายืนบื้ออะไรอยู่ที่นี่... แสงแดดร้อนทวี..มันขับสีเลือดให้กระจ่างแจ่มเกินกว่าที่เป็น..หยดเล็กแต้มดวงลงพื้นคอร์ท
สีแดงตัดกับสีเขียว...นั่นคือภาพสุดท้ายที่เขาจำได้ ดวงตาเรียวเล็กสังเกตเถ้าบุหรี่เปื้อนละลายบนผืนพรม พรมสีเขียวอ่อนเหมือนทุ่งหญ้า...ถักทอด้วยลวดลายวิจิตรบรรจงของรวงข้าว............แต่เขาไม่เคยสังเกต ครั้งแรกหรือเปล่านะ? เขาเอื้อมมือลงเช็ดเถ้าด้วยกระดาษทิชชู่ ...เขาเก็บมันไม่หมดหรอก...ไม่มีทาง เศษฝุ่นปลิวซึมซุกลงเนื้อพรม ความอ่อนนุ่มและสีสันทำให้เขานึกถึงใบไม้..กระถางดอกไม้ที่เขาพยายามเสาะหา
เขาไม่รู้หรอกว่าเขาอยากได้ดอกไม้หรือต้นไม้อะไร เขาแค่เปิดพลิกจากหน้าหนังสือพฤกษชาติในร้าน จนกว่าจะเจอที่ถูกใจ..เขาหยิบออกจากชั้นสองสามเล่มเพื่อไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ กระถางต้นไม้ว่างเปล่าของเขารอคอยส่วนเติมเต็มมานานถึงสองปี เขาพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยขณะรอคิว
สีเขียวและสีแดง...ดอกไม้..เลือนๆ
"จียงใช่ไหม?"
เขาเงยหน้าจากสีสันดอกไม้นานาพรรณ...สีสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนจะสบตากับคนเรียกคือสีขาวลออ ...ลิลลี่หรือ..นาซีซัส? เขาคั่นนิ้วไว้ระหว่างหน้า..ดวงตาคมคายจดจ้องเขาอีกครั้ง ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ได้อีก..
"ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่เจอกันเลยนะ..นายเป็นไงบ้างล่ะ?"
เขาหรุบสายตาลงต่ำ ปลายเท้าของเขามีเพียงเรื่องเล่าเชยๆ เคยไปเหยียบย่างที่ไหนมันก็ยังได้เหยียบอยู่อย่างนั้น ปรายตากวาดบุคคลตรงหน้า ...ผู้หญิงคล้องแขนอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกำลังจ้องตอบมาอย่างสนใจ เขาเห็นเรียวขาของหล่อนยัง..รู้...ได้เลยว่าหล่อนสวยเพียงไร
แบบ...ที่...ผู้ชายคนนี้ชอบ..ส-ว-ย-ห-ว-า-น
"ไม่ยอมติดต่อกับชมรมถ้าอย่างนั้นวันอาทิตย์นี้ตอนเย็นไปให้ได้ล่ะ ร้านเดิมที่พวกเราชอบไป..เอ้อ..นายยังใช้เบอร์เดิมอยู่ไหม?"
เขาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยิน ...เสียงโทรศัพท์มือถือ มันสั่นอย่างบ้าคลั่ง กะพริบหมายเลขที่คุ้นตา น่าขมขื่นขนาดไหน..แม้ว่าจะไม่เซฟชื่อไว้ในเครื่องแต่เขาก็จำหมายเลขชุดนี้ได้ ...ไม่มีสักวินาทีที่ลืมมัน มันจำฝังแน่นลงไปจนเขาอยากจะกระชากส่วนนั้นให้พ้น ถ้าเขาจำมันไม่ได้เลยคงจะดีกว่านี้
"นายเปลี่ยนเบอร์นี่?"
เสียงทุ้มหนักยกแก้ววิสกี้ชนกับเบอร์เบิ้นว่างเปล่าของเขาบนโต๊ะ เขากุมมือไว้เหนือหน้าตัก แก้วเดียวกับระยะเวลาห้าชั่วโมงในร้านเหล้าสลัว เขาปล่อยให้มันว่างเปล่า..น้ำบางส่วนเหลื่อมไหลแผ่วเบาที่ก้นแก้ว ชายหนุ่มร่างสูงสวมเชิ้ตดำและสวมสูทเทาเข้ม ดวงตาเรียวเล็กมองนาฬิกาข้อมือสีเงินจรัสที่แขนซ้ายของอีกฝ่าย เม็ดเล็กๆของอัญมณีเวียนวนบนลานหน้าปัด
"ถ้าไม่บังเอิญนายคงไม่ทักฉันสินะ?"ร่างสูงเรียกเครื่องดื่มมาอีกแก้วก่อนจะกระดกลงคอเหมือนน้ำเปล่า ดวงตาเรียวเล็กมองหยดใสไหลเลี้ยวจากมุมปากของอีกฝ่าย เกล็ดเล็กบางของมันเลื่อนไถลบนผิวเนื้อก่อนจะหายลับไปหลังคอเสื้อ ดวงคาคมคายในคลับเงียบเหงาเร่งเร้าให้เขาทนไม่ได้
ไม่อยากนั่งที่ตรงนี้..
หายใจไม่ออก...
"ทำไม?"
นั่นสิ..ทำไม? เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เข็มสั้นชี้ที่เลขแปดอย่างหมิ่นเหม่.. เข็มยาวเตร็ดเตร่อย่างเลื่อนลอย.. เสียงติ๊กเบาๆบนลานหน้าปัดขาวอ่องเอี่ยม ร้านหรูเพียงหนึ่งเดียวในเมืองที่ขายเจ้าเรือนนี้ เขาเดินเข้าไป..สิ่งที่เขาจำได้มีแอร์เย็นเฉียบและเสียงหวานฉ่ำของพนักงานต้อนรับ แสงไฟที่ช่วยส่องขับเน้นประกายของสินค้าทำให้มันเหมือนอยู่ในความฝัน นอกจากนาฬิกา..ยังมีเครื่องเพชรเครื่องประดับระยับตา พนักงานสาวริมฝีปากแดงฉ่ำยกคอลเลกชั่นล่าสุดมาให้เขาดูแต่เขาก้มลงมองเรือนที่เขียนว่ามาจากปารีส เขากำลังชี้ไปที่มันแต่ก็ต้องชะงัก..
"ซื้อนาฬิกาเหรอ?"เสียงทุ้มเสียงนั้น...ก้องผ่าความเงียบราคาแพง ร่างสูงไหล่กว้างนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ถัดออกไป ทำไมตอนที่เดินเข้ามาเขาถึงไม่เห็น.. ถ้าเขาเห็น...เขาคง... ดวงตาเรียวเล็กเลื่อนมองถาดเครื่องประดับบุไหมสีเบจ แหวนวงเล็กวงน้อยสอดสร้อยบนแพรไหม
....แหวนผู้หญิง
เสื้อผ้าของผู้ชายคนนี้ดูภูมิฐานขึ้นจากครั้งสุดท้ายที่เขาเห็น ประกายวูบวาบของเพชรสะท้อนผ้าวาเลนติโน่ดำขลับของร่างสูง รอยยิ้มหยักยกอย่างมั่นใจแบบนั้น..ทำไมถึงต้องยิ้มแบบนั้น เขาก้มมองตัวเอง..แจ็กเก็ตกันลมเสื้อผ้าแบบวัยรุ่น ยีนส์ขาดวิ่นและรองเท้าสีแสบตา...มันช่างต่างกับรองเท้าหนังของอีกฝ่าย ทั้งที่เขาแต่งตัวแบบนี้..แต่ก็ยังเข้าร้านแบบนี้ มันเรื่องห่าเหวอะไรกันที่เขาจะซื้อนาฬิกาในห้างระดับนี้?
มันก็เพราะ...
ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านสายสีเงินรอบข้อมือก่อนจะสะดุดกับรอยนูนเป็นทางยาว เขามองมันให้เต็มตา.. แผล..เล็กฉุดรั้งความทรงจำสีจางขึ้นอีกครั้ง เลือดปะทุหลั่ง..เชือกไนล่อนตวัดด้วยเร็วสูงจากรอกชัก ครูดผ่านถลอกลึก..
"นายพลาดอีกแล้วเหรอเนี่ย? บางทีฉันก็สงสัยนะจียงว่านายมีใจเล่นจริงหรือเปล่า?"เสียงทุ้มถามเขาตรงๆก่อนจะดึงเชือกด้วยท่าทางเชี่ยวชาญและพันกับรอกเหมือนเดิม คนรอบตัวมองเป็นตาเดียว..มองมาที่เขา เขายกมือขึ้นสูงก่อนจะถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ไปก่อนที่แผ่นหลังนั้นจะหันมามองเขา..สบตาเขา...ทิ่มแทงเขา แผลเล็กๆนั่น..กลับไม่ได้หายง่ายดายอย่างที่เขาคิด ยาวนานกว่ามันจะทอดทิ้งรอยนูนเล็กๆเอาไว้ผิวเนื้อ
เจือจาง?
ไม่มีทาง..
"หมอบอกว่าระวังอย่าเพิ่งให้โดนน้ำช่วงนี้ ฉันนึกว่ามารวมกันใหม่นายจะเก่งขึ้น"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น คำพูดเหล่านั้นลอยมาตามสายลม โอบล้อมเขาไว้ชั่วครู่ก่อนจะสลายลอยผ่านไป เขามองแผ่นหลังที่กำลังอยู่เบื้องหน้า กระเป๋ากีฬาใบโต..มันไม่ใช่ใบเดิมกับตอนที่เรียน ผมสีดำสนิทอย่างไรก็ยังดำอย่างนั้น ดวงตาคมคายและสันคางนั่น..เชิดรั้นแบบที่มันเป็น เขาชะลอฝีเท้าจนแผ่นหลังนั่นเหลือเพียงแค่ฝ่ามือ ฝูงชนกลืนกินเงาของชายหนุ่มร่างสูง เขามองไม่เห็นแล้ว..เขาไม่ต้องเห็นแล้ว
ไม่ต้องเห็นวงเงินเกลี้ยงเกลาบนนิ้วนางข้างนั้น
เขานึกถึงตอนที่เห็นประกายของมันครั้งแรก.. ไม่จำเป็นต้องพึ่งเสียงซุบซิบของแม่สาวพวกนั้นด้วยซ้ำ.. เขารู้ดีว่าควรจะต้องหยุดแต่ในห้องเปลี่ยนเสื้อนั่น.. มือใหญ่ที่ดึงชายเสื้อเลิกขึ้นสูง โครงหน้าคมที่ไม่ใคร่แสดงอารมณ์อะไรนอกจากรอยยิ้มหยันเล็กๆ โครงร่างสูงและผึ่งผายไม่ค่อยได้หันมองใครจนเหลียวหลัง คิ้วหลิ่วคม.. ทั้งหมดนั้นเขา..อยากได้
เขา..อยาก
ร่างเพรียวขยุ้มปกเสื้อโปโล...รวบไว้แน่นรอบลำคอ ความกล้าหาญบางอย่างกำลังตื่นขึ้น เขาอยากจะก้าวออกไปให้พ้นจากตรงนี้ ภาวนาให้หลุดพ้น...บ่วงล่องหนที่เกาะกุมทุกเสี้ยวในหัวใจ
"ไง...? ฉันนึกว่านายจะเปลี่ยนเบอร์อีก..ขอบคุณที่ออกมาดื่มเป็นเพื่อนนะ?"ร่างสูงโงศีรษะขึ้นมาจากเคาน์เตอร์ เห็นได้ชัดว่าก่อนที่เขาจะมา เครื่องดื่มหลายขนานมาและจบลงในลำคอของผู้ชายคนนี้ไปมากมาย เสื้อเชิ้ตไหมสีโค้กและเนกไทสีน้ำตาลไหม้ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองอย่างครุ่นคิด เบอร์เบิ้น...วางลงตรงหน้าเขา เพียงแต่แววตาของอีกฝ่ายจองจำให้เขาต้องชะงักมือ ริมฝีปากใคร่กระหายจะลิ้มรส...น้ำอำพันอยู่อีกไม่ไกลแต่...
ผู้ชาย...ดวงตา...คมเข้มกับริมฝีปากเม้มแน่น
"นายรู้ว่าฉันแต่งงานสินะ?"
เขาไม่ได้ตอบนอกจากวางแก้วเบอร์เบิ้นลง เพลงจังหวะช้าเชื่องแทรกซึมไปทั่วอณู...เขาอาจจะคิดไปเองว่าหัวใจของเขาเต้นทำนองเดียวกับเพลง..ถ้าเพลงมันหยุดลง...เขาจะตายไปพร้อมกันหรือเปล่า? ชายหนุ่มร่างสูงยกแก้ววิสกี้ออนเดอะร็อกขึ้นดื่มก่อนจะเรียกแก้วใหม่ มือใหญ่เสยผมดำไปด้านหลังก่อนจะถอนหายใจ
"...นายเท่านั้นที่จะไม่ไปไหนใช่ไหม? ...ใช่ไหม?"มือใหญ่ปัดวงแก้วให้น้ำแข็งกระทบแก้วกริ๊ก เขามองขอบแก้วและหันมาเจ้าของ ดวงตาคมขลับยังไม่จากไปไหน มันเค้นตรงมาที่เขาเพื่อหาคำตอบ...มือใหญ่เมื่อครู่ปล่อยละจากวิสกี้ออนเดอะร็อก มันคืบคลานมาที่แขนเสื้อของเขา ปลายนิ้วสอดผ่านเนื้อผ้า..
ผ่านแผล..
"กลายเป็นแผลเป็นเหรอเนี่ย...น่าเสียดายนะ?"
ความร้อนที่รุกไล่ผิวเนื้อ..ปลุกความเจ็บในตอนนั้นขึ้นมาแล่นปราด เขาไม่กล้าที่จะชักมือกลับ...ไม่แม้จะสบตากับอีกฝ่ายอีก ปลายนิ้วของชายหนุ่มยังวนเวียนที่รอยนูน ทวี..เสียด...เขาทนไม่ไหว อย่า...ได้โปรดอย่าแตะต้องเขามากไปกว่านี้...
"ทำไมถึงทำสีหน้าแบบล่ะหืม?"
อย่าทำน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างนั้นด้วย
...อย่า
ผู้คนลุกขึ้นตบมือให้กับเสียงเปียโน เพลงช้าที่ดำเนินสิ้นสุด..มันอำลาจากไปแต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ ทุกคนยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติ...ยกเว้นเพียงสองคน.. ชายทั้งสอง...
เป็นครั้งแรกที่เขาลิ้มรสวิสกี้ออนเดอะร็อก..
จากริมฝีปากคนอื่น...
และนั่นคือจุดเริ่มต้น..ของห้องๆนี้
เขามองฝนที่หยาดเม็ดหมาด ท้องฟ้าสลัวยามค่ำคืนทอแสงเรืองประหลาดที่มุมขวา...นั่นคงเป็นดวงจันทร์? เขามองมันอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเหลียวมองไปรอบห้อง สีขาวและโทนขรึมให้เหมาะกับผู้ชาย...ไม่รู้จะเชื่อได้แค่ไหนว่าเขาเลือกห้องนี้ให้กับมือ ..ไม่ใช่แค่สั่งเลขาสักคนแล้วเลือกมัณฑนากรมารังสรรค์ เขาไม่เคยเอาเสื้อผ้ามาไว้ที่นี่..ยกเว้นสองสามตัวไว้เปลี่ยนกรณีฉุกเฉิน อีกฝ่ายก็เช่นกัน..ดอกไม้ที่ส่งมาห้องนี้ทุกวัน..คงเป็นบริการจัดส่งที่รับคำสั่งล่วงหน้ามาเป็นเดือน เขามองกุหลาบเบื้องหน้า..กลีบนวลของมันพันแย้มคลี่อาย แต่งห้องเรียบเฉยอย่างนี้เพื่ออะไรถ้าจะส่งกุหลาบมาให้
เขามองกล่องกระดาษที่อยู่ด้านล่างโซฟา ใบไม่ใหญ่ไม่โต.. เขามองมันก่อนเอียงคอมองกุหลาบเหล่านั้น เขามองเตียงกว้างใหญ่และมองไปทุกมุมในห้อง โต๊ะตรงนั้น...เก้าอี้...ตัวสูง..........โต๊ะทานข้าว..ห้องน้ำ....หรือว่าโซฟาตัวนี้ก็ตาม..มันมีแต่คราบความทรงจำ
แปลก..ทั้งที่มันว่างเปล่าแท้ๆ
ชายร่างเพรียวรู้สึกอยากได้เครื่องดื่มมาดับกระหาย ความแห้งผากเป็นผุยผงกำลังระรานลำคอ เขาอยากจะดื่มสักแก้วสองแก้วเพื่อหล่อเลี้ยงความกล้าหาญที่เพิ่งตื่นขึ้นมา อยากให้มันเติบโต..เติบโตพอที่จะคุ้มครองเขา
"ไง..จียง?"เสียงทุ้มต่ำ..รูปแบบการทักทายเดิมๆ ไม่มีเปลี่ยน...ไม่ต้องหันมองก็รู้ว่าคือผู้ชายคนนั้น คนที่จะเข้าห้องนี้ได้ก็มีเพียงแค่เขาและผู้ชายคนนี้..
"โทษทีนะ..ฝนตกรถติด"ร่างสูงถอดสูทพาดไว้ที่ไม้แขวนริมผนัง บริเวณบ่ามีรอยเปียกของน้ำ ผมสีดำสนิทชื้นเปียกและสีเข้มกว่าเดิม ดวงตาเรียวเล็กสังเกตทุกรายละเอียด มองชายหนุ่มปลดสายเนกไทลงหลวมและขยับกระดุมออกสองสามเม็ด ดวงตาคมคายไม่ได้สะท้อนภาพของเขา
โง่จริง..มันไม่เคยมีมาตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือไง
"อาจจะฟังดูแก้ตัวนะ แต่ที่โซฟาตรงนี้เลยได้ไหม?"อีกฝ่ายแตะลงที่กระดุมเสื้อโปโลของเขา ร่างเพรียวมองเหม่อทุกการกระทำ..อากาศเย็นชโลมผิวเปลือยลาดไหล่ เขารู้สึกเหมือนเป็นตุ๊กตาที่กำลังจะถูกทิ้ง..
"ทำไมไม่ถอดล่ะหืม? หรือว่ายังไม่มีอารมณ์?..นายก็รู้ว่าฉันต้องบินไฟลท์ห้าทุ่มนี่ฉันก็เพิ่งเลิกประชุม ไม่มีเวลา...ม.."
"เลิกเถอะ..."
"เห?"
"ฉันบอกว่าเลิกเถอะ.."
ชายร่างเพรียวสบตาผู้ชายที่กำลังนิ่งตะลึงงัน แวววูบวาบในดวงตาคมคายคู่นี้คืออะไรนะ.. ผิดหวัง? เสียใจ? หรือว่าเจ็บปวด? มือใหญ่คู่นั้นหยุดลงและยกขึ้นเสยผมโดยแรง
"นายต้องการอะไรอีก? บ้านเดี่ยวหรือว่ารถ?"
"เลิกก็พอ"
"นายไม่ใช่คนเข้าหาฉันก่อนหรือไง?"
"ใช่.....และนั่นอาจจะ.."เขากล้ำกลืนข้อความที่ว่า ‘เป็นสิ่งเดียวที่ผิดพลาดที่สุด' ลงคอไป เขาสบตากับร่างสูง เนกไทสีเข้มที่หลุดลุ่ยทำให้ร่างสูงดูเหนื่อยล้า ชายหนุ่มทิ้งตัวลงโซฟาแต่ไม่วางตาจากเขา ร่างเพรียวไม่คิดจะหลบตา..อย่างน้อยก็ในตอนนี้
"ฉันทำอะไรบกพร่อง? เงิน? ดอกไม้? เซ็กส์?"
"........................................."
ร่างสูงเงียบเมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบ... แย้มริมฝีปากก่อนจะหุบลง..แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ความอยากรู้ของตนเอง
"หรือว่า..ผู้ชายใหม่?"
ร่างเพรียวยกกล่องที่ปลายโซฟาขึ้นเท ธนบัตรปลิวร่อนทุกทิศทาง แผ่นกระดาษกระจิดริดสูงค่าทะลักท่วมหัวของร่างสูง กรีดไล้สันคาง บ้างตบหน้า ใบที่เหลือบดบังสายตาให้พร่ามัว ธนบัตร..ทุกแห่งหน
"ฉันคืนให้นาย"
"จียง?"ร่างสูงผุดยืนขึ้นเต็มความสูง เขาคว้าแขนสองข้างของร่างเพรียวก่อนจะยัดเยียดคำตะคอกใส่หน้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน.. ความสูงที่ต่างกันทำให้เหมือนอีกฝ่ายจะโถมถาลงคร่อม ดวงตาเรียวเล็กเงยขึ้นสบกับอีกฝ่ายแต่ความคลุ้มคลั่งในดวงตาของร่างสูงเป็นเพราะอะไร...ความหึงหวงหรือว่าแค่ความเจ็บใจ? แค่สมบัติชิ้นหนึ่งจะหล่นหายไประหว่างทาง..
"คนๆนั้นคือใคร?"
"....เราจบแล้ว..ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ.."
ร่างสูงขมวดคิ้วแน่น...หากว่าสายตาคู่นี้คือใบมีด...ใบหน้าของเขาคงมีแต่รอยแผล สีดำที่ดึงดูด...เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าแม้แต่ตอนนี้มันยังทำให้เขาหลงใหล แม้ว่าจะไม่มีความอ่อนโยนที่ฉายระวิอยู่เหมือนก่อน..แม้ว่าสัมผัสทุกเสี้ยวคือตัณหาและราคะ..หรือแม้ว่าเขาจะกลายเป็นเพียงสมบัติชิ้นหนึ่ง..สูงค่าเป็นแค่พลอยในหมู่เพชรแต่มันก็เท่านั้น
ไม่มีแหวนสำหรับเขาหรือสองเรา
ที่ผ่านมา..แหวนวงนั้นยังอยู่บนนิ้วนางข้างเดิม แหวนของ..การแต่งงานที่ถูกต้อง
"นายจะตบ?"เขาเค้นเสียงออกไปได้ดังสุดเท่านี้เมื่อเห็นมือใหญ่ตวัดเงื้อมในอากาศ เขาไม่คิดจะหลบ..เขาหลับตาและปล่อยให้มันเป็นไปตามกลศาสตร์ ...แต่ตรงกันข้ามเขากลับได้รสสัมผัสนิ่มอิ่มที่ริมฝีปาก ความเรียบลื่นของปลายลิ้นผินแผ่วตามริมฝีปากบน
เร่งรัดรบเร้าให้เผยอรับ
เขาตอบรับแม้ว่ามันจะเป็นกับดัก เขาเอียงใบหน้ารับ ปล่อยลมหายใจรินระรวย ...รสชาติของเครื่องแอลกอฮอล์อวลชัด ร่างเพรียวลืมตาขึ้น..แม้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว..ก็ยังมีแต่คำโกหก
เขาผละออก
เขาอยากร้องไห้...
ร่างสูงยืนนิ่งไม่ไหวติงหลังจากการปฏิเสธ สายตาคมพลันว่างเปล่า.. ร่างเพรียวหัวเราะเสียงเบา..เพียงเพื่อเยาะหยันให้กับตัวเอง เขาเดินไปหยุดที่แจกันหรูหราเหล่านั้น ดอกกุหลาบ...เขาหยิบขึ้นมาหนึ่งก้าน
"ฉันขอเจ้านี่หนึ่งดอกนะ"
ร่างสูงพึมพำบางอย่างแต่เขาไม่คิดจะอยู่ฟัง..
ชายร่างเพรียวยกกลีบนวลขึ้นดอมดม..กลีบของมันไล้ผ่านเรียวปากของเขา ชายหนุ่มหยุดยืนที่หน้าประตูก่อนที่จะก้าวออกไปจากห้องนี้ เขาเหลียวมองแผ่นหลังกว้างซึ่งสั่นเทิ้ม
อยากบอกเหลือเกิน..อยากให้นายรู้..
.
.
กุหลาบยังอ่อนโยนได้ไม่เท่านาย
end.
ประกาศตัวเล็กๆ ...คิดว่าจะจัดเกมชิงโปสเตอร์หน้าตาแบบนี้แต่ยังคิดไม่ออก
มีใบเดียวขนาดสักเอสามนี่แหละ
มีคนสนใจไหมคะ?







อ่านแล้ว... ช่าง... ช้ำ....
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ตั้งสติเม้นท์ไม่ได้
อ่อกแต่เช้าเลยเรา
~~(T_T)~~
ตั้งสติได้แล้วจะเม้นท์ใหม่นะคะ
#1 By KATCHA on 2009-09-29 07:39