[BB.fic] Erosphobia #10
posted on 23 Oct 2009 01:06 by sussurro in fictionTitle: Erosphobia #10
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii
+++
Love is irresistible desire to be irresistibly desired.
Robert Frost
"หืม?"
"นกน่ะ.." เขาพยักพเยิดให้อีกฝ่ายเงยหน้ามองชายฟ้าโล่ง มีเพียงสองจุดดำเล็กๆขยับนวลนิ่งจนลับตา "มันบินมาด้วยกันแต่เกาะสายไฟห่างกันเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน"
"ถ้าใกล้กันมาก ไฟฟ้าแรงสูงอาจจะทำให้พวกมันต้องตาย"เสียงทุ้มห้าวพูดขึ้นขณะที่หยุดยืนหน้าหอพัก เขามองร่างเพรียวที่ยังหยุดมองนกสองตัวบนฟากฟ้า เสียงพึมพำของอีกฝ่ายผ่าสายลมมาไม่ถึงเขา
"อย่างนั้นเหรอ.. ใกล้กันมากกว่านั้นไม่ได้สินะ?"
...
#10
.
.
อีกครั้งที่เขายืนตระหง่านอยู่ในห้องเล็กแคบแห่งนี้ จ้องมองเจ้าของห้องชงกาแฟอย่างคล่องแคล่ว ร่างเพรียวของควอนจียงหยุดยืนนิ่งที่ปลายเตียง ปรายตามองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายแล้วใคร่ครวญ มีอะไรที่แปลกตาไปจากทุกวันนะ.. เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงและไขว่ห้างตามเคยชิน เสียงกรอกแกรก เสียงช้อนกระทบแก้ว กลิ่นกาแฟ กลิ่นหวานหอม จียงเฝ้าดูมันทั้งหมด
นั่นหรือเปล่า?
เขาลอบยิ้มเล็กๆกับผมไร้น้ำมันเยิ้มของซึงฮยอน เขามองเส้นผมดำขลับที่ขยับไหวตามแรงเคลื่อนของเจ้าตัว สีผมเข้มมาก..คงจะย้อมสียาก จียงรีบเบือนหน้าหนีเมื่อซึงฮยอนยกถ้วยกาแฟตรงมาทางเขา รีบสะบัดรอยยิ้มให้พ้นจากใบหน้าอย่างเร่งด่วน ร่างสูงยื่นถ้วยซึ่งมีไอกรุ่นมาตรงหน้า สีหน้าของเจ้าของห้องมีความเขินอายเจือจาง จียงรับมาดื่มจิบเล็กๆ...หวาน วางถ้วยลงกับโต๊ะหัวเตียงขณะที่ซึงฮยอนนั่งลงพื้นห่างจากเตียงไปมากโข
ไม่มีใครพูดอะไรนักในชั่วโมงแห่งความเงียบนี้ เจ้าของห้องและผู้มาเยือนได้แต่นั่งจมในความเงียบและจิบกาแฟร้อนไปพลาง จียงไม่รู้สึกอึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น เขากลับเอนหลังพิงหัวเตียงอย่างสบายอารมณ์ มีบางอย่างที่เขานึกขึ้นได้..นึกได้อย่างฉับพลัน
"หูนายเป็นไงมั่ง?"
"...เห?"ร่างสูงยกมือขึ้นลูบโดยอัตโนมัติ
"ที่เจาะไปน่ะ.. นายยังใส่อยู่หรือเปล่า? ไม่ได้ถอดออกใช่ไหม?"
"ฉันใส่ตลอด..ไม่เคยถอด"
ควอนจียงรู้สึกพอใจ...ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไรแต่เขาพอใจแล้ว ร่างเพรียวก้าวเท้าลงจากเตียงและหยุดลงคุกเข่าตรงหน้าซึงฮยอน อีกฝ่ายดูเหมือนจะผงะหลังไปเล็กน้อยขณะปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมให้พ้นใบหู สะกิดไล้ติ่งหูนิ่มอย่างแผ่วเบา สีเงินของมันแวววามเด่นท่ามกลางความดำสนิทของเส้นผม จียงสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายค่อยๆกระถดถอยให้พ้นมือเขา
"ขอโทษทีที่จับ.."จียงลดมือลงทันที
"เปล่า..ไม่ใช่อย่างนั้น..ฉันแค่.."เสียงทุ้มห้าวตอบอย่างตะกุกตะกักกลับมา
"ช่างเถอะ.."
เขากลับมานั่งที่เตียงเหมือนเดิม ร่างเพรียวยกกาแฟอุ่นขึ้นจิบอีกครั้ง ห้องเงียบกว่าครั้งก่อน.. สายลมหยุดนิ่ง ม่านบางไม่ไหวติง จียงรู้สึกเหมือนนั่งมองเวลาในขวดแก้ว นิ่งงันในความเงียบ ซึงฮยอนนั่งอยู่ตรงนั้น..ลอบมองมาทางเขาในเวลาที่เหม่อลอย จ้องมองมาด้วยสายตาแบบไหนหลังกรอบแว่นกัน?
ทุกวันนี้..ที่เขามายังห้องนี้ เขามาเพื่ออะไรกันนะ..ไม่ใช่เพื่อสังสรรค์..หรือแม้แต่จะมาพูดคุย จิบกาแฟ..? ดื่มเบียร์? สูบบุหรี่? แต่ไอ้อย่างนั้น เขาทำที่ไหนก็ได้..ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ เจ้าของห้องรึก็ออกจะเฉิ่มเฉย.. คนที่ถูกยี้จากเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย..รวมทั้งเขาด้วย....ใช่ไหม? หยดกาแฟสุดท้ายไหลผ่านลำคอก่อนที่เขาจะเอ่ยถามอีกฝ่าย
"คืนนี้นายจะไปกับฉันไหม?"
ซึงฮยอนอ้าปากและหุบลงอย่างรวดเร็ว เขาอยากใคร่ครวญก่อนจะตอบตกลง คำว่า ‘ไปสิ' มาจ่อที่ริมฝีปากของเขาเสียนานแล้วแต่บางอย่างทำให้เขาต้องชะงักลง เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ในที่สุดก็ต้องตอบอย่างที่ใจอยากอยู่ดี ซึงฮยอนอ้าปากอีกครั้งเพื่อจะตอบแต่ร่างเพรียวยกมือขึ้นยั้งไว้ เสียงดนตรีแผดลั่นในห้องแคบ มันช่างก้องดังบาดหู.. ควอนจียงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมองหน้าจอ
"...อืม...ฉันออกมาก่อน โทษที..ไว้ไปซื้อด้วยกันใหม่นะ"จียงกรอกเสียงไปตามสาย
".........................................................................................................................."
"...ขอโทษที่ผิดนัด..ฉัน"
"..................................................................................."
"โอเคฉันลืมนัด..ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเจอลีน่า....แต่ฉันไม่ว่างน่ะ"
".........................................................................................."
"อืม...ฝากขอโทษด้วย ไว้คราวหน้า"
".........................."
ลีน่า...ชื่อผู้หญิง?
ซึงฮยอนเสมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาลุกขึ้นรินกาแฟให้ตนเองอีกแก้ว รสชาติฝาดเฝื่อนของมันทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ปกติไม่เติมน้ำตาลแต่ชอบใส่นมหรือครีมเทียมหลายช้อนพูนๆ ร่างสูงเพ่งสมาธิกับการตักครีมเทียม..พยายามปฏิเสธว่าไม่ได้ยินเสียงพูดคุยที่ลอดออกมาจากสายโทรศัพท์ ..เสียงที่แฉล้มแหลมสูง
เสียงผู้หญิง...
เขาคนกาแฟกับครีมเทียมให้เข้ากัน สีของมันกลายเป็นน้ำตาลอ่อน..เขาคงใส่ครีมเยอะเกินไป ซึงฮยอนยกขึ้นดื่มพอดีกับร่างเพรียวกดวางสาย ดวงตาเรียวเล็กมองหน้าจออย่างครุ่นคิด เจ้าของห้องเฝ้าดูอากัปกิริยาของอีกฝ่าย เขาไม่มีหน้าที่ถามว่าคุยกับใคร เขาไม่มีสิทธิด้วยซ้ำ... ซึงฮยอนทรุดตัวลงนั่งที่เดิมบนพื้นห้อง
จียงเบนสายตาขึ้นสบเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้
"แล้วคำตอบของนายล่ะ?"
.
.
.
ควอนจียงเหลือบมองซึงฮยอนในชุดแจ็กเก็ตยีนส์ตัวเดิมที่เขาซื้อให้แต่เสื้อตัวในไม่ใช่โปโลสีขาวตัวนั้น.. มันกลายเป็นเชิ้ตดำเรียบๆกลัดกระดุมจนถึงเม็ดบน เขาและจียงนั่งคู่กันที่เบาะหลังกำลังมุ่งหน้าไปยังบลิซผับ ร่างสูงนั่งพิงกระจกรถแท็กซี่ตลอดทาง จียงเห็นแค่ผมดำสนิทและเสี้ยวหน้าของซึงฮยอนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไฟจากริมถนนปรายปาดบนโครงหน้านั่นเป็นระยะ ความเงียบลอยวนคลอกับเสียงล้อรถบดถนน
"ซึงฮยอน.."
"หืม.."ดูเหมือนว่าร่างสูงยังไม่อยากละสายตาออกจากวิวข้างทาง เสียงทุ้มห้าวตอบรับจากลำคอ
"นายไม่ต้องกลัดกระดุมถึงคอก็ได้ หันมาทางนี้สิ.."แต่เขาไม่ได้รอให้ซึงฮยอนหันมา มือเรียวเอื้อมไปปลดกระดุมเม็ดบนอย่างคล่องแคล่ว..และตามด้วยเม็ดที่สอง
"อ้อ..ขอบใจ"ซึงฮยอนพึมพำ แผงอกขยับขึ้นลง..สั่นไหว...ใจแกว่ง
จียงเพียงแค่พยักหน้าและลดมือลงกอดอกดังเดิม วันนี้..หมอนี่ไม่ยอมสบตาเขา พยายามเลี่ยงการปะทะสายตาซึ่งๆหน้า เขาไหวไหล่อย่างไม่สนใจ..มันอาจจะทำให้เรื่องง่ายขึ้นก็ได้ ไม่มองก็ไม่ต้องมอง... เขาเบือนหน้าพิงกระจกฝั่งตนเอง แสงสะท้อนจากรถที่สวนมาชั่วครั้งชั่วคราวทำให้เขาเห็นกรอบแว่นสีดำชัดเจน จียงลอบยิ้ม...
.
.
.
บลิซผับวันนี้คนแน่นขนัด..
เขาต้องเบียดเสียดผ่านคนมากมายกว่าจะมาถึงบาร์ด้านในและแน่นอนว่าไม่มีที่ว่างสำหรับเขาสองคน ซึงฮยอนชะเง้อมองเคาน์เตอร์อีกครั้งเพื่อมองหาที่ว่าง บริกรแทรกตัวเข้าหาควอนจียงเพื่อนำทาง จียงหันไปสะกิดแขนเสื้อของอีกฝ่ายเพื่อให้เดินตาม ร่างสูงเบียดผ่านคนรอบๆจนมาถึงโซฟาครึ่งวงกลมที่อยู่สุดมุมห้อง บนโต๊ะมีเครื่องดื่มเตรียมไว้พร้อมและผู้หญิงอีกสามคน สวย..เขาบอกได้คำเดียว ทุกคนยิ้มหวานเมื่อเห็นจียง ร่างเพรียวนั่งลงที่ปลายด้านของครึ่งวงกลม
"นายไปนั่งฝั่งนู้นสิ"จียงพยักพเยิดให้ซึงฮยอนนั่งอีกปลายของครึ่งวงกลม ร่างสูงทิ้งน้ำหนักลงโซฟาอย่างประหม่า..ขลาดเขิน เบื้องหน้าคือควอนจียงและทางซ้ายมือคือเหล่าผู้หญิงแปลกหน้า หญิงสาวสามคนพยักหน้าทักทายเขา สายตาของเขาจับจ้องที่ใบหน้ายิ้มๆของควอนจียง สามสาวหัวเราะเบาๆเมื่อคุยกับเขาไปไม่ได้กี่คำ
"อย่างที่บอก..ซึงฮยอนที่เรียนมหาลัยเดียวกับผม"
"โอ้...แว่นนั่นทันสมัยจัง นักร้องวงที่ฉันชอบก็ใส่ล่ะ เรียกว่าฉันว่ายูนอาก็ได้นะคะ"
"ทำคะแนนอยู่คนเดียวเลยนะ ฉันชื่อแทยอนค่ะ"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันชื่อซึลกี นั่งเงียบไม่บอกชื่อกันมั่งเลย"
"ผม..ซึงฮยอน..เอ่อ..ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
เสียงใสของสาวๆแทรกดนตรีกระหึ่มเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว คำถามมากมายปะปนกับเสียงหัวเราะต่อกระซิก จียงสั่งเบียร์มาสองไพน์ หนึ่งไพน์ให้เขาและหนึ่งไพน์ให้ตนเอง ร่างเพรียวนั่งละเลียดฟองเบียร์พลางไขว่ห้างบนโซฟาหนานุ่ม ริมฝีปากของจียงไม่ค่อยขยับสักเท่าไรนอกจากจะยิ้มบางไปกับมุกตลกของสาวๆ เท่าที่ทำคือยกแก้วเบียร์และชิมมันฝรั่งทอด
ซึงฮยอนพยายามสบตากับอีกฝ่ายแต่ไร้ผล ร่างเพรียวเอาแต่จ้องมองแก้วเบียร์และโต๊ะกระจกใสด้านหน้า...เขาอาจจะคิดไปเอง แต่การที่สามสาวนั่งเบียดล้อมเขาตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดไปเอง รอยยิ้มแพรวพราวของพวกหล่อนทำให้เขานึกถึงอัญมณีหลากสีแต่ไม่ว่าอัญมณีเม็ดไหนก็ดูเหมือนของปลอมไปเสียหมด.. ซึงฮยอนยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มติดต่อกันไม่เว้นช่วง หนึ่งไพน์หมดลงอย่างรวดเร็ว..ตรงกันข้ามกับหนึ่งไพน์ของจียง มันแทบไม่พร่องเลยแม้แต่น้อย..
"นี่..ซึงฮยอน ฉันว่าคุณหน้าเหมือนนักร้องที่ฉันชอบจริงๆนะ"
"อ๋อ..วงนั้นน่ะเหรอ จะว่าไปก็หน้าคล้ายๆอยู่เหมือนกันนะ"
"บ้า..วงนี้ต่างหากล่ะ ทาบิไงทาบิ.."
"ถอดแว่นให้ดูหน่อยสิคะ ...ฉันว่าคุณต้องเหมือนเขามากๆแน่ๆเลย"ยูนอาเอื้อมมือมาแตะที่ขาแว่น หล่อนนั่งใกล้เขามากที่สุดในบรรดาสามคน หัวเข่าของเขาเสียดสีกับของหล่อนอย่างแนบชิด สามสาวเฝ้ารอคำตอบจากเขา เป็นครั้งแรกที่เขาเงยหน้าและสบตากับควอนจียงระหว่างบทสนทนา ทั้งที่ตั้งแต่หัวค่ำ..จียงไม่ยอมแม้จะมองหน้า
แต่ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นจ้องเขากลับมาเขม็ง..
"อย่าเลยครับ..ผมไม่ชอบถอดแว่นข้างนอก มันทำให้เวียนหัว"
"ว้า..หมายความว่าถ้าเป็นในห้องก็โอเคใช่ไหม ร้ายจริงๆเลยคุณเนี่ย"ผู้หญิงที่ชื่อซึลกีหรืออาจจะชื่อแทยอนหัวเราะเสียงใสอย่างอารมณ์ดีแต่เขาไม่รู้สึกว่าที่พูดไปมันเป็นมุกตลกที่ตรงไหน..
"ถ้าเป็นห้องฉันล่ะคะ?"ยูนอาพูดแทรกขึ้นมา
หล่อนยิ้ม..แต่จียงไม่ยิ้ม
ร่างเพรียวดึงฮู้ดขึ้นสวมและดึงลงมาปิดหน้า ซึงฮยอนไม่โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่ายูนอาชวนไปที่ห้อง เขามองควอนจียงอีกครั้ง จียงยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย มือเรียวของอีกฝ่ายวางแก้วลงโต๊ะและเรียกบริกรมาเคลียร์บิล
"เรื่องนั้น..."เสียงทุ้มตะกุกตะกักในลำคอ
"นี่อย่าบอกว่าคุณจะถอดให้แต่ยูนอาดูนะ พวกเราก็ขอไปดูด้วยซี"
"ใช่ๆ..ยูนอาเธอนี่เหลือเกินนะ"
บริกรเดินเอาบิลมาให้จียงเซ็นชื่อและถอยกลับไปที่เคาน์เตอร์ ร่างเพรียวยกแก้วขึ้นดื่มเป็นครั้งสุดท้าย ควอนจียงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะพูดแข่งกับเสียงดนตรี
"งั้นผมกลับก่อนนะสาวๆ ซึงฮยอน..นายก็ดูแลพวกเธอด้วยล่ะ"
"จียง..?"
ร่างเพรียวแค่กระตุกยิ้มวูบทิ้งท้ายก่อนจะเดินลัดเลาะฝูงชนออกไป ซึงฮยอนหันหลังบอกปัดคำเชิญพวกหล่อนอย่างนุ่มนวลก่อนจะก้าวเท้าตามอีกฝ่าย เสื้อสีดำของจียงท่ามกลางผับแสงสลัวกลายเป็นเรื่องยากในการติดตาม...แต่เขาจำลายไมโครโฟนสีทองนั่นได้ สายเล็กๆของมันพาดบ่าและเลื้อยหายไปด้านหน้า ไหล่และบั้นเอวแบบนั้น.. ซึงฮยอนสอดฝ่ามือเข้ากุมข้อมือของอีกฝ่ายไว้หลวมๆแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มคนมากมาย
ซึงฮยอนไม่ยอมปล่อยมือ..
เขากลัว..
หากว่าปล่อยไปแล้ว เขาจะคลาดกันกับจียง
ปลายนิ้วสอดประสานอย่างเชื่องช้าจนแนบแน่น ความอบอุ่นแล่นผ่านสองมือ ซึงฮยอนเข้าใจถึงความร้อนจากผิวเนื้อ..เข้าใจถึงกระแสเลือดซึ่งวิ่งพล่านใต้ผิว ความอุ่นร้อน..ความนุ่มชวนสัมผัส เขาสองคนเดินผ่านนักท่องราตรีมากหน้าหลายตา ไม่มีใครสนใจจะมองว่ามือของเขาสองคนเบื้องล่างจะจับกันไว้ ไม่มีใครสนใจจะมองว่าควอนจียงและเชวซึงฮยอนกำลังจับมือกัน ลัดเลี้ยวอยู่นานกว่าจะถึงประตูทางออก จียงยอมให้เขากุมมือไว้โดยดีจนเมื่อถึงหน้าประตู..
...มือของเขาถูกสลัดทิ้ง
...ไร้เยื่อใย
ร่างเพรียวยืนนิ่งที่ป้ายเรียกรถ กอดตนเองไว้แน่น ลมหายใจกลายเป็นไอแผ่วเบากะเทาะผ่านม่านอากาศในความมืด ซึงฮยอนหยุดยืนข้างๆ ...เงียบงันและข้องใจ
จียงก้าวขึ้นรถแท็กซี่คันแรกที่จอดเทียบ ชายหนุ่มขยับขึ้นนั่งตามโดยไม่ต้องชวนและปิดประตูไล่หลัง ซึงฮยอนสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายปรือตาอยู่บ่อยครั้งระหว่างการเดินทางที่แสนเชื่องช้าในคืนวันศุกร์ รถติดที่สี่แยกใจกลางเมืองแม้ว่าจะเป็นเวลากว่าสี่ทุ่ม สันจมูกโด่งนั่นเชิดไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย ทอดมองไปนอกหน้าต่างสลับกับหลับตา สุดท้ายควอนจียงเอียงศีรษะลงพักกับพนักพิง
"วันนี้ทำไม..."ซึงฮยอนหยุดพูดลงกลางคันเมื่อเห็นอีกฝ่ายผล็อยหลับ
ชายหนุ่มเลื่อนมือเข้าสอดกับมือของอีกฝ่าย แม้ไร้การตอบสนองแต่ก็ไร้การปัดป้อง เขาเกาะกุมมือของอีกฝ่ายไว้แน่นเข้าและดึงให้เข้าหาเขาอีกนิด จียงโน้มตัวลงพิงเขาตามแรงดึงอย่างง่ายดาย
"จอดหน้าเอสบีเคด้วยครับ ส่วนคนนี้ช่วยปลุกเขาที่หน้าตึกบีบี"คนขับพยักหน้ารับและเร่งเครื่องเมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียว ร่างสูงเหลือบมองเรือนผมนุ่มที่คลุมบ่าของตน ดวงตาหลับพริ้มและริมฝีปากเผยอน้อยๆ แรงกายสั่นไหวไปพร้อมกับรถซึ่งเคลื่อนตัวออกจากสี่แยก
ซึงฮยอนเบือนหน้าไปมองนอกกระจก แสงไฟยามค่ำคืนเริ่มคุ้นตามากขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงเม้มริมฝีปากก่อนจะหันมามองใบหน้าของคนข้างกาย ผิวแก้มสีนวลไม่ต่างจากวันนั้น..เชิญชวนยวนเย้าเหมือนเดิม ชายหนุ่มก้มลงประชิดและพิมพ์รอยจูบลงบนมัน อ่อนโยนแต่ขณะเดียวกันก็เกรงกริ่งว่าอีกฝ่ายอาจจะตื่นขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ มันช่างขัดแย้งกับเสียงในใจที่อยากให้อยู่อย่างนี้อีกนานเท่านานเหลือเกิน
ความอ่อนนุ่มที่เขาฉกชิงมาช่วงสั้นๆ กลิ่นหอมอ่อนหวานซึ่งระรินผ่าน มันอ้อยอิ่งอยู่บนริมฝีปากเหมือนความฝัน เขาไม่ได้สนใจสายตาของคนขับรถที่มองกระจกมองหลังชั่วครั้งชั่วคราว ความจริงเขาอยากจะให้เห็นด้วยซ้ำ.. เป็นพยานให้เขา..
เพราะมีแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น
ช่วงเวลาที่ซึงฮยอนรู้สึกว่ามันเป็นของเขาอย่างแท้จริง...
+++
.
"จอดตรงนี้แหละฮะ.."เด็กหนุ่มร้องบอกคนขับรถเมื่อเห็นป้ายโฆษณาทางซ้ายมือ มันอยู่ไม่ไกลจากร้านสะดวกซื้อ
"แถวนี้บ้านเธอเหรอ หลังไหนล่ะ?"ชายหนุ่มถอดแว่นตาออกมองไปรอบๆ เจ้าของรถคันหรูไม่เห็นว่าซึงรีมองหลังไหนเป็นพิเศษ เด็กหนุ่มยืนโอ้เอ้อยู่ข้างประตูรถอยู่สักพัก
"ก็ไม่เชิง..เอาเป็นว่าขอบคุณสำหรับหนัง"
"เดี๋ยว..หมายความว่ายังไงน่ะ ที่ว่าไม่เชิง?"เขาชักจะสงสัย ให้มาส่งทีไรก็ไม่ได้จอดแถวนี้สักหน่อย ทุกทีมันจะต้องเลยไปอีกสองถนนและเลี้ยวขวา แต่วันนี้เจ้าเด็กรั้นอยากจะลงแถวนี้และยังไม่ยอมบอกด้วยว่าเพราะอะไร
"คุณกลับไปได้แล้วน่า บ้านผมก็บ้านผมสิ"
"เธอจะแวะร้านมินิมาร์ทเหรอ รีบเข้าไปซื้อสิเดี๋ยวฉันรอ"
"เอ๊...ผมบอกให้กลับก็กลับไปสิ ไปดูหนังด้วยก็แล้วไงเนี่ย..คุณทำให้ผมกลับดึกนะ"
เขาเรียกว่าไป ‘เดท' เด็กเอ๋ยเด็กน้อย...เขาอดหัวเราะออกมาเสียงดังไม่ได้เมื่อเห็นหน้าขมวดคิ้วของอีกฝ่าย ท่าทางไม่สบอารมณ์เท่าไร ...แต่ว่าไอ้ที่ทำกันวันนี้ยังไงก็เรียกว่าเดทนั่นแหละ
"ไปได้แล้ว ผมรำคาญคุณจัง"ซึงรีกระแทกเสียงห้วนและหันหลังเข้าร้านสะดวกซื้อไป ยองเบถอนหายใจสั้นๆแต่ก็ยิ้มออก เหมือนได้ยินคำว่า ‘ชอบ' แทนที่จะเป็นคำว่า ‘รำคาญ'เลยแฮะ ร่างสันทัดเหลือบมองเด็กรั้นก่อนจะเปลี่ยนเกียร์ออกทะยานอีกครั้ง ชายหนุ่มมองกระจกมองข้างไปยังมินิมาร์ทนั่น เด็กซึงรีเดินล้วงกระเป๋าออกมายืนริมถนนและออกเดินอย่างสบายอกสบายใจ
เจ้าของรถยิ้มบางออกมาอีกครั้งก่อนจะหักพวงมาลัยกลับสู่ถนนใหญ่
....วันนี้จะปล่อยไปก่อนแล้วกันเด็กน้อย .
.
.
ซึงรีรู้สึกหนาวๆร้อนๆเหมือนจะเป็นไข้ แอร์ในโรงหนังก็หนาวเป็นบ้า เขาหมดอารมณ์จะดูจอห์นนี่ เด็ปป์ไปโดยปริยาย ยิ่งหลังๆมีไอ้หนวดยั้วเยี้ยดูน่าแหยะๆออกมาเต็มด้วยแล้ว เขาแทบจะหลับคาจอแต่ไอ้คนข้างๆนี่แหละที่ทำให้หลับไม่ลง เผลอเป็นไม่ได้..เขารีบปัดความคิดที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนชะเง้อมองรถคันหรูจนมั่นใจว่ามันเลี้ยวกลับไปทางเดิมแล้ว เขาจึงเดินไปยังเส้นทางคุ้นเคย
ตึกนั้น..และบันได
เด็กหนุ่มก้าวขามาถึงชั้นสามของห้องแถวเอสบีเค เกือบสองวันมานี้..พี่ซึงฮยอนจะว่าอย่างไรบ้างนะ? เหลือบมองนาฬิกาข้อมือซึ่งแม้ว่ามันจะสี่ทุ่มกว่าไปแล้วแต่แสงไฟยังลอดออกใต้กรอบประตู ร่างโปร่งเคาะประตูสองครั้งรั้งรอ.. แต่มันไม่ได้ใช้เวลานานเหมือนเคย เจ้าห้องเปิดประตูพรวดออกมาต้อนรับเขา ซึงรีตะลึงงันในอากัปกิริยาตื่นๆของซึงฮยอน.. จ้องมองอย่างใคร่ครวญ มีบางอย่างเปลี่ยนไป..
อะไร?
"อา..ซึงรี...."
"ฮะ..ผมเอง....วันนั้นผม..."หากว่าพี่ซึงฮยอนจะซ่อนความผิดหวังไว้ในใจบ้าง เขาคงจะรู้สึกแย่น้อยกว่านี้ แต่เพราะว่านี่คือพี่ซึงฮยอน
...พี่ซึงฮยอนก็คือพี่ซึงฮยอน
"เข้ามาก่อนเถอะ..ข้างนอกอากาศมันเย็น"เจ้าของห้องหลีกทางให้ผู้มาเยือนเข้ามาในห้อง สายลมจากด้านหลังเด็กหนุ่มพัดป่ายเรือนผมของซึงฮยอน
"..............."ซึงรีจ้องมองรูปลักษณ์ที่แปลกตาไปเล็กน้อยของพี่คนโปรด เขาเห็นแล้วว่าอะไรที่เปลี่ยนไป สายตาซึงรียังไม่ยอมละจากใบหน้าเจ้าของห้อง เด็กหนุ่มดันรองเท้าไว้ที่มุมประจำก่อนจะปิดประตู
"กาแฟ? น้ำส้ม? น้ำเปล่า?"ซึงฮยอนเสนอเครื่องดื่มให้รุ่นน้องซึ่งยังยืนอยู่ที่หน้าประตู "อ้อ..หรือว่านม?"
ซึงรีส่ายหน้า..
"ฉันอุ่นให้ร้อนได้นะ..ถ้านายต้องการ"
"พี่..วันนั้นผมขอโทษนะ ..ที่วิ่งหนีพี่ไป"
"อา..ฉันไม่ถือหรอก ไม่โกรธนายด้วย"ร่างสูงวุ่นอยู่กับกระป๋องเครื่องดื่มในตู้เย็น ปลายมือใหญ่แตะเข้ากับกระป๋องเบียร์ มันชวนให้นึกถึง...... ซึงฮยอนรีบดันมันกลับเข้าไปมุมในสุด วันนี้เขาดื่มเบียร์มาจนพอแล้ว..
"พี่น่าจะโกรธสักนิด.. ถ้าพี่จะโกรธสักนิดบ้าง ..ผมน่ะ"เด็กซึงรีขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
เขามองคนรุ่นพี่ใจเย็นในตอนนี้แล้วแทบทนไม่ไหว ท่าทางไม่สนใจแม้แต่น้อยกับความงี่เง่าของเขาวันนั้น การที่เขาผลุนผันออกไปไม่ได้ทำให้พี่ขุ่นเคืองใจหรือกังวลบ้างเลยใช่ไหม? ไม่ได้ทิ้งความคำนึงไว้ในความทรงจำสักเสี้ยวหนึ่งของพี่
ช่วงที่ผมหายไป..พี่นึกอยากเจอผมบ้างไหม?
ซึงฮยอนหยุดมือลงและปิดตู้เย็น เขายืนนิ่ง จ้องมองซึงรีด้วยความงุนงง การที่เขาไม่นึกโกรธทำให้ซึงรีไม่พอใจอย่างนั้นเหรอ? เรื่องของเรื่องมันไม่ได้มากมายจนทำให้เขาโกรธนี่นา สาเหตุที่ทำให้ซึงรีวิ่งออกไปจากห้องคืออะไร..เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่มันต้องมาจากตัวเขา..แม้พยายามคิดหัวแทบแตกก็ไม่อาจจะเดาได้ว่ามันคืออะไร
"ถ้าฉันทำให้นายเสียความรู้สึก.. ฉัน"
"โอเคพี่...ผมขอโทษอีกครั้งนะฮะ ผมไม่รู้จักควบคุมอารมณ์อีกแล้ว มันไม่ได้มีอะไรเลยพี่ ไม่มีอะไรเลย..ผมคิดไปเองทั้งนั้นฮะ พี่ก็คือพี่..ไม่รู้ว่าผมจะหวังอะไรไปทำไม"
"นายพูดออกมาอย่างนี้ มันทำให้ฉันเสียใจที่ทำให้นายเสียใจ"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างขาดห้วง "ถ้านายจะยกโทษให้ฉันและบอกให้ฉันรู้ได้ไหมว่าเพราะอะไรนายถึงเสียใจ?"
ซึงรีก้มหน้าลงมองปลายเท้าตนเอง ความเงียบหลังจากสิ้นประโยคของเจ้าของห้องทำให้เขารู้สึกหดหู่ พี่ซึงฮยอนถามเขาเหมือนสั่งให้เขาไปจับหมอกมือเปล่า เขาจะบอกออกไปได้อย่างไร.. พี่ซึงฮยอนจะเข้าใจความรู้สึกของเขาหรือเปล่า? ..ที่สำคัญกว่านั้น...พี่จะยอมรับหรือเปล่า?
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นในฉับพลันและยิ้มกว้างอย่างร่าเริง
"ไม่เอาน่าพี่ซึงฮยอน ผมก็แกล้งพี่ไปอย่างนั้นแหละ พี่หน้าเสียเลยนะผมเห็น"เขาหัวเราะออกมาแต่มันไม่ขำ เขาหัวเราะออกมาแต่ไม่ได้หัวเราะกับสิ่งที่เขาเห็น เขาหัวเราะออกมาเพราะต้องการหัวเราะให้กับตัวเอง หัวเราะ..
"พี่ฮะ ผมอยากได้นมร้อน พี่อุ่นให้ผมได้หรือเปล่าฮะ?"เขายิ้มกว้าง เขาจะเป็นซึงรีคนเดิม ยิ้มแย้มเล่าเรื่องตลกและช่างฉอเลาะ คิ้วเข้มของซึงฮยอนขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะหันไปหยิบนมจากตู้เย็นออกมา ไม่รู้ว่าเขาตบตารุ่นพี่ได้เนียนแค่ไหน เสียงเตาถูกจุดขึ้นมาและตามมาด้วยเสียงหม้อกระทบตะแกรง เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆของนมลอยมา ..มันทำให้เขานึกถึงแม่เวลาอยู่ในครัว ชงโกโก้กับมาร์ชเมลโล่มาให้เขา
ซึงรีเอนกายลงบนเตียงเล็กแคบขณะรอ ซึงฮยอนไม่พูดอะไรนอกจากอุ่นนมไปเงียบๆ เขารู้ดีว่าพี่ชายไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด..แต่ทำไงได้ล่ะ? เขามองเพดานที่ยังเหมือนเดิมไม่ว่าเมื่อไร สีทึม.. กลิ่นของเจ้าของห้องระบายบนเครื่องนอนทุกชิ้น.. เด็กหนุ่มพลิกตัวกอดหมอนหนุนและซุกใบหน้าลงกับมัน หัวไหล่ของเขากดทับกับวัตถุแข็งและเรียบลื่น เขาคว้านมือเข้าไปหยิบมันออกมา..
สกายเครื่องสีดำ..มือถือแบบฝาพับ หน้าจอของมันดับสนิทจนเมื่อเขาเลื่อนเปิด หน้าจอมีเพียงสีฟ้าใสๆ...เขานึกถึงฟ้าหลังฝนหมาดๆ เด็กหนุ่มเหลือบมองพี่ชายที่หันหลังให้ มือถือของพี่ซึงฮยอน? เขาเลื่อนปุ่มเมนูไปยังแฟ้มรูปในเครื่องอย่างถือวิสาสะ รู้ว่ามันเสียมารยาทแต่เขาอยากรู้... ถ้าพี่ซึงฮยอนจะมีมือถือสักเครื่องหนึ่ง...ในนั้นจะมีรูปแบบไหนกัน?
แต่...ในเครื่องเต็มไปด้วยรูปของผู้หญิงคนหนึ่ง..หน้าตาของหล่อนน่ารักเขายอมรับ มีทั้งแบบถ่ายเองและให้คนอื่นถ่ายให้...นี่มันอะไรกันนี่? ..ของพี่ซึงฮยอนแน่หรือ? แล้วมือถือบนเตียงนอน..แบบนี้มันยังจะหมายความอะไรได้อีก?
ความสงสัยก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า เขากดหมายเลขและโทรออก
"พี่...ซื้อมือถือเหรอฮะ? ทำไมถึงไม่บอกผมเลย?"เด็กหนุ่มกดตัดสาย เบอร์ของเครื่องเจ้าปัญหาปรากฏบนเครื่องเขาเรียบร้อย ซึงรีไม่ลืมที่จะลบข้อมูลการใช้จากเครื่องสีดำ
"เห?"ร่างสูงหันมามองด้วยความประหลาดใจ
เด็กหนุ่มยกเครื่องสีดำให้เขาเห็น ตัวเครื่องเป็นเงางามแบบนั้น...เขาเห็นเมื่อกลางวันนี่เอง ที่นี่...บนเตียงของเขา โทรศัพท์ของคนๆนั้น..
"นั่นมัน..."
"มันไม่ใช่ของพี่เหรอฮะ?"ซึงรีทักขึ้นหลังจากเห็นสีหน้าประหลาดใจของรุ่นพี่
"เพื่อนฉันลืมไว้น่ะ..นายเจอบนเตียงใช่ไหมล่ะ?"
ผู้หญิงคนนี้...เพื่อนแน่เหรอฮะ?...ประโยคนี้ก้องดังในความคิดของซึงรีแต่เด็กหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากออกไป ชายหนุ่มร่างสูงดูเก้กังเมื่อเห็นเจ้าเครื่องนี้ นมบางส่วนกระฉอกออกจากแก้วขณะที่ซึงฮยอนเทลงจากหม้อ
ที่พี่แปลกไปเพราะว่าผู้หญิงคนนี้? คนที่ทำให้พี่ชะเง้อคอรอได้ทั้งวัน.. คนที่ทำให้พี่เลิกใส่น้ำมันแต่งผม... คนที่ทำให้พี่ไปเรียนสาย.. คนที่ทำให้พี่ต้องวิ่งไปเรียน.. คนที่ทำให้พี่ซื้อตู้เย็น.. คนที่ทำให้พี่หายใจเข้าหายใจออกเพื่อรอคอยแต่คนๆนั้น... และคนที่ทำให้พี่ลืมผมไปอย่างง่ายดาย...
ดีแล้วซึงรี..ที่นายไม่โพล่งพูดความรู้สึกบ้าๆออกไปให้พี่ซึงฮยอนรังเกียจ อย่างน้อยเขาก็ได้เห็นหน้าคนๆนั้น ได้รู้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร เขาจะเฝ้ามองอยู่ห่างๆ..เหมือนเดิม
เจ้าของห้องยกถ้วยนมร้อนๆมาให้เขา กลิ่นอ่อนโยนของมันลอยหอมหวน ซึงรีเอื้อมมือรับถ้วยมาจากร่างสูง ความกังวลบางส่วนเลือนหายไปจากใบหน้าคมคายที่เขาชอบบ้างแล้ว ร่างนั้นทรุดตัวลงนั่งถัดจากเตียง เด็กหนุ่มรุ่นน้องยกถ้วยขึ้นดื่มอย่างระมัดระวัง
"พี่ไม่ดื่มเหรอฮะ?"
"เอ่อ..พี่ดื่มมาพอแล้วล่ะ"
"ตลกน่าพี่...นมกินได้จนแก่นั่นแหละ เอ้อ..พี่ฮะ ผมไปดูหนังมาเรื่องหนึ่ง เสียดายมากเลย ผมง่วงตอนดูอ่ะ"เขาวางแก้วนมลงกับพื้นและตั้งท่าคุยยาว ชายหนุ่มร่างสูงกระตุกยิ้มเมื่อเห็นเขากำลังจะเล่า
"ตัวแหยะๆเต็มเรื่องเลยพี่ ผมว่าก็ไม่ได้อะไรมากกับเอฟเฟ็กต์แบบนี้นะแต่ผมรำคาญคนข้างๆมากกว่า"
"เหรอ..นายไปดูคนเดียวเหรอเรื่องนี้?"
"เอ่อ...ไปกับเพื่อนน่ะ...ผมว่านะมันต้องมีภาคต่อแน่เลยเรื่องนี้ ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ มันแปลกๆอยู่เหมือนกัน เหมือนว่ามันยังไม่จบ.."เด็กหนุ่มอยากจะกัดลิ้นให้ขาดตอนพูดคำว่า ‘เพื่อน'
"สนุกไหมล่ะ?"
"ใช้ได้ถ้าผมไม่ง่วงนะ นี่...พี่รู้อะไรไหม ผมน่ะอยากจะถามพี่เรื่องนี้ชะมัด ตอบตามจริงนะ"
"อะไรล่ะ?"เสียงทุ้มตอบอย่างอารมณ์ดี เด็กหนุ่มอ้าปากจะพูดถึงเรื่องที่เขาไปเจอคนคล้ายๆ..ไม่สิ..เหมือนพี่ซึงฮยอนในผับนอกเมือง พอพี่ซึงฮยอนทำผมแบบนี้แล้วยิ่งดูเหมือนผู้ชายคนนั้นมากเลยทีเดียว เพียงแต่เสื้อผ้าและแสงไฟ..มันไม่ใช่
เสียงดนตรีดังขึ้นอย่างรุกรานจากเครื่องเหลี่ยมดำสนิท
ทั้งเขาและเด็กหนุ่มชะงักลง ตัวเลขหน้าจอกะพริบเป็นจังหวะ ซึงรีหยิบมันขึ้นมาจากข้างตัวก่อนจะยื่นให้เจ้าของห้อง เขายื่นมันด้วยอาการสงบนิ่งแต่สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายไม่กะพริบตา ชายหนุ่มรับมันไปก่อนจะเงยหน้ามองเพียงชั่ววูบ ปลายนิ้วเลื่อนกดรับก่อนจะได้ยินเสียงจากปลายสาย เสียง..ที่ซึงฮยอนปรารถนาอยู่ลึกๆว่าจะได้ยินอีกครั้ง
".........................................."
"มันอยู่กับฉัน.. บนเตียงน่ะ"
"..........................................."
"พรุ่งนี้จะเอาไปคืนนะ รีบหรือเปล่า..หรือว่าจะเป็นเดี๋ยวนี้เลย?"
ซึงรีมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังคลี่ยิ้มขณะคุยกับเครื่องมือสื่อสารตัวเล็กๆ มันก็บางนิดเดียวแต่ทำไมเขารู้สึกว่ามันช่างยิ่งใหญ่ ตอนนี้มันเป็นตัวเชื่อมให้เจ้าของเครื่องมาแย่งพี่ซึงฮยอนไปจากเขา ในห้องแห่งนี้แท้ๆ..ห้องที่เสมือนห้องลับระหว่างเขาและพี่ซึงฮยอนแต่ตอนนี้กลับถูกบุกรุกโดยสัตว์ประหลาดสีดำ
ชิงชัง..
ผู้หญิงคนนั้น..
"ผมกลับดีกว่าฮะ ขอตัวนะฮะ"ซึงรีเอ่ยขึ้นเสียงเบา เขาเดินอย่างรวดเร็วไปที่หน้าประตูห้อง มือของเขาผลักบานประตูปิดลงอย่างใช้อารมณ์ เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเสียงดังขนาดนี้แต่ไม่รู้ว่าจะหักความรู้สึกที่พลุ่งพล่านนี้ได้อย่างไร ซึงรีออกวิ่งโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง จะหันทำไม..ในเมื่อก็รู้อยู่แล้วว่าพี่ซึงฮยอนไม่คิดจะตั้งคำถามกับความฉุกละหุกของเขาด้วยซ้ำ
ซึงรีวิ่งไปโดยไม่หันกลับมองอีกเลย..
"................................"
"เปล่า...ไม่มีอะไร... แค่ลมกระแทกประตูน่ะ"สายตาของเขาจับจ้องที่บานประตูแต่เขาหาได้เห็นสี่เหลี่ยมของกรอบไม้ตรงหน้า บานประตูดีดตัวออกจากกรอบและแกว่งกลับไปกลับมา สิ่งที่เขาเห็นกลับกลายเป็นอีกอย่างที่อยู่อีกฟากของสาย
"...................."
"อืม..ฉันขอเบอร์นายไว้ได้ไหม...รับรองว่าฉัน..ฉันไม่โทรไปรบกวนนายเด็ดขาด"ซึงฮยอนเอื้อมมือจับลูกบิดและดึงมันอย่างอ่อนโยน ราวกับว่าเขากำลังประคองฝ่ามือของสาวน้อย อ่อนหวานและนิ่มนวล จนกระทั่งมันแนบสนิทกับกรอบ
"....................."
คำตอบจากปลายสายทำให้เขายิ้ม
+++
Stay Tuned.
- หายไปนานเลยแฮะ ๆ ตอนหน้าจะมาพร้อมอะไรแปลก ๆ ล่ะ คอยดู!
- ประกาศตัวเล็กๆ ...คิดว่าจะจัดเกมชิงโปสเตอร์หน้าตาแบบนี้แต่ยังคิดไม่ออก
มีใบเดียวขนาดสักเอสามนี่แหละ
นานจัดจนนึกสงสัยว่าเจ้าผมสั้นนี่ใครนะ?
.







ต้องกลับไปอ่านตอนที่แล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆ
.
.
แต่ก็นะ.. ยังเดาเรื่องไม่ได้ซักทีว่าตอนจบมันจะเป็นยังไง
หรือแม้แต่ตอนต่อไปจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้
ตอนนี้แอบเชียร์พี่เบ้ออกนอกหน้าหน่อยล่ะ หึหึ
คุณโป้กะคุณจีตกกระป๋องซักวันละกัน
เอิ้ก รออ่านตอนหน้าดีกว่า
อย่าแปลกแบบหนักๆนะคะไรท์เตอร์
เอาแบบเบาๆก็พอ
ปลง ตีสี่นั่งอ่านฟิค เจริญล่ะชั้น ฮ่าๆๆๆ
#1 By Mayoiitingweii on 2009-10-23 03:50