[BB.fic] Erosphobia #12
posted on 09 Dec 2009 10:39 by sussurro in fiction.
Title: Erosphobia #12
Subtitle: Feeling you, feeling me
Author: ENIGMA
Genre: Yaoi, AU, Angst
Rate: NC-17 [Overall story]
Status: incomplete
Fandom: bigbang
Author's note: ทุกอย่างคือจินตนาการของผู้เขียน ขออภัยถ้าอ่านไม่รู้เรื่องหรืองง คุณมีสิทธิปิดหน้านี้ได้เดี๋ยวนี้ อนึ่งชื่อเรื่องนั้น ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้นะคะ เพราะว่าโรคหวาดกลัวความรัก(รวมไปถึงเซ็กซ์) จะเขียนด้วย "Erotophobia" แต่ว่าผู้เขียนชอบอีกอันมากกว่าและโดยเนื้อหาเองก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับผู้ป่วยทางจิตทางนี้โดยตรง จึงขอใช้ชื่อว่า "Erosphobia" ค่ะ.
ปล. แบนเนอร์ทุกชิ้นสร้างสรรค์โดยน้องหนู monolopii
+++
บินโบยในปุยเมฆ...
คืนนี้เขาไม่จะไม่นึกถึงอะไรทั้งนั้น..เพราะมันเป็นแค่ความฝัน แม้จะรู้ว่าหลังจากตื่นขึ้นแล้วอาจจะต้องเสียใจหรือเจ็บปวดแต่ขอแค่เวลานี้ ที่หลีกเร้นเข้าไปในม่านฝัน ความฝันที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง..
"...มาทำให้เหมือนกับเป็นความฝันกันเถอะนะ.."จียงกระซิบก่อนเลื่อนมือลงปลดกระดุมแล้วตามด้วยซิป....
‘Love is irresistible desire to be irresistibly desired.'
Robert Frost
#12
.
.
อย่างเดียวซึ่งเป็นคำตอบสำหรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเขาตอนนี้
...ความฝัน
ความฝันที่น่าละอายทว่าหวานละมุน... เขาได้กอดคน ๆ นั้นไว้และลิ้มรสชาติละเมียดละไมของความสุข ช่วงเวลาที่เขาเคยฝันถึง...ช่วงเวลาที่เขาหยุดวิ่งและได้ครอบครองคน ๆ นั้นไว้ สัมผัสสั่นไหวยังอ้อยอิ่งบนผิวกาย...เขาฝันถึงแม้กระทั่งรอยยิ้มเย้ายวนของอีกฝ่าย เสียงครางอิ่มเอมเมื่อตอนที่ผ่านจุดซึ่งยากจะทานทน
รสจูบ..ผิวเนื้อเนียน ...ชื้นเหงื่อ น้ำหอมจางเจือ..
แต่ฝันก็คือแค่ฝัน..ตื่นมาแล้วมันก็ละลายหายวับไป
ชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้นมองหน้าต่างบานกว้าง แม่น้ำกว้างทอแสงแดดระยับเป็นประกาย เขานึกถึงฉากในภาพยนตร์หลายเรื่อง ห้องพักที่มีหน้าต่างชมวิวแม่น้ำ หมอก..ลอยอย่างเกียจคร้านเหนือผิวน้ำเป็นภาพที่เขารู้สึกประทับใจ ..มันไม่ใช่ห้องเขา..ใช่ไหม ?
ห้องของจียง ?
เขาสอดสายตามองเจ้าของห้อง..นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกของเขาก็ว่าได้ ..ครั้งแรกที่ได้เหยียบเข้ามาในห้องนี้ ประตูโลกส่วนตัวของอีกฝ่ายเปิดต้อนรับเขาอีกนิด ซึงฮยอนมองโต๊ะหนังสือที่มีแต่นิตยสารแฟชั่นกับดนตรี แผ่นเสียงและเครื่องเล่นกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของผนัง โต๊ะเล็ก ๆ ปลายเตียงมีผ้าสีฟ้าอ่อนคลุมไว้ ชั้นวางรองเท้าขนาดใหญ่รองรับรองเท้าหลากสีสัน ครัวกั้นด้วยบาร์โล่ง ถ้วยและแก้วแขวนเรียงราย ตู้กระจกเก็บช้อนและชาม โซฟา..โต๊ะอ่านหนังสือ ประตูทางขวามือคือห้องน้ำ.. เขาได้ยินเสียงฝักบัวลอดออกมาจากประตูนั่น
ชายหนุ่มร่างสูงลุกนั่งบนเตียงขาวอ่อนนุ่ม เตียงนี่มันใหญ่กว่าที่ห้องเขาเป็นสามเท่า ซึงฮยอนลูบผ้าปูที่นอนอย่างใจลอยก่อนจะเดินสำรวจห้อง บานไม้สีน้ำตาลเปิดอ้าไว้เล็กน้อยคือตู้เสื้อผ้าแบบฝังผนัง เขาลอบมองเข้าไปข้างใน...มันเก็บเสื้อผ้าไว้เกือบทุกเฉดสี ซึงฮยอนสนใจเสื้อผ้าสีชมพูเหล่านั้น ถ้า..เจ้าของใส่แล้วคงจะเข้ากันดีกับสีผิว
"อรุณสวัสดิ์...นายไปอาบน้ำสิ"ควอนจียงยกขนหนูเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ มือหนึ่งขยี้มันอย่างไม่ใคร่ใส่ใจเท่าใด อีกมือหนึ่งคอยดึงเสื้อคลุมให้เข้าที่
ซึงฮยอนหันมองร่างนั้นเต็มตาก่อนจะรีบเบือนสายตาออกห่างจากซอกคอของอีกฝ่ายในทันที เมื่อคิดทวนดู...ก็เท่ากับว่าตอนนี้จียงไม่ได้ใส่อะไรไว้เลยใต้เสื้อคลุมนั่น.. ดวงตาเรียวเล็กของอีกฝ่ายกำลังมองระเบียงด้านนอก กระถางตะบองเพชรเล็ก ๆ อวดโฉมของมันบนตั่งไม้เตี้ย จียงรดน้ำให้มันในความเงียบ
"ใช้เสื้อผ้าของฉันก็ได้.. หยิบเอาได้เลยแต่มันคงเล็กไปหน่อย"เสียงของควอนจียงเรียบนิ่ง ดวงตาหรุบลงต่ำขณะรดน้ำต้นไม้ ซึงฮยอนไม่รู้ว่าเขากำลังคาดหวังอะไรกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายแต่เขารู้สึกสะท้อนในอกอยู่ลึก ๆ
"ไม่ดีกว่า..ฉันกลับห้องเลยแล้วกัน" ซึงฮยอนกลืนน้ำลาย "...ฉัน..เอ่อ....จียงเมื่อคืนฉันเมามากเลยหรือเปล่า ถ้าฉันทำอะไรไม่ดี..หรือว่าพูดไม่ดีไป...ฉันขอโทษ"
ร่างเพรียวชะงักมือเล็กน้อย.. มันเล็กน้อยจนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..เขารดน้ำกระถางต่อไปโดยไม่มองหน้าผู้ถาม
"ไม่มีหรอก...ไม่มีอะไร นายเมาแล้วหลับ"
"..อย่างนั้นเหรอ"
"อืม..."จียงรับคำเสียงเบา
ซึงฮยอนยืนอยู่ต่ออีกนิดหน่อยเผื่อว่าเจ้าของห้องจะรั้งเขาไว้แต่จียงปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เจ้าบ้าน ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะเดินออกจากห้องไป ซึงฮยอนมองร่างขาวในชุดคลุมอาบน้ำตัวบางเป็นครั้งสุดท้าย ร่างสูงสวมรองเท้าและปิดประตูลงก่อนหยุดพิงครู่ใหญ่
โครมคราม...หัวใจเต้น
อย่าเพิ่งเปิดออกมาตอนนี้..อย่า... อารมณ์พลุ่งพล่านบ้าคลั่ง..ยิ่งเพราะฝันนั่นด้วยแล้ว ภาพที่จียงกึ่งเปลือยมันสมจริงยิ่งกว่าจริง สงบลงได้ไหม ? ...เขาเป็นอะไรไปแล้ว ซึงฮยอนพยายามข่มใจให้สิ่งที่กำลังลุกโหมมอดลงช้า ๆ แต่ยิ่งนิ่ง..ภาพยิ่งชัด ซึงฮยอนสะบัดศีรษะแรง ๆ
เขาหลับตาและทรุดตัวลงกอง
+++
.
ซึงฮยอนเดินกลับไปยังห้องพัก จากตึกบีบีความจริงแล้วก็ไม่ไกลจากที่พักเขาเท่าไร เพียงแต่ว่าเส้นทางค่อนข้างเปลี่ยวเหงาและเงียบสงบทำให้เหมือนว่ามันช่างยาวนาน วันนี้...ถนนดูลอยตัวกว่าปกติ เวลาก้าวลงไปเท้าเขาถึงพื้นช้ากว่าเดิมทุกที จนเมื่อมาถึงบันไดของหอพัก..ซึงฮยอนก้าวพลาดบ่อยครั้ง เพราะว่าอะไรกันนะ..มือใหญ่ยกขึ้นจะเลื่อนแว่นตาให้เข้าที่แต่บนดั้งโด่งไม่มีกรอบแว่นที่คุ้นเคย..
แว่น...อยู่ที่ไหน ?
ร่างสูงชะงักเท้ากลางบันได เขาพยายามนึก...ตอนในผับนั่น เขาน่าจะใส่มันอยู่...ใช่ไหม ? แล้วเขามาที่ห้องจียงได้อย่างไร....ปริศนา เขาทำหล่นระหว่างทางหรือเปล่านะ ? หรือว่า..เขาลืมไว้ที่ห้องจียง ? อาจจะเป็นที่นั่น... ซึงฮยอนหันหลังกลับและกำลังจะออกวิ่ง
เพิ่งออกมาจากห้องนั่นเองนะ..
กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ก็แทบแย่...
จียงเองก็ไม่ได้อยากรั้งให้อยู่ต่อ...
รบกวน..
รบกวนชัด ๆ
แล้วจะทำอย่างไรดี ?
.
.
เสียงโทรศัพท์รุกรานความเป็นส่วนตัวของเขา ควอนจียงนั่งริมระเบียงและมองออกไปที่แม่น้ำ หมอกหายไปแล้ว..มีเพียงแสงแดดที่ส่องประกายให้พื้นน้ำระยิบระยับ เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้อง แปดโมงเช้าสองนาที..ใครกันที่โทรมาเช้าขนาดนี้..
"..........................................................."
"นายเองเหรอ...เบอร์ไม่คุ้น โทรจากข้างนอกใช่ไหม ? "
".........................................."
"ใช่...มันอยู่ที่หัวเตียงฉันเอง.. ฉันก็ไม่ได้สังเกตว่านายไม่ได้หยิบไป"
"..................................................."
"ได้สิ ฉันจะเอาไปให้ ยังไงก็เรียบคาบบ่ายใช่ไหม ? "
"....................................................."
"ฉันเอาไปให้นายได้ ไม่เป็นไรหรอกน่า เจอที่ห้องเรียน...ไม่สิ......ที่สวนฮานึลแล้วกัน ตรงเก้าอี้ไม้ตัวแรกหอนาฬิกานะ ไปแล้วนายก็จะเห็นเองนั่นแหละ"
"..........................."
"มันอยู่ใกล้ ๆ กับตึกบีบีน่ะ ทางขวามือเดินไปอีกนิดหน่อย"
"......................."
"บ่ายโมงนะ ไว้เจอกัน"
จียงทรุดตัวลงนั่งบนเตียงก่อนจะกดวางสาย เขาโยนโทรศัพท์ลงพื้นว่าง ๆ ข้างกาย ร่างเพรียวเอนหลังลงนอนก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแว่นตาจากโต๊ะตัวเตี้ย กรอบแว่นสีดำทรงเชยโบราณ..แม้แต่เลนส์ก็ยังดูเก่าน่าเกลียด เขามองมัน..พิศดูทุกเหลี่ยมมุม จียงลองสวมมันอย่างสนใจใคร่รู้ ใส่แล้วจะมองโลกออกมาแบบไหน.. เจ้าของแว่นนี่ใช้สายตามองมายังเขาแบบไหน แว่นนี้มันจะให้หมอนั่นเห็นเขาแบบไหน ร่างเพรียวกะพริบตาหลังสวมแว่น..ภาพที่เห็นมันขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อยและดูผิดรูปร่างไปจากเดิม แม้ว่าเขาจะสวมไปไม่ถึงนาทีแต่เขารู้สึกว่ามันมึนหัวชอบกล มือเรียวดึงกรอบแว่นออกจากใบหน้า
อย่างน้อย..ถ้าเป็นกรอบทรงอื่นก็คงพอดูได้บ้าง..
ถ้าใส่คอนแทกเลนส์.. ? หมอนั่นก็ไม่ต้องใส่แว่น เป็นทางเลือกที่น่าสนใจแต่ว่าหมอนั่นก็ไม่ต้องใส่แว่น ไม่ใส่แว่นแล้วทำไมล่ะ ไม่ใส่แว่นก็ถูกแล้วนี่.. หมอนั่นเปลี่ยนเป็นคนละคนเมื่อถอดแว่นออก สีหน้าและแววตาเว้าวอนแบบนั้น..ไม่น่าเชื่อว่าหมอนั่นจะทำเป็นด้วย
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง..เขาคว้ามันขึ้นรับในทันทีโดยไม่มองหน้าจอ
".........................................."
"ฮยอนจุง ? "
"............................................................................"
"บ่ายนี้เหรอ ? ขอผ่านได้ไหม ? ฉันอยู่ที่ห้อง"
"........................................."
"เปล่า..ฉันไม่มีเรียนหรอกแต่ว่ามีธุระน่ะ"
"................................................................................................."
"ฉันรู้น่าว่ามันวันเกิดพี่เบคยองใช่ไหมล่ะ..แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมอะไรให้...พะ"
"............................."
"แต่ว่า...ฉันไม่ว่างนี่หว่า"
"......................................"
"เดี๋ยวฮยอนจุง ?"
กริ่งหน้าห้องดังขึ้นถี่ ๆ ควอนจียงซุกแว่นตาไว้ใต้หมอน เขาผุดลุกขึ้นยืนจากเตียงก่อนจะสำรวจสภาพของมัน เผื่อว่าเหลือร่องรอยหรือว่าคราบอะไรต่อมิอะไร.. เขาพยายามดึงมุมผ้าปูเตียงให้ตึงแต่เสียงกริ่งหน้าห้องทวีความโกรธเกรี้ยวจนเขาต้องผละมือ ผู้กดใส่อารมณ์โดยไม่เว้นวรรค ซอนเยอย่างนั้นเหรอ ? ...หรือว่าใคร ?
เปิดส่องดูช่องตาแมว กระจกโค้งเผยให้เห็นชายหนุ่มสามคนยืนอยู่หน้าห้อง ชายหนุ่มผมยาวกดรัวบนแป้นกริ่ง ชายหนุ่มร่างสันทัดอีกคนยืนล้วงกระเป๋านิ่ง ๆ พลางคุยกับชายร่างเล็กอีกคน
เจ้าพวกนั้น..
"จียงเปิดหน่อยสิ ตอนนี้เราอยู่หน้าห้องนายนะเว้ย รู้ว่าอยู่ในห้องน่า"ฮยอนจุง หนุ่มผมยาวเลิกกดกริ่งหน้าห้องและหันมาทุบประตูแทน เขามั่นใจว่าห้องของเขาเก็บเสียงได้อย่างแน่นอนก็จนถึงเมื่อครู่เท่านั้น เขาได้ยินฮยอนจุงตะโกนอยู่หน้าห้องเต็มสองหูแม้ว่าไม่ผ่านอินเตอร์โฟน เพื่อนอีกคนยืนมองช่องตาแมวนิ่ง..ราวกับรู้ว่าเขากำลังส่องดูอยู่ เพียงไม่นาน ชายหนุ่มร่างสันทัดยกโทรศัพท์ขึ้นกดขยุกขยิกครู่สั้น ๆ ก่อนจะสอดมันกลับลงไปในกระเป๋าเสื้อ
สัญญาณเตือนข้อความใหม่ดังขึ้นแข่งกับเสียงทุบประตู จียงกดเปิดอ่านในทันที
"...เปิดเถอะน่า เจ้าฮยอนจุงกับพี่เบคยองไม่เลิกง่าย ๆ แน่"
ร่างเพรียวกดปิดข้อความและใช้เวลาไม่นานเอื้อมมือไปเปิดประตูห้อง เพื่อนผมยาวของเขายิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวขาว รุ่นพี่ร่างเล็กแทบจะโผเข้ากอดเขา จียงมองทงยองเบที่กำลังยักไหล่มาทางเขาอย่างช่วยไม่ได้
"นี่มันเรื่องอะไรกันฮะพี่ ? "
"ก็วันเกิดฉันน่ะสิ นายอย่าบอกนะว่านายก็ไม่อยากอยู่ฉลองกับฉันน่ะ"
"เอ่อ..แล้วพี่ฮงจุนล่ะฮะ ? "
"ไม่ต้องไปพูดถึงคนพรรค์นั้น อะไรวะ วันเกิดเพื่อนดันทิ้งกันไปเฉย สัญญาไว้แล้วแท้ ๆ "รุ่นพี่ตัวเล็กดึงหมวกแก็ปไปข้างหลังก่อนจะทิ้งตัวลงเตียงนุ่ม "แล้วทำไมยังใส่เสื้อแบบนั้นอยู่วะ ? "
ควอนจียงมองตามสายตาเพื่อน ๆ เขายังใส่ชุดคลุมอาบน้ำสีขาวตัวบาง
"พอดีว่า...เพิ่งตื่น...นั่นของพี่ทั้งหมดเลยเหรอฮะ ? "ร่างเพรียวเหลือบมองลังเบียร์ที่ฮยอนจุงกำลังยกเข้ามาในห้อง ยองเบหอบถุงเหล้ากับน้ำแข็งเข้ามาวางบนโต๊ะ กับแกล้มไม่ต้องพูดถึง..มันอยู่ในมือของรุนพี่เบคยอง รุ่นพี่พยักหน้าก่อนจะยิ้มร่า
"วันนี้ไม่เมาไม่เลิก แมร่ง..ช่างหัวไอ้ฮงจุนมัน"คนตัวเล็กตะโกนลั่นขณะที่ฮยองจุงและยองเบหยิบแก้วและเครื่องชงออกมาอย่างรู้งาน ของอะไรอยู่ตรงไหน จียงไม่จำเป็นต้องบอกเพราะส่วนมากคนที่จัดของในห้องก็คือพวกฮยอนจุงเอง
"แต่นี่มันยังไม่เก้าโมงเช้าเลยนะฮะ"
"เอาอะไรมากวะจียง กินตอนไหนก็เมาเท่ากัน"ฮยอนจุงตะโกนตอบมาจากหลังบาร์ เบคยองพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เจ้าของห้องรู้สึกว่าความจริงแล้วรุ่นพี่เองก็ดื่มมาบ้างแล้ว หนุ่มผมยาวยกข้าวของทุกอย่างมาตั้งบนโต๊ะตัวเตี้ย วงเหล้าเล็ก ๆ เกิดขึ้นแล้วในห้องของเขา
"พี่เบคยองโทรหาพี่ฮงจุนตั้งแต่เมื่อวานแต่โดนบอกปัดน่ะ ..ผลก็อย่างที่เห็น"ยองเบเดินเข้ามาประชิดตัวก่อนจะกระซิบบอก..
"เฮ้..จียง เมื่อคืนพาสาวมาห้องเหรอวะ กลิ่นมัน.."
"เปล่านี่ฮะ.."จียงบอกกับตัวเองว่าเขาไม่ได้โกหก ...เพราะหมอนั่นไม่ใช่ผู้หญิงจริง ๆ
เบคยองนิ่วหน้าก่อนจะสูดหายใจอีกครั้งหนึ่ง ไหล่แคบยักขึ้นเป็นเชิงว่าช่างมันเถอะ ฮยอนจุงส่งแก้วเหล้าที่ชงแล้วให้รุ่นพี่ซึ่งรับไปอย่างยินดี ร่างเพรียวหันหน้าไปที่เตียงกว้างและเมื่อถอนสายตาออกก็พบว่าทงยองเบกำลังจ้องมองเขาอยู่ไม่วางตา
"พวกนายจะยืนบื้อกันทำไมวะ มาก๊งกันหน่อยสิวะหรืออยากจะตามไอ้ฮงจุนนั่นไป ???"เบคยองตีหน้าขึงขังก่อนจะซดไปอึกใหญ่ "มีอย่างที่ไหนวะ สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วมาบอกว่ามาไม่ได้ เออสิ...ฉันมันไม่ใช่เพื่อนคนสำคัญนี่หว่า"
จียงส่ายหน้าเล็ก ๆ ..ฮยอนจุงมือหนักขนาดนั้น ถ้าดื่มไม่บันยะบันยังคงได้น็อกคาวง ก่อนที่ร่างเพรียวจะทรุดตัวลงนั่ง ยองเบสะกิดให้เขาไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย
"ดูนายร้อนรนนะพวก"ยองเบกระซิบถาม
"ไปดื่มที่ห้องนายก็ได้นี่หว่า"
"โทษที..ตอนนี้ห้องฉันไม่สะดวก นายมันน้องรักของพี่เบคยองนี่..ทำใจเถอะ"
"ฉันไม่ว่างตอนบ่าย..แต่ดูท่าพี่ไม่ปล่อยตัวไปง่าย ๆ "
"เดี๋ยว..ก็เมาพับไปเองล่ะน่า"ชายหนุ่มตบบ่าของเพื่อนเชิงปลอบใจแต่ควอนจียงและทุกคนรู้ดีกว่าใครว่าคอพี่เบคยองแข็งที่สุดในกลุ่มตรงกันข้ามกับรุ่นพี่ฮงจุนอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นทุกครั้ง คนที่เกือบเมา ๆ จะเป็นพี่เบคยองและคนที่แทบจะไม่ดื่มเลยคือพี่ฮงจุน ยองเบนั่งลงข้างฮยอนจุงและยกแก้วขึ้นดื่มเอาใจรุ่นพี่
ควอนจียงหยิบเสื้อยืดสีดำแขนสั้นขึ้นสวม กางเกงยีนส์ตัวหลวมในลิ้นชักทำให้เขานึกถึงคนบางคน หมอนั่นขายาวน่าจะใส่กางเกงตัวนี้ได้.. จียงเหลือบมองเตียงนอนที่ยับย่น
"จียงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าถึงไหนวะ ? มาชงเหล้าให้พี่หน่อย..มามะ"
ร่างเพรียวปิดตู้เสื้อผ้าลงก่อนจะหยิบมือถือมาไว้ใกล้ ๆ ตัว เขานั่งลงข้าง ๆ รุ่นพี่ตัวเล็ก ทั้งหมดล้อมวงเพื่อเอาใจเจ้าของวันเกิด สายตารู้ทันของเบคยองหรี่ลงมองรุ่นน้องอย่างจียง
"รอโทรศัพท์ใครหรือไง ? ไม่ได้โว้ย..วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน ทุกคนเอามือถือมาเดี๋ยวนี้ เอามา ๆๆๆ"เจ้าตัวกระแทกแก้วเหล้าลงโต๊ะดังปัง มือเล็กของเบคยองดึงโทรศัพท์ออกจากมือของจียงก่อนจะแบมือรับอีกสองเครื่องที่เหลือ รุ่นพี่กดปิดเครื่องทุกเครื่องอย่างสะใจก่อนจะดึงเอาแบตเตอรี่ออกมากองไว้
"อย่าให้เห็นว่าใครแอบมาหยิบไปนะ"เบคยองขู่ฟ่อก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นสูง "เอ้า...มาดื่มกันเถอะ ไอ้เพื่อนพรรค์นั้น..ช่างแมร่ง"
ควอนจียงชนแก้วอย่างไม่ใคร่จะมีอารมณ์ร่วมเท่าใดนัก เขามองนาฬิกาพลางคำนวณเวลาในใจ..อีกสี่ชั่วโมงกว่า ๆ จะบ่ายโมง ถึงตอนนั้นพี่เบคยองน่าจะเมาจนดื่มไม่ไหวแล้ว..เขาวิ่งออกไปที่สวนก็น่าจะทัน แต่จะหยิบแว่นตายังไงไม่ให้เจ้าพวกนี้สังเกตเห็น ร่างเพรียวจิบน้ำสีอำพันอย่างอ้อยอิ่ง.. รุ่นพี่คุยไปรอบวงแต่เขาทำได้แต่พยักรับไปแกน ๆ รสชาติขมปร่าแทรกไอเย็นของเหล้าไม่ได้ดึงดูดใจแม้แต่น้อย
"แล้วเรื่องนั้นไปถึงไหนแล้วล่ะ ? "ฮยอนจุงถามเขาและสบตาอย่างต้องการคำตอบ
"อะไร...เรื่องอะไร ? "
"ไม่ได้ฟังเลยเหรอวะจียง ? ฉันหมายถึงเรื่องของคุณแว่นน่ะ"
"...ก็ดี มันก็คืบหน้าบ้าง"จียงกระดกข้อมือเพื่อให้น้ำขมไหลลงคอภายในอึกเดียว ใบหน้าเจียมตัวของหมอนั่นผุดขึ้นมาในห้วงความคิด จากหางตาเขาสังเกตเห็นว่ายองเบดื่มเงียบ ๆ และจ้องมองมาทางเขา คนที่เงียบที่สุดในวงเหล้าก็คือเจ้ายองเบอยู่แล้วแต่สายตาคราวนี้มันแปลกไปจากเดิม... ฮยอนจุงหยิบกองหนังสือข้าง ๆ เตียงขึ้นดู
"เดี๋ยวนี้นายหัดจดเลกเชอร์แล้วเหรอจียง ? "
"เปล่า..."
ฮยอนจุงมองชีทในมือของตนก่อนจะนิ่งคิดอยู่ไม่นาน วันก่อนที่คุณแว่นมาตามหาจียง..ในมือถืออะไรไว้นะ ? สองคนนี่เรียนวิชาเดียวกัน..เขาเองก็เรียนวิชานี้นี่หว่า ลายมือหวัด ๆ แบบนี้ไม่น่าจะเป็นผู้หญิงหรอก เรื่องทั้งหมดง่ายดายราวกับปลอกกล้วย
"อ้อ...จียงนายเจ๋งมากเลยว่ะ นี่คุณแว่นจดมาให้งั้นสิ..ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะพวก"
"มัน..ไม่ใช่อย่างนั้น..."
"ฉันขอยืมบ้างได้ไหมล่ะ ? โดดบ่อยเกินไปหน่อยแล้วช่วงนี้"
"ไม่ได้ ! "ควอนจียงแทบตะโกนใส่หน้าเพื่อน เขาดึงชีทนั่นลงพื้นเหมือนเดิม "ซอนเยขอยืมก่อนแล้วน่ะ..โทษทีนะ ไว้เสร็จแล้วค่อย..เอ่อ.."ทุกสายตาจ้องมองเป็นตาเดียว เขาอาจจะเสียงดังเกินไป...........อีกแล้วหรือนี่..
"..เออช่างเถอะ..."หนุ่มผมยาวส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ "ว่าแต่ว่านายรู้หรือเปล่าว่ารุ่นพี่คิมจะกลับมาเดือนหน้าแล้วนะ"ฮยอนจุงชงเหล้าแก้วใหม่ให้กับจียงแม้ว่าร่างเพรียวจะปฏิเสธก็ตาม
"เจ้าแจจุงจะกลับมาแล้วเหรอ..รับรองว่าต้องตกใจแน่เลยว่าไหม ? "เบคยองยิ้มกว้างก่อนจะหยิบมันฝรั่งเข้าปาก รุ่นพี่ร่างเล็กมองควอนจียงไม่กะพริบตา "ถ้านายอยากเลิกก็ได้นะจียง นายไม่ต้องรับผิดชอบขนาดนั้นหรอก..หรือว่านายจริงจังกับซอนเยมาก ? "
"อ๊ะ ๆ ...แต่ถือว่านายแพ้พนันนะจียง"
"...ไม่หรอก...ไม่มีทาง"ร่างเพรียวดื่มเข้าไปอึกใหญ่ "ฉันไม่แพ้อย่างแน่นอน"
+++
.
ชายหนุ่มร่างสูงนั่งอย่างกระวนกระวายบนเก้าอี้ในสวน ดอกไม้สีสันสวยงามไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกสงบลง ตอนนี้ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งเกราะป้องกัน แว่นตาของเขาไม่ได้อยู่กับตัว ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินผ่านและจ้องมองเขาราวกับว่าเขาเป็นตัวประหลาด หรือว่าเสื้อผ้าที่เขาเลือกมาวันนี้มันมีอะไรที่แปลกไป ? แต่ว่านี่คือชุดที่จียงซื้อให้เขา..มันไม่มีทางที่จะเฉิ่มหรือดูไม่ได้ ซึงฮยอนก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตน
ท้องฟ้าโปร่งโล่งอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในเดือนนี้ แสงแดดดูเจิดจ้าอย่างไม่น่าไว้ใจ เขานั่งพักใต้เงาไม้พลางนึกถึง ‘ฝัน' เมื่อคืน ฝันที่เขาแอบภาวนาให้มันเกิดขึ้นจริง เขาวิ่งจนเหนื่อย..แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความสุข สายตาของเขาสะดุดเข้าร่างเพรียวบางในชุดสีชมพูในระยะไกล เขาผุดลุกขึ้นยืนตัวตรงแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะนั่นไม่ใช่คนที่เขารอ ซึงฮยอนทรุดตัวลงนั่งเหมือนเดิมและรอคอย
เมื่อครู่เขาโทรศัพท์ไปหาควอนจียงก่อนเวลานัดสิบนาทีแต่ปลายสายไม่การตอบรับ ...ราวกับว่าควอนจียงหายตัวไปจากโลกนี้เฉย ๆ เขาคิดจะวนเวียนไปที่ตึกบีบีแต่ว่าจียงบอกให้เขารอที่นี่ จียงบอกให้เขารอ..จียงบอกว่าจะมาหาเขา..ที่นี่ มันก็หมายความว่าจียงจะต้องมาที่นี่...มาหาเขา
เชวซึงฮยอนอดทนและนั่งรอ
คนเดินผ่านคนแล้วคนเล่าแต่ไร้เงาของคน ๆ นั้น
เขามองนาฬิกาบนเสากลางสวน มันบอกเวลาบ่ายโมงสิบเจ็ดนาที ซึงฮยอนเอนหลังกับพนักพิง..เขาหลับตาลงก่อนจะหงายศีรษะไปด้านหลัง ซึงฮยอนสัมผัสแสงแดดผ่านเปลือกตา แมกไม้สุมบังแดดกล้า เสียงเด็กหัวเราะจากสนามเด็กเล่นด้านหลังทำให้เขารู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในโรงเรียนอนุบาล รอให้คุณพ่อมารับ..แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครมาสักคน เขาเดินกลับบ้านเองก็ได้..หรือว่าจะเดินไปหาคุณพ่อเองก็ได้แต่..สัญญาว่าจะมารับ ก็ต้องมารับ ซึงฮยอนนั่งบนเก้าอี้ฟังเด็กคนอื่นร้องยินดีที่มีคนมารับกลับบ้านขณะเดียวกันเสียงหัวเราะค่อย ๆ จางหายจนไม่เหลือใคร
โดดเดี่ยว.. ?
ซึงฮยอนลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อหยดเปียกแต้มลงแก้ม ท้องฟ้ายังใสสดแต่น้ำฝนโปรยปราย สีของมันกลืนไปกับบรรยากาศ นาฬิกาเรือนนั้นยังเดินต่อไป ไม่ไหวหวั่น ..บ่ายสองโมง สิบสองนาที ฝนทิ้งตัวลงพร้อมไอหนาว..ผู้คนวิ่งออกไปจากสวนแต่เขานั่งอยู่ที่เดิม ร่างสูงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะรออยู่ที่นี่ มือใหญ่ยื่นออกไปรองหยดน้ำที่กำลังร่วงหล่น อย่างน้อยตอนนี้..เขาก็ไม่ต้องพะวงว่าใครจะจ้องมองเขาอีก
ตอนที่จียงจุดบุหรี่ในสายฝนมันเป็นอย่างนี้หรือเปล่า เขาไม่มีบุหรี่...แต่เขากำลังภาวนาให้จียงมาหาเขา ท่ามกลางสายฝน..เขามุ่งมั่นที่จะทำให้บางอย่างเกิดขึ้น บางอย่างที่มันเกือบจะเป็นสิ่งที่เป็นไม่ได้ บ่ายสองโมงครึ่ง..เขาก้มหน้าลงมองฝ่ามือของตนเองที่เต็มไปด้วยน้ำใส ดวงตาคมหันมองตึกบีบีที่ตระหง่านอยู่ริมน้ำ มันพร่ามัวเพราะแรงสาดซัดของฝนรุนแรงขึ้น สะเก็ดน้ำกระเด็นต้องผิวกายจนเจ็บและในที่สุดก็ด้านชา..
เขาหันกลับไปมองด้านหน้าประตู..เฝ้าหวังให้ร่างเพรียวที่คุ้นตาปรากฏกาย
+++
.
"โอ๊ะ..ฝนตกล่ะ"รุ่นพี่เบคยองชี้ไม้ชี้มือไปนอกระเบียง ยองเบพยักหน้ารับพลางสังเกตเห็นว่าควอนจียงจิบเหล้าด้วยอาการเลื่อนลอย คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากันและเม้มปากเล็กน้อย คำพูดชี้ชวนของรุ่นพี่เบคยองเหมือนอากาศ..เข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา
"พี่เองก็ดื่มไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งไหม ? "ยองเบลองถามชายร่างเล็กที่ทรงตัวจะนั่งยังไม่ไหว แต่เจ้าตัวส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงแข็งเหมือนเมื่อตอนเช้าไม่มีผิด
"ไม่ต้อง เดี๋ยวรอให้เจ้าฮยอนจุงซื้อน้ำแข็งกลับมาก่อน ต่อให้กินอีกสองกลมก็ยังไหวเว้ย"เบคยองกระดกแก้วเหล้าเข้าปาก "วันนี้ถ้าฉันเมาก็จะค้างห้องเจ้าจียงนี่แหละ"
"แต่ว่า..."ควอนจียงอ้าปากขึ้นแต่ก็นิ่งเงียบ เมื่อครู่เขาเสนอตัวจะออกไปซื้อน้ำแข็งให้แต่พี่เบคยองไม่ยอมให้เขาไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว ราวกับจะรู้ว่าถ้าเขาได้ก้าวออกไปจากห้องแล้วจะไม่กลับมาอีกเลย
"ทำไมเรอะ ? ...หรือว่านายนัดใครไว้จะมานอนด้วยกัน เชอะ..วันนี้วันเกิดฉันนะ นายได้นอนกอดคนอื่นแต่ฉันต้องนอนคนเดียว ฮึก...โธ่เว้ย.."คนตัวเล็กปัดแก้วเหล้าหลุดจากมือก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะ ยองเบหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาซับเหล้าที่กำลังจะไหลลงพรมไว้ได้
จียงนิ่งเงียบอย่างครุ่นคิด...เขาเหลือบมองเวลา บ่ายสองยี่สิบเจ็ด...
หมอนั่นคงไม่โง่นั่งรอทั้ง ๆ ที่ฝนตกอยู่หรอกน่า..
ควอนจียงพยายามคิดและหาเหตุผลต่าง ๆ นานา อีกอย่าง..วันนี้มีเรียนคาบบ่ายนี่นะหมอนั่น คนที่ไม่ยอมโดดเรียนสักคาบตอนนี้น่าจะนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน ไม่ได้นั่งอยู่ในตอนที่ฝนตก... ใช่...หมอนั่นต้องอยู่ในห้องเรียนไปแล้วและคงจะบ่นว่าเขาผิดนัด หมอนั่นจะต้องนั่งอยู่ในชั้นเรียน..กำลังจดเลกเชอร์มือเป็นระวิง
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น เพียงครั้งแรกคนที่ผุดลุกขึ้นจนแทบจะวิ่งถลาไปที่หน้าห้องคือควอนจียง เขารีบเปิดประตูออก ต้องไม่ใช่ฮยอนจุงแน่ ๆ เพราะว่าเจ้านั่นรู้ว่าห้องไม่ได้ล็อกไว้ เขาผลักประตูออกกว้างพร้อมกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านด้วยความงุนงง
มันไม่ใช่อย่างที่คิด..ไม่ใช่ทั้งฮยอนจุงและหมอนั่นด้วยซ้ำ
"ทำหน้าตาแบบนั้นคืออะไรวะจียง ? เสียใจด้วยนะที่เป็นฉันไม่ใช่ซอนเย"ชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวจัดหรี่ตามองเจ้าของห้องอย่างนึกขำ ใบหน้าตี๋ยียวนกระซิบถามก่อนที่จียงจะพูดอะไร "เจ้าเบคกี้อยู่ในห้องหรือเปล่า ? "
ร่างเพรียวพยักหน้าและหลบให้ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้อง ควอนจียงสังเกตเห็นว่าในมือของร่างสูงมีกล่องกระดาษใบเล็ก ลวดลายบนกล่องทำให้เขารู้ว่ามันคือร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่อยู่ถัดไปสามช่วงถนน
เสียงทุ้มตวาดลั่นห้อง..
"ไอ้บ้าเอ้ย...มากวนอะไรห้องน้องมันล่ะวะ ? "ปาร์คฮงจุนยืนค้ำร่างซึ่งกำลังฟุบหน้ากับโต๊ะ เสียงเข้มปลุกให้เบคยองเงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ
"มาทำไมวะ แล้วจะมายุ่งอะไรด้วย"
"ลุกขึ้นน่า.. กลับห้องได้แล้วหรือว่าจะไม่กิน ฉันอุตส่าห์สั่งจองมาให้นะเว้ย..อย่าให้ง้อมากน่า อายน้องมัน"ฮงจุนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงลอดไรฟันพลางก้มลงกระชากเพื่อนร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากโต๊ะ ซองเบคยองเงยหน้าขึ้นมอง แม้ว่าคิ้วยังขมวดเข้าหากันแต่ก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี
"บอกว่าทำรายงานกลางภาคอยู่ก็ไม่เชื่อเหรอวะ ต้องให้สอบตกก่อนใช่ไหมถึงจะเชื่อเนี่ย"ร่างสูงดึงแขนเพื่อนออกนอกห้อง ฮยอนจุงลากถุงน้ำแข็งมาพร้อมด้วยเนื้อตัวเปียกปอน ร่มที่เอาไปด้วยนั้นไม่ได้ช่วยอะไร ชายหนุ่มผมยาวดูไม่แปลกใจที่เห็นรุ่นพี่ปาร์คยืนอยู่หน้าห้อง ตรงกันข้ามเขารู้สึกโล่งอกด้วยซ้ำ..รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฮยอนจุง
"พี่มาช้าจริง พวกผมเกือบแย่แน่ะ"ชายร่างสูงยื่นถุงน้ำแข็งให้ยองเบนำไปเก็บ
"เออ..โทษที ไอ้นี่มันเอาแต่ใจตัวเองน่าดู ขอบใจที่อยู่เป็นเพื่อนมัน"
"ว่าใครเอาแต่ใจวะ ? "เบคยองแผดเสียงขึ้นแต่ไม่มีใครสนใจเท่าไร
"เดี๋ยวฉันไปส่งนายแล้วกันฮยอนจุง.. แล้วนายล่ะยองเบจะกลับห้องหรือว่าไปต่อห้องฉัน ? "ชายผิวขาวพยุงร่างเล็กไว้ด้วยมือเดียว กล่องใบเล็กอยู่ในมือของเบคยองตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครทราบได้ ยองเบมองสภาพของรุ่นพี่เบคยองก่อนจะหันมองควอนจียง
"ผมกลับห้องดีกว่า จียงจะได้พัก พี่ก็ด้วย"
"โอเค..งั้นไว้เจอกัน"ปาร์คฮงจุนดึงเพื่อนให้ลงลิฟต์ไปด้วยกันพร้อมรุ่นน้อง ควอนจียงยืนพิงกรอบประตูจนบานสีเงินเลื่อนปิดสนิท ร่างเพรียวผละจากหน้าประตูเข้าไปในห้อง
ทงยองเบล้วงกระเป๋านิ่งพลางมองอากัปกิริยาของเพื่อน...จียงกัดเล็บอีกแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นฉันกลับห้องก่อนนะ"ร่างสันทัดชี้ไปด้านบน ห้องของเขาอยู่ชั้นสิบเก้าของตึก เท่าที่เขาได้คำตอบจากเพื่อนคือเสียงขานรับเบาบางในลำคอ ยองเบรู้สึกว่าควอนจียงไม่คิดด้วยซ้ำว่าเขายังอยู่หน้าห้อง ร่างสันทัดออกเดินและเข้าไปในประตูลิฟต์ เขากดปุ่มปิดและเลือกชั้น..
แต่เขาไม่ได้กดเลขเก้า..
เสียงติ๊งเบา ๆ บอกว่าเขามาถึงที่หมายแล้ว
+++
.
เขานั่งอยู่ตรงนี้มานานเท่าไรแล้วนะ.. ดวงตาคมมองผ่านม่านน้ำไปยังหน้าปัดนาฬิกา ผมดำสนิทเปียกลู่ไปกับสายน้ำ ในหัวพยายามคำนวณอย่างง่าย ๆ แต่เขากลับคิดไม่ออก ทุกอย่างเหมือนว่างเปล่า..มีเพียงเสียงกระหน่ำของสายฝน เย็นเฉียบเหมือนในวันนั้น..เพียงแค่ว่าเขาไม่ได้พยายามจุดบุหรี่และไม่มีใครชวนเขาไปที่ห้อง
ซึงฮยอนรู้สึกแย่
เพราะว่าไม่มีอะไรรบกวน.. มีแค่เสียงฝน มันทำให้หัวโล่งและไม่รู้สึกถึงอย่างอื่นอีกเลยนอกจากผู้ชายที่ชื่อควอนจียง เขาย้ำกับตนเองอยู่หลายหน..ว่านั่นไม่ใช่.. มันไม่ควร แต่การที่เขาวิ่งไล่ตามมาขนาดนี้แล้วมันยืนยันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เขายอมได้เพื่อคน ๆ นั้น.. ให้ได้ทุกอย่าง.. จะบอกว่าไม่ต้องการสิ่งตอบแทนเลย..ก็ดูเสแสร้ง เขาอยากเป็นที่ต้องการ..เขาอยากให้คน ๆ นั้นต้องการเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
แต่ว่าวันนี้เป็นคำตอบตอกย้ำว่าเขาไม่ใช่
เขาไม่ได้เป็นอะไรเลยสำหรับควอนจียง..
ไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะวิ่งขึ้นไปที่ห้องของจียงและถามว่าลืมนัดไปแล้วหรือ เขาไม่ได้มีสิทธิขนาดนั้น เขาเป็นใครล่ะ ? เขาก็เป็นแค่เชวซึงฮยอน.. ควอนจียงเข้ามาในชีวิตของเขาเหมือนกับสายฝน.. ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา..มีทั้งไอหนาวและความเย็นชื้นแต่มันทำให้ดินที่แห้งผากซับน้ำจนฉ่ำชุ่ม เขาได้แต่รอให้ฝนตกลงมา..
ตัวเลือกของเขามีสองอย่างคือ
รอและรอ
.
.
"นายบ้าหรือโง่ ? ทำไมถึงไม่กลับห้องหรือว่าขึ้นไปหาฉันที่ห้อง ? "ร่างเพรียวตะคอกลั่นแข่งเสียงฝน กระแสเสียงโมโหอย่างเก็บไม่มิด ดวงตาเรียวเล็กจับจ้องอยู่ที่เขาอย่างเอาเรื่อง มือข้างซ้ายถือร่มคันโตสีดำ..ชายร่มบังใบหน้าของซึงฮยอนมากพอที่จะเงยหน้ามองจียงได้โดยไร้ฝนบดบัง ซึงฮยอนนิ่งงันไปครู่ใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่านี่คือควอนจียงตัวจริงไม่ใช่เพียงภาพเพ้อ
"นายบอกว่าให้ฉันรอที่นี่ ฉันก็จะรอที่นี่"
"ถ้าฉันบอกว่าให้นายไปตายก็จะไปหรือไง ? "
"ใช่..."
ควอนจียงเบือนหน้าออกจากชายซึ่งกำลังนั่งบนเก้าอี้ สายตาจริงจังถ่ายทอดผ่านดวงตาคู่คมบาด สายตาที่จ้องเขากลับมาดุจว่าจะให้ทะลุร่าง น้ำเสียงที่หนักแน่นของอีกฝ่ายทำให้จียงเลือกที่จะหลบสายตา
"...นายมันบ้า"
"ระหว่างที่นั่งอยู่ตรงนี้.. ฉันภาวนาให้นายมาหา..ฉันเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง ฉันเชื่อว่านายจะไม่ผิดนัด รู้ไหมว่าฉันคิดมาตลอด..ว่าถ้านายมาฉันจะพูด.. ฉันจะบอกความรู้สึกของฉัน สำหรับนายมันอาจจะแค่เศษผงไร้ค่าแต่ฉันก็อยากจะบอกให้นายฟัง.." ซึงฮยอนยิ้มเศร้าสร้อยในสายฝนโปรย "....และสุดท้ายนายก็มา"
"................................"
"ฉันรักนาย.. ไม่ว่าคำตอบจะออกมาแบบไหน..ฉันขอได้แค่รักนาย"เสียงทุ้มเอ่ยเสียงเบา น่าแปลกที่ควอนจียงได้ยินทุกถ้อยคำ..ชัดเจนราวกับซึงฮยอนกำลังสะกดให้เขาฟังทีละคำ ดวงตาคมคายที่เขาชอบมองตรงมายังเขา ไร้กรอบแว่นตาน่าเกลียดสีดำนั่น.. ควอนจียงรู้สึกว่ามันมากมายเกินกว่าที่เขาจะรับ มันไม่คู่ควรเลยด้วยซ้ำไม่ว่าจะในแง่ใดก็ตาม
"ได้ไหม...ขอแค่ให้ฉันได้..............."
ควอนจียงปล่อยให้ร่มหลุดจากมือเมื่อร่างสูงโผเข้ากอดเขาไว้ ...เป็นอ้อมกอดที่เหินห่าง แขนของอีกฝ่ายไม่ทันได้เสียดสีกับผิวเขาด้วยซ้ำไป ริมฝีปากเย็นเฉียบของซึงฮยอนระบายพลิ้วบนของเขา ร่างเพรียวสัมผัสได้ว่ามือของซึงฮยอนสั่นเทา แม้ว่าจะถ่ายทอดไออุ่นผ่านจุมพิตแต่จียงรู้สึกว่าซึงฮยอนกำลังจะไปไกลจากเขา
นานเท่าไรที่หมอนี่นั่งรออยู่กลางสายฝน..ความเย็นเยียบของเรียวปากอีกฝ่ายทำให้เขาอยากจะขอโทษ เขาอยากจะพูดอะไรออกไปสักคำ..อะไรก็ได้ที่จะทำให้หมอนี่รู้สึกดีขึ้นมาสักเล็กน้อย
แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกไป..
ไม่มีแม้สักคำ
+++
stay tuned.





